2 พฤศจิกายน 2550 20:40 น.

ฉันกับสุนัข

ใยไหม

เมื่อหลายปีก่อนฉันพบเจอสุนัขตัวนึง  ผอมโซ  โดดเดี่ยว  เหงาหงอย  หากินเศษอาหารอยู่ที่โรงอาหาร
ในโรงเรียนที่มัธยมฉันเรียนอยู่   ฉันจึงเก็บมันมาเลี้ยงและให้ชื่อมันว่า  เจ้าหมอก  ซื้ออาหารอย่างดีที่สุดที่ฉันพอจะหาได้ให้มันกิน  หาที่นอนนุ่มๆให้มันนอน  หาผ้าห่มอุ่นๆให้มันเวลาที่อากาศหนาว  หวังเพียงว่าจะมีมันคอยเป็นเพื่อนในวันที่ฉันเหงา...  

และในวันที่ฉันเหงาทุกครั้ง  ฉันจะมีมันอยู่ข้างๆเสมอ  มันจะคอยมาคลอเคลียอยู่ใกล้ๆทุกครั้ง
ไม่ว่าฉันจะเจ็บ  ฉันจะปวดสักเพียงไหน  มันจะเข้ามาคลอเคลียไม่ห่าง  ....อบอุ่นที่สุดเมื่อมีมัน
แม้จะพบเจออะไรที่ทำเจ็บช้ำขนาดไหน  มันไม่เคยทิ้งฉัน ...ฉันมักจะพามันไปไหนมาไหนด้วยเสมอ
จนมันกลายเป็นที่รักของใครต่อใคร  และเป็นที่หมายตาของใครๆต่อใคร  เพราะในขณะนี้มันเป็นสุนัขที่แสนสวย  แสนรู้  มันน่ารัก....

จนเวลาผ่านไป  ฉันได้รู้จักกับเศรษฐีนีคนหนึ่ง  เธอเหงาเหมือนฉัน  เธอมีบ้านหลังใหญ่ซึ่งเสมือนดั่งคฤหาสน์ซึ่งอยู่ข้างบ้าน  เธออยู่คนเดียว  อย่างเงียบเชียบ  เพราะเธอไม่มีใคร  ...เธอเหงา...
เธอชอบ  เจ้าหมอก  เพราะนิสัยที่น่ารัก  และความแสนรู้ของมัน  และเธอมักจะมาชวนฉันไปนอนยังคฤหาสน์ของเธออยู่เสมอๆ  เธอมักจะเล่าเรื่องราวส่วนตัวของเธอ  รวมทั้งการสูญเสียของเธอ
การสูญเสียคนที่เธอรัก..  เธอเหงา  ชีวิตเธอโดดเดี่ยว...

ยิ่งนานวัน  เจ้าหมอก  และเศรษฐีนีคนนั้นก็สนิทสนมกันมากขึ้น  
เธอจะมาขอฉันเพื่อจะพาเจ้าหมอกไปนอนเป็นเพื่อนเสมอ  

ฉันตกลงทั้งที่ฉันจะกลับกลายเป็นฝ่ายเหงาเสียทับทวี  เพราะรวมไว้ซึ่งความห่วงหาที่มาทับถม  
แต่ไม่เป็นไรเธอย่อมเหงากว่าฉัน  ทุกๆอย่างดำเนินเช่นนี้อยู่เสมอ  
จนฉันเองเริ่มจะชาชินกับการที่ต้องอยู่คนเดียว  เหงาๆเช่นเดิม  ฉันจึงมักจะไม่ได้สนใจมันเท่าที่ควรในวันที่มันกลับมาอยู่กับฉัน  หน้ามันเริ่มหมอง  ความเหงาของมันเพิ่มมากขึ้น  มันเริ่มนอนขดตัวอยู่เพียงลำพังบนที่นอนของมัน  มันไม่ได้มาคลอเคลียฉันดังเดิม  ....  ไม่เป็นไรฉันชาชิน

จนวันหนึ่งมันอารมณ์เสียใส่ฉัน  มันกระโจนเข้ามากัดฉันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย  แล้วสุดท้ายมันก็หนีไปนอนยังคฤหาสน์ของเศรษฐีนี  ส่วนฉันก็ไม่ตามหามัน  เพราะอารมณ์ที่ขุ่นเคือง  ฉันไม่พอใจในสิ่งที่มันทำกับฉัน  

....ฉันไม่ตามมันกลับมา....

มันพอใจกับอาหารราคาแพง  ที่นอนที่อบอุ่น  ฟูกอันอ่อนนุ่ม  ฯลฯ  
ฉันมองเห็นความสุขของมันอย่าเงียบๆทุกๆวัน   ....  แต่ฉันไม่ตามมันกลับมา  ฉันยังคงทิฐิ...

