ผู้หญิงโรคจิต Sylvia Plath

เชษฐภัทร วิสัยจร

"I shut my eyes and all the world drops dead; 
I lift my lids and all is born again. 
(I think I made you up inside my head.) 
The stars go waltzing out in blue and red, 
And arbitrary blackness gallops in: 
I shut my eyes and all the world drops dead. 
I dreamed that you bewitched me into bed 
And sung me moon-struck, kissed me quite insane. 
(I think I made you up inside my head.) 
God topples from the sky, hell's fires fade: 
Exit seraphim and Satan's men: 
I shut my eyes and all the world drops dead. 
I fancied you'd return the way you said, 
But I grow old and I forget your name. 
(I think I made you up inside my head.) 
I should have loved a thunderbird instead; 
At least when spring comes they roar back again. 
I shut my eyes and all the world drops dead. 
(I think I made you up inside my head.)" 
Sylvia Plath หลายคนมองว่าเธอเป็นกวีหญิงที่สุดแสนจะ
โรคจิต 
เกลียดผู้ชาย 
และรักที่จะฆ่าตัวตาย (และสามีและพ่อตัวเองด้วย)
ที่พูดมาทั้งหมด ใช่เลยค่ะ ถูกต้องนะคร้าบ (อ้าว นึกว่าจะ defend)
defend อันนี้ดีกว่า:
หลายคนเกลียดนักไอ้กลอนประเภท confessional บทกวีแนวสารภาพ ที่เอาเรื่องความทุกข์ ความโกรธเกลียดแค้นฝังใจ เรื่อง sex ส่วนตัว มาเผาในที่แจ้ง
แหม ทำยังไงได้ ก็มันไม่ได้ meant to be read นี่คะ 
บทกวีแบบ confessional นี้ใช้กันโดยมีจุดมุ่งหมายแรกคือเพื่อบำบัดคนไข้โรคทางจิต
ส่วนใครจะพิมพ์เผยแพร่นั่นอีกเรื่อง (ต้องเข้าใจว่ากลอนประเภทนี้อยากให้คนอ่านรู้สึกว่าตัวเองกำลังเสือกรู้เรื่องชาวบ้านอยู่ เพราะจริงๆ คนอ่านก็โรคจิตเหมือนกัน)
 -------------------------------------------------------------------------------
เห็นรูป Sylvia ตอนสาวและสวย ทำให้อยากพูดถึงหนังเรื่อง Mona Lia Smile ซึ่งแสดงให้เห็นภาพผู้หญิงในยุค tranquilizing 50s 
ยุคที่ผู้หญิงถูกหลอกล่อให้เลิกแย่งงานผู้ชาย (ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้หญิงทำงานแทนผู้ชาน สวยงาม แต่พอผู้ชายกลับมาจากสงคราม เราผู้หญิงก็ถูกถีบส่งค่ะ ให้ไปอยู่ในครัวแทน) ให้ผู้หญิงมีจุดหมายสูงสุดในชีวิตคือแต่งงาน 
ยุคที่ลวงผู้หญิงให้ชอบทำงานบ้านด้วยโฆษณาเครื่องใช้ในครัวทั้งหลาย ประมาณว่ากดปุ่มเดียวอบได้ทั้งไก่ ทั้งเบคอน ทั้งขนมปัง ว้าว!!! 
ยุคนี้เป็นยุคของ Sylvia เช่นกัน รอยยิ้มของเธอเป็นรอยยิ้มแบบ Mona Lisa จริงๆ เพราะไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าจริงๆ เธอ happy หรือไม่ ตามค่านิยมของสมัยนั้น Sylvia เป็นแบบอย่างเลยล่ะ 
สมควรได้รับเหรียญ best conformist!!!
จริงๆ ควรจะ ภูมิใจและก็happy ด้วยนะ เพราะได้แต่งกับ Ted ก็เหมือนมี Fairytale Wedding ฝ่ายหญิงเป็นกวีหญิงที่เก่งของยุค ฝ่ายชายก็เก่งระดับรัตนกวีของอังกฤษ แถมรักกันด้วย รักกันก็ไม่น่าจะมีปัญหา 
แต่กลอนมันฟ้องค่ะ บางคนอาจจะคิดว่า Sylvia มันหาเรื่องใส่ตัว ผู้ชายมันแค่ไปมีเมียน้อย มีลูก
แต่อดีตเรื่องพ่อของ Sylvia มันติดฝังใจ และ Ted เองก็รู้อยู่แก่ใจว่านังนี่มันพยายามฆ่าตัวตายตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่น 
ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของคนอ่ะนะ No one's to blame...
แต่คนมักมองข้ามไม่หันมาสำรวจเธอใน aspect อื่น ซึ่งมันทำให้น่าเบื่อ 
ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Sylvia ก็คือ
1. เห็นเกลียดโกรธใครรุนแรง (อ่าน lady lazarus สิแล้วจะรู้) อย่างนี้ ใครจะรู้ว่า Sylvia เป็นคนที่เขยีนกลอนรักได้เก๋ไก๋มากๆ หวานเจี๊ยบ เซ็กซี่ และบางบทก็เพราะจับใจ
บทข้างบนก็เป็นกลอนรักแนวทดลอง เพราะเธอใช้รู)แบบ villanelle ซึ่งเป็นรูปแบบที่ไม่มีใครขุดมาใช้บ่อยนักหรอก (Villanelle ใช้กันครั้งแรกที่อิตาลีกับฝรั่งเรสราวศตวรรษที่ 16 มักจะใช้บรรจุเนื้อหาเสียดสีตลกร้าย คนแรกที่เอามาใช้ในเกาะอังกฤษแบบ expert มากๆ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก คุณแม่ Oscar Wilde) 
ใครสนใจอยากรู้เรื่อง Villanelle กดตรงนี้ค่ะ แต่งไม่ยาก http://www.baymoon.com/~ariadne/form/villanelle.htm
2. มีน้อยคนจริงๆ ที่จะรู้ว่า Sylvia เป็นกวี pastoral poetry หรือกลอนที่เขียนเกี่ยวกับธรรมชาติโดยเฉพาะในแถบ New England (Sylvia เกิดที่ Boston เป็นคน New England) เหมือนกับ Whitman, Robert Frost, William Carlos Williams และอื่นๆ แต่ที่เก๋คือ แทนที่จะเขียนว่าธรรมชาติดีอย่างโน้นอย่างนี้ เธอกลับ describe ธรรมชาติในแบบที่ทำให้คนอ่านรู้สึก depressed และอยากอาเจียนออกมาได้ คือคิดได้ยังไงก็ไม่รู้ เธอเป็น romantic poet ที่เกลียดธรรมชาติ ไม่ identify ตัวเองกับธรรมชาติ ซ้ำร้ายยังหาว่าธรรมชาติเป็นศัตรูของเธออีกด้วย 
สงสัยล่ะสิว่าทำไมยังจัดว่าเธอเป็นกวี pastoral? 
ก็เพราะว่าในขณะกลอน Sylvia แสดงให้เห็นความน่าสะพรึ่งกลัว ความน่าขยะแขยงของธรรมชาติ
มันกลับเผยให้เห็นธรรมชาติในมิติที่งดงามที่สุด คือ เห็นความสวยบนความน่าเกลียดนั่นเอง
ยกตัวอย่างการบรรยายดวงจันทร์:
And your first gift is making stone out of everything. 
I wake to a mausoleum; you are here, 
Ticking your fingers on the marble table, looking for cigarettes, 
Spiteful as a woman, but not so nervous, 
And dying to say something unanswerable. 
The moon, too, abuses her subjects, 
But in the daytime she is ridiculous. 
Your dissatisfactions, on the other hand, 
Arrive through the mailslot with loving regularity, 
White and blank, expansive as carbon monoxide. 
และก็...ดูวิธีที่เธอบรรยายดอกทิวลิปสิ:
I didn't want any flowers, I only wanted 
To lie with my hands turned up and be utterly empty. 
How free it is, you have no idea how free - 
The peacefulness is so big it dazes you, 
And it asks nothing, a name tag, a few trinkets. 
It is what the dead close on, finally; I imagine them 
Shutting their mouths on it, like a Communion tablet. 
The tulips are too red in the first place, they hurt me. 
Even through the gift paper I could hear them breathe 
Lightly, through their white swaddlings, like an awful baby. 
Their redness talks to my wound, it corresponds. 
They are subtle: they seem to float, though they weigh me down, 
Upsetting me with their sudden tongues and their colour, 
A dozen red lead sinkers round my neck. 
เขียนได้ไม่เหมือนใครจริงๆ ผู้หญิงคนนี้ กลอนให้ภาพน่ากลัวและก็ให้ความรู้สึกว่ามันงดงามในเวลาเดียวกัน
คืนนี้นอนไม่หลับก็เลยอยากเขียนไรเกี่ยวกับกวีที่ชื่นชอบที่สุด 
ยาวหน่อย (และก็พูดไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าหร่ใช่ป่ะ)
เพราะว่าถ้าให้พูดถึง Sylvia 
ปีนึงพูดไม่จบ เขียนเสร็จเลยง่วงเลย รู้สึกสบายใจ
 
วริตตา ศรีรัตนา "หวานเย็น"
บทความ				
comments powered by Disqus
  • บังอร ขนิษฐี ๚ะ๛

    6 มิถุนายน 2548 16:47 น. - comment id 10981

     
    คงจะไพเราะมาก....ถ้าอ่านออก ๚ะ๛
    
    size> 
    44.gif
  • BongNothMaRu NotLoveIn

    6 มิถุนายน 2548 20:22 น. - comment id 10989

    ถ้าจะดีนะครับ  แปลให้ด้วยก็ดี  อ่านมะออก มะรู้เรื่อง23.gif
  • รักษ์รัก

    7 มิถุนายน 2548 02:36 น. - comment id 10992

    ผมเองก็ไม่ได้อ่านกลอนของเธอเหมือนกัน
    (รวมถึงที่เอามาลงด้วย)
    
    แต่ผมได้ดูหนังเดียวกับชื่อของเธอนะ
    ก็อิงประวัติส่วนตัวของเธอเหมือนกัน...
    
    ก็ไม่ค่อยชอบเท่าไรนะ...
    แต่ก็เห็นมุมมองที่พอจะเข้าใจว่า..ทำไมเธอถึงเป็นเช่นนั้น
  • Nonmin

    15 มิถุนายน 2548 15:51 น. - comment id 11064

    เราไม่เคยอ่านบทกวีของซิลเวียนะคะ ยังไงก็ต้องขอบคุณที่เอามาให้อ่านกัน 
    (แม้จะขี้เกียจแปลเล็กน้อยก็เถอะ ฮ่าๆๆๆ 20.gif)
    ลองอ่านเรื่อง \"ในกรงแก้ว\" ซึ่งเป็นเรื่องที่ดัดแปลงมาจากชีวิตจริงของเธอแล้ว
    รู้สึกสงสารเธอเหมือนกันค่ะ แต่ดูจากชีวิตแล้ว ก็ดูเครียดๆ เหมือนกันนะ
    สุดท้ายก็ต้องมาฆ่าตัวตาย เฮ้อ ชีวิต...10.gif
  • หวงเพื่อน

    3 มิถุนายน 2554 00:23 น. - comment id 33464

    ulin Kungnoou ใน Facebook sheโรคจิต sheเป็นหญิงที่ชอบหญิงด้วยกัน ชอบส่งข้อความไปด่าคนที่คุยกับแฟนsheเกือบทุกคน ทั้งๆที่เขาไม่เคยทำไรให้sheเลย น่าเกลียดสิ้นดี 74.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>