3 กันยายน 2554 15:23 น.

* * * หนูหิ่ง ฯ ตอน สตรีอาสาสมัครรักษาดินแดน * * *

หิ่งห้อยน้อยใจ



หนูหิ่ง ฯ ไปเข้าค่ายฝึกอบรมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดน (ส.อ.ร.ด.) ตั้งแต่วันที่ 26 - 30 ส.ค. ที่ผ่านมา
เหนื่อยสุด ๆ หมดแรง.... เพื่อน ๆ โทร.มาบอกว่ามีลงข่าว TV ด้วย ^^"  แต่หนูหิ่ง ฯ ไม่ได้ดูค่ะ 
เพราะว่าหลังออกจากค่ายฝึกกลับถึงบ้าน 4 โมงเย็นหนูหิ่ง ฯ ก็หลับเป็นตายตื่นอีกทีเช้าวันที่ 31 ส.ค.

การเข้าค่ายครั้งนี้  หนูหิ่ง ฯ ไปแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว  ไปแบบมึน ๆ งง ๆ ไม่รู้จักใคร  ไม่รู้ว่าต้องไปเจอกับอะไรบ้าง ?
แต่.... ก็ไป  

หนูหิ่ง ฯ ขอเล่าแบบย่อ ๆ สั้น ๆ นะคะ ^^"

 
เช้าวันที่ 26 พี่สาวขับรถไปส่ง  
หนูหิ่ง ฯ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเข้าค่ายกันที่ไหน  รู้แต่ว่าต้องไปลงทะเบียนและปฐมนิเทศน์ที่ห้วยตึงเฒ่า
เพราะเขาส่งหนังสือแจ้งรายละเอียดไปที่อยู่ตามบัตรประชาชน  แต่หนูหิ่ง ฯ ไม่ได้อยู่ตามบัตรประชาชน  จึงไม่ได้รับหนังสือ
มีคนมาลงทะเบียนครบจำนวน 40 มีทั้งนาง & นางสาว & คุณหญิง & คุณนาย อายุตั้งแต่ 30 - 72 ปี  *__~
ครูฝึกแบ่งออกเป็น 4 หมู่ ๆ ละ 10 คน  เข้าแถวตามลำดับความสูง หนูหิ่ง ฯ ก็คิดในใจว่ารอดตัว  ตูตัวเตี้ย  ไม่ได้อยู่หัวแถวแน่ ๆ 
แต่ที่ไหนได้  ไม่รู้ว่ายืนอีท่าไหน  ยืนไปยืนมา  กลายเป็นหัวแถวจนได้  สุดท้ายก็ได้เป็นหัวหน้าหมู่ 2  มีลูกแถว 8 คน  หายไป 1 คน
เออ.... เอาก็เอาวะ หัวหน้าก็หัวหน้า  คิดในใจว่า.... ไอ้หนูหิ่ง ฯ เอ๊ย.... ตายแน่ ๆ จะได้จับคนแก่ใส่กระด้งกันคราวนี้แหละ
แต่ก็เอาฟะ  ยังมีคนร่วมชะตากรรมเดียวกันอีก 4 คน  รวมหนูหิ่ง ฯ ด้วยเป็น 5 คน ดังนี้  
หัวหน้าหมู่ 1 ชื่อพี่ดอย มีลูกแถว 9 คน  หัวหน้าหมู่ 3 แอน มีลูกแถว 8 คน พี่กุ้งจากหมู่ 3 เป็นหัวหน้าหมวด  หัวหน้าหมู่ 4 นก มีลูกแถว 9 คน  
แฮ่....  ลูกแถวหมู่อื่น ๆ พากันสงสารหนูหิ่ง ฯ กันเป็นทิวแถว  เพราะหมู่ของหนูหิ่ง ฯ มีทั้งคนแก่และคนป่วยครบครัน
เป็นหมู่ที่ทำอะไรชักช้าที่สุด  อืดอาดที่สุด  งื้อ ! ทั้ง ๆ ที่หนูหิ่ง ฯ ก็ออกจะคล่องแคล่วว่องไว ^^
การเข้าค่ายครั้งนี้  คล้าย ๆ กับการเข้าค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหารที่หนูหิ่ง ฯ เคยผ่านมาแล้ว  หนูหิ่ง ฯ ก็เลยรู้สึกเฉย ๆ แต่.... แม่ ๆ ป้า ๆ ยาย ๆ รับไม่ค่อยได้
เพราะอยู่บ้านทำตัวตามสบายจนเคยชิน  พอมาเข้าค่าย  ก็ไม่ค่อยปฏิบัติตามกฎ - ระเบียบ  ไม่ค่อยมีวินัย  จึงมีปัญหาให้หัวหน้าแก้ไขทุกวัน ๆ 
กิจวัตรประจำวันในค่ายถ้าเล่าให้ฟังแล้วดูเหมือนจะง่าย  แต่ถ้ามาอยู่ในค่ายจริง ๆ จะยากมาก ๆ ส.อ.ร.ด.ทั้ง 40 คน
นอน 2 ห้องแต่ละห้องแบ่งเป็น 2 แถวเอาเท้าชนกัน  ห้องอาบน้ำมี  2 ห้อง  ห้องสุขามี 2 ห้อง * __ ~ (น้อยมาก)
เวลาตื่นไปเข้าห้องน้ำ  หรือเปลี่ยนเวรก็จะถูกเหยียบเกือบทุกคืน
หนูหิ่ง ฯ ดูแลห้อง 1 มี ส.อ.ร.ด.ทั้งหมด 30 คน  พี่ดอยดูแลห้อง 2 มี ส.อ.ร.ด.ทั้งหมด 10 คน
จับคู่บัดดี้  ทุกคนต้องจำบัดดี้ของตัวเองให้ได้  เวลาไปไหนให้ไปด้วยกัน  ห้ามไปคนเดียวเด็ดขาด ^^" (ประมาณว่าอยู่ในสนามรบอ่ะค่ะ)
เวลาตั้งแต่ 4 ทุ่ม ถึง 06.00 น.  ต้องจัดเวรยามคอยเฝ้าค่ายและธงประจำหมวดเวรละ 1 ชั่วโมง ๆ ละ 4 คน โอ๊ย ๆ ๆ ๆ จะบ้าตาย
หนูหิ่ง ฯ เป็นคนจัดเวรยาม  เพราะพี่ ๆ เขาว่าหนูหิ่ง ฯ จำคนได้มากที่สุดในหมู่หัวหน้าด้วยกัน เอ๊า จัดก็จัดฟะ (ซวยแล้วไหมล่ะตู)
หนูหิ่ง ฯ ก็จับแพะชนแกะ มั่ว ๆ ซั่ว ๆ เข้าไป  อาศัยความเป็นเด็กและหน้าตาดี อิ ๆ ๆ อ้อนพี่ ๆ เพื่อขอความร่วมมือ
บางวันหัวหน้าทั้ง 5 คนก็ต้องเข้า 2 เวรบ้าง 3 เวรบ้าง เพราะต้องเข้าแทนคนแก่กับคนป่วย มีอยู่คืนหนึ่งหนูหิ่ง ฯ เจอไป 4 เวร * _ ~ เกือบตาย
ส่วนน้ำที่ใช้ก็เป็นน้ำจากห้วยตึงเฒ่า  คือใสเป็นสีชาเย็น  กับขุ่นเป็นสีกาแฟ ^^" โฮ่ ๆ ๆ ๆ ชีวิตหนอชีวิต

