tiki
ช่วงขณะที่ยังยอมรับสภาพสิ้นไร้แรง ปานจะตายอย่างนั้น
อีกมิติหนึ่งในยามที่ต้องไปทำกิจการเพื่อป้องกันมิให้ชีวิตภาคจริง
มันล่มสลาย ก็ยังต้องทำอยู่...
ในลมหายใจสีขาวยังต้องมีหยดเลือดลิ่มกำเดาอยู่บ้าง.....
เหมือนชีวิตของฉันที่แม้นในวันที่เพิ่งตัดไหมมา..
รุ่งขึ้นยังต้องไปเจรจาทุกอย่าง ด้วยทนายหนุ่มที่เรียกใช้ประจำ
ก็คงทำหน้าที่นี้แทนไม่ได้ ส่วนทนายคนที่เป็นกำลังใจ
คนแก้ไขเรื่องให้ทุกอย่าง..คนที่โผล่ไปเยี่ยมหน้าที่โรง
พยาบาลบอกว่าแล้วจะจัดการให้ ก็กลับไปอยู่เสียที่ต่างจังหวัด
๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๗ จึงเป็นวันวัดใจความอดทน และ
สติปัญญาเฉพาะหน้าที่จะต้องแก้ไขเหตุการณ์นั้น
ด้วยตนเองทั้งสิ้น
http://www.thaipoem.com/web/poemdata/poemdata_67625.php
67625 16 ธ.ค. 47 - 00:06 เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ ทิกิ_tiki 22 135
~~~~~~
........~~~~~~~~~~
สองเพื่อนเกลอแต่ครั้งอนุบาล
ส่องงานการวิเคราะห์คนหนทางสู้
เปิดหนทางสร้างงานใหม่ให้เชิดชู
ช่วยกันอยู่ผลักดันหันความดี
จึงลาจากฟากสยามพารากอน
ข้ามฝั่งไปนั่งรถย้อนไปอีกที่
เพิ่งผ่าตัดมาเบ็ดเสร็จเจ็ดราตรี
งานก็มีรับผิดชอบหมอบไม่ลง
ไม่ลืมตนว่าเป็นคนไม่สมบูรณ์
ค่อยเพิ่มพูนพละกำลังดังประสงค์
จบเรื่องงานผ่านใต้ดินถิ่นจำนง
กลับบ้านคงคิดเรื่องลูกผูกอุรา
ทิกิ_tiki
วันที่สองที่ตัดไหมก็ต้องไปติดต่องานการ
ในเมืองใหญ่ไปรถไฟฟ้า ต่อแท็กซี่ กลับรถใต้ดิน
ต่อแท็กซี่...เป็นคนต้องเข้มแข็ง อ่อนแอก็ตาย
Poem ID : 67625 - ผู้ชม 136 ผู้ตอบ 22
สงบ รำงับ เงียบๆ ค่อยๆเคลื่อนไปในเมือง......ไปตามจังหวะ
ลีลาของชีวิต ที่พระเจ้าท่านคงพิพากษามาอย่างเรียบร้อยแล้ว.....
.....ขณะเมื่อการเจรจาทุกอย่างยุติสิ้นสุดลง ที่สวนลุมไนท์บาซาร์
โรงเรียนเตรียมทหารเก่า สี่แยกวิทยุ
ฉันค่อยๆเดินไป นำพวงมาลัยพวงงามที่ซื้อมาจาก
สยามสแควร์ตีนสถานีรถไฟฟ้าแห่งนั้น.....
พาดไว้ที่หน้า ศาล พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
พระองค์เจ้ากรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์....
ที่เพื่อนคนมีญาณ คนหนึ่ง พูดไว้เสมอว่า .
ท่านไม่โปรดให้เธอมายืนอยู่ที่นี ไม่สมศักดิ์ศรี
แต่กว่าจะสำนึก หมดไปเกือบสี่ปี ที่ดื้อถือดีจะดำเนิน
ธุรกิจเล็กๆหนีปัญหาความทุกข์ของชีวิตในวันนั้น...
จบก็จบ...น้องที่ดูแลร้านให้ ถามว่า พี่ทำไมไม่ต่อ
สัญญาใหม่..แล้วปล่อยให้เช่า
........อย่าเลย วิธีการนี้เราไม่ประสบความสำเร็จก็อย่าไป
ทู่ซี้กับมัน เท่าที่ ท่านทนายผู้เป็นกำลังใจ มาจับมือ
ไหว้ศาลกันเมื่อต้นเดือนก่อนก็ยังประทับใจ.
..บางที งานเล็กๆมันไม่ใช่วิถีของฉัน..ใครๆก็บอกมาเสมอ
แต่ก็ยังดื้อทำ...
.* คุณอยากเขียนหรือ ..เดี๋ยวผมจะเอา เรื่องเขียน
โปรเจ็คท์ ยี่สิบล้านให้คุณเขียน แล้วหยุดทำอะไรเด็กๆ
พวกนี้สักทีได้ไหม*
คุณทนายผู้เป็นกำลังใจ ทำเสียงดุดันเหมือนดุเด็ก
ที่หน้าศาลพระองค์ท่านในวันนั้น ต้นเดือน พฤศจิกายน
๒๕๔๗
* คุณนี่มันชอบลองอะไรไม่เป็นเรื่อง ..คนอย่างคุณ
มาจับงานจิ๊บจ๊อยอะไรอย่างนี้ได้ยังไง..?*
อีกตามเคย ฟังมาทั้งชีวิต...ทั้งชีวิตเลย..คุณมันต้องทำ
แต่งานใหญ่ถึงจะสำเร็จ...แล้วบริวาร หุ้นส่วน พวกนั้น..
