20 พฤศจิกายน 2547 22:34 น.

ฝ้ายผูกแขนแทนใจ

หิ่งห้อย เพียงดิน

ฝ้ายขาวเอาผูกแขน..........................มัดใจแน่นวันบายศรี
เกี่ยวดองปรองฤดี............................ด้ายเส้นนี้ผูกมัดใจ
หนึ่งคนหนึ่งดวงจิต..........................เป็นหนึ่งมิตรหนึ่งชิดใกล้
หนึ่งรวมหลอมดวงใจ.......................ผูกรักไว้ด้วยศรัทธา
ด้วยมาลย์หวานละมุน.......................ด้วยไออุ่นกรุ่นดวงตา
ด้วยเข้มแข็งด้วยแกร่งกล้า...............ด้วยศรัทธาจะคว้าชัย
ฝ้ายขาวแทนใจนี้.............................รวมน้องพี่ด้วยอาลัย
ร่วมโหมโถมถั่งไฟ............................รวมขวัญไว้เป็นหนึ่งเดียว
 

หยิบฝ้ายขาวผูกแขนแทนคำขวัญ
ผูกสัมพันธ์สรรสร้างวางวิถี
เป็นพวงย้อยร้อยรักสามัคคี
ผูกไมตรีมีพลังยั่งยืนนาน

โอ้ขวัญเอยขวัญหล้าอย่าลอยล่อง
จงปรองดองผองเผ่าเนาสถาน
โอ้ขวัญหล้าอย่าหลงจงชื่นบาน
สมัครสมานกันไว้ให้มั่นคง

ให้ขวัญยืนชื่นบานเป็นฐานแท่น
เป็นปึกแผ่นแน่นหนาอย่าไหลหลง
ขวัญเจ้าเอยเชยชื่นอยู่ยืนยง
ให้ดำรงคงมั่นนิรันกาล

ฝ้ายผูกแขนกู่เรียกขวัญอันวิจิตร
กระชับมิตรสนิทแน่นเป็นแก่นสาร
เป็นพลังสร้างสมอุดมการณ์
เป็นรากฐานศานติวิวัฒนาฯ				
19 พฤศจิกายน 2547 20:15 น.

ขอสละรัก

หิ่งห้อย เพียงดิน

ขอสละรักนี้พี่ลาก่อน 
ไม่เว้าวอนวุ่นวายด้วยอายเขา 
พี่แพ้พ่ายยับเยินเกินบรรเทา 
ขอเก็บเอาดวงใจไปดูแล 

ถึงแม้นพี่แสนรักต้องหักจิต 
ด้วยชีวิตลิขิตใจให้พ่ายแพ้ 
เก็บความชอกช้ำใจในดวงแด 
ไปหาแม่ที่รักแท้ไม่แง่งอน 

ได้ซบตักพักร้อนผ่อนความเศร้า 
แม่กล่อมเสียงแผ่วเบาพร้อมกล่าวสอน 
หลับเถิดหนาลูกจ๋าอย่าอาวรณ์ 
จงพักผ่อนหลับตาอย่าร้อนรน 

หยาดน้ำตาหลั่งหยดรดตักแม่ 
ใช่หลั่งแก่น้องพี่ที่สับสน 
แต่หลั่งให้รักแท้แน่กมล 
ไม่สับสนแน่แท้ คือ แม่เรา				
19 พฤศจิกายน 2547 20:01 น.

รักแท้ คือ แม่รัก

หิ่งห้อย เพียงดิน

รู้สึกมีมือใครลูบใบหน้า
ใช้มือปาดน้ำตาให้กับฉัน
ใจคิดตรึกนึกว่าขวัญชีวัน
แต่ที่แท้มือ แม่ ฉันคนนั้นเอง

เผลอตัวหลับพับไปไม่รู้สึก
ก้อนสะอึกจุกใจใครข่มเหง
เพียงเพราะรักมากไปไม่กลัวเกรง
ทำเป็นเก่งเบ่งกล้ามไม่ห้ามใจ

ผลสุดท้ายต้องผวากลับหาแม่
หอบใจแพ้พ่ายพังเกินรั้งไหว
สู่อ้อมแขนแน่นหนาเกินกว่าใคร
อบอุ่นไอรักแท้หนอ แม่ เรา

..ไม่เป็นไรลูกแม่หากแพ้พ่าย
จงพักใจพักกายให้คลายเหงา
มาหนุนตักแม่นี้ที่บ้านเรา
คลายรักเร้ารุ่มร้อนให้ผ่อนคลาย..				
19 พฤศจิกายน 2547 19:48 น.