294872_10150294813224985_532699984_77935


05.00 น.  ครูฝึกมาปลุกให้ตื่น   แย่งกันอาบน้ำ - ล้างหน้า - แปรงฟัน  (ส่วนใหญ่ไม่ทันได้ทำอะไร)
05.30 น.  ไปออกกำลังกายโดยพร้อมเพรียงกัน  (กว่าจะต้อนคนออกไปพร้อมกันได้ เฮ้อ !)
06.30 น.  กลับที่พักไปอาบน้ำ - ล้างหน้า - แปรงฟัน เปลี่ยนเสื้อผ้า (เวลาแค่นี้  มันจะทำอะไรทันฟะ ?)
07.00 น.  รวมพลโดยพร้อมเพรียงกันไปรับประทานอาหารเช้า  แบบทหาร  ขัดฉาก  ตบฉาก  ห้ามดื่มน้ำก่อน  ห้ามคุยกัน ฯลฯ (เฮ้อ ! ไม่เคยตรงเวลาสักกะวัน)
07.30 น.  ทำธุระส่วนตัว  (ไม่ค่อยจะได้ทำ  เพราะเลททุกวัน)
08.00 น.  เคารพธงชาติ  เข้าห้องสัมนา  หรือฝึกตามโปรแกรมของแต่ละวัน (ร้อนก็ร้อน  เหนื่อยก็เหนื่อย  แถมถูกทำโทษอีก โหย.... ครูโหด....)
12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน  ถูกทำโทษให้มุดใต้โต๊ะบ้าง  มุดใต้เก้าอี้บ้าง เง้อ ! กว่าจะได้ทานข้าว (บ่น & ด่าครูในใจไปหลายยก)
12.30 น.  ทำธุระส่วนตัว  (วิ่งหน้าตั้งทุกวัน)
13.00 น.  ฝึก หรือเข้าห้องสัมนา  ตามโปรแกรมของแต่ละวัน
17.00 น.  รับประทานอาหารเย็น
17.30 น.  ทำธุระส่วนตัว  (จะไปทำอะไรทันเนาะ ^^)
18.00 น.  เคารพธงชาติ  ทำธุระส่วนตัว
19.00 น.  ฟังวิชาการโดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมากมายสลับกันมาทุกวัน
21.00 น.  สวดมนต์ / เข้านอน  (ส่วนใหญ่ยังไม่ได้นอน  เพราะต้องแย่งกันอาบน้ำ)
23.00 น.  เวลาปิดไฟ.... นอน (แต่.... ใช้ไฟฉายแทน อิ ๆ ๆ ) 

เวลานี้ครูฝึกไม่อยู่แล้ว  หัวหน้าต้องคอยดูแล  แต่....  ไม่ค่อยจะได้ผล  เพราะแต่ละคนก็คุยโทรศัพท์บ้าง  คุยกันเองบ้าง  คนจะนอนก็ไม่ได้นอน
บางคนก็ปวดเหมื่อย  บางคนปวดหัว  บางคนมีไข้  หนูหิ่ง ฯ พกยาพาราและพาสเตอร์บรรเทาปวดไปด้วย  ก็เลยต้องแจกจ่ายและดูแลคนป่วยไปด้วยในตัว
โอ๊ย ! มันส์พะย่ะค่ะ  ร้อยพ่อ - พันแม่  มาอยู่รวมกัน  คนเก็บขยะ  ช่างเสริมสวย พยาบาล สื่อวิทยุ - หนังสือพิมพ์ ยันคุณหญิง คุณนาย  มาอยู่รวมกัน
บางคนพูดมาก  บางคนไม่มีมารยาท  บางคนไม่ค่อยเกรงใจ  บางคนไร้สาระ  บางคนอวดเก่ง  บางคนขี้คุย  สารพัด
บางทีครูก็ฝึกหนัก  บางคนร้องให้  ต้องคอยปลอบ  บางคนถูกขโมยงัดบ้านต้องขอออกไปดูแล  บางคนลูกป่วย  บางคนสามีป่วย  ต้องขอออกจากค่ายดึก ๆ ก็มี

ทั้ง 40 คนอยู่ด้วยกัน  ฝึกด้วยกัน  กิน - นอนด้วยกันทั้งหมด 5 วัน 4 คืน  ท้ายที่สุดก็จบหลักสูตรชั้นต้นและชั้นกลางแบบทุลักทุเล
หนูหิ่ง ฯ ก็ได้เพื่อนใหม่น่ารัก ๆ อีกหลายคน  

หลังจากนี้ต้องมีการฝึกทบทวน  มีการฝึกชั้นสูง  แต่ก็ยังไม่ทราบว่าเมื่อไหร่  

บางวัน ส.อ.ร.ด. ก็พร้อมใจกันร้องให้  เพราะวิทยากรนำภาพการปฏิบัติภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาให้ชม
บางวัน ส.อ.ร.ด. ก็พร้อมใจกันร้องให้  เพราะวิทยากรนำภาพการปฏิบัติภารกิจของทหารตามชายแดนมาให้ชม

บางเรื่องเป็นเรื่องที่ประชาชนอย่างเรา ๆ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพ่อหลวงของเราทรงงานหนักตรากตรำเพื่อประชาชนของพระองค์เพียงใด
บางเรื่องเป็นเรื่องที่คนอยู่แนวหลังอย่างเรา ๆ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าทหารและตชด.ตามชายแดน  เขาทำอะไร  ลำบากอย่างไร  กินอยู่อย่างไร
เพื่อให้คนอยู่แนวหลังอย่างเราได้อยู่ดีกินดีมีความสุข  แล้วเราล่ะ  ทำอะไรเพื่อพวกเขาเหล่านั้นบ้าง ?


