24 กันยายน 2553 16:20 น.

อิทัปปัจยตาสยาม

เชษฐภัทร วิสัยจร

แดนสยามอยู่เยี่ยงนี้......นานสมัย
สรวลและกันแสงไหว.......หวั่นอ้าง
หลักฐานโลกธรรมใจ......จงตรึก...ตรองเฮย
หมุนสลับปรับเวียนบ้าง.....บอกให้เห็นจริง

สรรพสิ่งย่อมเกิดแล้ว......ดับลง
ทุกอิฐศิลาคง.........ไม่แคล้ว
อิทัปปัจยตาวง.........เวียนวาด
ย่อมพิสูจน์ทิพย์ธรรมแก้ว........กฏย้ำดำเนิน

เผชิญฤดูหลากร้อย........ลีลา
หลากมนุษย์เปลี่ยนเวียนวา-.......ระย้อน
ตึกเก่าถล่มใหม่นา.......ครเกิด
คนชั่วคนดีซ้อน..........สุดแท้แต่จะเห็น

เช่นนั้นเช่นนี้นึก.........ตรึกตรอง
สุขทุกข์เถิดเฝ้ามอง.........มรรคแล้
ปัญหาหากยากลอง........เล่นกับ มันเฮย
แก้ไม่ได้ไม่แก้.........เกริ่นให้ทบทวน

ครวญครุ่นความคิดแล้ว......ลองเผชิญ
ผูกมิตรโลกธรรมเทอญ.......ท่องซ้ำ
ทุกเหตุปัจจัยเผอิญ.........พอเหมาะ
จึงเกิดเป็นเหตุย้ำ.........เล่าไว้ให้ตรอง

มองสยามพิพาทเพี้ยน........พบเจอ
เช่นว่าฉันและเธอ.........ที่เศร้า
มองเศร้าเถิดลองเสนอ..........ลองปล่อย
พิศเหตุเลวดีเคล้า..........คิดแล้วเตือนตน				
23 กันยายน 2553 15:22 น.

ความรัก

เชษฐภัทร วิสัยจร

เข้าใจว่าบทนี้เป็นบทที่ ยุพดี ชวนส่างหม่องมาอ่าน คาลิล ยิบรานเป็นครั้งแรก ผมลองฝึกแปลดู อาจจะมีจุดที่ต้องแก้ไขอีกหลายจุด ถ้าสมองปลอดโปร่งจะกลับมาแก้ไขภายหลังครับ

The Prophet
Kahlil Gibran 

Then said Almitra,  "Speak to us of Love."  
And he raised his head and looked upon the people, and there fell a stillness upon them. And with a great voice he said:
When love beckons to you follow him, 
Though his ways are hard and steep. 
And when his wings enfold you yield to him, 
Though the sword hidden among his pinions may wound you.  
And when he speaks to you believe in him, 
Though his voice may shatter your dreams as the north wind lays waste the garden. 
For even as love crowns you so shall he crucify you. 
Even as he is for your growth so is he for your pruning. 
Even as he ascends to your height and caresses your tenderest branches that quiver in the sun, 
So shall he descend to your roots and shake them in their clinging to the earth. 
Like sheaves of corn he gathers you unto himself. He threshes you to make you naked. 
He sifts you to free you from your husks. 
He grinds you to whiteness. 
He kneads you until you are pliant; 
And then he assigns you to his sacred fire, that you may become sacred bread for God's sacred feast. 
All these things shall love do unto you that you may know the secrets of your heart, and in that knowledge become a fragment of Life's heart. 
But if in your fear you would seek only love's peace and love's pleasure, 
Then it is better for you that you cover your nakedness and pass out of love's threshing-floor, 
Into the seasonless world where you shall laugh, but not all of your laughter, and weep, but not all of your tears. 
Love gives naught but itself and takes naught but from itself.  
Love possesses not nor would it be possessed; 
For love is sufficient unto love. 
When you love you should not say, "God is in my heart," but rather, I am in the heart of God." 
And think not you can direct the course of love, for love, if it finds you worthy, directs your course. 
Love has no other desire but to fulfil itself. 
But if you love and must needs have desires, let these be your desires: 
To melt and be like a running brook that sings its melody to the night. 
To know the pain of too much tenderness. 
To be wounded by your own understanding of love; 
And to bleed willingly and joyfully. 
To wake at dawn with a winged heart and give thanks for another day of loving; 
To rest at the noon hour and meditate love's ecstasy; To return home at eventide with gratitude; And then to sleep with a prayer for the beloved in your heart and a song of praise upon your lips.    

ความรัก
คาลิล ยิบราน: บทประพันธ์
เชษฐภัทร วิสัยจร: บทแปล

อัลมิตราเริ่มตั้ง.....................คำถาม
เถิดท่านโปรดนิยาม..............รักแท้
เพื่อผองพวกข้าตาม..............คิดต่อ
พลันปราชญ์เงยหน้าแล้..........เริ่มตั้งสติตรอง

มองฝูงชนสงบซึ้ง...............ในภวังค์
วจีปราชญ์กังวานดัง............ว่านี้
หากรักเรียกจงฟัง..............รักเถิด
ตามรักใช้ใจชี้...............ส่งน้อมนำทาง

แม้ระหว่างทางก้าวย่าง...........สูงชัน
ซ้ำขรุขระคับขัน.................เหนื่อยล้า
แม้นปีกรักโอบพัน............กายแน่น
ทนเถิดอดทนท้า..........ทุกข์ด้วยแรงใจ

แม้นในปีกรักเร้น.......หนามแทง
ให้เจ็บให้ใจแสลง..........ลึกร้าว
หากความรักสำแดง........พลังบอก 
เถิดเชื่อในรักก้าว.-..........ย่างด้วยศรัทธา

ถ้าเสียงรักนั้นดับ...............ความฝัน 
ดุจพระพายเหนืออัน.............เลือดร้อน
กระหน่ำสวนบุปผาพลัน.........พินาศย่อย ยับนา
แม้นรักสวมมกุฏอ้อน............อาจแกล้งแฝงนัย

ใช้กางเขนตรอกตั้ง..............ตรึงเธอ
คือรักที่มอบเสนอ..........นับได้
ยิ่งอกยิ่งพองเผยอ................ผยองจาก รักนา
อกยิ่งถูกบั่นให้.............หดด้วยรักกระทำ

จำเถิดขณะรักซึ้ง.............เซาะทรวง 
ปีนป่ายจุดสูงดวง-........จิตสะท้าน
รักไล้ลูบเสียวปวง.........ก้านกิ่ง กายฤา
เทิ้มสั่นในแสงสะอ้าน.......อวดโอ้องค์ตะวัน

ขณะนั้นรากรักย้อน..........หยอกดิน
หยั่งรากจนสุดจินต์.........รักไว้
เปรียบข้าวโพดผันผิน........ฝักโอบ เธอฤา
ค่อยแกะปลดเปลือกให้........เปลือกพ้นพันธการ

งานบดข้าวโพดให้............เป็นผง
ขาวละเอียดเอนโอนองค์...........อ่อนน้อม
เตรียมไฟศักดิ์สิทธิ์สรง..............กายก่อน
แล้วอบขนมปังพร้อม.........เพื่อพระเจ้าคอยเสวย

เผยมหิทธานุภาพอ้าง...............ความรัก
เธอย่อมได้ประจักษ์................รสแล้ว
เผยความลับรักสลัก..................ลงจิต
ความรักย่อมไม่แคล้ว-............คลาดสร้างชีพนิรันดร์

กระนั้นแม้นหากว่ารู้..................ว่ากลัว
หวังแต่สุขใส่ตัว..................ติดเน้น
เถิดดีกว่าเถิดพัว-.................พันหมก
กายที่เปลือยเปล่าเร้น...........หลบไว้ให้ดี

เถิดหนีลานบดข้าว-............โพดงาม
ไปโลกไร้ฤดูยาม..............อย่างนั้น
หัวเราะไม่เต็มตาม..........ใจอยาก
หากร่ำไห้ต้องกลั้น...........หยดน้ำตาตรอม

ความรักย่อมมิให้.......สิ่งใด 
นอกจากตนเองไฉน.......แน่แท้
รักย่อมมิเผลอไผล.......รับสิ่ง อื่นเฮย
รักมิครอบครองแล้........มิอาจให้ใครครอง

บนครรลองรักนั้น..............เพียงพอ
ตามตอบความรักรอ........ว่าเว้า
เมื่อรักเกิดจงพะนอ..............ใจตอบ
เราอยู่ในจิตพระเจ้า.............จิตนี้พระองค์เดียว

อย่าเที่ยวหาญปากกล้า..........ทระนง
พระเจ้าอยู่ในเราหลง...........เล่นทะเล้น
อย่าอวดว่าเธอคง..............ถึงขนาด
นำรักแบบเธอเค้น...........คิดสร้างทางดู

หากรักรู้ซึ้งค่า...........ของเธอ
รักย่อมพร้อมเสนอ........ขีดขั้น
เพราะรักมิเคยเผยอ..........ความอยาก อื่นเฮย
นอกจากให้รักนั้น.........พิสุทธิ์ด้วยรักเอง

หากเกรงหากอาจแพ้..........ปรารถนา
เธอโปรดพิจารณา...........ดั่งนี้
ละลายไหลเฉกธารา..........หลอมเถิด
ขับกล่อมรติกาลชี้........ชัดด้วยสัจธรรม

นำความเจ็บปวดร้าว...........ลึกไหล
เจ็บเพราะอ่อนโยนไป..........ย่อมรู้
บาดเจ็บเพื่อเข้าใจ.............รักจาก ตนเฮย
โลหิตหลั่งชโลมกู้.........เกียรติด้วยปรีดา

ทิวาใหม่ให้ตื่นพร้อม..........รับอรุณ
ด้วยจิตเบิกบานละมุน........มากล้น
ซาบซึ้งและขอบคุณ.........รักอิ่ม 
เพื่อพักยามเที่ยงท้น.........สุขแล้วพิจารณา

เพื่อพากายกลับเหย้า..........ยามเย็น
ย่อมจิตซาบซึ้งประเด็น...............ดับร้อน
เพื่อยามสวดมนตร์เห็น............รักเถิด
ขณะหลับขยับโอษฐ์อ้อน........เอ่ยซร้องสรรเสริญ				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเชษฐภัทร วิสัยจร
Lovings  เชษฐภัทร วิสัยจร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเชษฐภัทร วิสัยจร
Lovings  เชษฐภัทร วิสัยจร เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงเชษฐภัทร วิสัยจร
>