..ผึ้ง..

หมอกจาง


ในห้องทำงาน ผมนั่งเงียบๆกับความคิดที่วุ่นวาย..
ฮึ่มมม ฮึ่มมม เสียงบางอย่างครางขึ้นมา
แรกเลยผมคิดว่ามันเป็นเสียงของคอมพิวเตอร์ ซึ่งกำลังสั่งให้รันโปรแกรมอยู่ ซึ่งเวลาที่เครื่องร้อนมากๆมันก็จะส่งเสียงคล้ายๆแบบนี้..
สักพักเสียงนั้นก็ดังใหม่ สลับกับเสียงแปะๆๆๆๆ
เอ..หรือว่าไฟจะช๊อตในเครื่อง?
ผมเงี่ยหูเข้าไปฟังใกล้ๆก็รู้สึกเหมือนกับว่าเสียงนั้นมันไม่ได้ออกมาจากคอมพิวเตอร์
พักใหญ่..กว่าที่ผมจะค้นพบว่า เสียงนั้นเกิดจากผึ้งตัวหนึ่ง..
ห้องทำงานผมมีหน้าต่างเป็นกระจกเลื่อนขึ้นลง ธรรมดาผมจะแง้มไว้เล็กน้อยพอให้มีลมเย็นๆจากภายนอกลอดเข้ามา..
เจ้าผึ้งตัวนี้ก็คงลอดเข้ามาทางช่องนั้น
และตอนนี้..มันกำลังหาทางออก
ที่หน้าต่างกระจกมีรูปโปสเตอร์ขนาดย่อมๆที่เจ้าของห้องคนเก่าแปะไว้ ผมเห็นว่ามันน่ารักดีเลยไม่ได้แกะออก
พอผ่านแดด ผ่านเวลา รูปนั้นก็ไม่ได้แนบติดกับกระจกต่อไป มันพองเผยอออกมา มีเฉพาะส่วนที่แปะกาวสองหน้าไว้เท่านั้นที่ยังยึดกับกระจกอยู่
เสียงแปะๆที่ผมได้ยินคราวแรกและคิดว่ามีอะไรผิดปกติในคอมพ์นั้นคือเสียงที่เจ้าผึ้งตัวนั้นลอดไปลอดมาผ่านใต้โปสเตอร์ที่เผยอนั้น
ผมนั่งฟังเสียงหึ่งๆของมันอยู่พักนึง คิดว่าสักประเดี๋ยวมันคงจะหาทางออกได้ เพราะกระจกผมก็ยังแง้มไว้เหมือนเดิม มันคงค้นพบได้ไม่ช้า ว่ามันเข้ามาทางไหน
แต่ความเป็นจริงกลับไม่ใช่อย่างนั้น
มันบินขึ้น บินลง บินขึ้น บินลง ส่งเสียงหึ่งๆสลับกับแปะๆอยู่อย่างนั้น ไม่มีทีท่าว่าจะหาทางออกได้
ผมลุกขึ้นไปแง้มหน้าต่างออกให้กว้างกว่าเก่าอีกเกือบคืบแล้วมานั่งทำงานต่อ
สักพักนึงผมก็พบว่ามันยังคงหาทางออกไม่ได้
ผมลุกไปเลื่อนหน้าต่างอีกครั้ง คราวนี้เลื่อนขึ้นไปจนเลยครึ่งหน้าต่าง ช่องที่เปิดออกนั้นราวฟุตนึงได้
แต่เจ้าผึ้งตัวนั้นมันก็ยังหาทางออกไม่ได้อยู่ดี..
ผมเลยละมือจากงานแล้วนั่งดูมัน
ไม่ช้าผมก็ค้นพบว่าทำไมเจ้าผึ้งตัวนี้มันถึงหาช่องที่ผมเปิดไว้ให้ไม่พบ..
อย่างที่บอก หน้าต่างของผมเป็นกระจกใส มีกรอบเป็นอลูมิเนียม ที่กรอบด้านล่างแถบอลูมิเนียมจะถูกออกแบบให้ยื่นออกมาเพื่อความสะดวกในการยกเปิดปิด
เจ้าผึ้งตัวนี้มันพยายามที่จะออกไปด้านนอกกระจก ออกไปสู่ท้องทุ่งที่มันมองเห็น ด้วยการบินปะทะกระจก ลัดเลาะไปรอบๆครั้งแล้วครั้งเล่า เข้าแตะเข้าปะทะเพื่อทดสอบว่าตรงไหนที่มันจะลอดออกไปได้
แต่แปลกที่มันไม่เคยออกนอกกรอบอลูมิเนียม..
เมื่อมันเคลื่อนตัวมาเรื่อยๆจนลงมาถึงกรอบอลูมิเนียมด้านล่าง มันก็เลาะๆไปตามขอบจนสุดและบินขึ้นไปใหม่ วนเวียนอยู่อย่างนี้
ผมจึงเข้าใจ..ว่าทำไม ไม่ว่าผมจะเปิดหน้าต่างออกกว้างสักเท่าไร ผึ้งตัวนี้มันก็ยังหาทางออกไปไม่ได้
มันติดอยู่ในกรอบอันนั้น..
ไม่ว่ากรอบเลื่อนไปทางไหน มันก็ยังคงตามกรอบไป ไม่ว่าช่องเปิดไปสู้อิสระจะกว้างสักแค่ไหน มันก็ไม่เคยมองเห็น..
สำหรับมัน..ช่องทางไปสู่โลกภายนอกที่มองหา ปิดตายอยู่ตลอดเวลา
ผมนั่งดูและแปลกใจว่าทำไม แทนที่มันจะบินถอยหลังสักนิด เพื่อที่จะเห็นอะไรกว้างขึ้น และไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะต้องเห็นทางออกที่ผมเปิดไว้ให้
 
