25 กุมภาพันธ์ 2558 07:37 น.

“กำลังใจแม่ค้า”

บนข.


เป็นแม่ค้าอาชีพเร่งรีบเร้า                 

ตื่นแต่เช้าเร็วรี่ขมีขมัน

ตัวเป็นเกลียวอนิจจาหน้าเป็นมัน       

คนขยันคนอื่นนั้นยังนอนกรน

 

เตรียมของแล้วมุ่งมาดตลาดเช้า          ขืนซึมเซาตลาดสายมลายผล จัดของวางเรียงรายหญิงชายยล         แทบถนนคนสู่ดูวุ่นวาย

 

มีสิ่งของไว้ขายหญิงชายหนุน            พอคืนทุนกำไรไม่หดหาย มีกำไรต่อทุนพออุ่นกาย                   ไม่อดตายรายรอบถึงครอบครัว

 

ตั้งแต่เช้ายันสายยันบ่ายคล้อย           เหงื่อหยดย้อยแดดฝนต้องทนทั่ว ร้อนก็ทนฝนก็ทานบ้านก็ตัว             ไม่ยวนยั่วชำนาญการมายา

 

ก็เกิดเป็นแม่ค้าค่ะค้าขาย                  เจอะลูกค้ามากมายหลายสาขา เสน่ห์การค้าขายใช้วาจา                   เรียกเมตตาแม่ค้ามหานิยม

 

ต้องโอบอ้อมอารีวจีเพราะ                 ใช้คำเหมาะคะขาวาทีสม หากขืนปล่อยเหี้ยห่าก็พาจม             ปากคือคมน้ำคำควรคำนึง

 

เป็นแม้ค้าคนนิยมที่ลมปาก              ลูกค้ามากคนติดเขาคิดถึง ทั้งใกล้ไกลอุดหนุนการุณจึง-           ค้าขายพึงสังวรระวังคำ

 

ต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นะแม่เอ๋ย              อย่าละเลยเผื่อแผ่แม่งามขำ ค้ากำไรเกินควรล้วนคนจำ                หากใจดำใครจะวุ่นอุดหนุนเรา

 

อีกวางตนจำเพาะได้เหมาะสม             คนนิยมรับทรัพย์ไม่อับเฉา กายอ่อนน้อมยอมตนเป็นคนเยาว์       แข็งกระด้างใครเขาจะจุนเจือ

 

ควรเรียกพี่อย่ารอรีเรียกพี่ไว้            คราวพ่อไซร้เรียกพ่อเป็นช่อเชื้อ คำโบราณท่านย้ำน้ำพึ่งเรือ              แม่ค้าเมื่อขายค้านำพาตน

 

จำต้องพึ่งลูกค้ามาอุดหนุน                ได้ต่อทุนกำไรไปเป็นผล ต่างพึงพาอาศัยน้ำใจดล                    ปากมีมนต์มัดใจกำไรแล....
20 กุมภาพันธ์ 2558 06:29 น.

“บ้านแห่งการเวลา”

บนข.



แดดอุ่นตอนสายลานทรายหน้าบ้าน              

ลมเย็นพัดผ่านลานบ้านเงียบเหงา ไม้ใหญ่ยืนต้นหยัดตนซึมเซา                       ผ่านวันวัยเยาว์เนิ่นนานกาลมา

 

ผลิดอกออกผลดาลดลลูกหลาน                    สืบขันธ์สันดานเผ่าพันธุ์พฤกษา เคียงคู่บ้านเก่าวัยเข้าชรา                           ลานทรายชายคาเคียงคู่อยู่ยัง

 

เม็ดทรายรายเรียงสำเนียงวาจา                  กับบ้านชราค้นหาความหลัง ก่อนมาเป็นทรายเรียงรายเซซัง                  เป็นหินอยู่ยั้งภูเขาเลากา

 

ถูกกาลเวลากัดกร่อนซอนซัด                      ลมเพลมพัดพลัดถิ่นเคหา กลายเป็นกรวดทรายเรียงรายชายคา            อยู่โคนพฤกษาเคหาลานทราย

 

เห็นความเป็นไปไม้ใหญ่เปลี่ยนแปลง            ผ่านฝนลมแล้งสำแดงหลากหลาย เปลี่ยนดอกออกผลร่วงหล่นเรียงราย            ใบร่วงโปรยปรายท่ามกลางสายลม

 

เป็นทรายคอยรับซึ่งสรรพสิ่ง                     อันเขาปล่อยทิ้งดาษดื่นขื่นขม ซบทรายหมายกลบจุดจบจ่อมจม                แนบทุกข์ระทมอกธรณี

 

ตัวฉันบ้านเก่าวัยเยาว์ผันผ่าน                      นับฤดูกาลเนิ่นนานฉะนี้ เห็นสุขทุกข์โศกกรรโชกราวี                      วันคืนเดือนปีหญิงชายรายเรียง

 

เกิดแก่เจ็บตายระบายสีสัน                         วันคืนเปลี่ยนผันนิ่งงันสรรพเสียง ใบไม้ร่วงโรยลมโปรยสำเนียง                             ลานทรายรายเรียงยังเคียงชายคา....
17 กุมภาพันธ์ 2558 19:48 น.

