น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล (น้องเดียร์) ตอบโต้ คอป.

ฤกษ์ ชัยพฤกษ์

หนังสือพิมพ์ข่าวสดได้ลงข่าวการแถลงตอบโต้ คอป.ของน้องเดียร์ด้วยน้ำตาคลอเบ้าเสียงสั่นเครือ หากจะดูตัวจริง เสียงจริง ให้เข้าในเฟสบุคได้เลย
เวลา 13.30 น. วันที่ 18 ก.ย. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.เหวง โตจิราการ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล หรือ น้องเดียร์ และน.ส.จารุพรรณ กุลดิลก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แถลงตอบโต้รายงานฉบับสมบูรณ์ของประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) โดย น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า จากการศึกษารายงานของ คอป.พบว่าเนื้อหาเป็นการโยนความผิดให้กับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผลหรือเสธ.แดง ซึ่งเป็นคุณพ่อขอตน การที่ คอป.แถลงว่าชายชุดดำในทุกเหตุการณ์มีความเกี่ยวข้องกับ เสธ.แดงนั้น เพียงเพื่อให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะพ้นผิด ซึ่งตนไม่สบายใจ เพราะคุณพ่อไม่สามารถฟื้นขึ้นมาแถลงความจริงในเหตุการณ์ที่เกิดได้ ทั้งนี้ จากรายงานของ คอป.มีหลายประเด็นมีความขัดแย้งและสับสน เช่น กรณีที่นายสมชาย หอมลออ ระบุว่ารายงานฉบับนี้เป็นการรวมข้อเท็จจริงที่เชื่อถือได้ แต่ในรายงานมีการขมวดว่าคณะทำงานระบุโดยใช้คำว่า มีความเชื่อว่า หรือ เชื่อได้ว่า ซึ่งการใช้ความเชื่อไม่ควรอยู่ในรายงานทางวิชาการ
น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า เนื้อหาในรายงานเป็นการโยนบาปมาให้คุณพ่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ขณะที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์กลับได้ความดีความชอบไป ถือเป็นคณะกรรมการคู่ทุกข์คู่ยากของนายอภิสิทธิ์ ทั้งนี้ ที่มีการระบุว่าชายชุดดำมีความใกล้ชิดกับคุณพ่อนั้น ขอให้ระบุออกมาให้ชัด ไม่ใช้เหมาว่าชายชุดดำเป็นคนของกลุ่มเสื้อแดง การที่คุณพ่อฝึกชายชุดดำเพราะรู้ว่าทหารจะเข้ามาสลายการชุมนุมเมื่อไรก็ได้ ดังนั้นจึงต้องมีการฝึกเพื่อป้องกันตัวเองจากการถูกทำร้ายของทางเจ้าหน้าที่ อยากถามว่าผิดด้วยหรือ และที่บอกว่าคุณพ่อปรากฏตัวในการชุมนุมวันที่ 10 เม.ย.53 จึงเชื่อได้ว่าความรุนแรงในการชุมนุมนั้นมีคุณพ่อมาเกี่ยวข้อง ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะตนคุยโทรศัพท์กับคุณพ่ออยู่ตลอดในวันดังกล่าว โดยคุณพ่อระบุว่าอยู่ในที่ที่ปลอดภัยและไม่ได้อยู่ในสถานที่ดังกล่าว ดังนั้นขอให้เอาหลักฐานมาแสดง อย่ากล่าวอ้างลอยๆ โดนไม่มีตัวบุคคลหรือเอกสารอ้างอิงนอกจากเอกสารของ ศอฉ.ซึ่งย่อมไม่ให้ร้ายพวกเดียวกัน
คอป.กลัวไม่มีผลงานหรือ ถึงแต่งนิทานขึ้นมาเพื่อให้ร้ายคนเสื้อแดง คุณพ่อ รวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ดังนั้นขอให้ทุกคนใช้วิจารณญาณในการอ่านรายงานด้วย เพราะ คอป.ไม่ใช่พนักงานสอบสวนที่จะมาตัดสินว่าใครผิดใครถูก ถือเป็นนักวิชาการไทยที่ใช้ไม่ได้ น.ส.ขัตติยา กล่าว
ด้าน น.ส.จารุพรรณ กล่าวพร้อมแสดงคลิปเหตุการณ์คืนวันที่ 10 เม.ย.53 ตั้งแต่ช่วงเที่ยงวัน ที่มีกลุ่มทหารใส่ชุดดำมากมาย ซึ่งมีภาพเผยแพร่ไปทั่วโลก มีการใช้อาวุธยิงตรงไปที่กลุ่มผู้ชุมนุม ดังนั้นขอตั้งคำถามไปที่ คอป.ว่าทำไมไม่มีปรากฏในรายงานของ คอป. นอกจากนี้มีการรายงานจากไทยพีบีเอสเห็นกระสุนตกจากฟ้าตกมาที่รถนักข่าว โดยมีปลอกกระสุนจริงด้วย ซึ่งก็ไม่ปรากฏในรายงานฉบับจริงของ คอป. ดังนั้นจะเรียกว่าเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์ได้จริงหรือไม่