..แต่มันก็ไม่เคยถอยหลัง
บางที..มันมีความมุ่งมั่นมากเกินไป บางที..มันมีความพยายามมากเกินไป
ผมได้แต่ดู นึกจะเอาหนังสือไล่ให้มันบินไปทางอื่นแต่ก็กลัวว่ามันจะหันมาเล่นงานเอา
นั่งทำงานไปก็เหลือบดูไปเป็นระยะ เสียงหึ่งๆแปะๆก็ยังคงดังอยู่เป็นระยะ
บ่ายจนหัวค่ำมันก็ยังหาทางออกไม่ได้ หมดแรง..คลานต้วมเตี้ยมอยู่บนโต๊ะทำงานผม
ผมนึกสงสารมันยื่นปากกาไปให้หวังว่ามันจะไต่มาเกาะ และผมอาจจะช่วยโยนมันออกไปได้.. ถ้ามันยังมีแรงบิน
พอปากกาถูกยื่นไปใกล้ๆ มันก็พยายามที่จะไต่ปากกาขึ้นมา แต่พอขยับปากกานิดนึงก็หล่น.. คงไม่มีแรงเหลือแล้วจริงๆ
คราวนี้ผมถือปากกานิ่งๆ.. มันไต่ขึ้นจนสุดปลายปากกา แล้วขึ้นมาบนมือผม หยุดและขยับก้น..
ผมสะบัดมือทันที ด้วยกลัวมันต่อย มันกลิ้งลงไปกองบนโต๊ะทำงานอีกครั้ง..
เห็นสภาพมันแล้วก็นึกเสียใจที่ทำไป แต่มันมีเหล็กไน ยังไงเสียผมก็อดที่จะระแวงไม่ได้..
อดสงสัยตัวเองไม่ได้ ว่าเราจะวางใจเฉพาะผู้ที่ไม่มีทางทำอะไรเราได้เท่านั้นเองหรือ..
ผมพยายามกลั้นใจ ตั้งสติใหม่ เอามือยื่นไปให้เจ้าผึ้งมันไต่ขึ้นมาอีกครั้ง มันค่อยๆต้วมเตี้ยมขึ้นมาใหม่ช้าๆ
แต่พอผมเดินไปใกล้หน้าต่าง ผมก็รู้ว่ายังไงเสียผึ้งตัวนี้ก็คงออกไปข้างนอกไม่ได้แล้ว..
ลมกลางคืนข้างนอกพัดแรง แม้ว่าจะไม่พัดเข้ามาในห้องผมก็ตาม สภาพของเจ้าผึ้งตอนนี้ ถ้าผมโยนออกไป มันไม่มีทางจะต้านลมได้แน่ๆ แค่อากาศธรรมดาผมยังไม่แน่ใจเลย ว่ามันจะบินไหว
ผมปิดหน้าต่าง วางมันบนโต๊ะเหมือนเดิม แต่คราวนี้หยิบกระดาษทิชชู่มาทบ วางมันลงบนนั้น..
มันอยู่นิ่งสักพักก็หงายท้อง พอผมค่อยขยับให้มันคว่ำเหมือนเดิม มันก็คว่ำได้ ขยับปีก ขยับขาพอให้รู้ว่ายังไม่ตาย
ฟ้าข้างนอกมืดสนิทแล้ว..
นึกถึงบทกวีเล็กๆที่เคยเขียนไว้..
ดาวเอยดาวหอม..
ฉันเป็นผึ้งหวังตอมเพียงดอมดาว
ขยับปีกจนปีกร้าว
พอแรกเช้าก็หล่นลงสิ้นใจ..
เจ้าผึ้งตัวนั้นหงายท้องอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัวได้อีก
เงยหน้ามองฟ้า ลมแรง ฟ้าใส ดาวเกลื่อนฟ้ายังคงแจ่ม
หวนนึกถึงตัวเอง หวนนึกถึงดาวน้อยดวงนั้น ดวงที่ผมไม่เคยสักครั้งที่จะลดละความพยายาม ไม่คิดที่จะถอยจะถอนตัว..
อีกนานไหมนะกว่าจะเช้า..
แล้วตอนนี้..ปีกของผมร้าวไปแค่ไหนกัน..
----------------------------------------------
				