295868_10150294807024985_532699984_77933



สมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดน  รุ่นที่ 9  จังหวัดเชียงใหม่

มีพันธกิจหลักคือ  อาสาดูแลสังคมและประเทศชาติ  
ต้องพร้อมในคุณสมบัติที่ต้องการ  ต้องอยู่รวมกับผู้อื่นได้  ต้องมีความเข้มแข็ง อดทน  
ต้องมีระเบียบวินัย  ปฏิบัติตามกฎและระเบียบของสมาคมอย่างเคร่งครัด
ต้องฝึกพูดในที่ประชุม  ฝึกศิลปะการป้องกันตัว - การใช้อาวุธปืน  
ต้องมีความรู้เรื่องกฎหมาย  ต้องฝึกปฐมพยาบาลเบื้องต้น - การช่วยชีวิต
เพื่อทำกิจกรรมบำรุงขวัญทหารตามชายแดน
เพื่อทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์สาธารณกุศลภายในจังหวัดเชียงใหม่ ฯลฯ




307515_10150294816074985_532699984_77936



คำขวัญของ สตรีอาสาสมัครรักษาดินแดน   * * * แม้หวังตั้งสงบ  จงเตรียมรบไว้พร้อมสรรพ์ * * *


318640_10150294812304985_532699984_77935



* * * เพลงมาร์ช ส.อ.ร.ด. * * *

	พวกเราเหล่าสตรีอาสาสมัคร	รักษาดินแดนไทย
เราพร้อมจะอุทิศชีวิตให้		เพื่อไทยได้อยู่คู่ฟ้าดิน
งานหนักแบก  เบาหาม		ยามชาติเกิดวิกฤติ
แม้น้อยนิดเราร่วมจิตศรัทธา		อาสารักษาดินแดนของไทย
เพื่อชาติ  ศาสน์กษัตริย์		รัฐ  ปลอดไพรี
ปวงประชาสุขเกษมเปรมปรีย์		ด้วยชาติพลีของเหล่าสตรีไทย


http://www.4shared.com/audio/4PSzr9ij/01__.html


292096_10150294814934985_532699984_77935


* * * เพลง ส.อ.ร.ด. * * *

	มือก็ไกวดาบก็แกว่งแข่งขัน	สตรีนั้นทำได้ไม่ย่นย่อ
พวกเราชาว ส.อ.ร.ด.		รวมตัวก่อเชิดชูเกียรติสตรี
เรามีปนิธานทุกคน		สร้างกุศลด้วยใจเปรมปรีย์
ชาติต้องการเรานั้นพร้อมยอมพลี		เพราะเรานี้ฝึกการรบครบครัน
แม้อยู่แนวหลังตั้งใจช่วย		คอยอำนวยสารพัดเร่งจัดสรร
ส่งเครื่องใช้ข้าวของต้องการนั้น		บำรุงขวัญแนวหน้าผู้กล้าตาย
สัญลักษณ์เขียวมะกอกวาววาม		เทิดพระนาม "วชิรวุธ" เกียรติก้องกำจาย
เพื่อชาติ  ศาสนา  ราชา  ยอมถวาย	ไว้ลายนามเรา ส.อ.ร.ด.


http://www.4shared.com/audio/W1RdbDdf/03__.html


304072_10150294814024985_532699984_77935




* * * เพลง เพื่อนตาย * * *

          เพื่อนตาย	ชายชาญทหารกล้า	แดนไทย
พวกเราร้อนใจ		ห่วงใยทุกครา		(ห่วงใย  ห่วงใย  ทุกครา)
กอดปืนทรมาณ		แม้นใครรุกราน		มรณา
ปกป้องพสุธา		คุ้มครองผองไทย	(คุ้มครอง  คุ้มครอง  ผองไทย)

          เราซึ้งทรวงดี	ว่าชีพเธอพลี		เพื่อใคร
เราซึ้งทราบใจ		เฝ้าห่วงเฝ้าใย		วันคืน
สวดมนต์อวยชัย		เพื่อนจงปลอดภัย	ยงยืน
เกิดมาใช่อื่น		เพื่อผืนดินไทย		(เพื่อผืน  เพื่อผืน  ดินไทย)


http://www.4shared.com/audio/HA1CzZjR/04_.html


ปล.
ได้รูปมาแล้ว  แต่ยังไม่ครบจ้า  ^^"

				
12 กรกฎาคม 2554 23:56 น.

* * * วิธีทำให้แท็กซี่.... หุบปาก ^^" * * *

หิ่งห้อยน้อยใจ

 

ผู้โดยสาร: ไป...ครับ
 
แท็กซี่: โอเค...น้องๆ ตั้งแต่เพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล อะไรๆก็ดีขึ้นอะ ไอ้นู่นก็ดี ไอ้นี่ก็ดี บลาๆๆ... อภิสิทธิ์ไม่ได้เรื่อง ไอ้นู่นก็เลว ไอ้นี่ก็เลว บลาๆๆ...
 
ผู้โดยสาร: เอ่อ...
 
แท็กซี่: ทักษิณเป็นพระเจ้า ยิ่งลักษณ์เป็นนางฟ้า อภิสิทธิ์เป็นซาตาน บลาๆๆ...
 
ผู้โดยสาร: คือ...
 
แท็กซี่: ทักษิณอัจฉริยะ ยิ่งลักษณ์ฉลาดโคดๆ อภิสิทธิ์โง่เง่า บลาๆๆ...
 
ผู้โดยสาร: พี่ครับ!!!
 
