3 ตุลาคม 2544 22:48 น.

เมื่อคุณตกอยู่ในภาวะอันตราย

ปีกฟ้า

เหยียบเบรกแล้วเบรกจมหายไปเลย แต่รถไม่ช้าลงสักนิด 
อย่าตกใจ ถ้าคุณไม่ตกใจ 
ตัดสินใจและมีปฏิกิริยาตอบโตได้เร็วเท่าไหร่ 
ก็จะยิ่งมีโอกาสเอาตัวรอดได้มากขึ้นเท่านั้น 
คำแนะนำของเรา 
ก็คือ ถ้ามีรถติดอยู่ข้างหน้า และคุณกำลังจะพุ่งเข้าไปชน 
ขอให้ดึงเบรกมือให้สุดแรงเกิด แล้วเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ 
เพื่อใช้เครื่องฉุดรถยนต์เอาไว้ 
อย่าให้รถวิ่งเข้าไปชนขอบทาง เพราะจะทำให้รถเสียหลักได้ แต่ถ้ารถเสียหลัก 
อย่าดึงหรือฉุดพวงมาลัยไว้ นั่นจะทำให้รถของคุณคว่ำ 
คอยประคองพวงมาลัยเอาไว้เท่านั้นก็พอ 
ถ้าจำเป็น ต้องชนอะไรสักอย่างเพื่อหยุด เช่น ชนต้นไม้ 
 
 ให้พยายามชนทางด้านข้าง 
อย่าพุ่งเข้าชนตรง ๆ เพราะมีโอกาส บาดเจ็บสาหัสมากกว่า 
 
* หมากัด 
อย่าเพิ่งหัวเราะลองคิดดูว่าถ้าไม่ใช่หมาธรรมดาล่ะครับอย่าง 
ถ้าเป็นพิตบูลเขี้ยววาวคุณจะทำอย่างไร 
ถ้าหมาวิ่งไล่คุณแยกเขี้ยวใส่คุณอย่าหัน หลัง 
ให้มันแล้วก็วิ่งหนี ให้เผชิ-หน้ามันแล้วค่อย ๆ ก้าวถอยหลังช้าๆ 
อย่าให้หมาคลาดสายตาคุณไป และจงอย่าแสดงความกลัว 
หมามันรู้ได้ว่าคุณกลัวจากสายตา และท่าทางของคุณ สงบ ๆ 
เอาไว้ พูดหรือผิวปากช้า ๆ 
เพื่อให้มันเห็นว่าคุณไม่ได้ถูกมันคุกคามอยู่ 
ที่สำคั-คืออย่าจ้องตามันตรง ๆ หมาก็เหมือนจิ๊กโก๋ 
จ้องตามัน เดี๋ยวมันเสียบเอา ค่อย ๆ ถอยออกมาจนปลอดภัย 
หรือถ้ามีขนมอยู่บ้าง ก็โยนให้มันช้า ๆ 
 
* งูกัด 
โอกาสถูกงูกัดนั้นน้อยมาก (เท่ากับที่อยู่ ๆ จูเลีย 
โรเบิร์ตส จะมาเคาะประตูบ้านคุณนั่นแหละ) 
แต่ถ้าถูกงูกัดให้ทำอย่างนี้ครับ 
อย่างแรกคือถ้าฆ่า หรือจับงูได้ก็ให้จัดการเสีย เพราะจะได้ระบุชนิดของงูได้ 
อย่าประคบเย็นที่แผลงูกัด 
และถ้าอยู่ไกลแพทย์มากเกินกว่า หนึ่งชั่วโมงให้กรีดแผลแล้วดูดพิษออกมา 
แต่ต้องแน่ใจว่าที่ปากไม่มีแผล ไม่มีตุ่มน้ำ หรือไม่ได้เป็นร้อนใน 
ดูดออกแล้วก็อย่าเผลอกลืนเข้าไปล่ะ คายทิ้งเสียด้วย 
 
* รถตกน้ำ 
ทันทีที่ตัวรถสัมผัสผิวน้ำ ให้รีบเปิดหน้าต่าง 
นี่คือโอกาสเดียวที่คุณจะร อดได้ เพราะแรงดันน้ำ 
ด้านนอกจะทำให้คุณเปิดประตูรถไม่ได้ 
ถ้าไม่เปิดกระจกให้เปิดกระจกปล่อยให้น้ำเข้า 
จากนั้นคุณจะเปิดประตูได้ เมื่อแรงดันน้ำเท่ากันกับด้านนอก 
ถ้าเครื่องยนต์ของรถอยู่ด้านหน้า รถจะจมลงอย่างรวดเร็ว และอาจจะพลิก 
เอาหลังคาจมลงสู่พื้นได้ถ้าน้ำลึกกว่า ๕เมตร 
 