นกจากพราก

หิ่งห้อย เพียงดิน

เจ้านกเอ๋ยเจ้าพรากจากถิ่นที่ 
เจ้ามาหนีจากคอนเจ้านอนไหน 
เจ้ามาทิ้งแดนดินถิ่นเกิดกาย 
เจ้าห่างหายทิ้งไว้เพียงรังนอน 

เจ้าทิ้งทุ่งรวงทองทิวท้องทุ่ง 
เจ้าหมายมุ่งสิ่งใดใครจะสอน 
เจ้าผิดพลาดพลั้งไปใครอาทร 
เจ้าเร่าร้อนดวงใจใครจะแล 

เจ้าหิวโหยโรยราหาที่ไหน 
เจ้าร้องไห้มีใครมาแยแส 
เจ้าหมองหม่นเมื่อโดนคนรังแก 
เจ้าย่ำแย่ท้อแท้ใครปลอบโยน 

เจ้าเหน็บหนาวเจ้าร้อนใครผ่อนผัน 
เจ้าเจ็บสั่นหวั่นไหวใครเขาสน 
เจ้าเปียกปอนอ่อนล้าน้ำตาล้น 
เจ้าสับสนหนทางใครบ้างนำ 

เจ้าแกร่งกล้าเพียงใดเมื่อไร้ที่ 
เจ้าเกษมเปรมปรีย์มีสุขล้ำ 
เจ้าหลงทางหรือใครมาครอบงำ 
เจ้าจึงไม่จดจำหนทางเดิน 

เจ้านกเอ๋ยเจ้าถลาบนฟ้ากว้าง 
เจ้าทิ้งทุ่งให้ร้างเจ้าห่างเหิน 
เจ้าหลงทางหายห่างจากทางเดิน 
เจ้าหลงเพลินสิ่งใดไม่กลับรัง				
19 พฤศจิกายน 2547 13:42 น.

ตาสีขี้ขอ

หิ่งห้อย เพียงดิน

ฤดูกาลผ่านไปไม่หยุดยั้ง		
นี่ก็ย่างเข้าหน้าหนาวเข้ามาแล้ว
พวกผู้เฒ่าหลายคนบ่นกันแซว		
คงไม่แคล้วนอนคว้างข้างกองไฟ

เสียงตาสีขี้กลัวผัวยายเป้า		
บ่นว่าหนาวเหลือล้นทนไม่ไหว
ตะโกนสั่งยายเป้าไปเอาไฟ		
รีบเร็วไวหากช้าข้าหนาวตาย

เสียงตาสีสั่นรัวกลัวความหนาว	
ทั้งมือเท้าสั่นระริกเป็นหงิกหงาย
แกบ่นซ้ำว่าข้านี้กลัวตาย			
แกใจร้ายตะโกนด่าว่าฟ้าดิน

แกผิงไฟสักครู่ดูสดชื่น		
แกลุกยืนหันหลังบังก้อนหิน
แกกลัวร้อนด่าไฟให้ได้ยิน		
แกเล่นลิ้นออดอ้อนแหมร้อนเกิน

แกกลัวร้อนกลัวหนาวในคราวนั้น	
ตะโกนลั่นด่าไฟไม่เคอะเขิน
แกขี้ขลาดตาขาวเอาเหลือเกิน		
ทั้งยืนเดินแกสาปแช่งระแวงภัย

แกกลัวแดดกลัวลมระทมทุกข์	
ไม่เป็นสุขสับสนทนไม่ไหว
แกกลัวยากกลัวจนบ่นเรื่อยไป		
แกชอบไหว้ผีประกำพร่ำขอพร

ท่านเจ้าเขาเฒ่าหลวงบวงสรวงไหว้
อย่าใจร้ายเลยหนอขอไว้ก่อน
หลวงอุดมเจ้าป่าข้าขอวอน		
ความเดือดร้อนโรคภัยอย่าได้มี