comments powered by Disqus
  • แม่มดน้อยค่ะ

    18 พฤศจิกายน 2548 11:44 น. - comment id 87284

    12.gif  อืมม์. . .
    
    
            คงไม่ต้องพูดอะไรมากแล้วกับงานชิ้นนี้ของคุณเพ่หมอก. . .
    
            ชอบนะ
    
           3.gif. . .
  • ทิกิ_tiki..unlogged_in ค่ะ

    19 ตุลาคม 2548 23:06 น. - comment id 87369

    งดงามนัก
  • กีกี้

    19 ตุลาคม 2548 21:27 น. - comment id 87378

    .. เคยตั้งคำถามถามตัวเองเหมือนกัน ..
    
    .. ระหว่าง .. ความพยายาม .. กับความดันทุรัง ..
    
    .. แตกต่างกันตรงไหน? .. 
    
    .. บางทีเหมือนตอบได้ .. บางทีก็ตอบไม่ได้ .. 46.gif
  • หมอกจาง

    20 ตุลาคม 2548 07:35 น. - comment id 87380

    กีกี้
    อืมม..ตอบไม่ได้เหมือนกัน รู้แต่ว่ามันต่างกันนะ เพียงแต่บางทีขณะที่เรากำลังทำมันอยู่น่ะเราคงยากที่จะแยกแยะ ว่าเรากำลังพยายามอยู่ หรือดันทุรังอยู่กันแน่..
    