แท็กซี่: ว่าไงน้อง
 
ผู้โดยสาร: ผมก็ชอบนโยบายเค้านะพี่ ผมว่ามันดีมากๆเลย
 
แท็กซี่: ใช่เลยน้อง
 
ผู้โดยสาร: เนี่ยโดยเฉพาะนโยบายลดภาษีรถคันแรก พี่คิดดู นิสสันมาร์ชตัวท็อบคันละสี่แสนนิดๆ ลดภาษีไปแสนนึงเหลือแค่สามแสน ยิ่งถ้าเป็นรุ่นล่างๆหน่อย เหลือแค่สองแสนกว่า แถมไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีเงินผ่อน เพราะมีนโยบายเงินเดือนขั้นต่ำหมื่นห้า ทีนี้ใครๆก็ซื้อรถได้แล้ว ใช่มั้ยพี่
 
แท็กซี่: อืม ใช่ๆ
 
ผู้โดยสาร: แถมยังมีนโยบายราคาน้ำมันไม่เกิน 35 บาท ทีนี้ละ จะได้มีรถขับกันเต็มบ้านเต็มเมือง แต่แบบนี้ผมก็ไม่ได้ขึ้นแท็กซี่แล้วล่ะ และพี่ก็คงจะยิ่งขับยากขึ้นละ เพราะรถมันเต็มถนน รถติดไปทุกที่ แล้วรถพี่ใช้ lpg รึป่าว เนี่ยเค้าจะปล่อยลอยตัวแล้วจะ ราคาน่าจะพอๆกับเบนซินนี่แหละ พี่ก็ลำบากหน่อยนะ
 
แท็กซี่: เอ่อ...
 
ผู้โดยสาร: อ๋อออ แต่พี่ไม่ต้องห่วงนะ เค้าประกันราคาข้าวเกวียนละหมื่นห้าเหมือนกัน พี่จะกลับไปปลูกข้าวทำนาที่บ้านก็ได้ ราคาดีอยู่ แต่ก็ระวังหน่อยนะพี่ ถ้าน้ำท่วม เพลี้ยลง หรือโดนขโมยเกี่ยวข้าว ไม่มีข้าวไปจำนำ พี่ก็อดนะ เพราะเค้าไม่ให้พี่ประกันรายได้แล้ว เพราะนโยบายมันกาก อภิสิทธิ์โง่ คิดได้ไงไม่รู้
 
แท็กซี่: คือ...
 
ผู้โดยสาร: หรือพี่จะมาหางานรับจ้างอย่างอื่นทำก็ได้นะ ค่าแรงขั้นต่ำ 300 แน่ะ เดือนนึงได้ตั้ง 9000 แต่พี่ก็ต้องขยันๆ หน่อยนะ เห็นได้ข่าวว่าตอนนี้พวกเขมร กำพูชา เข้าประเทศไทยเพราะอยากได้ค่าแรง 300 แล้วทักษิณก็บอกว่าให้เฉพาะในกรุงเทพนะพี่ พี่ก็ต้องมาแย่งชิงหางานกันในกรุงเทพนี่แหละ อยู่กันเยอะๆ อบอุ่นดีนะพี่ ว่ามั้ย
 
แท็กซี่:....
 
ผู้โดยสาร: นโยบายเพื่อไทยเทพมากๆอ่ะ คิดได้ไงไม่รู้ ผมล่ะรักทักษิณมากเลย ยิ่งลักษณ์ก็เหมือนกัน ทำไมถึงเพิ่งมาก็ไม่รู้ ถ้าตอนที่ทักษิณเป็นนายกแล้วยิ่งลักษณ์มาช่วย บ้านเมืองเราจะเจริญขนาดไหน ป่านนี้ผมคงขับรถไปทำงานเอง ไม่ต้องมารบกวนพี่ให้ไปส่งหรอก
 
แท็กซี่:....
 
ผู้โดยสาร: อ่าวพี่ ทำไมเงียบอะ ...พระเจ้าไง ทักษิณน่ะ อัจฉริยะโคดๆ หล่อก็หล่อ รวยก็รวย...พี่... (อิอิ อุอุ อะอะ สะจายยย)


				
2 กรกฎาคม 2554 21:18 น.

* * * หนูหิ่ง ฯ ตอน จดหมายถึงพ่อ ฉบับที่ 6 * * *

หิ่งห้อยน้อยใจ



กราบเท้าคุณพ่อที่รักและคิดถึง

พ่อคะ  หนูไม่ได้เขียนจดหมายถึงพ่อนานเลยนะคะ  คิดถึงพ่อจังเลยค่ะ  พ่อคิดถึงหนูบ้างไหมคะ ? 

ตอนนี้หนูกลับบ้านค่ะ  บ้านที่บนดอยหนาวมาก  มีทั้งลมและฝนตกปรอย ๆ ทั้งวันทั้งคืน  หนูก็ยังคงแพ้อากาศหนาวเหมือนเดิม  ตัวแดงแล้วก็คัน

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะชนะสักทีนะคะ  ^^"  หนูต้องอาศัยยาแก้แพ้เป็นที่พึ่งอีกแล้วค่ะ  ถ้าไม่มียาช่วยหนูคงต้องอยู่ในรถแล้วเปิดฮีตเตอร์

ไม่งั้นก็ต้องนอนคลุมโปงทั้งวันทั้งคืนไม่ต้องทำอะไร  แต่หนูต้องทำโรงเพาะเห็ดให้แม่  จริง ๆ แล้วตั้งใจไว้ว่าจะเปลี่ยนเล้าหมูให้เป็นโรงเพาะเห็ด

แต่หมูแม่ยังขายไม่หมด  เล้าที่ว่างก็ยังไม่ได้ล้าง  กลิ่นยังคงเหม็นอยู่  หนูก็เลยทำแบบง่าย ๆ เพาะเสียที่โรงจอดรถข้างบ้านนั่นเองค่ะ

หนูซื้อก้อนเห็ดมาแค่ 200 ก้อน  ใช้พื้นที่ไม่เยอะ  หนูก็ทำแบบง่าย ๆ แม่เห็นแล้วก็ขำ เออ.... มันก็ทำง่ายจริง ๆ เสียด้วย  ^ _ ^

วิธีทำของหนูก็คือ  มองไปรอบ ๆ แล้วก็หาอุปกรณ์ที่สามารถใช้ได้  เห็นถังน้ำ 200 ลิตร อยู่ 2 ใบ  อิฐบล็อกที่เหลือจากสร้างบ้าน  บันใดไม้ผุ ๆ ผ้าเต้นท์เก่า ๆ

โอเค  ใช้ได้  แล้วหนูก็นำอิฐบล็อกมาวางประมาณ 10 ก้อน  นำก้อนเห็ดมาวางซ้อน ๆ ขึ้นไปบนอิฐ  นำถังมาวางข้างละใบกันก้อนเห็ดไถลลง

เสร็จแล้วก็นำบันใดไม้เก่า ๆ วางพาดบนถัง  แล้วก็นำผ้าเต้นท์ปิด  น้ำก้อนอิฐทับบนเต้นท์อีกที  เป็นอันเสร็จเรียบร้อย  โรงเพาะเห็ดมั่ว ๆ ของหนู