ดิฉันขอวิพากษ์งานของ คอป.ในเชิงวิชาการล้วนๆ เผอิญว่าดิฉันจบการศึกษาปริญญาเอกจากประเทศเดียวกันกับ อ.คณิต โดยจบมาจากสายเดียวกับ อ.คณิต หาก อ.คณิตจบการศึกษามาด้วยตัวเอง จะรู้ว่าคำวิพากษ์ของดิฉันเบามากในเชิงวิชาการมืออาชีพ ดิฉันขอขนานนามรายงานของ คอป.ว่า The Same Old Lies โดยเฉพาะการที่ คอป.บอกว่าจะทำหน้าที่ค้นหาความจริงเฉพาะเหตุการณ์ชุมนุมช่วง  เม.ย.  พ.ค.53 แต่ คอป.แอบสอดไส้ผลงานของ คตน.ซึ่งเป็นผลพวงของการรัฐประหารเข้าไปด้วย น.ส.จารุพรรณ กล่าว
น.ส.จารุพรรณ กล่าวว่า เรื่องเล่าของชายชุดดำก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ทางหลักวิทยาศาสตร์ ไม่มีชื่อหรือที่อยู่ เป็นเพียงสมมติฐานลอยๆ นอกจากนี้ในรายงานตอนหนึ่งหน้า 56 ที่ระบุถึงการดำเนินนโยบายปราบปรามยาเสพติด โดยมีผู้เกี่ยวข้องถูกสังหารและถูกฆ่าตัดตอนมากถึง 2500 คน ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ จนรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบนั้น คำว่าฆ่าตัดตอนถือเป็นวาทกรรมที่บิดเบือน เพราะหากดูรายงานจาก ป.ป.ส.ในปี 2547 จะพบว่าเป็นตัวเลขซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดแต่กลับนำมาผนวก ทั้งที่คดีนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่มีเพียง 46 คดีเท่านั้น  
วันนี้ดิฉันจะยอมให้ประเทศขายหน้าเพิ่มอีกวันไม่ได้แล้ว ขอแสดงความเสียใจต่อชาวต่างประเทศ ความปรองดองจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากนักสิทธิมนุษยชนนอกจากจะค้นหาความจริงไม่ได้แล้ว ยังใส่ความเห็นส่วนตัวเข้าไปและยังสอดไส้ผลงานของคณะรัฐประหาร เสียใจที่ไม่มีนักสิทธิมนุษยชนที่มีคุณภาพ ทำงานช้าและชุ่ย ขาดการทำงานในเชิงวิชาการ  ขอให้เกรดเอฟกับรายงานมูลค่าหลายล้านบาท ที่สอบตกและไม่สามารถสอบซ่อมได้ จึงไม่แปลกที่ต้องเรียกร้องความยุติธรรมจากศาลอาญาระหว่างประเทศ
นพ.เหวง กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับ อ.คณิตที่มาเสียตัว เสียผู้เสียคนตอนแก่ อ.คณิตสรุปว่าความรุนแรงเกิดจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณเสียสละไม่เดินทางกลับเพื่อความสงบสุขของประเทศนั้น ตนเสียดายสติปัญญาของ อ.คณิต ทั่วโลกทราบดีว่าความรุนแรงเกิดจากการรัฐประหาร และการแทรกแซงระบอบประชาธิปไตยโดยคนที่อยู่นอกรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ไม่ทราบว่า อ.คณิตเกลียดชัง พ.ต.ท.ทักษิณมาจากปรโลกไหน ส่วนถ้อยแถลงของนายสมชายเป็นการรายงานซึ่งดูแล้วไม่มีความเป็นนิติวิทยาศาสตร์ ขาดหลักฐาน ไม่มีการอ้างอิงข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ และอย่าทำตัวเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา หลายเรื่องเป็นการพิพากษาคนอื่น  เช่น ที่ระบุว่าชายชุดดำฆ่าคน ขอให้ระบุชื่อออกมา หรือที่บอกว่า กลุ่ม นปช.อำนายความสะดวกให้ชายชุดดำ ขอให้เอาหลักฐานมาเปิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ขัตติยาแถลงข่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และมีน้ำตาคลอตลอดเวลา และหลังจากแถลงข่าวเสร็จสิ้น ทั้งสามคนต่างช่วยกันฉีกรายงานของ คอป.ทิ้ง เพื่อเป็นการแสดงออกว่าไม่ยอมรับรายงานฉบับดังกล่าว 
    				
