นกขมิ้น

เชษฐภัทร วิสัยจร

เหมือนเอามีดกรีดอกนกขมิ้น
เจ้าพลัดถิ่นหลงทางกลางเมืองหลวง
หน้าละห้อยคอยเพียงหวังเสี่ยงดวง
โดนโลกลวงหลอนหลอกช้ำชอกใจ
ติดรักโลภโกรธหลงดงคอนกรีต
แสนเจ็บแสบหน้าซีดโดนรีดไถ
เพราะปีกเปื้อนความฝันซ้อนควันไฟ
เป็นทาสเล่ห์ ศิวิไลซ์ ในเมืองกาม
ละทิ้งถิ่นท้องนาแนวป่าเขา
จึงต้องเศร้าอับจนคนเหยียดหยาม
ติดหนี้สินรุงรังสังคมทราม
ทุนนิยมคือนิยามตามราวี
นกขมิ้นเหลืองอ่อนจะนอนไหน
กลับหลงลืมท้องไร่ไร้ศักดิ์ศรี
ทิ้งรากเหง้าโง่งมจมราคี
จึงเป็นหนี้ทุกข์ทนคนระอา
ดอกเอ๋ย...เจ้าดอกขจร
นกขมิ้นเหลืองอ่อนร่อนถลา
จะมีใครชี้นำซับน้ำตา
รอคอยเพียงคำว่า เอื้ออาทร				
comments powered by Disqus
  • พุด

    22 กุมภาพันธ์ 2548 12:31 น. - comment id 429307

    แทนความศรัทธาชื่นชม..และแสนรักคิดถึง
    ด้วยดวงใจโศกราวโลกรานในนาทีนี้ค่ะคนดี
    
    http://thaipoem.com/web/songshow.php?id=3238
    ดิอิมพอสซิเบิ้ล : : Key F  
    ค่ำ คืน
    ฉันยืนอยู่เดียวดาย
    เหลียวมองรอบกาย
    มิวายจะหวาดกลัว
    มอง นภามืดมัว สลัวเย็นย่ำ
    ค่ำคืน เอ๋ย ฮืม
    ยามนภาคล้ำไป ใกล้ค่ำ
    ยินเสียงร่ำ คำบอก
    เจ้าช่อไม้ดอก เอ๋ย
    เจ้าดอก ขจร
    นก ขมิ้น เหลืองอ่อน
    ค่ำแล้ว จะนอน ไหน เอย
    เอ๋ย เล่า นก เอย
    อก ฉัน ทุกวันเฝ้าอาวรณ์
    เหมือนคนพเนจร
    ฉันนอนไม่หลับเลย
    หนาว พระพายพัดเชย
    อกเอ๋ยหนาวสั่น สุดบั่น ทอน
    ฮืม
    ยามนี้เราหลงทาง กลางค่ำ
    ยินเสียงร่ำ คำบอก
    เจ้าช่อไม้ดอก เอ๋ย
    เจ้าดอก ขจร
    ฉันร่อนเร่ พเนจร
    ไม่รู้จะนอน ไหน เอย
    เอ๋ย โอ้ หัวอก เอย
    
    บ้าน ใด
    หรือใครจะเอ็นดู
    รับรอง อุ้มชู เลี้ยงดูให้หลับนอน
    นก ขมิ้น เหลืองอ่อน
    ค่ำไหน นอนนั่น
    อกฉัน หมอง ฮืม
    ทนระกำช้ำใจ ยามค่ำ
    ยินเสียงร่ำ น้ำตก
    โอ้หัวอก เอ๋ย
    โอ้อก อาวรณ์ ฉันไร้คู่ ร่วมคอน
    ต้องฝืน นอน หนาว เอย
    เอ๋ย โอ้ หัวอก เอย
    เมื่อ มอง
    หมายปองก็แลเห็น
    หวิวในใจเต้น
    เหมือนเป็นเพียงแต่มอง
    เหมือน พบรัง จะครอง
    แต่หมองเกรงที่
    หวั่นจะมีเจ้าของ
    ฮืม
    ฟังสำเนียงเสียงเพลง
    ครวญคร่ำ ใครหนอร่ำ คำบอก
    เจ้าช่อไม้ดอก เอ๋ย
    เจ้าดอก ขจร
    นก ขมิ้น เหลืองอ่อน
    ค่ำนี้ จะนอน ไหน เอย
    เอ๋ย นอน ที่นี่ เอย...
    
     
      
    
  • พุด

    22 กุมภาพันธ์ 2548 12:38 น. - comment id 429316

    บทกวีนิพนธ์
    *หน้าต่าง* ร้อยรจนาโดยกวีแก้วคุณเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์กวีซีไรท์2547ค่ะ
    
    
    นี่คือโลกสีเทาของเช้าหนึ่ง              
    นกของความคำนึงบินถึงไหน
    บินไปสู่ภูเขาลำเนาไม้                       
    แลเห็นอยู่ไกลไกลสีไอน้ำ
    
    โลกยามเช้าลำเลียงเสียงลมเช้า         
    พลิ้วระลอกหยอกเย้าทุกก้าวย่ำ
    ผ่านทุ่งนาป่าไร่ไหวลำนำ                  
    มาอบร่ำเริงร้องห้องแสงตะวัน
    
    หรือในเธอเผลอหลับกับที่นอน       
    สมุดจดบทกลอนยังฟ้อนฝัน
    ยังค้างฟ้ารอคอยรูปรอยจันทร์           
    หรือตื่นตาแล้วนั่นพลันปล่อยนก
    
    นกของความคำนึงบินถึงไหน            
    บินมิถึงซึ่งใดกลับไหวตก
    บินมิถึงครี่งใจกลับไหววก                 
    กลับมาสู่ห้องรกเรือนร้าง
    
    มาสู่ห้องหมองไหม้ไร้ชีวิต                  
    บานหน้าต่างปิดมิดทุกทิศข้าง
    ลมเฝ้าเคาะจากไปอย่างไหวว้าง         
    แดดเฝ้าคอยจนจางกระทั่งพลบ
    
    นกของความคำนึงบินถึงไหน          
    ทุกแดนถิ่นบินไปไม่รู้จบ
    ฝ่าลมแรงโบยเร้าเงาแดดลบ           
    ผ่านคืนงามสงบพบรุ่งเช้า
    
    นกดวงตาผู้ท่องมองลงมอง               
    จากโพ้นฟากฟ้ามาคอยเฝ้า
    จับในบานหน้าต่างระหว่างเรา         
    ระหว่างเยาว์ระหว่างย่านของบ้านเรือน
    
    และเฝ้ามองผองใครในทุ่งข้าว          
    เริ่มเก็บเกี่ยวเกรียวกราวละคราวเคลื่อน
    ใครขานกู่สู่เช้ามาเหย้าเยือน           
    โลกดูเหมือนเคลื่อนคล้อยเพียงน้อยนิด
    
    ฉันย่างก้าวเบาบางพลางตามต้อย      
    ขณะเธอกรองร้อยประดอยประดิด
    ให้มิห่างเกินไปมิใกล้ชิด                  
    ให้เธอได้นึกคิดแม้นิดน้อย
    
    กว่าจะรู้ว่าฉันนั้นตามมา                   
    ฉันแสร้งยิ้มมารยาตาละห้อย
    ในโมงยามข้ามคืนผู้ตื่นคอย              
    พ่อยอมปล่อยฉันลูกคู่ช่วยกู้ปลา
    
    เช่นกับเธอสิ้นสุดหยุดบันทึก             
    อิ่มอยู่ในรู้สึกอันโหยหา
    แม่เรียกขานเธอเต็มใจไม่รอช้า        
    งานบ้านเคยธรรมดากลับล้ำลึก
    
    ฉันเสาะหารอยยิ้มริมหน้าต่าง            
    ในทุกทุกเส้นทางอย่างรู้สึก
    นกข้าในชีวิตความคิดนึก                  
    ได้กู่ก้องร้องกึกลึกและไกล
    
    เห็นฉันไหมในกรอบขอบหน้าต่าง      
    สองแขนกางต่างปีกกระพือไหว
    มิต้องคอยต้อยตามคอยห้ามใจ            
    ต่อทุ่งเช้าเยาว์วัยบินไปแล้ว
    
    *********
    
  • พุด

    22 กุมภาพันธ์ 2548 13:08 น. - comment id 429328

    อมตะเรื่องรักของพี่พุดค่ะ
    ฝากพลีด้วยใจรักแสนรักเป็นยิ่งนักแล้วค่ะคนดี
    
    http://thaipoem.com/web/poemdata/poemdata_39231.php
    http://thaipoem.com/web/poemdata/poemdata_41310.php
  • แก้วนีดา ไม่ได้ล๊อกอินค่ะ..

    22 กุมภาพันธ์ 2548 13:31 น. - comment id 429335

    เจ้านกขมิ้นเหลืองอ่อนเอย
    ค่ำนี้เจ้าจะนอนที่ไหนนั้น
    จะนอนไหนนอนได้กระไรกัน
    ด้วยเจ้านั้นเป็นนกวิหกจร
    
    ค่ำคืนนี้เจ้าจะอาศัยรังไหน
    หรือว่าตามแต่ใจเจ้าจะคิดจร
    ด้วยปีกที่ยังอ่อนร่อนถลาลอน
    ฉันจึงต้องมาห่วงอาทร นกขมิ้นเหลืออ่อนเอย.
    
    มาชื่นชมการเขียนที่แฝงด้วยการติติงสังคมของคนที่มาหลงราตรีในเมืองหลวงด้วยคนนะค่ะ.......ชั่งเขีนยได้ไพเพราะน่าชมจริงๆค่ะ.
    
    
  • ดาหลา & ปะการัง

    22 กุมภาพันธ์ 2548 13:44 น. - comment id 429344

    งานสวยจังค่ะ 
    
    
    อิจฉา มาก ........
  • ภาวิ

    22 กุมภาพันธ์ 2548 13:58 น. - comment id 429366

    ชอบค่ะ นกขมิ้น เป็นสัญลักษณ์ ที่สื่อ ได้ดีทีเดียว
  • หนอนสายตายาว

    22 กุมภาพันธ์ 2548 14:10 น. - comment id 429383

    กลอนเพราะจัง สัมผัสสวยงามถูกต้องนะจ๊ะ ขอชื่นชมด้วยคน
    
    ดอกเอ๋ย....เจ้าดอกขจร
    คืนนี้ร่อนลงหลบคาคบไหน
    อกขมิ้นชินชาว้าเหว่ใจ
    หรือมีใครเมตตามากล่อมรัง
  • กุ้งหนามแดง

    22 กุมภาพันธ์ 2548 15:07 น. - comment id 429427

    นกขมิ้นในเมืองหลวง
    กับนกในกรง...อันไหนมันน่าเศร้ากว่ากันหนอ..
    
    ..
  • ลอยไปในสายลม

    22 กุมภาพันธ์ 2548 16:13 น. - comment id 429443

    แวะมาอ่านค่ะ
    อิ อิ
    เพราะดีค่ะ..
  • ขุนหลวง

    22 กุมภาพันธ์ 2548 17:42 น. - comment id 429528

    ไม่รู้สิไม่มีอะไรจะบรรยาย  จ้า
  • extreme life

    22 กุมภาพันธ์ 2548 21:14 น. - comment id 429577

    มาเกาะต้นมาม่วงบ้านผมสิครับ
    อนุญาตครับ
  • แม่จิตร

    22 กุมภาพันธ์ 2548 22:27 น. - comment id 429628

    นกขมิ้น ต้องไปหารัฐบาลนะ 
    เพราะว่า มีโครงการเอื้ออาทร ไง
  • )))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**(((

    23 กุมภาพันธ์ 2548 07:03 น. - comment id 429759

    คงลืมรังไปแระ
    
    
  • ศรีวิจิตรา

    23 กุมภาพันธ์ 2548 08:45 น. - comment id 429800

    สวสดีค่ะ ทุกท่าน  ได้เข้ามอ่านกลอนของคุณ เชษฐภัทร แล้วยังได้อ่าน กลอนของคุณ พุด   ไพเราะมากทีเดียวค่ะ ทั้งสองท่าน ชื่นชมด้วยความจริงใจ  และขอนับถือเป็นนักกลอนรุ่นพี่ ที่น่าเป็นแบบอย่างค่ะ 
    
    นับถือ
    ศรีวิจิตรา
    
    
    

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>