อยากได้ประชาธิปไตย..ต้องทำอย่างไรดี

มวลภมร

ยังจำความได้ เมื่อ พฤษภาคม 2537 สมัยยังเป็นนักศึกษาปี 2 ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเรื่องราวที่ผ่านสื่อและเพื่อนฝูง กระแสพรรคเทพ พรรคมาร กระแสนายกจากการัฐประหาร นายกไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มันช่างรุนแรงเร้าใจเหลือเกิน อยากไปรู้ อยากไปเห็น อยากไปสัมผัสบรรยากาศของการชุมนุม จึงชวนพรรคพวกเพื่อนฝูงไปด้วยกัน ได้ฟังการปราศรัย จิตใจยิ่งฮึกเหิมจากจิตใจที่แค่อยากรู้อยากเห็น ถูกโน้มนำด้วยกระแส ไฮ-ปาร์ค เสียงเฮที่อยู่รอบข้าง เสียงเคาะขวดน้ำบนพื้นถนน เป็นจิตวิทยามวลชนที่ดึงนักศึกษาที่มีไฟมีประชาธิปไตยเต็มเปี่ยม ลืมความกลัวไปชั่วขณะ 
วันที่ 17 พฤษภาคม 2553 เช่นกันวันนี้ไปราชดำเนินพร้อมเพื่อน ชาย 2 หญิง 2 ไปถึงตั้งแต่ช่วงเย็น ฟังการปราศัยบนเวที จนถึงเวลาประมาณ 17.30 น. เริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศที่ไม่สู้ดี จึงชวนเพื่อนๆ ค่อยๆ เดินออกจากที่ชุมนมบริเวณราชดำเนิน ประมาณ 20.00 น. ได้ยินเสียงดังคล้ายปืนขึ้น 2-3 ครั้ง บอกเพื่อนๆ ไปว่า “เสียงประทัด” ในใจเริ่มรู้สึกถึงอันตราย สิ่งที่คิดคือหาทางกลับบ้านให้เร็วที่สุด ระหว่างนั้นเริ่มมีความวุ่นวาย ผู้คนเริ่มเบียดเสียดหาทางหนีจากที่ชุมนุม ทหาร ตำรวจเริ่มจู่โจม เราและเพื่อนหลบมาจนถึงวันสระเกศ และเดินขึ้นไปบนยอดภูเขาทอง มองจากมุมสูงพบว่า มีรถถูกเผา กองไฟ เสียงปืน และผู้คนมากมายวิ่งหนีกันอลม่าน อย่างไรดีคิดในใจ ว่าอยู่ตรงนี้ไม่ปลอดภัยแน่ จึงหาเพื่อนๆ จนครบและลัดเลาะหาทางเดินออกทางถนนหลานหลวงและดินไปจนถึงตลาดผลไม้สะพานขาว และเดินทางกลับถึงที่พักโดยปลอดภัย เวลาประมาณ 01.30 น. นั่งดูข่าวกับเพื่อนๆ ฟังจับใจความได้ว่า เวลาประมาณ 02.00 น. ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ไปสลายบริเวณวัดสระเกศและยอดภูเขาทอง 
สิ่งที่พบเห็นและไม่ได้เขียนไว้ในเรื่องสั้นนี้ มันเป็นความเจ็บปวด จากการที่เห็นคนไทยทำร้ายกันเอง โดยที่ถึงปัจจุบันยังหาเหตุผลไม่ได้ เจ้าหน้าที่ทำตามหน้าที่ ม๊อบทำตามแกนนำ ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบความสูญเสียที่เกิดขึ้น “บอกได้เลยว่าทั้งสองฝ่าย” ม๊อบนำโดย “พลตรีจำลอง ศรีเมือง” ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ช่วงตุลาคม 2516 “พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ” อดีตผู้นำสูงสุดของกองทัพไทย ทั้งสองท่านเป็นนายพล เป็นนายทหารผู้เคยนำเหล่าทัพ แน่นอนว่าทั้งสองท่านนั้น มีประสบการณ์ทางด้านจิตวิทยาทหารมาอย่างดี เป็นไปได้หรือที่ทั้งสองท่านไม่ทราบเลยหรือว่าทหารที่รักษาความสงบอยู่นั้นจะชุมชุมอย่างไรให้สงบ แบบอหิงสา ตามที่แกนนำต้องการ เอาม๊อปไปชนจุดใหน ทหารถึงจะตบะแตกเริ่มใช้กำลัง 
เช้าของวันที่ 18 คุณพ่อโทรมาจากต่างจังหวัดให้กลับด่วน จึงได้กลับไปอยู่ที่สุพรรณ 2 วันและกลับมาอีกในวันที่ 20 พฤษภาคม และไปร่วมชุมนุมอีกในวันดังกล่าว ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นวันที่เจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธครบมือเข้าแทรกซึมเข้ามาอยู่ในกลุ่มนักศึกษาที่ชุมนุมอยู่เรียบร้อยแล้ว 
หากไม่มีพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเวลา 23.30 น. ไม่รู้จะเกิดการสูญเสียกันอีกเท่าไร ความรู้สึกของคนคนหนึ่งที่บังเอิญหรือจงใจเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้น ถึงวันนี้อายุผ่านมาครึ่งชีวิต ได้ลองหวนกลับไปคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ไม่ได้เป็น “วีระชน” ไม่ได้มีใครจารึกว่าเป็นผู้เสียสละแต่สิ่งที่ยังมีอยู่คือ “ชีวิต” แล้วผลที่ได้จากการชุมนุมคืออะไร  การเมืองยังเป็นเหมือนเดิมหรือแย่กว่า ประชาธิปไตยที่ต้องอาศัยการซื้อเสียงเป็นหลัก ประเทศต้องมาตั้งต้นใหม่จากสายตาอณารยะประเทศ และวีรชนที่เสียชีวิตไป สิ่งที่ได้ของพวกเขาคือว่าว่า “วีรชน” และความเศร้าโศกเสียใจ ทุกข์ใจ ของครอบครัว ถ้าไม่มีพระบารมีในวันนี้ อาจเป็นไปได้ว่า ผมคงเป็นวีรชนนิรนาม อีกคนหนึ่งก็เป็นได้
ครั้งนั้น ถึงแม้ว่ามวลชนมีจุดมุ่งแม้ที่จับต้องได้อย่างแท้จริง ทุกวันนี้ทุกครั้งที่ผมย้อนกลับมาถามตัวเองว่าไปทำไม ประเทศชาติได้อะไรมั้ย เราเองได้อะไรมั้ย หรือแค่ความสะใจ สนุก หรือถูกล้างสมองด้วยจิตวิยามวลชน แก้รัฐธรรมนูญต้องแก้ที่ระบบสภา อยากได้การเมืองที่ดีต้องเริ่มจากตัวเราเองเลือกคนดี เป็นส.ส.ที่ดี ถ้าส.ส. มีแต่คนที่ดีแล้ว การเมืองย่อมดีตาม รัฐธรรมนูญ ก็เป็นรัฐธรรมนูญที่ดี ท่านทั้งหลายปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าท่านแยกแยะคนดีกับคนไม่ดีไม่เป็น ท่านทั้งหลายรู้อยู่แก่ใจท่านทั้งนั้น เพียงแต่ท่านจะเลือกตัดสินใจว่าท่านจะเลือกคนที่ท่านเห็นว่าเขาเป็นตนดีจริงๆ หรือท่านจะเลือกเพราะเห็นแก่อามิสสินจ้าง เพียงเล็กน้อย แล้วพอเกิดปัญหากับปากท้องของท่าน ท่านค่อยมาประท้วงอย่างนั้นหรือ เราเชื่อว่าพื้นฐานความเป็นมนุษย์ทุกคนรู้จักผิดชอบชั่วดี แยกแยะผิดถูกได้ ไม่ว่าการศึกษาจะมากน้อยแค่ใหน 
“ท่านเปลี่ยนแปลงการเมืองได้ด้วยตัวเองอยู่ที่ท่านจะทำในแนวทางที่ถูกต้องหรือไม่”				
comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>