แหม.... ก็หนูทำแบบด่วน ๆ แค่ให้แม่ลองเพาะดูก่อน  ไม่รู้ว่าอากาศบนดอยจะเพาะได้ดีแค่ไหน  ถ้าได้ผลดี  หนูก็เตรียมที่ไว้ให้แม่แล้วค่ะ

หลังบ้านตรงริมแท้งค์น้ำ  ใต้ซุ้มมะระหวานก็ปรับเป็นที่เพาะเห็ดได้เหมือนกัน  ถ้าเห็ดชุดนี้ขึ้นดี  หนูค่อยมาทำเพิ่มค่ะ  ^o^


พ่อคะ  แม่ได้อยู่บ้านใหม่แล้วนะคะ  บ้านใหม่ของแม่มีหลังคาสีฟ้า  (สีที่หนูชอบ)  2 ห้องนอน  2 ห้องน้ำ  1 ห้องครัว

ห้องโถงกลางบ้านกว้างมาก (ตั้งได้หลายวง  อิ ๆ ๆ ๆ)  กลางวันแม่ก็พาพี่ชายออกมานั่งดูทีวีทั้งวัน  บางทีพี่ชายก็นั่งเก้าอี้

บางทีพี่ชายก็นอนบนเสื่อ  พื้นเย็นมากขึ้นดอยเที่ยวนี้หนูซื้อพรมมาด้วย  แม่ก็ไม่อยากปู  เพราะเสียดาย  แหม....  ก็ซื้อมาให้ใช้เนาะ  ไม่ได้ซื้อมาให้เก็บ

หนูปูไว้หน้าทีวีค่ะ  แล้วพี่ชายก็ลงมานอน  หนูก็เลยหยิบหมอนกับผ้าห่มออกมาให้  พี่ชายหลับปุ๋ย  อุ่นสบาย  ท่าทางมีความสุขมาก ๆ เลยค่ะ

บ้านหลังใหม่ของแม่หลังคาไม่รั่ว  ก่อนหน้านี้แม่อยู่บ้านหลังเก่า  เวลาฝนตกทีไรหลังคาก็รั่วทุกที  แม่ต้องหาถังมารองตรงจุดที่รั่ว 

แม่เล่าให้ฟังว่า.... บางทีฝนก็ไหลลงที่นอน  แม่ก็ต้องลุกมาหาจุดที่ฝนไม่รั่ว  ต้องย้ายกันทั้งคืน  * __ ~

พ่อคะ  ตอนนี้หนูกับแม่วางแผนไว้ว่าจะทะยอยสร้างบ้านไว้ให้เช่าค่ะ  ตอนนี้แม่ก็เก็บค่าเช่าห้องแถวของหนูได้เดือนละ 6,000  หนูโอนให้แม่อีกทุกเดือน

แม่ก็ซื้อไม้  ซื้ออิฐเตรียมไว้  ถ้ามีรถแม็กโครขึ้นดอย  ก็จะถมที่ไว้ค่ะ  หมู่บ้านของเรากำลังจะเปิดสอนถึงระดับมัธยมปลายครูก็จะเยอะขึ้น  ที่พักคงจะไม่พอค่ะ  

ผอ.เคยมาขอเช่าบ้านแม่ให้ครูพักด้วยค่ะ  แม่ก็เลยกั้นห้องแบบง่าย ๆ ให้ครูอาศัยอยู่ด้วย  แม่ก็ไม่ได้เก็บค่าเช่าหรอกค่ะ  แบ่งกันอยู่ ๆ ไปแบบง่าย ๆ 

เมื่อขยายโรงเรียนก็ต้องรับครูเพิ่มมากขึ้น  ครูก็จะไม่มีที่พัก  แม่กับหนูก็เลยจะทำบ้านไว้ให้ครูเช่าค่ะ  อีกหน่อยแม่ก็จะกลายเป็นเสีอนอนกินไงคะ  ^ _ ^

ช่วงนี้หนูก็ต้องทำงานมาก ๆ หาเงินเยอะ ๆ เพราะที่บนดอยไม่มีโฉนด  ไม่สามารถนำไปกู้เงินเพื่อมาสร้างได้  

หนูไม่ค่อยได้กลับบ้าน  เพราะกลับบ้านทีก็ใช้ตังค์เยอะค่ะ  พ่อช่วยดูแลแม่และพี่ชายด้วยนะคะ  อย่าให้เจ็บ  อย่าให้ป่วย

หนูจะได้ทำงานอย่างสบายใจ  ขึ้นดอยคราวนี้  หนูไปดูสวนของพี่โย่งด้วย  ส่วนพี่ฮัวก็ขึ้นดอยมารับหนูไปนอนสวนที่อมก๋อย 1 คืน

พ่อคะ  พี่ฮัวลูกสาวของพ่อขยันมาก  ปลูกพริก  ปลูกมะเขือเทศประมาณยี่สิบกว่าไร่ ตอนนี้พี่ฮัวสร้างบ้าน + โกดังไว้ที่สวนแล้วค่ะ  เพราะพี่ฮัวเลิกกับสามี  ถ้าไม่สร้างบ้านก็ไม่มีบ้านอยู่

ส่วนหลานเจมส์ก็ไปอยู่กับยายที่บนดอยค่ะ  แม่บ่นว่าหลานขี้เกียจตื่น  ^ _ ~ ก็ธรรมดาของเด็กนะคะ  อากาศบนดอยหนาวมากนินา  เนาะพ่อเนาะ

หลานเจมส์เลี้ยงง่ายค่ะพ่อ  กลับจากโรงเรียนก็หาข้าวหาปลากินเอง  บางทีก็ทำข้าวผัดกิน  ไม่ต้องให้ยายหาให้  แต่หลานจะติดการ์ตูนกับเกมส์

หนูก็บอกแม่ว่าปล่อย ๆ หลานบ้างเถอะ  หลานเล่นอยู่บ้านน่ะดีแล้ว  ดีกว่าให้หลานไปเที่ยวเกเรกับเพื่อน  ดีไม่ดีจะติดยาเอาง่าย ๆ 

วันเสาร์พี่ฮัวจะส่งหนูกลับดอย  เราจะไปปลูกต้นสาละที่วัดกันค่ะ  ก่อนกลับบ้านหนูแวะซื้อต้นสาละที่วัดพระนอน ฯ จ.สิงห์บุรี  7 ต้น

