tiki
เพื่อให้เข้าใจคำว่า ศิลป จะต้องกล่าวไปถึงเรื่อง คน คือเรื่องของท่านและของข้าพเจ้าเสียก่อน คน เมื่อเกิดมามีความต้องการด้วยความจำเป็นทางชีวิต และ ทางสังคม คือต้องทำมาหากินเลี้ยงชีพ เพื่อให้ได้สิ่งอันเป็น ปัจจัย ๔ อย่าง และสิ่ง อันจะให้ความสะดวกสบายแก่ตน ต้องการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และต้องการไมตรีจิตจากเพื่อนผู้ร่วมสังคม ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความผาสุกแก่ตนตามสัญชาติญาณ นอกนี้ก็ยังต้องการบำรุงความรู้อันเป็นเรื่องของปัญญา และต้องการความสดชื่นในชีวิต อันเป็นเรื่องของจิตใจเกี่ยวกับความรู้สึกทางอารมณ์
ความต้องการอย่างหลังนี้แหละ เป็นเรื่องของศิลปในประเภทวิจิตรศิลป์ ซึ่งเป็นความจำเป็นแก่คนเหมือนกัน
ว่าเฉพาะหนังสือวรรณคดีที่เป็นวรรณศิลป์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรู้สึกทางอารมณ์สะเทือนใจ หนังสือเล่มเดียวกันอาจมีทั้งที่ให้ความรู้ และให้ความรู้สึกทางอารมณ์สะเทือนใจปนกันอยู่ก็ได้ ถ้าต้องการวิเคราะห์เรื่องทางอารมณ์ ก็ต้องแยกเรื่องความรู้สึกออกเสียก่อน
หนังสือที่แต่งม่งไปทางอารมณ์ ไม่ใช่ว่าจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกทางอารมณ์ได้ตลอดไปทั้งเรื่องก็หาไม่ อาจมีที่ทำให้เกิดอารมณ์เป็นลางแห่งก็ได้ ลางแห่งเราอ่านก็เกิดอารมณ์ แต่คนอื่นอ่านไม่รู้สึกเหมือนกับเราก็ได้ ทั้งนี้เป็นด้วยเรื่องรสนิยม ซึ่งทุกคนมีไม่เหมือนกัน งามหรือไม่งาม เพราะหรือไม่เพราะ ถ้าลงได้ขัดแย้งกัน เถียงกันจนคอเป็นเอ็น ก็ไม่มีวันลงรอยกันได้สนิท
วรรณคดีที่เป็นวรรณศิลป์ โดยมากมักแต่งเป็น คำชนิดร้อยกรอง เพราะได้เสียงที่มีจังหวะ และ สัมผัส ดีกว่าแต่งเป็นความเรียง
ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า วรรณคดีที่เป็นวรรณศิลป์ จะต้องเป็นคำร้อยกรองเสมอไป
ถึงแต่งเป็นความเรียงในลักษณะที่เป็นร้อยแก้ว ก็เป็นวรรณคดีที่มีวรรณศิลป์ได้เหมือนกัน
ร้อยแก้วในที่นี้ ข้าพเจ้าหมายถึง **ความเรียงที่สละสลวยไพเราะ เหมาะเจาะด้วยเสียง และ ความหมาย** (พจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน) ตรงกับ ที่ภาษาอังกฤษ เรียกว่า prose-poem หรือ poetical prose จึงผิดกับ prose ซึ่งเป็นความเรียงตามธรรมดา