จนวันหนึ่ง  สุนัขตัวใหญ่ชื่อ  ฮีโร่  ก้าวเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์  
เจ้าหมอก  เริ่มได้รับความใส่ใจดูแลที่น้อยลง  มันถูกทิ้งให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว
มันเริ่มตะหนักถึงความอ้างว้าง  จนทำให้มันรับรู้ว่า..สิ่งนี้ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงของมัน...
มันต้องคอยดูแล  ชีวิตหนึ่งที่ต้องการมัน  เธอคนนั้นย่อมอ้างว้างเมื่อไม่มีมัน  เธอคนนั้นคงไม่มีความสุข  เธอคนนั้นคงเหงา  ฯลฯ

มันจึงกลับไปยังที่ๆมันจากมา  ....

ในขณะเดียวกัน  ...
ฉันเหงา  และรอคอยเพียงมันกลับมาเช่นเดิม  น้ำตาฉันหลั่งไหล  ฉันปวดร้าวเมื่อไม่มีมันอยู่เคียงข้าง
ความเจ็บปวดย่อมกลับมาแทนที่  ความอบอุ่นทีฉันเคยได้รับ  จนสุดท้ายฉันเริ่มคิดที่จะออกตามหามัน
แต่ท้ายสุด  เมื่อฉันเปิดประตูบ้าน  เจ้าหมอก  กลับมายืนอยู่ตรงหน้า....

เราต่างก้าวเข้ามาซบในอ้อมกอดซึ่งกันและกัน  น้ำตาหลั่งไหลนองหน้า   ฉันโอบกอดอย่างกระชับแน่น  ราวกับว่าได้ของมีค่าสิ่งหนึ่งกลับมา  เจ้าหมอก เองก็เลียแก้ม  และน้ำตาของฉัน  
เพื่อแสดงให้เห็นว่า  มันไม่ได้ห่วงหาฉันน้อยไปกว่าที่ฉันห่วงหามันเลย...
และฉันก็ได้เรียนรู้ว่า  สิ่งใดมีค่ากับฉันที่สุดคือความรัก  ความห่วงหา  ในตัวของมันนั่นเอง ...

และฉันสัญญากับตัวเองว่า  ฉันจะไม่ยอมให้มันจากไปไหนด้วยความที่ไม่เข้าใจกันอีกแล้ว

...ฉันสัญญา...

แล้วคุณล่ะ?  ได้เรียนรู้  และรับรู้รึยังว่าสิ่งใดมีค่ากับคุณที่สุด ?....  
แล้วคุณจะปล่อยให้ความรัก  ความห่วงหาของคุณจากคุณไป  
โดยที่ไม่ตามหามันกลับมาเชียวเหรอ  ...?				
28 สิงหาคม 2547 00:01 น.

เมื่อครั้งยังเยาว์

ใยไหม

ตั้งแต่เริ่มจำความได้  ชีวิตฉันได้พบกับความสนุกสนานมาตลอด   การเดินเล่นบนเทือกเขามหาชัยในวันหยุด  เสาร์-อาทิตย์  นั่นช่างเป็นความรู้สึกที่ดีเหลือเกิน  เสียง  ลิงร้องอยู่บนต้นไม้  เสียงค่าง  ชะนี   และนกชนิดต่างๆที่หาฟังได้ยาก  แต่ฉันมักจะได้ยินอยู่เสมอๆ  แม้บริเวณบ้านพักที่อยู่ติดกับเขามหาชัยก็จะมีกระรอก  กระแต  นก  ฯลฯ  ที่วนเวียนมาเพื่อเกาะกินต้นหว้าอยู่หน้าบ้าน  

หากวันดีคืนดีก็จะมีงูเห่าตัวเขื่องๆเลื้อยออกผ่านใต้ถุนบ้าน  จำได้ว่ามันมาด้วยกันสามตัว  ที่แรกจะมีงูเง่าตัวเล็กๆเลื้อยออกมาก่อน  สักพักก็จะมีงูขนาดกลางเลื้อยตามมา  แล้วตบท้ายด้วยงูเห่าตัวดำๆ   โตๆ  ฉันเพ่งมองลงมาจากระเบียงหน้าบ้านเพื่อสังเกตพฤติกรรมของมัน    และรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอนพ่อ  ซึ่งเก็บปืนยาวของเพื่อนๆเอาไว้    แล้วหยิบปืนยาวเก่าๆออกมา   ฉันเล็งไปยังงูตัวใหญ่  ระหว่างนั้นคำถามต่างๆก็เริ่มพร่างพรูออกมา   หากฉันลั่นไกไปแล้วฉันทำเพราะอะไร?  แล้วประโยชน์ที่ตามมาคืออะไร?  นอกจากการคร่าชีวิตหนึ่งไป  เขาทำร้ายเรารึก็เปล่า   เขาเลื้อยอยู่ในวิถีของเขา  เพียงแต่ว่ามันมาอยู่ในสายตาเหล่ามนุษย์การเข่นฆ่าเลยตามมา   หากฉันสงบเหตุการณ์ร้ายคงไม่เกิดขึ้น   ...