“เมียน้อย”

บนข.


โอ้เคราะห์ซ้ำกรรมสร้างแต่ปางไหน    

ถึงผลักไสให้เห็นเป็นฉะนี้

รักผู้ชายหมายมั่นฝันฤดี                  

ไม่เคยที่คิดข้องหมองฤทัย

 

รักเขาไม่เคยยั้งหวังให้เขา                รักแต่เราคนเดียวไม่เกี่ยวไหน รู้ภายหลังโอ้เราเขามีใคร                 เป็นบ้านใหญ่อยู่แล้วเป็นแก้วตา

 

รักทั้งรักทั้งรู้อยู่อย่างนี้                  ไม่เคยมีความคิดจะอิจฉา หรือรังควาญบ้านใหญ่ให้ระอา           กลืนน้ำตาหมองหม่นอยู่คนเดียว

 

รู้ทั้งรู้ผู้ชายมากหลายรัก                 ก็ยอมภักดิ์กายใจไม่เฉลียว แค่มาหากันบ้างอย่างห่างเชียว           อย่าปล่อยให้เปล่าเปลี่ยวในหัวใจ

 

ช้ำนักช้ำชอกเช่นเป็นเมียน้อย           อยู่ก็คอยหลบท่านคนบ้านใหญ่ เป็นเมียน้อยต้อยต่ำซ้ำรอยใคร          บ้านน้อยไซร้ใครอยากเป็นเช่นตัวเรา

 

ยอมกินน้ำใต้ศอกกระบอกน้ำ            เจ็บและช้ำน้ำคำน้ำใจเขา         แต่หมองหม่นอุราน้ำตาเรา                เป็นน้อยเขาต้องเขียมต้องเจียมตน

 

เพราะรักจึงจำทนเป็นคนช้ำ             วิบากกรรมซ้ำแกล้งทุกแห่งหน เป็นดอกไม้ไร้หมู่ภมรวน                 จนกลีบหล่นร่วงลับไปกับลม

 

โอ้เคราะห์ซ้ำกรรมสร้างในปางไหน    เป็นน้อยใครกล้ำกลืนแต่ขื่นขม เกิดภพหน้าฉันใดได้ปรารมภ์             ได้ชื่นชมชายเล่นเป็นของว่าง.
14 กุมภาพันธ์ 2558 18:17 น.

ดอกกูหลาบ

บนข.


แค่กุหลาบหนึ่งดอกแล้วบอกรัก                   

ช่างง่ายนักรักใครสมัยนี้

ดัชนีความรักความภักดี                             

วัดกันที่ดอกกุหลาบวาบหวามใจ


ยิ่งมากดอกยิ่งบอกหลายดอกรัก                 

เทศกาลชวนชักมักง่ายให้ กุหลาบเหี่ยวแห้งพลันไม่ทันใด                   ก็หมดรักหมดใจในผู้คน

 

อันที่จริงความรักนั้นสูงค่า               เกินวาจาบอกรักมักหวังผล เกินกว่าเทศกาลผ่านมายล               เกินกว่าคนปากพล่อยสำออยรัก

 

ที่สุดในเทศกาลนี้                          ย่อมมีคนสับสนคนอกหัก คนเสียตัวเสียเสียน้ำตามาช้ำนัก                   เพราะพิษรักทำเหตุเทศกาล จำไว้เถิดชายหญิงผู้วิ่งหา                           ความรักมาถนอมย่อมพ้นผ่าน รักมักง่ายหน่ายพลันกระสันดาน                 แล้วซมซานโศกตรมจมน้ำตา แต่ความรักซึ่งประจักษ์ว่ารักนั้น                  คือรักกันทุกวันหมั่นรักษา รักยืนยงคงชัดในอัตรา                    ไร้เวลาบอกเหตุเป็นเทศกาล แค่กุหลาบหนึ่งดอกแล้วบอกรัก                   ช่างง่ายนักรักใครสมัยผ่าน แล้วดื่มด่ำคำหลอกบอกสันดาน           รักหวังการณ์หวังผลดลกำไร

 

เทศกาลเสียตัวไม่กลัวเสีย                เป็นเมียผัวชั่วชุกยุคสมัย ดอกกุหลาบวาบหวามเป็นความนัย     รักจากใจจริงแท้...หรือแค่ลวง
Lovers  0 คน เลิฟบนข.
Lovings  บนข. เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟบนข.
Lovings  บนข. เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟบนข.
Lovings  บนข. เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงบนข.
>