comments powered by Disqus
  • พ่อ

    20 กันยายน 2555 15:33 น. - comment id 130345

    คปอ. เขาไม่เป็นกลางอยู่แล้ว
    เพียงแต่บอกกล่าวความจริง เท่านั้น
    เรื่องไหนรับได้ ก็เอาไปขยายต่อ เพื่อประโยชน์ตนเอง
    เรื่องไหนที่รับไม่ได้ก็ โวยวาย 
    19.gif19.gif19.gif19.gif19.gif19.gif
    
    ทาสแท้ควายแดงก็เป็นแบบนี้
    
    เอาข่าวมาขยาย ก็เอามาแต่ ข่าวสด มติชน
    สื่อ ขายตัวพวกนี้ คงมีแต่ควายแดงเท่านั้นแหละที่อ่าน
    19.gif19.gif19.gif19.gif
  • ปชช

    20 กันยายน 2555 18:40 น. - comment id 130347

    นอกบ้าน-นอกเมืองเราก็เบาซะที่ไหน "ศึกชิงเกาะมดตะนอย" ระหว่างญี่ปุ่นกับจีน ตอนนี้เหมือนริดสีดวงทวารกำเริบ บานทะโรคจนเลือดหยดติ๋งๆ ทำเอาชาวโลกใจคอไม่ดี เพราะจากระดับผู้นำต่อผู้นำ ขยายวงสู่ผู้ตามกับผู้ตาม คือประชาชน 
        ต่างฝ่ายต่าง "เลือดรักชาติ" ขึ้นหน้า แล้วพากันระบายแค้นใส่บริษัท ห้างร้านของอีกชาติที่ตั้งอยู่ในประเทศฝ่ายตน จนต้องปิดกิจการ แล้วเผ่นกลับ "บ้านใคร-บ้านมัน"!
        ไม่มาเรียนสันดานรักชาติจากคนไทยนี่ เขมรรุกที่ขึ้นมรดกโลก ก็ยกให้ เขมรยิงปืนเล็ก-ปืนใหญ่ ไฟลุกท่วมบ้านช่องคนไทย คนรัฐบาลเและ ส.ส.เพื่อไทย ก็คลานไปกราบตีน "ขอบอก-ขอบใจ" ฮุน เซน ที่เหยียบย่ำซ้ำกระทืบบ้านเมืองไทยได้สะใจจัญไรแดง
        สหรัฐอเมริกา ก็เหมือนพญาแร้งไร้ขนไปแล้ว เพราะถูก "โลกมุสลิม" รุมถอน เล่นอะไรไม่เล่น ดันเอาประเด็นศาสนามาเล่นด้วยอ้างสิทธิเสรีภาพโลกประชาธิปไตย ประชาธิปไตยแบบไหนล่ะ...แบบอยากได้บ่อน้ำมันเขา ทรัพยากรในบ้านเขา ไม่ป่าเถื่อนลุยเอง ก็หนุนหลังให้เขาก่อจลาจล "ล้มบ้าน-ล้มเมือง"
        แล้วอ้าง "อาหรับสปริง" อย่างนั้นใช่มั้ย? 
        เอ้า...ก็ดูๆ กันไป ความมันระดับ ๕ ดาวเพิ่งเริ่ม ทั้งในบ้านเขาและบ้านเรา โลกเดี๋ยวนี้ ถ้าเรานิ้วไม่ด้วน มันอยู่ที่ปลายนิ้วมือเราคลิกเท่านั้น เจ้ายูทูบ ยูทิวบ์ อะไรนี่ มันกลายเป็นดวงตาจักรวาลไปแล้ว ใครทำอะไรไว้ที่ไหน เมื่อไหร่ กับใคร อย่างใด
        มันรู้โม้ดดดด!
        เนี่ย...หลังศาลอาญามีคำสั่งถึงการตายของนายพัน คำกองไปวานซืน พวกรัฐบาล นปช. พวกเสื้อแดง เขาจับแค่ประเด็นที่ศาลบอกว่า "ตายเพราะถูกทหารยิง" ไปกระเดียด เต้นแร้ง-เต้นกา ดีอก ดีใจกันใหญ่ แล้วสรุปว่าไม่มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่เรียกว่า "ชายชุดดำ" ในเหตุการณ์ที่พวกเขาเผาบ้าน-เผาเมือง และฆ่าทหาร
        การพูดชนิดไม่ยอมผ่าหมาออกจากปากเช่นนี้. ผมถือเป็นสันดานแดงปกติ แต่ที่อเนจอนาถและสมเพชเวทนาว่า ดู๊..ดู..ช่างเป็นไปได้ นั่นก็คือ "นายธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดี DSI สมัยอยู่กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ ร่วมกับ ศอฉ.ปราบโจรเผาเมือง ใน "เรื่องเดียวกัน" ชายชุดดำยุ่บเลย
        ครั้นโจรเผาเมืองเถลิงอำนาจในฐานะรัฐบาล เรื่องเดียวกัน-คดีเกียวกัน นายธาริตพูดใหม่ ไม่มีชายชุดดำซะแล้ว ผมละสงสาร เกรง "วันข้างหน้า" ชีวิตท่าน จากฟ้าดินจริงๆ
        หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ ๑๘ ก.ย.๕๕ ตีพิมพ์คำพูดท่านไว้เป็นหลักฐานว่า
        "นายธาริตแถลงภายหลังศาลอาญามีคำสั่งว่านายพันเสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐว่า ศาลมีคำสั่งผูกไว้ว่าเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของ ศอฉ. ดังนั้นดีเอสไอจะทำสำนวน ๒ แนวทาง คือ ทหารที่ยิงประชาชนตกเป็นผู้ต้องหา และทหารคนดังกล่าวถูกกันเป็นพยาน เนื่องจากเป็นการกระทำผ่านคำสั่งของผู้บังคับบัญชาขณะนั้น คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต ผอ.ศอฉ. 
