4 พฤศจิกายน 2554 10:18 น.

รักในอดีต(กลบทครอบจักรวาล)

สุนทรวิทย์

      
         รักแสนรัก  อดออม  ถนอมรัก
			ไม่เคยจัก  นอกลู่  รู้หรือไม่
			ใจดวงเดียว  เหนี่ยวหน่วง  เพื่อดวงใจ
			รอมอบให้  อนงค์  ผจงรอ

			     	จากหนุ่ม,สาว  คบกัน  จวบวันจาก
			หนอพลัดพราก  ผ่านกาล  มานานหนอ
			คลอเคียงร่วม  เขนย  เคยเคียงคลอ
			ยังจดจ่อ  ต่อฝัน  อันยืนยัง

			     	หวานหยดย้อย  ทวนจำ  ทุกคำหวาน
			หวังพบพาน  อีกหน  บนบานหวัง
			รังแต่เพียร  หมั่นมุ  ดันทุรัง
			ปรามไม่ฟัง  รั้งไม่อยู่  สู้มิปราม

				     มั่นคงด้วย  เลือดเนื้อ  ปนเชื่อมั่น
			ถามทุกวัน  ใจตน  วนไถ่ถาม
			ความหนหลัง  ไยปลื้ม  ยากลืมความ
			ปี,เดือนข้าม  ชั่วพริบ  ยี่สิบปี

				      พบวันนี้  บังเอิญ  เดินมาพบ
			นี่ประสบ  ใช่เธอ  จริงเหรอนี่
			มีลูกเต้า  ห้อมล้อม  พร้อมสามี
			กรรมละซี  สิ้นท่า  ยิ่งกว่ากรรม

			     	บอกก็อาย  ขายหน้า  ไม่กล้าบอก
			ขำมิออก  แต่ว่า  มันน่าขำ
			ทำใจเถิด  กลัดหนอง  ก็ต้องทำ
			ดีกว่าช้ำ  ต่อไป  คงไม่ดี
				
3 พฤศจิกายน 2554 10:38 น.

คนมีสี+ศักดิ์ศรี

สุนทรวิทย์

คนถือ  สีถือเหล่า	
 		เป็นด้วยเขา  เฝ้ายึดติด
			ฝักฝ่าย  ในความคิด			
  	มุ่งพินิศ  แค่สิทธิ์ตน
		
     		เรื่องสี  ที่แตกต่าง		
  	เพราะคนอ้าง  สร้างเหตุผล
			สุดแท้  แต่กมล					
   เพื่อบันดล  ให้คนเกรง
			
        	แม้มี  สีใดใด		
 		ล้วนมิใช่  ไว้ข่มเหง
			หรือพร่ำ  ทำนักเลง		
 		เที่ยวอวดเก่ง  เบ่งศักดา
	
      			ภูมิใจ  ในสีจริง	
 		ควรต้องอิง  อหิงสา
			เฉิดฉัน  โดยจรรยา		
 		บ่มศรัทธา  แทนราวี
	
      			ขจัด  ความขัดแย้ง	
 		เลิกยุแยง  แบ่งแยกสี
			รู้รัก  สามัคคี			
 		รู้หน้าที่  ดีกว่าเอย

						        ศักดิ์ศรี
	
     			ศักดิ์ศรี  ชี้อะไร			
   ยินใครใคร  พูดให้เกร่อ
			กล่าวขาน  ปานเลิศเลอ	
 		ทั้งเหิมเห่อ  เผยอตน
	
     			ศักดิ์ศรี  ที่อวดอ้าง	
 		ถูกสรรค์สร้าง  อย่างสับสน
			สุดแท้  แต่คำคน		
 		เพียงเอื้อผล  ต่อตนเอง
	
     			ศักดิ์ศรี  ที่ภูมิใจ	
 		ใช่มีไว้  ใช้ข่มเหง
			หรือพร่ำ  ทำนักเลง		
 		เที่ยวอวดเก่ง  เบ่งศักดา
	
     			ศักดิ์ศรี  ที่แท้จริง	
 		นั้นต้องอิง  อหิงสา
			อ่อนน้อม  ถ่อมกายา	
			เรียกศรัทธา  บารมี

     				มโนธรรม  ตราบดำรง	
 		อย่าพะวง  หลงศักดิ์ศรี
			โมไนย  ไพร่ผู้ดี			
  	แบ่งวิถี  ที่กระทำ				
3 พฤศจิกายน 2554 10:20 น.

พอใจคือพอเพียง

สุนทรวิทย์

จงพอใจ  ในสิ่งที่  ตนมีอยู่
					แม้เฟื่องฟู  สารพัด  หรือขัดสน
					หากสามารถ  สลัด  ตัดกังวล
					พากมล  พ้นทุกข์  ย่อมสุขใจ

						ใครโอ้อวด  คุยเขื่อง  ช่างเรื่องเขา
					ขอแต่เรา  ตั้งสติ  มิหวั่นไหว
					ไม่อิจฉา  ตาร้อน  ค่อนแคะใคร
					ดำเนินไป  ตามวิถี  ที่เราเป็น

						ธรรมดา  ปุถุชน  บนโลกนี้
					ต่างคนมี  ผาสุก  ปนทุกข์เข็ญ
					แม้นรู้จัก  เพียงพอ  ก็ร่มเย็น
					ที่ลำเค็ญ  เพราะอยากได้  ปลงไม่ลง

						ความสำเร็จ  ใดใด  ใช่ยิ่งใหญ่
					ตราบใจไม่  ควบคุม  หยุดลุ่มหลง
					ต่อให้แสน  มั่งคั่ง  ดังจำนง
					แรงโลภคง  ปรากฏ  ยากลดรา

						ลองปล่อยวาง  อารมณ์  ข่มความอยาก
					จะมีมาก  น้อยเท่าไร  ใช่ปัญหา
					อันลาภ,ยศ  สมบัติ  อนัตตา
					ล้วนแต่ภาพ  มายา  อย่างมงาย				
3 พฤศจิกายน 2554 10:15 น.