.บารมีถึงหรือเปล่า..
ฉันเถียงอยู่ในใจ..
ใช่ กี่ครั้งที่ โปรเจ็คท์มากมาย มูลค่างานนับร้อย
และ พันล้าน ผ่านมือเข้ามาที่ฉันโดยตรง เพื่อให้ฉันจัดการ
..คนข้างๆคนนั้น ไม่เคยสามารถที่จะรับมันได้สักครั้ง...
กี่ครั้งที่เพื่อน รัก โยนงานมาให้
*เอ๊ย ไอ้ทิกกี้ เอ็งมาเอาตึก SCB Park ไปแต่งทั้งตึก
ทีวะ สามสิบกว่าชั้นน่ะเอาไปที ของบุยมัน เอ็งมาเอาไปเลย
ข้าฯ ขี้เกียจทำงานเล็กๆ กำลังลุยงานใหญ่อยู่ว่ะ..*
เปล่า...โยนมา ปรึกษา ก็เงียบไป
ทุกปี ทุกโครงการ โยนมา...ไม่มีใครรับทำได้
ทุกคนเห็นเป็นเรื่องเกินตัว
คนที่ยืนกัดฟันจนขมทุกครั้งก็คือคนนี้แหละ..
เอาวะ เดินกันคนละทางไปเลยดีกว่า...
งานใหญ่นับสิบงานที่ โรยตัวเข้ามาหา ก็ โรยหายไป...
* ก็ผมไม่ทำ คุณจะเอายังไงกับผม*
ตลอดชีวิต ตลอดเวลา ที่ก้าวไปข้างหน้าไม่ได้..
เพราะถูกผูกขาไว้อย่างนั้น
.. ต่อไปนี้ฉันจะก้าวไป ทำอะไรด้วยตัวฉันเอง.....
ฉันจำได้ว่าพูดกับคุณทนายใหญ่ไปเช่นนั้น
* ไม่ได้หรอก คุณจะทิ้งคนที่บ้านคุณไปได้อย่างไร*
คุณทนายใหญ่ทำสีหน้าสีตาอบรมฉันอีก
....เราทำงานกันคนละแบบ คนละวิธี เราทำงานกันไม่ได้....
ฉันยังคงยืนกราน
* ไม่ พรุ่งนี้คุณนัดมา ผมจะ ให้เขาทำให้ได้*..คนไม่เคยรู้จัก
ศิลปินใหญ่ เอ่ยอย่างดุดัน..ฉันผิดตามเคยหรือ ?
แล้ว มันก็เหมือนเหลวไหล คุณเห็นไหม..เขาไม่อาจ
เป็นอะไรที่ดูยิ่งใหญ่ไปกว่านั้นได้หรอก..คุณทนายใหญ่...
.คุณปล่อยศิลปินเดี่ยวคนนั้นไว้ที่นั้น อย่าไป
แตะต้องเขาได้ไหม..
คราวนี้คุณรู้แล้วใช่ไหม..ที่ฉันบอกคุณว่า
งานอะไร จะสำเร็จได้ ก็ต้องตัวฉันเจรจาของฉัน .
..ส่วนเขา ก็ทำเขาไป เราต่างคนต่างอยู่กันสุดขั้วไง
เมื่อเขา ขั้วใต้ ฉันก็ต้องไป ขั้วเหนือ..
คุณเข้าใจไหม คุณทนาย...ใหญ่..?
บทกลอนนี้ ..วางไป ด้วยหัวใจที่เข้มแข็งเกินร้อยไปแล้ว..
กายฉันอาจป่วย...แต่ใจฉันไม่ได้ป่วยเลย...
คุณทนายใหญ่..คุณเข้าใจที่ฉันพูดหรือยัง
แล้ววิถีชีวิตก็ดำเนินไป..เมื่อเธอยังต้องมีงานร่วมทำกับเขาอยู่
เขิญเขาทำไปตามวิถีของเขา.
..ส่วนฉันก็ดำเนินวิถีเงียบ ตามวิถีของฉัน
คุณอย่าฉุดฉันลงเหวให้มากกว่านี้เลย ..ขอร้อง..
ฉันพึมพำในใจ...กับคนที่ไม่รู้จักโตสักที.
.คนที่สร้างปัญหาทบทวีให้ทั้งชีวิตที่ผ่านมา....
มันนานเสียจนไม่รู้จะจัดการกับเขาอย่างไร..อีกแล้ว
ตราบใดที่ยังต้องจัดการกับปัญหาร้อยแปดเฉพาะหน้า
ที่ระดมเข้ามาท้าตีท้าต่อยชีวิตอยู่อย่างนี้
จะขอบคุณพระเจ้าอีกครั้ง..ดีไหม ที่ยังให้ชีวิตฉันได้
กลับมาเขียนกลอนที่ฉันรัก ...?
บันทึกเมื่อ ๑๐:๕๐ นาฬิกา พุธ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๔๗