 เพราะฉะนั้นจึงควรรีบออกจากรถก่อนรถจะถึงพื้น 
รถแต่ละยี่ห้อจะลอยอยู่ในต้ำก่อนตกถึงพื้นแตกต่างกัน 
ในกรณีที่ไม่สามารถเปิดหน้าต่าง หรือทุบกระจก ให้แตกได้ 
อย่าตกใจ น้ำจะค่อย ๆ ไหลเข้ามาทางรอยแตกรูรั่วเอง 
เมื่อน้ำท่วมเข้ามาจนเกือบถึงศีรษะ ให้คุณรีบหายใจเฮือกให-่เอาไว้ 
 
 ตอนนี้แหละครับ แรงดันน้ำภายในน่าจะพอๆ 
กับด้านนอกแล้ว ให้เปิดประตู แล้วว่ายน้ำออกไป 
 
* หัวใจวาย 
หัวใจวายจะมีอาการเจ็บหน้าอกร่วมกับอาการอื่น ๆ ที่คุณคงรู้อยู่แล้ว 
แต่อย่าเข้าใจผิด สับสนกับอาการเจ็บหน้าอกอื่น ๆ ล่ะ 
เพราะบางทีคุณอาจจะไม่ได้หัวใจวายก็ได้ 
 
 แค่แน่นหน้าอก เพราะกินมากเกินไปอะไรแบบนี้ก็มี 
 
 แต่ถ้าคิดว่าหัวใจวายให้รีบไอ 
การไอจะช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจ เป็นปกติได้ 
จากนั้นให้คนเรียกรถพยาบาล ระหว่างรอรถพยาบาล 
 
 ให้กินแอสไพริน เพราะจะช่วยให้เลือดเหลวไหลเวียนได้ดีขึ้น 
ให้เคี้ยวเม็ดยาแทนที่จะกลืน เพราะจะดูดซึมได้ดีกว่า 
จากนั้นให้นอนนิ่งๆ รอรถพยาบาล 
 
* โดดร่มแล้วร่มไม่กาง 
ถ้ากระโดดร่มแล้วร่มไม่กางอย่าเพิ่งตกใจให้รีบส่งสัาณ 
แก่บัดดี้ของคุณว่าร่มของคุณไม่กาง(โบกมือแล้วชี้ไปที่ร่ม)เมื่อเพื่อนที่กำล 

> ั>งจะ 

กลายเป็นเพื่อนซี้สุดรัก ของคุณเข้ามาใกล้ ให้เกาะแขนกันเอาไว้ 
คุณทั้งคู่จะตกลงมาด้วย ความเร็ว ๑๓๐ ไมล์ต่อชั่วโมง 
เมื่อบัดดี้ของคุณ กระตุกร่ม เขาจะลอยตัวอยู่ 
แต่จีฟอร์ชของโลกจะพยายามฉุกคุณลงไป 
คุณต้องเกี่ยวแขนเพื่อนเอาไว้ ให้แน่น สุดชีวิต 
เมื่อร่มกางแล้วและคุณยังห้อยติดอยู่กับ เพื่อน 
จงปล่อยมือเพื่อนออกข้างหนึ่ง เพราะเขา 
 
 จะต้อง ใช้มืออีกข้างหนึ่งบังคับทิศทางของร่ม ถ้าร่มให-่พอ 
อย่างมากพอตกถึงพื้นคุณ ก็จะขาหัก แต่โอกาสรอดชีวิตมีอยู่สูง 
แต่ถ้าร่มมีขนาดเล็ก รีบบอกเพื่อนทันที ให้เขา บ ังคับร่อนไปมาก่อน 
จะลงสู่พื้นลดความแรง ถ้ามีแหล่งน้ำ อยู่แถวนั้น 
บอกให้เขาไปลงในน้ำจะดีกว่า 
 
* ถูกจิ๊กโก๋รุมตีกลางถนน 
ไปเรียนศิลปะป้องกันตัวไว้บ้างก็คงดี 
เพราะรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้มวยไทยที่เคยอยู่ในสายเลือด 
ของเราน่ะดูจะจางๆ ไปยังไงชอบกล เอาอย่างนี้ดีกว่าครับ 
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คนร้ายเข้ามาจู่โจมคุณกลางถนน 
คุณต้องใช้สามั-สำนึกของตัวเอง เอาตัวรอดด้วยการป้องกันไว้ก่อน 
เช่น...ไม่เดินในที่เปลี่ยวในเวลากลางคืน (ถึงจะเป็นผู้ชายก็เถอะ) 
หรือหนีไปเดินอีกฟากถนนเพื่อหนีกลุ่มคนที่กำลังตีกันอยู่ 
ถ้าคนร้ายต้องการนาฬิกา หรือกระเป๋าสตางค์ ก็ให้ ๆ ไปเถอะครับ 
อย่าพยายามทำตัวเป็นฮีโร่ ให้พยายามเรียกร้องความสนใจ จากคนแถวๆ นั้น 
แต่อย่าตะโกนเดี๋ยวจะถูกมีดจิ้มพุง แต่ถ้าคิดจะตะโกนจริงๆ 
ผู้รู้บอกว่าให้ตะโกนว่า ไฟไหม้ ๆ 
เพราะจะเรียกความสนใจได้มากกว่า 
.................................. 
 
 
 
ความคิดจาก อุดม แต้ 
 
ความรู้มากๆๆ 
บางทีเหมือนกำแพงอิฐที่เรียงตัวสูง 
ความรู้สูง กำแพงสูง 
ความรู้รอบด้าน ก็เหมือนกำแพงสูงรอบตัว 
บางครั้งมันอาจทำให้มองออกไปไม่เห็นอะไร 
นอกจากอิฐที่ตนเอง ก่อขึ้นมา 
 
กลิ่นของความรัก 
ก็เช่นเดียวกับห้องน้ำ 
เข้าไปแรกๆๆจะรู้สึกว่าได้กลิ่น 
อยู่ในนั้นานๆๆ ไปจะเคยชิน 
จนลืมว่ามีกลิ่นนั้นอยู่ 
จนกว่าจะออกมาจากบริเวณนั้น 
และกลับเข้าไปใหม่ 
 
ถ้าเรารักใครซักคน 
เราควรเปิดโอกาสให้เค้าได้ทำผิดหลายๆๆครั้ง 
เพระาเราเองก็ต้องการโอกาสอย่างนั้นเช่นกัน 
 
อย่าบอกเลยว่าเป็นคนดี 
ความหยิ่งยโส ก็มีอยู่ในคนถ่อมตัว 
ครูที่สอนนักเรียน ก็มีความโง่ ซ่อนอยู่ 
ความขลาดกลัว ก็มีอยู่ในนักมวยแชมป์โลก 
ความเบื่อหน่าย ก็มีอยู่ในพนักงานที่ต้อนรับที่กระตือรือร้น 
ความเห็นแก่ตัว ก็มีอยู่ภายในใจของนักสังคมสงเคราะห์ 
มันอยู่คู่กัน รอวันปรากฏตัวออกมา 
ถ้าสันดานห่วยๆๆ มันเป็นกระดาษ 
เรามีแค่หินทับกระดาษคนละก้อน 
ลมกิเลสพัดมาก็ขึ้นกับว่าหินใครก้อนให-่พอที่ทับมันไว้ 
ไม่ให้ปลิวเพ่นพ่านเท่านั้นเอง				
29 สิงหาคม 2544 04:19 น.

The thing that makes difference

ปีกฟ้า

What is the thing that makes difference between 
a rich man and a poor man, a smart man and a stupid man, 
a boss and an employee? 

If you really know what you want and enthusiastically try 
in any way to get it, you will know what the answer is. 
On the other hand, doing as thinking is the answer. 
Whenever you have problems, dont think at them. 
You have to think at your goal. Eventually, you will know 
that there are many ways to get the thing. 
Sometimes, you dont know what you should do. 
Where you can get the answer? Dont do anything 
without information. If you have enough information, 
the risky way will change to be the clear way.				
3 กรกฎาคม 2544 09:04 น.

แม่สอนว่า...

ปีกฟ้า

แม่สอนว่า... 

แม่คงสอนให้ลูกฉลาดไม่ได้ 
ลูกต้องเรียนรู้และฉลาดด้วยไหวพริบ
และกึ๋นของลูกเอง 

แม่คงสอนให้ลูกเรียนเก่งไม่ได้ 
ลูกต้องอยากรู้อยากเข้าใจ
ในบทเรียนด้วยตัวของลูกเอง 

แม่คงสอนให้ลูกเกรดสี่ทุกวิชาไม่ได้ 
เพราะแม่เองก็ไม่เคยได้เกรดสี่สักวิชา 

แม่อยากให้ลูกคิด และมองโลกในแง่ดี 
อย่าคิดว่าใต้ฟ้านี้มีแต่เรื่องทำไม่ได้ 
เป็นไม่ได้ หัดคิดให้เป็นบวกไว้แหละดี 

แม่อยากให้ลูกหัดฝัน เมื่อไรที่ลูกฝันเป็น 
ไม่ว่าจะเป็นใฝ่ฝัน หรือความฝัน 
ลูกจะรู้ว่าโลกนี้มันน่าอยู่เพียงไหน 

แม่อยากให้ลูกพูดแต่เรื่องดี 
พูดแต่เรื่องสวยงาม 
จงเป็นคนสุดท้ายที่ให้ร้ายคนอื่น 
และจงเป็นคนแรกที่ให้กำลังใจ และชื่นชม 

แม่อยากให้ลูกทำเรื่องแปลกๆ 
ลูกไม่จำเป็นต้องเดินตามชีวิตประจำวันของใคร 
อย่าเก็บความคิดแปลก 
เพียงเพราะเห็นว่ามันไม่เหมือนใคร 

แม่อยากสอนให้ลูกกล้าแดด กล้าฝน 
เพราะภายใต้ไออุ่นของดวงอาทิตย์
ลูกจะได้รับวิตามินดี 
และภายใต้ฟ้าที่มีฝน 
มันจะทำให้ลูกร้องไห้โดยไม่มีใครเห็นน้ำตา 

แม่อยากสอนให้ลูกออกกำลังกายทุกวัน 
อย่างน้อยคนเราก็ต้องเคลื่อนไหวทะมัดทะแมง 
ลูกได้ออกแรงเสียบ้าง 
ลูกจะแข็งแกร่งไม่อ่อนแอ 

แม่อยากให้ลูกยิ้ม และอยู่กับโลกด้วยความรัก 
ยิ้มอาจจะไม่ชนะทุกสิ่ง 
ยิ้มมากๆจะดูเหมือนคนบ้า
แต่มันก็ดีกว่าหน้าบึ้งหน้างอเป็นไหนๆ 

แม่อยากสอนให้ลูกรู้จักอดทน 
ลูกต้องเรียนรู้ว่าลูกไม่มีทางได้
ทุกๆอย่างที่ลูกหวังไว้
อดทนและอย่าได้เสียกำลังใจ 
อย่าท้อและขอให้เริ่มใหม่อย่างมีพลัง 

แม่อยากสอนให้ลูกเขย่งขาขึ้นให้สูง 
ไม่มีอะไรที่สูงไปกว่าสองมือเราจะเอื้อมคว้า 
เพียงแค่ว่าเรายืนยันที่จะไม่ยืนอยู่กับที่ 

แม่อยากสอนให้เจ้ามีความสุข 
แต่อย่าลืมทุกข์ด้วยล่ะลูก 
คนที่ไม่เคยมีความทุกข์ 
เขาสุขจริงๆ ไม่เป็นหรอก เจ้าเอย 
ไอคิวมันติดมาแต่บนฟ้าลูกจ๋า 
ไม่ฉลาดก็มีความสุขได้ไม่ต้องห่วง 
อย่าน้อยใจถ้าตามใครเขาไม่ทัน 
อย่าเสียขวัญถ้าเราช้ากว่าใครๆ 
ีคิวมันต้องหาเองบนโลกนี้ลูกเอ๋ย 
ไม่ฉลาดก็น่ารักและมีความสุขได้ 
อย่ากลัวที่จะเปลี่ยนแปลงปรับปรุง 
ลูกมีกำลังใจเป็นถุงจากแม่ 
ไม่ต้องกลัว ...				
24 พฤษภาคม 2544 08:26 น.

การเปลี่ยนแปลง

ปีกฟ้า

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว 
มีเศรษฐีคนหนึ่งเป็นคนเจ้าอารมณ์และมักจะปวดศีรษะอยู่เป็นประจำ 
วันหนึ่งเขาได้ประกาศว่า 
จะให้รางวัลอย่างงามแก่คนที่สามารถรักษาอาการปวดศีรษะของเขาได้ 
หลายคนรวมทั้งหมอที่เชี่ยวชาญต่างก็มา 
และเสนอแนะวิธีรักษาโรคปวดศีรษะของเศรษฐีผู้นี้ 
แต่ไม่มีใครสามารถทำให้เขาดีขึ้นได้ 

อยู่มาวันหนึ่ง มีฤาษีคนหนึ่งมาเยี่ยมท่านเศรษฐี 
เศรษฐีได้บอกเกี่ยวกับโรคประจำตัวของเขาให้ฤาษีทราบ 
ฤาษีจึงบอกกับท่านเศรษฐีว่า 
" โธ่เอ้ย วิธีรักษาอาการปวดหัวของเจ้ามันง่ายนิดเดียว 
นั่นก็คือเจ้าจะต้องมองทุกอย่างให้เป็นสีเขียวตลอดเวลา 
แล้วอาการโรคของเจ้าจะหายไป" 
เศรษฐีดีใจมากและคิดว่าสิ่งที่ฤาษีแนะนำเขานั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก 
วันรุ่งขึ้นท่านเศรษฐีจึงจ้างช่างทาสีหลายร้อยคน 
มาช่วยกันทาสีของหมู่บ้านให้เป็นสีเขียวทั้งหมด 
นอกจากนี้ด้วยความที่รวยมาก ยังซื้อเสื้อผ้าสีเขียวให้กับคนในหมู่บ้านทุกคนใส่ 
ในตอนนี้ไม่ว่าท่านเศรษฐีมองไปทางใดก็จะเป็นสีเขียวตลอดเวลา 

ตามคำแนะนำของฤาษี อาการปวดศีรษะของเขาก็เริ่มดีขึ้น ๆ 
เขาเริ่มเป็นคนยิ้มง่ายและมีความสุขมากขึ้น 
สองสามเดือนถัดมา ท่านฤาษีได้กลับมาเยี่ยมเศรษฐีอีกครั้งหนึ่ง 
แต่ก็ต้องเผชิญกับช่างทาสีคนหนึ่งซึ่งร้องตะโกนว่า 
" หยุด หยุด ท่านเข้ามาในหมู่บ้านนี้ในชุดนี้ไม่ได้ เดี๋ยวผมจะทาสีท่านให้เป็นสีเขียวก่อน" 
ฤาษีก็รีบวิ่งและหนีเข้าไปในบ้านของเศรษฐีได้ในที่สุด 
ฤาษีได้พบกับเศรษฐีในบ้านและตำหนิว่า 
" ทำไมเจ้าถึงเสียเงินทองและเวลามากมายเพื่อเปลี่ยนสิ่งต่างๆรอบตัวเจ้าเล่า 
เราไม่ได้บอกให้เจ้าไปเที่ยวทาสีทุกอย่างให้เป็นสีเขียวเลย 
เจ้าเพียงแค่สวมแว่นตาสีเขียวเท่านั้น 
เจ้าก็จะมองเห็นทุกสิ่งรอบตัวเป็นสีเขียวแล้ว " 

หากเราต้องการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบตัว 
เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกคนหรือทุกอย่าง 
เราเพียงแต่เปลี่ยนตัวของเราเองก่อน 
แล้วเราจะพบว่าทุกสิ่งรอบตัวของเราก็จะเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน 

จากการพัฒนาศักยภาพอย่างสมบูรณ์ 
โดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา				
13 กุมภาพันธ์ 2544 12:54 น.

รักมั่นคง

ปีกฟ้า

รักของฉันคือรักเธอ...เธอรู้ไหม
ไม่เหมือนใครเพราะรักฉันมั่นเสมอ
จะหลายเดือนจะหลายปียังมีเธอ
ยังคงเพ้อเหมือนวันแรกที่รักกัน
รักของฉันนั้นแตกต่างจากอย่างอื่น
เพราะฉันยืนสร้างความจริงไม่ทิ้งฝัน
ฉันอดทนจนสองเราเข้าใจกัน
ฉันยืนยันจะรักเธอตลอดไป
แม้ไม่มีคำกล่าวใดยกมาอ้าง
รักของฉันไม่มีจางอย่าหวั่นไหว
แม้ไม่มีดอกไม้ดอกใดใด
สิ่งที่ฉันให้กับเธอคือมั่นคง
รักของฉันคือรักเธอ...เธอรู้ไหม
รักของฉันรักด้วยใจ...ไม่ลุ่มหลง
รักของฉันรักจริงใจ...รักมั่นคง
รักยืนยง...จงเชื่อฉัน จงมั่นใจ.....				
ไม่มีข้อความส่งถึงปีกฟ้า
>