ขอให้ร่ำขอให้รวยอย่าป่วยไข้		
ให้สดใสดีเด่นเป็นเศรษฐี
ขออายุอย่างน้อยร้อยสิบปี		
ขอให้มีเมียสาวอีกเก้าคน

เสียงตาสีขี้ขอบ่นอ้อแอ้	         	
ขอมากแท้แม้สาวเฒ่ายังสน
แกชอบเปลี่ยนสูงต่ำไม่ซ้ำคน		
แกชอบบ่นบุ้ยใบ้ใช้คารม

แกชอบขอชอบคิดผิดธรรมะ	
ไม่ลดละพิธีเกินเพลินสะสม
พิธีแก้แก่เก่าเฒ่านิยม			
ไม่เลิกล้มหาผลเพื่อตนเอง

ขอให้ร่ำขอให้รวยใครช่วยได้		
ทรัพย์ทั้งหลายได้มาด้วยหาเก่ง
ใช่เพียงเอ่ยคำขอก็มาเอง			
ต้องรีบเร่งค้าขายจึงได้มา

ขออย่าเจ็บขออย่าไข้ใครขอได้		
อยู่เมืองไหนแหล่งใดให้ถามหา
แม้แต่หมอยังเจ็บไข้อยู่ใกล้ยา		
อย่าคิดว่าเอ่ยขอก็ปลอดภัย

ขอให้สุขสดใสในชีวิต			
โดยไม่คิดทำดีมีที่ไหน
เพียงเอ่ยขอก็ได้ดีนั้นมีใคร		
จงวิจัยไตร่ตรองมองความจริง

ขออายุเกินร้อยหนอยขอได้		
เหตุไฉนไม่ละอายหนอชายหญิง
ไม่เคยคิดคำนึงถึงความจริง		
ชนชายหญิงตระกูลใดไม่เคยตาย

บ้างก็ทำพิธีขอต่ออายุ			
ไม่บรรลุรู้แจ้งแห่งความหมาย
พิธีพราหมณ์พิธีพรหมหลงงมงาย		
ผลสุดท้ายขอไม่ได้ตายทุกคน

เพราะตาสีขาดปัญญามาประกอบ	
จึงชมชอบทางผิดจิตสับสน
ต้องวุ่นวายหลายอย่างเข้าข้างตน		
ทุกข์ท่วมท้นทับทวีทุกวี่วัน

ตาสีเอ๋ยอย่าโง่โถทำได้		
อันความตายได้รับแน่ไม่แปรผัน
ความเจ็บไข้ได้รับแน่แก่ทุกวัน		
จงขยันนึกถึงตายสบายดี

ตัวตาสีมีหนังหุ้มบังอยู่
จงรับรู้รูปปราณสังขารนี้
มันจะอยู่ทนทานนานกี่ปี
ตัวตาสีไม่เห็นมีอะไรทน

กายก็แห้งแรงก็หดหมดสภาพ
ผิวก็หยาบฟันก็พังหนังก็ย่น
ตัวตาสีมีสิ่งใดใช้ได้ทน
ถึงจะบ่นถึงจะขอก็เหมือนเดิม

อวัยวะมือเท้าท่านกล่าวว่า
ยืมเขามาชั่วคราวท่านกล่าวเสริม
อันความตายไงเล่าเจ้าของเดิม
ทยอยเริ่มเก็บตาหูเข้าสู่คลัง

เก็บเอาฟันตาสีไม่มีเหลือ
เก็บเอาเนื้อเอานิ้วทั้งผิวหนัง
งวดสุดเก็บกายตายผุพัง
เผาหรือฝังในคลังใหญ่ได้แก่ดิน

หยุดงมงายเสียทีตาสีเอ๋ย
หยุดเอื้อยเอ่ยคำขอต่อภูหิน
หยุดอ้อนวอนเทวาและฟ้าดิน
มาถือศีลภาวนาดีกว่าเอย				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟหิ่งห้อย เพียงดิน
Lovings  หิ่งห้อย เพียงดิน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟหิ่งห้อย เพียงดิน
Lovings  หิ่งห้อย เพียงดิน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟหิ่งห้อย เพียงดิน
Lovings  หิ่งห้อย เพียงดิน เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงหิ่งห้อย เพียงดิน