        ดังนั้น นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพจะถูกดำเนินคดีในข่ายฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เป็นคดีฆาตกรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และ 289 และมาตรา 59 ที่ระบุว่า เป็นการกระทำที่มีเจตนาเล็งเห็นผลว่ามีผู้เสียชีวิตได้ ทั้งนี้ กฎหมายให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาสามารถแก้ข้อกล่าวหาว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกัน หรือระงับเหตุร้าย ซึ่งเรื่องนี้จะไม่ได้อยู่ที่ดุลพินิจของดีเอสไอ ตำรวจและอัยการ โดยเรื่องจะต้องส่งคดีกลับไปยังศาลเพื่อให้ดำเนินการต่อไป"
        มันเป็นการนำข้อปฏิบัติทางกฎหมายมาพูดในท่าทีและทัศนคติเบี่ยงๆ บิดๆ เป็น "ผลไม้พิษ" กับประชาชนที่อาจ "หลงบริโภค" ตามท่าทีนั้น ผมจึงลองคลิกๆ ยูทูบที่บันทึกเหตุการณ์วันเก่าๆ ในยุคท่านอยู่ใน ศอฉ.เมื่อปี ๒๕๕๓ ดู แล้วก็เจอจริงๆ ด้วย 
        มีหลายเวอร์ชั่น ท่านนั่งหน้าแป้นแถลง ทั้งที่ระบุว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้กล่าวถ้อยคำและแสดงอากัปกิริยาที่เป็นการล่วงละเมิดต่อพระมหากษัตริย์ ครั้งปราศรัย ๑๐ เม.ย.๕๔ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เตรียมดำเนินคดี นั่นก็มี  
        แต่ดูอันนี้ดีกว่า http://www.youtube.com/watch?v=UyG_ExaxaKc ด้านหลังมีฉาก "ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)" แล้วท่าน..."ธาริต เพ็งดิษฐ์" นั่งหน้าแป้น แถลงผ่านโทรทัศน์ขึงขัง เมื่อ ๒๓ เม.ย.๕๓ ดังนี้ 
         "จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ในนามของกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ในฐานะกระผมทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการคดีพิเศษ ใคร่ขอถือโอกาสนี้กราบเรียน ข้อเท็จจริง บางประการ คณะกรรมการคดีพิเศษได้มีมติให้การกระทำความผิด ๔ กรณีดังต่อไปนี้ เป็นคดีพิเศษที่ต้องสอบสวน ๑.การกระทำเกี่ยวกับการก่อร้าย ๒.การกระทำเกี่ยวกับขู่บังคับรัฐบาล ๓.การกระทำเกี่ยวกับการประทุษร้ายต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ ๔.การกระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการ 
        เมื่อคณะกรรมการคดีพิเศษได้มีมติเป็นคดีพิเศษแล้ว คดีทั้งหมดนี้ได้ก็โอนอยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบ และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานข่าวกรองฯ, สำนักงานสภาความมั่นคงฯ และ หน่วยงานอื่นๆ อีก ๑๒ หน่วยงานเข้ามาร่วมกันรับผิดชอบ ในคดีนี้ 
        แม้จะมีมติเป็นกรณีพิเศษ ความไม่สงบมีต่อเนื่อง ทั้งๆ ก่อนหน้านี้ มีการวางระเบิดในสถานที่ต่างๆ ถึง ๔๕ ครั้ง และมีเหตุการณ์ต่อเนื่องมาอีก ไม่ว่าจะเป็นการ วางระเบิดเสาไฟฟ้าส่งสัญญาณแรงสูง ดังที่ทราบกัน และต่อเนื่องมาจากการ ยิงจรวดอาร์พีจีเข้าใส่คลังเก็บน้ำมัน เมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดความรุนแรง ใช้ระเบิดทำลายสถานที่ และมีประชาชนได้รับอันตรายจำนวนมากในบริเวณถนนสีลม ดังที่ทราบกัน 
        เหตุการณ์ต่อเนื่องมาตลอด เข้าลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นการก่อการร้ายของบ้านเมือง ขณะนี้ในนามของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการทำงาน ขอประณามการกระทำของผู้ที่อยู่เบื้องหลังและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายครั้งนี้ และขอเตือนว่าการกระทำดังกล่าวมี โทษตามกฎหมายอย่างรุนแรง ถึงขั้นประหารชีวิต ขอให้ยุติการกระทำดังกล่าวต่อผู้บริสุทธิ์ และถือโอกาสนี้ขอเรียนว่า ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริเวณที่เกิดเหตุต่างๆ ควรหลีกเลี่ยงไม่เข้าไปเกี่ยวข้องชุมนุมขณะนี้ ซึ่งตามกฎหมายของบ้านเมืองขณะนี้ ถือเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย
        อีกส่วนหนึ่งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษขอเรียนเพิ่มเติม เมื่อวานนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ที่ศาลได้ออกหมายจับ เป็น ๑ ใน ๒๔ คนของการชุมนุมครั้งนี้ คือนายเมธี ดังที่เป็นข่าว เนื่องจากความผิดของนายเมธีเกี่ยวข้องความผิดหลายเรื่อง และเรื่องหนึ่ง การใช้อาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษมีความจำเป็นต้องเข้าทำหน้าที่เป็นกรณีพิเศษดังกล่าว กระผมเองได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทำการซักถามปากคำกับนายเมธีด้วยตนเอง นายเมธีได้ให้การในส่วนที่เป็นสาระสำคัญหลายประการ 
        ประการแรก ยอมรับว่าได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบในวันที่ ๑๐ (เม.ย.๕๓) โดยร่วมเป็นแนวหน้าของการเรียกร้องประชาธิปไตยในครั้งนี้ และได้มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ขอคืนพื้นที่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทย์ ผลจากการปะทะ ทางกลุ่มนายเมธี ได้ยึดอาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการไปจำนวนหนึ่ง และนายเมธีเองได้นำเอาอาวุธร้ายแรงจำนวนหนึ่งไปด้วย เป็น ปืนกลมือของทางราชการ และได้นำไปแจกจ่ายบุคคลอื่นหลายคน และตัวเองได้เก็บไว้ด้วย ซึ่งต่อมาก็ปฏิเสธว่าให้คนอื่นไปหมด แต่ความเป็นจริงจากการตรวจค้นรถยนต์ซึ่งนายเมธีขับเมื่อวานอยู่ตอนเช้า ค้นพบอาวุธปืนกลมือร้ายแรงของทางราชการดังกล่าวด้วย ก็เป็นส่วนสำคัญที่ได้ยอมรับว่า อาวุธร้ายแรงของทางราชการ ได้ยึดไปจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารนำไปไว้ต่อสู้ในโอกาสต่อไป 
        อีกส่วนหนึ่งยอมรับในข้อเท็จจริงว่า จากการปะทะกันในที่เกิดเหตุการณ์นั้น ได้ใช้อาวุธร้ายแรงจากฝ่ายของนายเมธี ในการยิงเข้าใส่กลุ่มทหารที่ขอเข้าใช้คืนพื้นที่อีกด้วย 
        จากนั้นยอมรับอีกว่า เมื่อย้ายการชุมนุมมาที่สี่แยกราชประสงค์แล้ว มีการประชุมปรึกษาหารือแนวทางกันทุกวัน ในสถานที่ยังไม่เปิดเผย นายเมธีให้ปากคำก็เป็นประโยชน์ในรูปคดี และทางกรมสอบสวนคดีพิเศษกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะดำเนินการสอบสวน ฯลฯ
        ครับ..ผมอายแทบแทรกส้วม วันนั้นกับวันนี้ของท่าน ขอโทษ...เหมือนหน้ามือเป็นหลังเท้า ท่านระบุชัดว่า เป็นข้อเท็จจริง ระเบิดสถานที่ต่างๆ ๔๕ ครั้ง วางระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูง ยิงอาร์พีจีใส่คลังน้ำมัน ระเบิดสีลมมีประชาชนได้รับอันตรายจำนวนมาก
        ซ้ำจับ ๑ ใน ๒๔ ตัวการชุมนุมได้ สอบปากคำด้วยตัวเอง สารภาพเข้าปะทะทหารเมื่อ ๑๐ เมษายึดอาวุธยุทธภัณฑ์ทหารไปแจกจ่ายใช้ต่อสู้และยิงใส่ทหารด้วย
        นายธาริต พ.ศ.๒๕๕๓ พูด นี่...คือการชมุนุมที่ผิดกฎหมาย เข้าลักษณะการกระทำความผิดที่เป็นการ "ก่อการร้าย" ของบ้านเมือง มีโทษขั้นประหารชีวิต และขอประณามทั้งคนที่อยู่เบื้องหลังและเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายนี้
        แต่ธาริต พ.ศ.๒๕๕๕ พูดใหม่ นี่...คือทหารยิงประชาชน ต้องตกเป็นผู้ต้องหา ยิงผ่านคำสั่งนายอภิสิทธิ์-นายสุเทพ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาในขณะนั้น นายอภิสิทธิ์-นายสุเทพ จะถูกดำเนินคดีในข่ายฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เป็นคดีฆาตกรรม
        เกิดชาติหน้า ขอผมอย่าได้ชื่อ "ธาริต" หัวหยิก-หน้ากล้อ-คอสั้น-ตาส่อนเลย...เจ้าประคู้นนนน!
    