ละครชีวิต

สุนทรวิทย์

ฉากหนึ่ง  เอ็ดอึงนัก			
   คนคึกคัก  ทักทายลั่น
			เหล้ายา  สารพัน		
 		เลี้ยงรับขวัญ  กันวุ่นวาย
	
       			เจ้าภาพ  อาบเปรมปรีดิ์	
  	กล่าววจี  ดีใจหาย
			ภรรยา  คลอดลูกชาย				
   สมมุ่งหมาย  ในกระมล
			
        	เค้าหน้า-ตาคมคาย	
 		เหมือนลูกไม้  ไม่ไกลต้น
			บรรจบ  ครบเจ็ดคน	
			คงมิพ้น  ทนพะนอ

    				มุ่งมาด  คาดหวังไว้
			เมื่อเติบใหญ่  ให้เรียนหมอ
			ชาย,หญิง  แตกกิ่งกอ		
 		ควรมีหน่อ  พอพึ่งพิง
	
     			งานเลี้ยง  เงียบเสียงแล้ว	
  	ฝันเพริศแพร้ว  พลอยแผ่วนิ่ง
			วิถี  ชีวิตจริง			
 		พลิกผันยิ่ง  กว่าสิ่งใด
						       
           ***********
				    ฉากสอง  มองเงียบเหงา
 		สองผู้เฒ่า  เศร้าโหยไห้
			ร้อน,หนาว  ปวดร้าวใจ		
  	ไม่มีใคร  อยู่ใกล้ตัว
		
      		ตา,ยาย  ใจละเหี่ย
			ซมดักเดี้ย  ทั้งเมีย,ผัว
			ดวงตา  แถมพร่ามัว
			ทุกข์พันพัว  นัวกังวล
	
     			ลูกเต้า  เขาทิ้งขว้าง
			ปล่อยให้อ้าง-ว้างขัดสน
			เวรกรรม-หนอจำทน
			คงหมองหม่น  จนสิ้นลม
	
    			ชะตา  ช่างอาภัพ	
		ขาดแคลนทรัพย์  โรคทับถม
		งันงก  อกระทม	
		นอนร้องห่ม  ตรมฤทัย
	
   			เช้า-เย็น  เห็นสวดมนตร์	
  	ขอกุศล  บันดลให้
			ชีวี  ที่ร่ำไร				
  	จงสิ้นขัย  โดยไวพลัน

	     ***********
				    ครรลอง  สองตัวอย่าง	
 		ดูแตกต่าง  ห่างมหันต์
			บอกไป  ใครเชื่อกัน		
 		สองฉากนั้น  มันเรื่องเดียว
	
    			ฝันใฝ่  ในพ่อ,แม่
			หวังยามแก่  ลูกแลเหลียว
			ผูกพัน  ฉันกลมเกลียว				
   มิต้องเปลี่ยว  อยู่เดียวดาย
			
      	ลูกหลาย  กลับไม่เลี้ยง	
 		มักหลีกเลี่ยง  ทำเบี่ยงบ่าย
			เยี่ยงนี้  มีมากมาย		
 		เช่นตา,ยาย  ในละคร				
2 พฤศจิกายน 2554 11:08 น.

ชำระใจก่อนไหว้พระ

สุนทรวิทย์

กราบไหว้พระ  สิบครั้ง  ยังมิเท่า
					เทียมตัวเรา  ไหว้พ่อแม่  แค่ครั้งหนึ่ง
					กุศล  สารพัน  อันตราตรึง
					ไม่เหมือนซึ่ง  กตัญญู  ผู้มีคุณ

						พรทุกคำ  ออกจาก  ปากพ่อแม่
					ย่อมจริงแท้  งอกงาม  ตามเกื้อหนุน
					กระแสจิต  บุพการี  ที่การุณย์
					ดุจมอบทุน  ศักดิ์สิทธิ์  ให้ติดกาย

						บุคคลใด  อกตัญญู  ผู้ก่อเกิด
					หวังประเสริฐ  ก้าวหน้า  นั้นอย่าหมาย
					กรรมจะคอย  สอดส่อง  จ้องทำลาย
					พาวุ่นวาย  ซ้ำซาก  ลำบากตน

						มือไหว้พระ  แต่ใจ  ไม่สะอาด
					ก็เหมือนขาด  บารมี  ชี้นำผล
					เปรียบเรือแล่น  หลงทิศ  ติดวังวน
					อาจอับจน  ย่อยยับ  ถึงอับปาง

						ชำระจิต  ชำระใจ  ก่อนไหว้พระ
					ลูกเต้าจะ  พร้อมเพรียง  เอาเยี่ยงอย่าง
					รักพ่อแม่  ใส่ใจ  ไม่ปล่อยวาง
					เท่าชี้ทาง  สว่างไว้  ให้ลูกเดิน				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุนทรวิทย์
Lovings  สุนทรวิทย์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุนทรวิทย์
Lovings  สุนทรวิทย์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุนทรวิทย์
Lovings  สุนทรวิทย์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงสุนทรวิทย์