29 เมษายน 2551 17:01 น.

ลูกทุ่ง

วชรกานท์

แหวกม่านหมอกเจือจางสว่างจ้า
สุริยาโผล่มาจากขุนเขา
สายลมพัดแผ่วแผ่วแว่วแว่วเบา
ก่อนสองเราเคียงคู่อยู่ท้องนา

เดินหยอกเย้าเคล้าคลอพนอรัก
ประสบพักตร์อายเอียงอย่างเดียงสา
ตืนวันผันผ่านไปไม่นำพา
การศึกษาพาแยกทางให้ห่างกัน

เจ้าฐานะร่ำรวยอำนวยเอื้อ
สาวเอื้องเหนือลาสู่แดนสวรรค์
เข้าเขตรั้วมหา'ลัยใจผูกพันธ์
เราต่างมั่นสัญญาถึงลาไกล

ปล่อยหนุ่มนาอาชีวะอันต่ำต้อย
ตะวันคล้อยย่ำสายัณห์จิตหวั่นไหว
ตำสัญญาว่ารักพี่มิเปลี่ยนใจ
กาลผ่านไปเงียบหายไร้ข่าวคราว

เบอร์ไม่มีจะเมล์มาก็หาไม่
บังเอิญไปในเมืองมีเรื่องเศร้า
เห็นหนึ่งหญิงหนึ่งชายเดินคลอเคล้า
ใจพี่บาวแน่นเหน็บเจ็บในทรวง

แหวกม่านหมอกเจือจางพลางร้องให้
อรทัยไปดีพี่ไม่ห่วง
หากเขารักพี่ไม่ว่าเพียงอย่าลวง
ใจหนึ่งดวงของพี่นี้เฝ้ารอ

.........ลูกทุ่ง....				
29 เมษายน 2551 12:56 น.

ดงรัก

วชรกานท์

แม้นอยู่ไกลหัวใจเหมือนอยู่ชิด
วนเวียนว่ายดวงจิตพิศมัย
หากเห็นหน้าค่าตาพาชื่นใจ
เฝ้าฝันใฝ่เฟื่องฟุ้งจรุงจินต์

แค่สื่อสาส์นกานท์ต่อเพื่อล้อเล่น
อยากกลายเป็นความจริงสิ่งถวิล
ขอแค่ฟังสำเนียงเสียงได้ยิน
แด่วดับดิ้นคงคลายหายทุกข์ตรม

คำค่ะขาพาใจอ่อนนอนไม่หลับ
ยิ่งสดับสลับถ้อยพลอยขื่นขม
ใช่เพียงเราเขาได้ไว้ชื่นชม
เพียงแค่ลมลิ้นคำแล้วจำลา

สื่อดวงมาลย์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิคส์
ใจระริกระรื่นเห็นเป็นดวงหน้า
จินตภาพวาบหวังดั่งจันทรา
เจอดาราพร่างพรายรายล้อมเธอ

ดั่งได้รับมนตรามาตรึงจิต
คลุมครอบงำความคิดอยู่เสมอ
เราอยู่ไกลเขาอยู่ใกล้ได้พบเจอ
ฝันละเมอถึงนางคนห่างไกล

อยู่สุดหล้าฟ้ากว้างทางตอนเหนือ
โปรดเอื้อเฟื้อหนุ่มใต้ให้สดใส
ระยะทางหนุ่มสาวจะยาวไกล
สาวเจียงใหม่อย่าใจดำให้คร่ำครวญ				
28 เมษายน 2551 19:01 น.

ความงามของภาษาไทย

วชรกานท์

บัลลอตามติดด้วย        ลอลิง
จตุคำอ้างอิง                   แน่แท้
บัลลพความหมายจริง      ต้นหน่อ
บัลลังก์บัลลูนแล้            อีกทั้ง บัลเลต์

บัลลพคือหน่อต้น        
ชื่ออลวนให้จังงัง
พระองค์ครองบัลลังก์      
พระที่นั่งของราชา
บัลลูนลอยลมบน            
พาผู้คนลอยเวหา
บัลเลต์กัลยา                  
ใช้ปลายเท้าเจ้าเต้นรำ

บัณณอเก้าคำนั้น         ใหญ่โต
ตามด้วยฑอมณโฑ         ใกล้อยู่
อีกสองคำนั้นโอ๋             มิยาก เณรรอ
บัณณาสบัณรสรู้              เก่งแล้ว ภาษา

บัญฑรนั้นขาวเหลือง        
อร่ามเรืองช่างน่าดู
บัณฑิตผู้ทรงรู้               
บัณฑิตย์หมายถึงการเรียน
บัณฑุคล้ายบัณฑร         
ขาวเหลืองอ่อนซีดเจียวเจียน
บัณฑูรจงพากเพียร         
ตามคำสั่งอย่างตั้งใจ
บัณเฑาะก์สาวเพศสอง   
มุ่งหมายมองชายหลงใหล
บัณเฑาะว์เอามาไว         
กลองใบเล็กสองตุ้มห้อย
บัณณาสมีห้าสิบ              
คิดไกลลิบแค่ครึ่งร้อย
บัณรสสลับรอย               
แค่สิบห้าน่าจดจำ

บันนอนั้นหนูน้อย        ควรจำ
ทั้งหมดสิบสองคำ           เด่นแล้
ใคร่ครวญคิดลำนำ          เกิดก่อ
ภาษาไทยดีแท้               เร่งเฟ้น ความหมาย

บันกวดผูกรัดรวบ         
อีกบันจวบนั้นตกแต่ง
บันจอยจรรจงแผลง       
อีกบันดลบังเกิดมา
บัลดาลทำให้เกิด           
บันเดินเลิศ เดินไปหา
บันโดยเอาอย่างว่า         
อีกบันไดใช้ขึ้นเรือน
บันทึกใช้จำจด               
บันทึงงดการคอยเพื่อน
บันเทิงเริงรื่นเตือน         
บันลือก้องชื่อโด่งดัง

บัญญอหญิงยิ่งแล้ว       เจ็ดคำ
ยากยุ่งหากบ่จำ              ช่ำช้อง
ใช้บ่อยบ่อยฝึกซ้ำ          ดีแก่ นวลแม่ 
ภาษาไทยคำพ้อง           จึ่งล้ำ ความหมาย

บัญจกประชุมห้า      
เอาสีมาห้าบัญจรงค์
บัญชรมองตรงตรง       
ทางหน้าต่างเห็นตำตา
บัญชาสั่งการรบ            
บัญชีจบทางเงินตรา
บัญญัติออกกฎมา         
อีกบัญหาปัญหามี				
27 เมษายน 2551 11:28 น.

แด่...ชาวบ้านกลอน

วชรกานท์

บ้านกลอนไทยมีไว้ตั้งหลายบท
อรรถรสที่แตกต่างไปทางหนึ่ง
บทกลอนอกหักรักหวานซึ้ง
เป็นที่พึ่งทางใจในกวี

กลอนปรัชญาหาห่างทางวิเวก
เป็นปัจเจกบุคคลาสง่าศรี
นำแนวคิดแตกต่างทางวจี
ให้คนมีแนวทางสร้างครรลอง

บทกลอนตามใจคุณอุ่นอารมณ์
ความเหมาะสมสดสวยไม่เป็นสอง
ละเลงร่ายเรียงร้อยถ้อยทำนอง
เลือกจับจองแนวกลอนบ้างสอนใจ

บทกลอนในโอกาสพิเศษนั้น
ต่างขยันสรรหานำมาใส่
วันสำคัญหมั่นหามาเร็วไว
จรรโลงใจร่ายกลอนสุนทรวจี

บทกลอนธรรมชาตินิราศร้าง
คิดไกลกว้างสร้างสรรค์กันเต็มที่
ท้องนภาจันทราดวงสุรีย์
จดธาตรีน่านนทีพงพนา

กลอนหน้าแรกเรียงร้อยถ้อยอักษร
รวมบทกลอนคุณค่าดีมีเนื้อหา
สวยสัมผัสสรรคัดวัจนา
อักษราเรียบเรียงเน้นเที่ยงตรง

กลอนแสบแสบโดนใจหาใครเหมือน
ยามเยี่ยมเยือนเหมือนได้ในประสงค์
เขียนแสบแสบคันคันมั่นบรรจง
ต่างดำรงแนวทางสร้างลีลา

ยังอีกตอนบทกลอนให้กำลังใจ
อ่านที่ไรหัวใจสเน่หา
ดั่งน้ำทิพย์โปรยปรายเทพให้มา
จากสวรรค์ชั้นฟ้าสุราลัย

ท้ายสุดบทกวีมีคำคม
ความนิยมสมควรคำสมัย
เสริมปัญญาอาหารสมองไว
ธีรชนย่อมไม่ใคร่ดูแคลน

ทั้งเก้าหมวดตรวจดูมิรู้หมด
ร่วมจานจดพิมพ์ใส่ได้เรือนแสน
ประเทืองปัญญาหาค่าใดตอบแทน
ดุจดินแดนมหาอารยชน

สมาชิกใหม่เก่าเข้ามาเขียน
เสริมบทเรียนวรรณคดีมิโง่เขลา
โต้ตอบกันปั้นยอพอทำเนา
บ้างหยอกเย้ายั่วกันนั้นเข้าใจ

ส่งขึ้นไปไม่เว้นเป็นวันหยุด
ปัญญาวุธคายคมสมสมัย
แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันมั่นหทัย
บ้านกลอนไทยไม่หมดรสกวี

27  เมษายน  2551				
26 เมษายน 2551 12:43 น.

คนใต้เร่รัก

วชรกานท์

วอนลายลมช่วยบ่มใจให้หายช้ำ
วอนสายน้ำชะล้างใจให้หายหมอง
วอนเทวาหารักใหม่ให้เคียงครอง
วอนรักได้สมปองเทพอวยชัย

คนช้ำรักมักคอยรอขอความหวัง
คนรักพังพึงช่วยเหลือเจือจุนให้
คนรักหักอกพี่นี้มิไกล
คนรักของคนใต้ไปมิลา

ส่งรักใหม่ไปถึงสาวชาวฝั่งโขง
ส่งรักใหม่ไปเชื่อมโยงถึงแหล่งหล้า
ส่งรักใหม่ไปถึงเลยนครา
ส่งรักใหม่ลมพาไปให้คนดี

นั่งเหม่อลอยคอยฝันใจมั่นถึง
สาวสวยภูกระดึงแม่โฉมศรี
อยากไปเยือนแม่โขงน่านที
ผูกไมตรีสองน่านน้ำเพื่อย้ำรัก

หนุ่มตาปีหนีรักสาวชาวปักษ์ใต้
เธอทำให้หัวใจพี่นี้เดาะหัก
วอนเว้าสาวอีสานประสานรัก
คนอกหักขอยารักษาใจ

เธอไม่รับลมจ๋าพารักกลับ
ละลิ่วลับลอยเลื่อนล่องพริ้วไหว
พารักเร่ร่อนสู่ฟ้าชลาลัย
รักอย่าได้หล่นมาสู่ธาตรี				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟวชรกานท์
Lovings  วชรกานท์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟวชรกานท์
Lovings  วชรกานท์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟวชรกานท์
Lovings  วชรกานท์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงวชรกานท์
>