    เปลวสีเงิน
    
    คนไทยอาจต้องฆ่ากันอีกรอบ!  
        นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากให้เกิด แต่มันอาจเลี่ยงไม่ได้ เพราะยังไม่มีใครชนะไงครับ ยังคันไม้คันมือกันอยู่ ได้อำนาจมาแล้วแต่ไม่ชนะเด็ดขาด 
        รายงานสรุปคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่ตั้งโดยรัฐบาลอภิสิทธิ์ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยอมรับให้ทำงานต่อ เพราะใช้หาประโยชน์ได้ แต่ถูกฉีกทิ้งโดยคนเสื้อแดง นี่คือการส่งสัญญาณว่า ยังจบไม่ลง 
        เครือข่ายของ น.ช.ทักษิณ ไม่ยอมรับเพราะคิดว่าถ้ารับเท่ากับแพ้ นั่นคือสิ่งที่ยากที่สุดที่ต้องแก้ไขเพื่อประเทศไทยในเวลานี้ 
        น่าสังเวชครับ ทุกฝ่ายบอกว่าการปรองดองต้องเริ่มต้นจากการค้นหาข้อเท็จจริง พอได้ข้อเท็จจริงออกมา กลับไม่ยอมรับ เพราะไม่ตรงกับข้อเท็จ (จริง) ที่ตัวเองสร้างขึ้นมา 
        แล้วข้อเท็จจริง ที่มันเป็นเรื่องจริงล้านเปอร์เซ็นต์นั้นอยู่ตรงไหน? ก็อยู่ที่คำพูดของบรรดาหัวโจกแดงทั้งหลายนั้นแหละครับ 
         "ถ้าพวกคุณยึดอำนาจ พวกผมเผาทั่วประเทศ เผาไปเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง แล้วใครจะจับใครจะอะไรมาเอากับผม ถ้าคุณยึดอำนาจ เผา และ ใครอยู่ใกล้ตรงไหนก็ตกใจตรงนั้น เช่นอยู่ใกล้เซ็นทรัลเวิลด์ ก็ตกใจเซ็นทรัลเวิลด์ ใกล้เกษรฯ ก็ตกใจเกษรฯ ใกล้พารากอน ก็ตกใจพารากอน ถ้าทหารหลายหมื่นคนเข้ามา คนหลายหมื่นคนเป็นแสนต่างคนต่างวิ่ง ต่างคนต่างตกใจ ชนข้าวของในห้างเขาระเนระนาดไปหมด...แล้วคนเสื้อแดงตกใจวิ่งชนของแพงเท่านั้นนะครับ 
                "พี่น้องนัดกันคราวหน้า ถ้ารู้ว่าเขาจะปราบปราม ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก มาด้วยกัน ขวดแก้วคนละใบ มาเติมน้ำมันเอาข้างหน้า บรรจุให้ได้ ๗๕ ซีซี ถึง ๑ ลิตร ถ้าเรามาหนึ่งล้านคนในกรุงเทพมหานคร มีน้ำมันหนึ่งล้านลิตร รับรองว่า กทม.เป็นทะเลเพลิงอย่างแน่นอน"
                 "นึกว่ายุทธวิธีแบบนี้จะทำให้พี่น้องแตกฉานซ่านเซ็นกลับบ้าน ไอ้เรื่องแตกกลับบ้าน เป็นไปได้ แต่จะบอกให้รู้ไว้ว่า ไฟจะลุกท่วมทั่วตารางนิ้วของประเทศไทย
                 "ขอให้เสื้อแดงซึ่งอยู่ต่างจังหวัด ฟังภารกิจดังต่อไปนี้ ให้ไปรวมตัวกันอยู่ที่ศาลากลาง รอเวลาให้มีการปราบเมื่อไหร่ ตัดสินใจได้ทันที ทุกจังหวัดให้ไปศาลากลาง ฟังสัญญาณจากที่นี่ จอมืดเมื่อไหร่แสดงว่ามีการปราบแล้ว พี่น้องมีดุลพินิจจัดการได้ทันที ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ก็เช่นเดียวกัน ไม่ต้องไปกลัวอะไรกับประชาชนเลย เพราะประชาชนที่เขามาชุมนุม ถ้าเขาคิดไม่ดีกับห้างพวกคุณนี่ คุณปิดห้างคุณก็ฉิบหาย ถ้าคนคิดจะทำชั่วกับพวกคุณ แต่เรามาดี ไม่มีปัญหาอะไรเลย
              "ถ้ามีการปฏิบัติเมื่อไหร่....ส่วนคนที่อยู่ต่างจังหวัด แกนนำตามภูมิภาค ให้เป้าหมายศาลากลางทันที และแน่นอนที่สุด เข้าไปอยู่ศาลากลาง อากาศคืนนี้ที่อุดรฯ มันหนาวยิ่งนัก มันจำเป็นต้องก่อไฟผิงกันสักหน่อย" 
        คงไม่ต้องบอกนะครับว่า ทั้งหมดนี้เป็นคำปราศรัยโดยใครบ้างเพราะมันพบเห็นได้เกลื่อน 
        "ณัฐวุฒิ, อริสมันต์, วีระกานต์, จตุพร, แรมโบ้อีสาน" ใครไปง้างปากหละ พูดเองปลุกระดมเองทั้งนั้น ถ้ายังบิดเบือนว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องจริง ก็ป่วยการที่จะคุยกันครับ มีทางเดียวคือต้องไปวัดดวงกันที่ก้นเหว 
    
    ยังครับ อย่าเพิ่งใจร้อน ตราบเท่าที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์บริหารบ้านเมืองจะยังไม่มีการสร้างประวัติศาสตร์ความขัดแย้งหน้าใหม่ขึ้นมา แต่เปลี่ยนรัฐบาลเมื่อไหร่ก็เตรียมตัวกันให้พร้อม
        ผมนั่งดู ส.ส.เพื่อไทยแกนนำเสื้อแดง ๓ คนในทีวี มีนายเหวง ลูกสาวเสธ.แดง อีกคนลูกสาวคุณสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เจ้าของอิมพีเรียล ลาดพร้าว ทำท่าฉีกรายงานของ คอป. ผมเห็นถึงความวิปลาส ประเภทว่า คนพวกนี้มีความเชื่อว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันตก หมาออกลูกเป็นไข่อะไรประมาณนั้น 
        มีหลักฐานมากมายว่าเสธ.แดง มีส่วนร่วมในการก่อความรุนแรงในหลายเหตุการณ์ แต่ลูกสาวเสธ.แดง เธอเดือดดาลซัด คอป.กล่าวหาคนตาย 
        เรื่องนี้อธิบายไม่ยาก เพราะตอนที่เสธ.แดงยังไม่ตาย เคยปราศรัยกับคนเสื้อแดง ที่เขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๓  
        "ดังนั้นพอเดือนเมษา (๒๕๕๒) เราถึงแตกทัพ....กาลเวลาผ่านมาจากเดือนเมษา...ถึงเดือนตุลา เริ่มมีนักรบดำ คือทหารพรานเข้ามาที่เวทีที่สนามหลวง พอเดือนพฤศจิกามาอีกครั้ง ไม่ใช่การ์ดธรรมดาที่คุณอารีย์เขาจ่ายเบี้ยเลี้ยง...ขณะนี้บู๊กับบุ๋นมันมาชนกัน หมายความว่าการที่ต่อสู้วันนั้น เราไม่ได้มีการต่อสู้ด้วยแก้วสามประการ คือ พรรค แนวร่วม กองกำลังติดอาวุธ เพราะว่าเราสู้กันคือการอหิงสา แต่พอคุมไม่อยู่ มันดิ้นไปเป็นจลาจล...ถึงเวลามาสุดท้าย เกิดกองกำลังติดอาวุธขึ้นมา มันครบแก้วสามประการ มันพร้อมรบแล้ว
        "อารีย์ ไกรนา" ครั้งนั้นเป็นหัวหน้าใหญ่การ์ด นปช. วันนี้เป็นเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" คนที่พูดเผาเลยครับพี่น้องผมรับผิดชอบเอง 
        ใครเชื่อบ้างครับว่า "อารีย์ ไกรนา" ใช้เงินส่วนตัวจ่ายเบี้ยเลี้ยง 
        เห็นมั้ยครับ ไม่มีการแต่งเติม ใส่สีตีไข่ แต่เป็นคำพูดที่มีการบันทึกไว้ล้วนๆ 
        เรื่องราวมันเดินมาแบบนั้นโดยบรรดาแกนนำเสื้อแดง และเครือข่าย เมื่อให้ คอป.ค้นหาความจริงที่พูดกันไว้สวยหรูว่าเพื่อการปรองดอง ความจริงมันออกมาแล้วตามข้อเท็จจริง แต่เมื่อไม่ตรงกับความ "อยาก" ก็ฉีกทิ้งเผาทิ้ง   
        ผมว่าแบบนี้มันจะเดินหน้าได้ยาก 
        ความ "อยาก" ของคนพวกนี้ คงคล้ายพวกเสี้ยนยา คือถ้าไม่ได้ต้องลงแดงตาย แต่ถ้าได้พี้จนหายอยาก ก็นั่งตาปรือ ไม่ทำอะไรครับนอกจาก เอานายใหญ่กูคืนมา 
        จริงๆ แล้วผมนึกภาพไม่ออกที่แกนนำแดงบอกว่า ไม่มีคนเสื้อดำ เพราะไม่มีหลักฐาน ไม่มีการจับกุม ว่างๆ "เหวงวิปลาส" ลองไปถาม "ธาริต" ดูครับว่าก่อนเปลี่ยนสีจับมาได้กี่คน มามอบตัวกี่คน แล้วแฉว่ามีใครบ้างอยู่เบื้องหลัง 
        ตามรายงานของ คอป.ยอมรับว่ากลัวจริงๆ ครับ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ วันนั้นถ้าผมเป็นทหารผมเผ่นกลับบ้านไปแล้ว กลัวตายครับ!
         "ยังพบว่ามีการวางระเบิดแสวงเครื่องไว้ตามแนวกีดขวางของพื้นที่ชุมนุม และภายหลังเหตุการณ์ตรวจพบอาวุธประดิษฐ์ อาวุธพาณิชย์ อาวุธสงครามจำนวนมากในพื้นที่ชุมนุม ทั้งมีการปรากฏตัวและการปฏิบัติการของคนชุดดำทั้งในพื้นที่ชุมนุมและพื้นที่ใกล้เคียง"
        มีข้อเท็จจริงที่ว่า ทหารยิงคนตาย ซึ่งผมก็เชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะสภาพแวดล้อมขณะนั้นบังคับให้ต้องเป็นเช่นนั้น ก็ต้องยอมรับความจริงกันแล้วปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม 
        แต่วันนี้เริ่มเล่นกันแรงเกินกฎหมายอีกแล้ว ไม่ได้หวังผลทางคดีกันหรอกครับ แต่สะสมเชื้อเอาไว้ปลุกระดมมากกว่า 
        "ธาริต เพ็งดิษฐ์" ควรหุบปากเอาไว้บ้าง น่าจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง และประเทศชาติในวันข้างหน้าครับ เรื่องคดีก็ว่าไปตามกระบวนการ อย่าไปรับงานฝ่ายการเมืองเกินงาม เพราะสุดท้ายจะรับผิดชอบคำพูดตัวเองไม่ไหว 
        การตั้งข้อกล่าวหาเจตนาฆ่าในคดีนายพัน คำกอง กับ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ - สุเทพ เทือกสุบรรณ" ในฐานะผู้ออกคำสั่ง ทั้งๆ ที่รู้ว่ายากจะสาวไปถึง เพราะคำสั่งมิใช่คำสั่งฆ่า ต่างกับคำสั่งฆ่าตัดตอนนะครับ ถึงไม่มีลายลักษณ์อักษร แต่มีคำพูดของ "น.ช.ทักษิณ" ขณะให้นโยบายปราบยาเสพติดกับเจ้าหน้าที่ ขณะเขาเป็นนายกรัฐมนตรี ที่มีการบันทึกเอาไว้ชัดเจน 
        การทำงานหนักในช่วง ๓ เดือน ถ้าจะมีผู้ค้ายาเสพติดตายไปบ้างก็เป็นเรื่องปกติ บางทีถูกยิง ตายแล้วต้องถูกยึดทรัพย์ด้วย ผมคิดว่าเราต้องเหี้ยมพอกัน ที่อยู่ของขบวนการค้ายาเสพติดจึงมีอยู่ ๒ ที่ ถ้าไม่ไปคุก ก็ไปวัด สำหรับคนที่ค้า ท่านต้องใช้กำปั้นเหล็กใช้ความเด็ดขาดอย่างชนิดไม่ปรานี เรื่องยาเสพติดเป็นเรื่องสำคัญที่อันตรายต่อความมั่นคงของชาติ ที่เราต้องทำสงครามสู้รบให้แตกหัก และเป็นเรื่องจำเป็นที่จะมีการบาดเจ็บกันบ้าง
         รู้ว่ายากที่จะเล่นงาน "มาร์ค-เทือก" แต่ก็ทำให้เสื้อแดงเชื่อว่า ลากคอเข้าคุกได้แน่นอน เหมือนกับที่ต้มเสื้อแดงว่าจะจับสองคนนี้ขึ้นศาลโลกนั่นแหละครับ
        ทั้งๆ ที่รู้ แม้ไทยได้ลงนามในธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ ค.ศ.๑๙๙๘ (Rome Statute of the International Criminal Court) เมื่อปี ๒๕๔๓ แต่ยังไม่ได้ให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีธรรมนูญกรุงโรมฯ ซึ่งการเข้าเป็นภาคีธรรมนูญกรุงโรมฯ ของไทยจำเป็นต้องออกพระราชบัญญัติอนุวัติพันธกรณีของธรรมนูญกรุงโรมฯ ซึ่งทำให้ไทยไม่สามารถปฏิบัติตามพันธกรณีได้ 
        ก็หวังผลเอาไว้ปลุกระดมแบบนี้ ประเทศมันถึงฉิบหายไม่จบสิ้น "ธาริต" จำไว้ที่คุณทำในวันนี้จะเป็นสิ่งที่เสื้อแดงนำมากล่าวอ้างในวันหน้า ในวันที่เพื่อไทยหมดอำนาจแล้วและต้องการชิงอำนาจคืน
        แต่เอาเถอะก่อนจะถึงวันนั้น เครือข่ายทักษิณคงต้องหันไปมองเสียงที่มาจาก นางสาวเนวี พิไลย ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่ชื่นชม คอป.บ้าง เพื่อจะได้รู้ว่าโลกมีความคิดเห็นต่อเหตุการณ์เผาเมืองเช่นไร  
        ข้าหลวงใหญ่ฯ เห็นว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีหน้าที่รับผิดชอบที่จะต้องทำตามคำเสนอแนะของ คอป.  แต่ก็นั่นแหละครับ คนในรัฐบาลปฏิบัติภารกิจเร่งด่วนดึง คอป.ไปเป็นคู่ขัดแย้งเรียบร้อยแล้ว 
        ผ่านเรื่องเครียดๆ มาเยอะแล้ว มาดูข่าวดีกันบ้างดีกว่า วันที่ ๒๑ กันยายนนี้ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตน" จะไปเป็นประธานงาน "รวมพลังสร้างชาติ แม่และเด็กไม่ขาดไอโอดีน หยุดโรคเอ๋อจากสังคมไทย" ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 
        ครับ! จะเป็นงานที่เหมาะกับหนูไม่รู้มากที่สุดในรอบปี.    
                                                         ผักกาดหอม
    
    .
  • แก้วประเสริฐ

    24 กันยายน 2555 14:34 น. - comment id 130423

    36.gif16.gif36.gif
    
        ?????.....เวรกรรม เวรกรรม อมิตพุทธ
              
                      16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • ผ่านมา

    26 กันยายน 2555 10:37 น. - comment id 130461

    เงิน7ล้าน5 รับไปทำไมฉีกทิ้งเลยคร๊าบบบ
    
    
    อย่าเอาแต่ได้
    
    
    อ่านแต่ข่าวสด มติชน โง่คลอดชาติ20.gif20.gif20.gif20.gif
  • เอื้องอังกูร

    26 กันยายน 2555 11:43 น. - comment id 130466

    กัมมุนา  วัตตตี โลโก 
             อมิตพุทธ16.gif
  • .

    26 กันยายน 2555 22:28 น. - comment id 130476

    เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น
    ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือขืนจริงหาไม่
    มึงเก่งกูเก่งไม่เกรงใคร
    มินานไฟประลัยล้างสุขอย่างคิด

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>