ต้นสาละ  เป็นต้นไม้ที่สำคัญของศาสนาพุทธค่ะ   พระพุทธเจ้าประสูติใต้ต้นสาละไงคะ  หนูเพิ่งเคยเห็นต้นสาละตอนที่ไปทำบุญ 9 วัด แถว จ.สิงห์บุรีเมื่อหลายเดือนก่อน

หนูคิดว่าสมัยนี้คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยรู้จักต้นสาละกันแล้ว  ขนาดหนูโตป่านนี้แล้วก็เพิ่งจะรูจักต้นสาละ  ส่วนใหญ่จะรู้จักแต่ต้นโพธิ์  ดังนั้น ถ้ามีโอกาสหนูก็จะหาไปปลูกไว้ตามวัดค่ะ


พ่อคะ  พี่ฮัว  ลูกสาวพ่อเก่งและขยันมากเลยค่ะ  พี่ฮัวพาหนูเดินดูสวน  ดูนา  หนูเดินเสียเหนื่อยเลยค่ะ    เดินไปหนูก็ถามโน่น ถามนี่  พี่ฮัวก็อธิบายให้หนูฟัง

หนูสังเกตุเห็นใต้ต้นพริกกับมะเขือเทศมีหลุมเล็ก ๆ ตอนแรกหนูคิดว่าเป็นรูของจิ้งหรีด  แต่พี่ฮัวบอกว่าเป็นหลุมที่ทำขึ้นมาเอง  แล้วก็หยอดปุ๋ย  

เพราะช่วงนี้ฝนตก  ถ้าไม่ทำเป็นหลุมฝนจะชะปุ๋ยทิ้งหมด  พี่ก็เลยใช้วิธีทำเป็นหลุม  แล้วก็ปล่อยให้ปุ๋ยค่อย ๆ ซึมลงไปในดินกว่าจะหมดก็ใช้เวลาประมาณ 20 วัน

ถ้าพ่นปุ๋ยทางใบ  พืชจะได้กินปุ๋ยประมาณ 5 - 7 วัน  ถ้าหว่าน  ฝนก็จะชะไปหมด  ดังนั้น  วิธีให้ปุ๋ยในหลุมเป็นวิธีที่ดีที่สุดในฤดูนี้ค่ะ


เดินไปเรื่อย ๆ ตามแปลงพริก  ก็เจอคู่อริของหนูค่ะพ่อ  อิเมโจไดไงคะ  กำลังกินใบพริกกับผลพริกอย่างเอร็ดอร่อย  ตัวกลมอ้วนพีเชียวค่ะ  หนูเรียกพี่ฮัวมาดู

พี่ฮัวก็เลยบอกว่าพรุ่งนี้คงต้องพ่นยาสังหาร  ไม่งั้นพริกจะเหลือแต่ตอ  พี่ฮัวบอกว่าคงต้องใส่ยายืดด้วย  หนูก็งง....  ยายืดคืออะไรหนอ.... ?

พี่ฮัวบอกว่าพริกก็เหมือนคน  คนที่มีผมหยิก  ก็ไปยืดให้ตรง  ดังนั้น  พริกที่งอ ๆ หงิก ๆ ก็พ่นยายืด  สัก 1 - 2 วัน  พริกก็จะยืดตัวตรง

แปลกดีนะคะพ่อ  หนูก็เพิ่งรู้ค่ะว่ามียาแบบนี้ด้วย  ^^" 


พ่อคะ  พ่อไม่ต้องห่วงพี่ฮัวแล้วนะคะ  ถึงแม้พี่ฮัวจะเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว  ต้องทำมาหากินเลี้ยงตัวเองและลูกชายวัยรุ่นหนึ่งคน

พี่ฮัวก็เอาตัวรอดได้ค่ะ  เมื่อก่อนมีสามี  ทำงานงก ๆ ๆ ได้เงินมาก็เป็นของคนอื่น  ตอนนี้ทำได้เท่าไหร่ก็เป็นของตัวเอง  ปีที่แล้วพี่ฮัวได้รถโฟร์วิล 1 คัน

ได้บ้าน + โกดัง 1 หลัง  ปีนี้พี่ฮัวก็เอารถไปเข้าไฟแนนท์  เอาเงินออกมาลงทุนประมาณสามแสน  พี่ฮัวไม่อยากรับทุนจากนายทุนค่ะ

ก็เลยลงทุนเอง  พี่ฮัวบอกว่าต้องปลูกเยอะ ๆ เวลาของออกจะได้พอส่งแผง  เพราะพี่ฮัวส่งแผงเอง  ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางค่ะ

พี่ฮัวยังช่วยรับซื้อของชาวสวน  บางทีพี่ฮัวก็ไปเหมาสวนเพื่อส่งแผงด้วย  พริกของพี่ฮัวทั้งใหญ่และยาว  แผงชอบมากพี่ฮัวก็เลยได้ราคาดีกว่าคนอื่น 2 บาท

หนูดีใจนะคะพ่อ  ปีนี้พี่ฮัวก็คงได้เงินหลายอยู่ค่ะ  ถ้าได้เงินพี่ฮัวบอกว่าจะไปสร้างบ้านบนดอย  ไปอยู่ใกล้ ๆ แม่แล้วปีหน้าพี่ฮัวจะปลูกที่บนดอย

ส่วนที่อมก๋อยก็อาจจะลงทุนแล้วให้คนอื่นปลูกแล้วค่อยแบ่งกำไรกันค่ะ


อ้อ.... หนูลืมเล่าให้พ่อฟังค่ะ  เมื่อวานนี้พี่ซิงโทรมาถามแม่ว่าหนูทำโรงเพาะเห็ดยังไง  เพราะพี่ซิงขี้นมาก่อนหน้าหนูแล้วก็ลงดอยไปก่อนหน้าหนู

แม่บ่นว่าพี่ซิงจะทำโน่น  นี่  นั่น  ยุ่งยาก  ต้องจ้างคนมาทำ  ต้องทำดี ๆ ใหญ่ ๆ แหม....  เห็ดแค่ 200 ก้อนเอง

หนูก็แค่อยากให้แม่ทดลองเพาะดูก่อน  ถ้าได้ผลก็ค่อย ๆ ขยับขยาย  แม่ก็เล่าให้พี่ซิงฟังว่าน้องทำของน้องเอง  ทำง่าย ๆ ไม่เห็นยุ่งยากสักนิด

ก็จะทำให้ยุ่งยากวุ่นวายทำไมเนาะพ่อเนาะ  ทำ ๆ เล่น ๆ แบบหนูนี่ก็น่ารักดีนะพ่อนะ  แม่มาดูแล้วแม่ก็ขำ ๆ เออ....  มันก็มั่ว ๆ ของมันไปได้  ^^"

เอาเป็นว่าหนูทำโรงเพาะให้แม่เสร็จด้วยตัวเองก็แล้วกันนะพ่อนะ   พี่ซิงก็บ่นกับแม่อีกว่าหนูทำอะไรก็เป็นง่ายไปหมด  ก็นะ  จะทำให้มันยุ่งยากทำไม  เหนื่อยตายเลยนะพ่อนะ



พ่อคะ  ฉบับนี้แค่นี้ก่อนนะคะ  ถ้ามีเวลาหนูจะเขียนมาคุยกับพ่อบ่อย ๆ นะคะ  พ่อจะได้ไม่เหงา

หนูรักพ่อค่ะ


หนูหิ่ง ฯ 

ลูกหล้าของพ่อ


				
5 มิถุนายน 2554 08:12 น.

* * * หนูหิ่ง ฯ เล่าสูกันฟัง ตอน ละอายแก่ใจบ้างไหม * * *

หิ่งห้อยน้อยใจ



เรื่องที่หนูหิ่ง ฯ จะเล่าให้ฟัง  เป็นเรื่องของพี่สาว (ลูกของลุง) เหตุเกิดเมื่อปี 53 ที่ผ่านมา

พี่สาวขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋อยู่แถวบางนา  ก็เซ้งที่มาจากคนอื่นอีกต่อหนึ่

แต่ไม่ได้เปลี่ยนสัญญาที่สำนักงานเขต  รู้สึกว่าจะเปลี่ยนสัญญาไม่ได้จนกว่าจะพ้นระยะเวลา 10 ปี

ต่อมาสามีของผู้หญิงคนที่เซ้ง (เลิกกันไปแล้ว) ก็มาเอาที่คืน  โดยการตามไปให้ผู้หญิงคนนี้จดทะเบียนสมรสด้วย

ผู้หญิงคนนี้ก็ยอมจด  แล้วผู้ชายก็ใช้สิทธิ์ของสามีมาเอาที่คืน  พี่สาวหนูหิ่ง ฯ ก็เลยต้องย้ายไปขายอีกที่หนึ่งใกล้ ๆ กัน

ผู้ชายคนนี้ก็พยายามร้องเรียนต่าง ๆ นา ๆ   พี่สาวของหนูหิ่ง ฯ ก็เครียดมาก  เพราะต้องหาเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน

ค่าเทอมลูกอีก 2 คน  (สามีของพี่สาวมีเมียน้อยค่ะ) พี่สาวร้องให้ทุกวัน  แต่ก็ต้องออกไปขายทุกวันด้วยความกังวลว่า

เมื่อไหร่จะถูกไล่  เมื่อไหร่เขาจะไม่ให้ขาย  เพราะเจ้าของบ้านเขาก็ถูกร้องเรียน  เขาก็ไม่อยากให้พี่สาวหนูหิ่ง ฯ ขายหน้าบ้านเขา

ทั้ง ๆ ที่เขาก็สงสารพี่สาวหนูหิ่ง ฯ เหมือนกัน  แต่เขาก็กลัวอิทธิพลของคนที่มาขู่ (หนูหิ่ง ฯ ก็ไม่รู้ว่าเป็นใครค่ะ)

ต่อมา  พี่สาวได้คุยกับลูกค้าคนหนึ่งเป็นลูกค้ามาซื้อน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋  พี่เขาบอกว่าจะช่วย

หลังจากนั้น 1 อาทิตย์  เจ้าของบ้านก็มาบอกว่า  ให้ขายได้  ไม่ต้องกลัว  ไม่ต้องย้ายไปไหน  พี่สาวของหนูหิ่ง ฯ ดีใจมาก

ก็เลยโทร.มาเล่าให้หนูหิ่ง ฯ ฟัง  แถมยังเล่าต่ออีกว่า  พี่คนที่ช่วยอยู่พรรคการเมืองที่พี่สาวหนูหิ่ง ฯ ไม่ชอบ

ส่วนพรรคที่พี่สาวหนูหิ่ง ฯ ชอบไม่เห็นช่วยอะไรเลย  ทั้ง ๆ ที่เวลามีม๊อบ  พี่สาวหนูหิ่ง ฯ ทำน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ไปแจก

ไปร่วมกิจกรรมสำคัญ ๆ ของม๊อบแทบทุกครั้ง  จนหนูหิ่ง ฯ ต้องบอกให้หยุดบ้าง  ตัวเองต้องทำมาหากินเลี้ยงลูก
 
มัวแต่ไปม๊อบ ๆ ๆ จะพากันอดตาย  หนูหิ่ง ฯ เองก็มีภาระเหมือนกันดูแลไม่ไหวหรอก  โต ๆ แล้วอย่าให้น้องสอนเลย

เศรษฐกิจแบบนี้  ช่วยเหลือตัวเองให้รอดก่อน  แล้วค่อยคิดช่วยคนอื่น  อย่าทำเป็นเตี้ยอุ้มค่อม 

แล้วเรื่องม๊อบน่ะ  อย่าไปยุ่งกับให้มากนัก  เขาเอาอะไรมายัดใส่สมองก็เชื่อเขาไปหมด  แล้วเป็นไงตัวเองเดือดร้อนใครเป็นคนช่วย

ด่าเขาเอาไว้มากมาย  อายบ้างไหม  เขาไม่รู้แต่หนูรู้  เพราะหนูเป็นคนทนฟังพี่ด่าเขาทุกครั้งที่เจอ  บางทีไม่เจอยังโทร.มาด่าให้ฟัง

มันอะไรกันนักกันหนา  หนูถามพี่สาวว่าที่ด่าเขาน่ะรู้จักเขาไหม  คนที่พี่ชมว่าดีนักดีหนาน่ะ  พี่รู้จักเขาไหม

เออ.... ก็ไม่รู้จัก  ไปฟังเขาพูดก็เชื่อเลยเชื่อเขา  คนเขาด่าก็ด่าตามเขา  มีหลักฐานนะ  มีเทป  มีซีดี 

คนไทยที่เมืองนอกก็ทำส่งมาให้นะ  ฯลฯ นั่น ! พี่สาวหนูหิ่ง ฯ เห่อของนอกซะงั้น

หนูหิ่ง ฯ แวะไปหาพี่สาวเมื่อเดือนก่อน  ตอนจะไปตราด  พี่สาวก็เล่าให้ฟังว่า

ตอนนี้ผู้ชายคนที่ร้องเรียน  ก็เงียบไปแล้ว  และก็ไม่มาขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋มาเกือบ 2 เดือนแล้ว

สงสัยว่าจะอายที่ร้องเรียนไปแล้วก็ไม่ได้ผล  หรือไงก็ไม่ทราบได้เหมือนกันค่ะ


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  รู้หน้า  ไม่รู้ใจ  ค่ะ  ^__^



				
4 มิถุนายน 2554 07:33 น.

* * * หนูหิ่ง ฯ ตอน จดหมายถึงพ่อ ฉบับที่ 5 * * *

หิ่งห้อยน้อยใจ



กราบเท้าคุณพ่อที่เคารพ

พ่อคะ  พ่อกับพี่หรั่งสบายดีไหมคะ  พี่หรั่งทำต้มจับฉ่ายของโปรดให้พ่อกินหรือเปล่าคะ ?

หนูสอนพี่หรั่งทำสูตรอร่อยด้วยน๊า  เข้าพรรษานี้หนูจะทำหม้อใหญ่ ๆ ไปทำบุญให้พ่อกับพี่หรั่งนะคะ

ตอนนี้หนูอยู่กรุงเทพ ฯ ค่ะ  ได้แต่ซื้อกับข้าวถุงใส่บาตร  อ่ะน่า อ่ะน่า  พ่อกินง่ายอยู่แล้วเนาะพ่อเนาะ

พ่อคะ  หนูจะบอกพ่ออย่างหนึ่งนะคะ  หนูชอบชื่อที่พ่อตั้งให้มากเลยค่ะ  หลาย ๆ คนก็ชอบนะคะ

หิ่งห้อย  ^__^  ถึงแม้จะเป็นแมลงตัวเล็ก ๆ วงจรชีวิตไม่นาน  แต่ก็เป็นแมลงที่มีแสงในตัว

เป็นเพราะหนูชื่อหิ่งห้อยหรือเปล่าก็ไม่รู้นะคะพ่อ  ทำให้หนูชอบเวลากลางคืนมากกว่ากลางวัน

อาจจะเป็นเพราะว่าตอนกลางคืนเงียบสงบกว่ากลางวัน  ตอนกลางคืนเห็นแสงหิ่งห้อยระยิบระยับ

และสามารถเห็นแสงดาวที่กระพริบอยู่บนฟ้าไกล  พ่อคะ  ช่วงนี้หนูไปทำงานแถวตะวันออกบ่อย ๆ 

หนูกับพี่หล้าก็ชวนบอดี้การ์ดหนุ่ม ๆ ^^"  ไปนอนดูดาว  ฟังเสียงคลื่นที่ชายหาด  ตี 1 - 2 ก็กลับ

บางคืนก็เห็นแต่แสงดาว  บางคืนก็เห็นหิ่งห้อยด้วยล่ะค่ะ  หนูก็พยายามมองหาพ่อกับพี่หรั่งเหมือนกันนะคะ

แต่หนูก็ไม่รู้ว่าพ่ออยู่บนดาวดวงไหน  *__~

พ่อคะ  ช่วงนี้หนูไม่ได้กลับบ้านเลย  หนูคิดถึงแม่มากเลยค่ะพ่อ  ฝากพ่อช่วยดูแลแม่ด้วยนะคะ

หนูก็ยังไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านช่วงไหน  พ่อก็รู้ว่าพักหลัง ๆ นี้หนูไม่อยากจะนัดใครเลย  เพราะหนูมักจะผิดนัดบ่อย ๆ ค่ะ

ก็จะทำยังไงได้ละคะพ่อ  หนูแยกร่างไม่ได้นินา  หนูก็ต้องทำหน้าที่ของตัวแทน  ไปดูแลลูกค้าก่อนน่ะค่ะ

แต่....  เพื่อนที่เหลืออยู่เขาก็น่ารักและเข้าใจหนูนะคะ  ไม่งั้นเขาคงเลิกคบหนูไปนานแล้วล่ะค่ะ  ^__^ 

แล้วถ้าพ่อพูดกับแม่ได้  พ่อช่วยบอกแม่ให้ขายหมูให้หมดนะคะ  ช่วยบอกแม่ให้เลิกเลี้ยงหมูเถอะค่ะ  นะคะพ่อ

หนูไม่อยากให้แม่เลี้ยงหมูไว้ให้เขาฆ่าค่ะพ่อ  หนูขอแม่หลายปีแล้ว  ก็ยังไม่สำเร็จ  แต่แม่บอกว่าปีนี้แม่จะเลิกเลี้ยงแล้ว

หนูก็กลัวว่าแม่จะแอบซื้อเพิ่มอีกสิคะ  *__~  ขี้หมูก็เหม็นด้วย  แม่ก็เหนื่อยต้องหาอาหารให้หมูกินด้วย

ถ้าแม่เลิกเลี้ยงหมูแล้ว  หนูจะทำโรงเพาะเห็ดให้แม่ค่ะ  หนูไปดูและศึกษามาบ้างแล้ว  

หนูกับพี่หล้าซื้อมาลองเพาะแล้วด้วยค่ะ  หนูคิดว่าแม่ต้องชอบเพาะเห็ดมากกว่าเลี้ยงหมูแน่ ๆ เลยค่ะ

พ่อคะ  คุยกับพ่อแค่นี้ก่อนนะคะ  หนูจะออกไปหาซื้อผลไม้  ยาประดง  ตอนเย็นหนูต้องไปรับพี่หล้าที่ท่ารถค่ะ

หนูรักพ่อ  และคิดถึงพ่อนะคะ

หนูหิ่ง ฯ 

ลูกหล้าของพ่อ


ปล.

พ่อคะ  นี่เป็นรูปของเห็ดขอน  กับเห็ดนางฟ้า  ที่หนูกับพี่หล้าซื้อมาเพาะเล่น ๆ ค่ะ



				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟหิ่งห้อยน้อยใจ
Lovings  หิ่งห้อยน้อยใจ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟหิ่งห้อยน้อยใจ
Lovings  หิ่งห้อยน้อยใจ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟหิ่งห้อยน้อยใจ
Lovings  หิ่งห้อยน้อยใจ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงหิ่งห้อยน้อยใจ
>