ฉันลดปืนลง  แล้วสังเกตพฤติกรรมของพวกมันต่อไป  จนมันเลื้อยลับตาไปยังป่าบริเวณหน้าบ้าน  ฉันนั่งลงเพื่อเฝ้ารอบอกทุกคนที่เดินผ่านหน้าบ้านว่าให้ระวังงูเห่า   แต่ดูเสมือนว่าไม่มีวี่แววของพวกมันอีกเลย...  ทุกอย่างยังคงดำเนินไปอย่างเช่นทุกวัน     นกร้อง  ลิงค่าง  บ่าง  ชะนี  ยังคงส่งเสียง  หมู่กระรอกและนกน้อยๆยังคงมาเกาะต้นหว้าหน้าบ้านเพื่อมาเกาะกินลูกหว้า  ธรรมชาติแห่งป่าเขายังรายรอบอยู่เช่นเดิม...

..................................................

อากาศตอนเช้าเวลา  ๐๕.๐๐   น.   ช่างหนาวเหลือเกิน  ไอน้ำจะออกจากปากเมื่อเวลาอ้าปากพ่นลมหายใจออกมา  ฉันต้องตื่นเวลานี้เพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียนซึ่งอยู่ในตัวเมือง   ฉันมีพี่น้องสามคนซึ่งต่างมีวัยไล่เลี่ยกัน  และต้องไปโรงเรียนในเวลาเดียวกัน....   ส่วนน้องสาวคนเล็กซึ่งอายุยังน้อยไม่ถึงเกณฑ์เข้าโรงเรียนต้องอยู่กับพี่เลี้ยงที่บ้าน     พ่อจะทำหน้าที่ปลุกเมื่อเวลาเช้า  แม่จะทำอาหารเช้าไว้ให้ลูกๆ  พร้อมทั้งทำอาหารเพื่อใส่กล่องข้าวไปให้ทานในมื้อเที่ยง  แต่ฉันและพี่  น้องต่างไม่ทานอาหารเช้าเนื่องจาก  ไม่หิว   การไม่ทานอาหารเช้าจึงเหมือนเรื่องปกติของพวกเรา...

แต่พอถึงเวลาพักกลางวันฉันจึงต้องวิ่งตาลีตาเหลือกทุกที่สิน่า  มันหิวนี่น่า ! ข้าวห่อของแม่ช่วยประทังความหิวได้ดีชะมัด  หลังเลิกเรียนเวลาสี่โมง   ก่อนที่รถประจำจะมารับที่หน้าโรงเรียนต้องหยุดเพื่อทานขนม  ในวัดจะมีขนมจีน  ข้าวยำ  และก็ก๋วยเตี๋ยวจานละบาทสำหรับนักเรียน  ฉันจะเลือกกินขนมจีนเพราะ?ผักเยอะ  อิอิอิ  ทั้งผักลวก   ผักดอง  และผักที่กินกับขนมจีนอีกเพียบ...  1  บาทที่มีเหลืออยู่ในกำมือต้องให้คุ้มค่าที่สุด  และอิ่มที่สุด  เพราะรถต้องหยุดรอรับเพื่อนนักเรียนต่างโรงเรียนนานอักโขทีเดียว

เกลือบหกโมงเย็นกว่าจะกลับถึงที่หน้าสำนักงานอธิการ  พ่อมักจะมารอรับอยู่ที่รถ  หากพ่อมาฉันก็ไม่ต้องเดินกลับบ้านเองเพราะพ่อมักจะขับมอร์เตอร์ไซด์มา  หากวันไหนพ่อไม่ได้มารับฉันต้องเดินกลับบ้านเอง  แต่ระหว่างทางเดินกลับบ้านมักจะสนุกด้วยมักจะผ่านสนามสำหรับเล่นกีฬา  หากวันไหนกลับค่ำหน่อย  เพื่อนๆที่อยู่ละแวกนั่นก็จะมารวมตัวเพื่อเล่นกีฬา  กระโดดยางมักเป็นกีฬาที่เด็กๆแถวนั้นนิยมเล่นกัน  ฉันอดที่จะกระโดดข้ามไปไม่ได้  จึงไม่แปลกเลยเมื่อกลับถึงบ้านความหิวจึงเข้ามาจู่โจมกระเพาะน้อยๆอีกครั้ง  เมื่อถึงบ้านอย่างแรกที่ฉันถลาเข้าไปหานั่นคือ  ตู้กับข้าว   หากมีอะไรกินฉันก็จะกินประทังความหิว   แล้วออกไปเล่นกีฬากับเพื่อนที่สนาม  หากค่ำก็เล่นแบตฯอยู่กับบ้าน...

เมื่อเวลาอาหารค่ำก็มาถึง  ซึ่งเป็นเวลาที่ฉันพอใจมากที่สุด  ด้วยมักจะมีแกงเลียงผักรวม  และปลาทูทอดเป็นอาหารหลัก  ฉันมักจะเลือกกินแต่ผัก  ขอผักล้นจานเป็นพอ  อิอิอิ  เมื่อข้าวและผักหมดจานก็ใกล้เวลาดูโทรทัศน์  ดูละครหลังข่าวเสร็จแล้วพ่อก็ต้อนบรรดาลูกๆเข้านอน  แล้วรุ่งเช้า...ทุกอย่างก็วนเวียนอยู่เช่นนี้เสมอๆ 				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟใยไหม
Lovings  ใยไหม เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟใยไหม
Lovings  ใยไหม เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟใยไหม
Lovings  ใยไหม เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงใยไหม