28 ตุลาคม 2549 04:09 น.

คนที่คิดถึง...

นครา ประไพพงศ์

........แรกพบกันใหม่ใหม่ ไม่เห็นหน้า
สื่อภาษา ทายทักอย่างนักเขียน
กระเซ้าแหย่ ทุกครา มาแวะเวียน
จนจวนเจียน บาดหมาง ในบางครา

........แต่ด้วยใจเปิดกว้างอย่างผู้ใหญ่
หยอกเย้าแรงก็อภัยไม่ถือสา
แต่หากทำให้โกรธ...โปรดเมตตา
นครา แค่ล้อเล่นเป็นพิธี

........คือหนึ่งคนผู้ให้ไมตรีจิต
คือหนึ่งมิตร ซึ่งประจักษ์เป็นสักขี
ความในใจ ซ่อนไว้ ในท่าที
รู้สึกดีเพียงถ้อยคำสื่อสำเนียง

........รู้ตัวและรู้ว่าฐานะไหน
และปรามตนอย่าเอาใจเข้าไปเสี่ยง
แม้นไร้สิทธิ์ครองอยู่ เป็นคู่เคียง
ก็ขอเพียงแค่สิทธิ์...คิดถึงคุณ				
27 ตุลาคม 2549 23:58 น.

คำสั่งแม่

นครา ประไพพงศ์

 คำสั่งแม่
                       (เขียนโดย....วรรณลงกฏ)
นายพรานป่าล่าสัตว์ต้อมลัดเลียบ
ยองเงียบเชียบเห็นสาขาพฤกษาไหว
พบนางค่างนั่งนิ่งบนกิ่งไพร
สับปืนใส่เสียงสะท้านเจาะก้านคอ

ค่างไม่ตายบ่ายปีนมือตีนเหนียว
เกาะกุมเกี่ยวเลือดหยาดย้อยสาดสอ
ลูกแนบอกตกใจกลัวนั่งตัวงอ
ตะแคงคอหมอบร่างกลางสุมทุม

หักใบไม้ป่ายรูดเอาอุดแผล
ตาห่วงแลลูกน้อยค่อยโอบอุ้ม
สุดเจ็บแสบแปลบเสียวทนเหนี่ยวกุม
เลือดหลั่งชุ่มลูกน้อยย้อยเข้าตา

ลูกค่างเจ็บแสบร้องพรานมองเห็น
สุดหนีเร้นซ่อนร่างบังพฤกษา
ฝ่ายพรานไพรใจร้ายหมายชีวา
ยิงแสกหน้าม้วนตกแอ่นอกตาย

ลูกน้อยรอดกอดกกบนอกแม่
แม่มันแลก่อนดับจิตคิดใจหาย
เหมือนจะสั่งฝั่งฝากปากแย้มพราย
ว่า  ฉันตายฝากลูกน้อยหน่อยนะพราน 

บทกลอน คำสั่งแม่ ของ วรรณลงกฏ ซึ่งเป็นบทกลอนที่ชนะการประกวดทั่วประเทศ 
และเป็นที่กล่าวขวัญถึงมากที่สุดสำนวนหนึ่ง 
นำมากจากสารนครศรีธรรมราช ประจำเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๓				
25 ตุลาคม 2549 01:36 น.

จรรยาบรรณครู

นครา ประไพพงศ์

........ครูต้องรักเมตตาศิษย์คิดโอบเอื้อ
มุ่งช่วยเหลือส่งเสริมให้ได้ศึกษา
เอาใจใส่เสริมสร้างทางปัญญา
ทั่วถ้วนหน้าฝังปลูกลูกศิษย์ตน

.......ครูต้องมีหัวใจใสพิสุทธิ์
เร่งรีบรุดสั่งสอนศิษย์คิดฝึกฝน
สอนสิ่งถูกสิ่งงามความเป็นคน
เพื่อศิษย์ล้นความรู้ดีมีคุณธรรม

.......ครูต้องเป็นแบบอย่างทางเหมาะสม
ศิษย์ชื่นชมตามครูได้ไม่ถลำ
งามพร้อมกายวาจาใจให้จดจำ
พฤติกรรมงามสง่าสมค่าครู

.......ครูต้องไม่ทำให้ศิษย์คิดท้อถอย
และไม่คอยทำร้ายให้อดสู
รักศิษย์ดั่งลูกน้อยคอยเอ็นดู
ไม่ลบหลู่ความเป็นศิษย์ให้ผิดไป

.......ครูต้องไม่แสวงหาอามิสสิน
การหากินกับลูกศิษย์ผิดวิสัย
ทำหน้าที่ด้วยตัวและหัวใจ
ต้องพร้อมให้ตามครรลองต้องศรัทธา

.......ครูต้องหมั่นพัฒนาวิชาชีพ
ใช่เล็กลีบอยู่ไปอย่างไร้ค่า
บุคลิก วิสัยทัศน์ต้องพัฒนา
ทั้งวิชา เรื่องทั้งผอง ต้องตามทัน

.......ครูต้องรักศรัทธาในหน้าที่
และต้องมีความภูมิใจไม่แปรผัน
รักองค์กรสร้างสิ่งดีที่ผูกพัน
ทั้งมุ่งมั่นเชิดชูอยู่ทุกครา

.......ครูต้องมีน้ำใจไมตรีจิต
สู่มวลมิตรเพื่อนครูรู้ห่วงหา
ทั้งสังคมรอบข้างอย่าร้างลา
สร้างคุณค่าสู่ชุมชนจนก้าวไกล

-------ครูต้องรักษ์วัฒนธรรมนำสืบสาน
ทั้งเชี่ยวชาญภูมิปัญญาน่าเลื่อมใส
ประพฤติตนเป็นผู้นำสำนึกไทย
ภาคภูมิใจความเป็นครูอยู่นิรันดร์				
21 ตุลาคม 2549 03:00 น.

สำนึกตน

นครา ประไพพงศ์

........อันสตรีที่งามด้วยความรู้
เป็นที่ชูโฉมเชิดเลิศเฉลา
แต่อย่าเพียรเรียนเล่นพอเป็นเรา
ต้องเรียนเอารู้ดีจึงมีคุณ

..........พ่อแม่ส่งลูกให้ได้ศึกษา
เติมเต็มตนจนเต็มค่าพาเกื้อหนุน
เงินค่าเทอมเร่งหาพาเจือจุน
ไว้เป็นทุนส่งให้ลูกได้เรียน

..........แรกเริ่มเรียนพร้อมเปิดรับกับสิ่งใหม่
พอนานไปเริ่มเกียจคร้านเบื่ออ่านเขียน
แล้วสุดท้ายความหวังดั่งแสงเทียน
มาผิดเพี้ยนหลงสิ่งทรามตามเพื่อนเลว

...........จากสาวน้อยเคยสดใสไร้เดียงสา
เมืองมายาหลอนหลอกให้ไปลงเหว
ค่าสตรีมอดไหม้กับไฟเปลว
อนาคตแหลกเหลว...แล้ววันนี้

...........เมื่อเธอทิ้งตำราร่านหาคู่
ไร้ความรู้เอือมระอาน่าบัดสี
ยิ่งเรียนยิ่งโง่งมจมราคี
สิ้นคุณค่ากุลสตรีที่สำคัญ

...........เธอเป็นลูกผู้หญิงต้องหยิ่งศักดิ์
ต้องรู้จักเตือนตนพ้นโศกศัลย์
อย่าละทิ้งการศึกษาค่าอนันต์
แล้วเธอนั้นจะภูมิใจในตัวตน

...........รู้สงวนสิ่งซึ่งพึงสงวน
คิดถี่ถ้วน รู้ชั่ว-ดี มีเหตุผล
มีเรือนสามน้ำสี่ที่น่ายล
มีศรัทธาค่าคนล้นปัญญา

...........รู้รักศักดิ์รักศรีสตรีเพศ
รู้ขอบเขต ที่ควร ล้วนล้ำค่า
มีสติเตือนใจในทุกครา
อย่าปล่อยตามตัณหาตามอารมย์

...........เมื่อวัยเรียนก็เร่งเรียนเพียรใฝ่รู้
ดำรงอยู่ในทางดีที่เหมาะสม
อย่าลุ่มเหลิงความเกรอะกรังของสังคม
รู้ยกตนพ้นตมอาจมใจ

..........สำนึกตนสำนึกค่าอนาคต
ผิดละลด เร่งต่อเติมเริ่มก้าวใหม่
เชิดชูค่าศักดิ์ศรีสตรีไทย
แล้วก้าวไปอย่างสมค่าปัญญาชน....				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟนครา ประไพพงศ์
Lovings  นครา ประไพพงศ์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟนครา ประไพพงศ์
Lovings  นครา ประไพพงศ์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟนครา ประไพพงศ์
Lovings  นครา ประไพพงศ์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงนครา ประไพพงศ์
>