    คุณทิกิ
    ขอบคุณมากๆครับ 1.gif
  • แมงกุ๊ดจี่

    20 ตุลาคม 2548 15:04 น. - comment id 87382

    สวัสดีค่ะ  หมอกจาง
    
    กรอบเหรอ?    มะกรูดอยู่แต่ในกรอบของสังคม    
    แต่ไม่เคยอยู่นอกกรอบของตัวเอง...
    
    หากเป็นได้อยากบินออกไปนอกกรอบนั้น
    แต่ก็ทำไม่ได้   บางสิ่งบางอย่างได้กำหนดไว้แล้ว
    ทั้งความคิดและจิตใจของตนเอง...
    
    สงสารผั้งนะคะ  ที่หลุดจากกรอบของตัวเองแล้วมาอยู่ในกรอบหน้าต่างบานนั้น  ทั้งที่จริงเค้าก็อยากจะกลับสู่กรอบของเขาเอง....
  • magic

    20 ตุลาคม 2548 16:20 น. - comment id 87387

    ฉันก็คงเป็นผึ้งตัวหนึ่ง..สินะ
    ที่บินชนกรอบ..บ่อย ๆ
    อยากออกไป..แต่ไร้หนทาง
    เพียงเพราะว่า..กรอบนั้นคือ..ใจตัวเอง
    
    ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เท่าใจเราเลย
    ควบคุมใจได้ซะอย่าง..คงดี
    เรื่องที่คิดว่ายาก..ไม่กล้าทำ..เพราะคิดว่าทำไม่ได้..
    คงทำได้เสียที.. 
    หวังใจให้เป็นอย่างนั้น..หวังจริง ๆ
  • หมอกจาง

    20 ตุลาคม 2548 19:56 น. - comment id 87392

    แมงกุดจี่
    
    ผมก็ว่าเหมือนกันแหละนะ กรอบของเรา ก็แล้วเราจะออกจากกรอบของตัวเองได้ยังไงล่ะ..ว่าไหม
    แต่ละคนก็มีกรอบของตัว เพียงแต่ว่ากรอบจะเล็กจะใหญ่ จะกว้างจะแคบแค่ไหนเท่านั้นเอง..
    
    เราอาจออกไปให้หลุดพ้นกรอบของตัวเองไม่ได้ แต่ผมว่าเราขยายกรอบของเราให้กว้างขึ้นได้นะ..1.gif
    
    ขอบคุณครับ..ที่แวะมา..36.gif
    
    ----------------------------------------
    คุณเมจิค..
    เคยฟังเรื่องผึ้งไหมครับ? ผมเคยได้ฟอร์เวิร์ดเมลมา นานมากแล้ว ถ้าไม่ขี้เกียจอ่านจะเล่าให้ฟัง 1.gif
    
    มีคนบอกว่าตามหลัก Aerodynamics หรือ อากาศพลศาสตร์เนี่ย ผึ้งมันเป็นสัตว์ที่ไม่มีทางบินได้หรอกครับ
    ตัวอ้วนกลม ปีกสองข้างก็บาง..เล็ก เรียกว่าหุ่นไม่ให้ ว่างั้นเถอะ ไม่เหมือนพวกนกหรือผีเสื้อ ที่ขนาดของปีกกับขนาดตัวสมดุลพอให้พยุงตัวเองไปในอากาศได้..
    
    ดังนั้นการบินได้ของผึ้งเนี่ย เป็นการฝืนหลัก Aerodynamics  โดยสิ้นเชิง สร้างความปวดหัวให้กับนักวิทยาศาสตร์ยิ่ง..พยายามค้นเท่าไหร่ก็ไม่ได้คำตอบ
    
    
    รู้ไหมครับ..ว่าทำไมผึ้งมันถึงบินได้..
    .
    .
    .
    .
    ...เพราะผึ้งมันไม่เคยเรียน Aerodynamics ครับ 1.gif
    
    ขอบคุณครับ ที่แวะมาทัก 59.gif36.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน