กว่าจะเป็นช่อคิดถึง

Parinya

         บางครั้งบางคราคำพูด    หรือข้อความที่ฝากมาว่า "คิดถึง" จากคนบางคน ก็มีค่า
ในความรู้สึกเหมือนดอกไม้บาน           ที่เขายื่นให้มาประดับในหัวใจ      และน่าแปลก
ที่ดอกไม้ชนิดนี้เมื่อได้รับมาแล้วมักไม่ค่อยเหี่ยว    แถมเราก็ชื่นชมดอกไม้นี้ไม่เคยเบื่อ
จึงเก็บเอาไว้เป็นอย่างดี   อย่างที่เรียกว่าเก็บสะสมเหมือนของหวงทีละดอก  ทีละดอก 
แล้วก็มักเอาออกมาชื่นชมบ่อย ๆ       เวลานั่งมองดอกไม้เหล่านี้ภาพวันที่เขายื่นให้  ก็
กลับมายืนยิ้มให้เห็นพร้อมกับดอกไม้ทุกครั้ง  วันนี้ก็เช่นกันนอกจากฉันหยิบเอาดอกไม้
ออกมาชื่นชมแล้ว  ฉันลองเอามาเรียงลำดับดู ว่าได้ดอกไหนก่อน  และได้มาทั้งหมดกี
ดอกแล้ว     ภาพเหล่านั้นจึงย้อนมาให้ฉันได้ยิ้มทักทายอีกครั้ง    ก่อนถึงวันที่ฉันได้รับ
ดอกคิดถึงช่อใหญ่ที่ทำให้ฉันรู้สึกประทับใจอย่างไม่รู้ลืม       
       ฉันมัวแต่ประทับใจเสียจนลืมบันทึกวันเวลา   ที่ได้รับดอกคิดถึงครั้งแรก หลังจาก
เราคุยกันมาจนพอใจแล้ว   เขาปิดฉากการสนทนาวันนั้นด้วยการหยอดคำว่า "คิดฮอด"
แบบทีเล่นทีจริง        แต่ฉันก็พอใจ       โธ่! ก็เพิ่งเป็นดอกแรกที่ทำให้หัวใจฉันอมยิ้ม 
ฉันจึงรับมาหน้าตาเฉย และแอบนำมาเก็บไว้อย่างดี       จนป่านนี้ฉันยังไม่เคยบอกเขา
เลยว่าดอกคิดถึงดอกแรกนั่นยังอยู่      แม้คนให้  ยื่นให้แบบทีเล่นทีจริงแต่ฉันรับจริง ๆ 
ด้วยรู้สึกว่าดอกไม้ดอกนี้  มีความหมายต่อความรู้สึกของฉันมากมาย   คุณอยากทราบ
ไหมคะว่าดอกคิดถึงดอกนี้สีอะไร เป็นดอกไม้สีชมพูอ่อน ๆ สดใส     สวยน่ารักที่สุดใน
โลก    ความน่ารักนั่นเหมือนมนต์ดลใจจนทำให้         บทกวีเริ่มไหลจากใจฉันด้วยชื่อ 
"คุณค่าอยู่ที่รู้สึก"   ที่ฉันรู้ว่าฉันจะไม่มีวันยอมแลกดอกไม้ดอกนี้ด้วยสิ่งมีค่าใด ๆ  
     
    "คงมิใช่เพชรพลอยค่าร้อยล้าน                   ทำให้ใจเบิกบานหวามหวานได้
      สิ่งมิอาจตีค่า ราคาใด                               ก็ยิ่งใหญ่ในรู้สึกเมื่อทึกทัก
      แค่พูดเล่นนิดนิดว่า "คิดฮอด"                    ใจก็กอดไว้ในอ้อมถนอมหนัก
      เหนี่ยวไว้อย่างเหนียวแน่นหวงแหนนัก        เพื่อพิงพักตักตวงทวงอุ่นไอ "
  
     ดอกคิดถึงเป็นดอกไม้ที่มีเสน่ห์ ใครนำมาเก็บไว้ในหัวใจ ถ้าได้น้ำได้ปุ๋ยที่เหมาะสม
มาเป็นเวลาพอสมควรแล้วก็จะออกรากฝากต้นขึ้นในใจ      คอยเวลาที่จะชูใบออกดอก
ต่อไป     ฉันเรียกต้นดอกไม้นี้ว่า  "ต้นผูกพัน"      แต่ระยะแรกที่ยังอยู่ในวัยของต้นกล้า
มองครั้งใดก็รู้สึกใจหาย เห็นแต่ภาพใบผูกพันเหี่ยวเฉา      ทำท่าว่าอาจจะอยู่ได้ไม่นาน
จนเพื่อนคนหนึ่งของฉัน   ซึ่งคอยสังเกตต้นผูกพันของฉันเหมือนกันเขาให้ความเห็นว่า
พื้นดินในหัวใจของฉันขาดปุ๋ย  จึงปลูกผูกพันไม่ขึ้น  แต่ฉันก็ยังถนอมอยู่เหมือนเดิม ฉัน
ไม่อยากให้ต้นผูกพันตาย  แต่ถ้าต้นผูกพันตายไปจริง ๆ ฉันก็ปลอบใจตัวเองว่าฉันไม่ได้
หมดสิ้นเสียเลยทีเดียว แม้ไม่มีต้น ผล เนื้อ เหลือให้เห็น       แต่ก็ยังเหลือตำนานเอาไว้
จดจำ และเหลือบทกวี " ความผูกพัน" เอาไว้อ่าน บังเอิญเทวดาท่านคงสงสารฉัน จึงได้
ส่งข้อความข้ามฟ้ามาว่า  "ช่วงนี้ยังยุ่งมาก รอก่อนนะ "  ซึ่งเป็นปุ๋ยชั้นดีที่ช่วยชุบชีวิตเฉา
ของต้นผูกพันให้สดชื่นขึ้นมาทันที
      แต่ก็ยังกังวลอยู่ดี ว่าต้นผูกพันอาจจะมีชีวิตอยู่ไม่ยืนยาว ฉันจึงสะท้อนความรู้สึกนั้น
ออกมาเป็นบทกวีชื่อ  "ความกังวล"    ซึ่งเพื่อนคนเดิมอีกนั่นแหละที่ได้เห็น ความกังวล
ของฉัน     เขาจึงเตือนฉันด้วยความหวังดีว่า     ต้นผูกพันเป็นไม้ยืนต้น  ฉันควรคิดให้ดี  
เพราะเมื่อปลูกแล้ว   ฉันจะต้องดูแลรักษาไปอีกเนิ่นนาน   ฉันรับฟังแต่ก็ยังปล่อยให้ต้น
ผูกพันเติบโตต่อไป  ฉันจะถอนทิ้งได้ยังไง ในเมื่อฉันปลูกมาอย่างพากเพียร  และยังไม่
ทันเห็นเลยว่าเมื่อเติบโตแล้วจะสวยสดงดงามปานใด   แต่ถ้าถึงตอนที่ต้นผูกพันเติบโต
แล้วกลายเป็นต้นไม้ที่ไม่สวย  ฉันก็ไม่เสียใจ       เพราะขณะที่ฉันเฝ้าดูการเจริญเติบโต
ของต้นผูกพันนั้น  ฉันได้เก็บเกี่ยวความสุขสดชื่นจากการเฝ้ามอง     ไว้เป็นเสบียงหล่่อ
เลี้ยงหัวใจยามรู้สึกขาดแคลนอย่างเพียงพอแล้ว
       ต่อจากนั้น   ฉันแทบจะลืมความกังวลไปอย่างสิ้นเชิง   เมื่อเขากล่อมฉันด้วยนิทานที่
ฉันชื่นชอบหลายต่อหลายเรื่อง จนทำให้ฉันกลับเป็นเด็กหญิง      ผู้เพลิดเพลินไปกับโลก
นิทานที่ฉันเองก็ชอบแอบเข้าไปท่องโลกส่วนนี้ตามลำพัง    มาตั้งแต่วัยอนุบาลจนกระทั่ง
บัดนี้  ตอนนี้มีเขาเข้าไปอยู่ในโลกนิทานกับฉันด้วย  สนุกสนานอย่าบอกใคร  ดีกว่าไปท่อง
โลกนิทานคนเดียวเป็นไหน ๆ  เขาเองก็ชอบให้ฉันนั่งฟังนิทานอยู่ใกล้ ๆ วันหนึ่งขณะกำลัง
นั่งฟังนิทานอยู่เพลินๆเขาก็ยื่นดอกคิดถึงอีกดอกหนึ่งมาให้ฉันพร้อมกับบทกวี"อบอุ่นในคุณค่า" 
ความสวยงามของดอกคิดถึงดอกนี้  ทำให้ฉันลืมนิทานไปเลย ดอกนี้สีชมพูเข้มกว่าเดิม เรา
นั่งมองดอกคิดถึงดอกนั้นด้วยกัน แล้วเขาก็โทษว่าเพราะฉันทำให้เขา      "เคลิ้ม"ดอกคิดถึง
ดอกนี้จึงมีสีเข้มกว่าเดิม  แต่ฉันไม่ยอมรับผิดคนเดียวเด็ดขาด ฉันจึงบอกว่าเราต้องรับกันคน
ละครึ่ง  เพราะเขาก็ทำให้บทกวี  "คิดฮอด "  ไหลออกมาจากใจฉันเหมิอนกัน
            
              มิรู้ใคร ไหนประดิษฐ์คำ "คิดฮอด"         ล่องเล็ดลอดม่านฟ้าฝากมาถึง
             วันดอกแก้วบานรับดอกพลับพลึง           บัวในบึงหน้าบ้านละลานตา
             วันฟ้าสวยอวยโชคดอกโมกขาว             บานพริ้งพราวน้าวใจใสเริงร่า
             สวยตระการบานเบ่งแข่งผกา                 วันชลาฉ่ำเย็นเกือบเป็นไอ
             คล้ายหูแว่วคำหวานจากม่านฟ้า             ลอยลมมาเข้าหูเหมือนอยู่ใกล้
             มิรู้เป็นถ้อยทิพย์กระซิบใคร                   ดอกหัวใจไหวบานหวานละมุน
             แสงทองทิพย์กระซิบมาว่าหายเหงา       สายลมเบาเย้าหยอกบอกอบอุ่น
             ความรู้สึกไหวตื่นชื่นอรุณ                      หอมกลิ่นกรุ่นอุ่นไอดอกไม้บาน
            เมื่อคุณค่าของคำทำใจอิ่ม                     เคยเงียบเงียบหงิมหงิมก็ยิ้มหวาน
            จะส่งมากี่หนก็ลนลาน                           กอดไว้ปานของหวงแนบทรวงตน
            หมู่ดอกโมกดอกแก้วแถวหน้าบ้าน          สดสวยเปล่งเบ่งบานปานได้ฝน
            หัวใจหวานปานเคล้าเสาวคนธ์               ดัง "คิดฮอด " สอดกล แนบมนตรา
ทั้งฉันและเขาจึงคล้าย ๆ อยู่ในอารมณ์ "เคลิ้ม"  พอ ๆ กัน จนฉันลืมไปว่า   ในห้วงเวลาที่ฉัน
นั่งฟังนิทานอยู่นั้น  ต้นผูกพันก็โตวันโตคืนไปพร้อมๆกันด้วย      จนความผูกพันนั้นทำให้เรา
ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น   ถึงกับกล้าหาญชาญชัยแอบไปเที่ยวงานวัดกันสองต่อสอง ขณะที่คนอื่นๆ
เขาไปเที่ยวงานวัน   "สุนทรภู่"  แต่ เขากลับพาฉันไปนั่งชิงช้าสวรรค์   ฉันไม่กล้าบอกเขาว่า
ฉันยังไม่เคยนั่งชิงช้าสวรรค์สักครั้งเลย  กลัวนะ     แต่อยากเอาใจเขามากกว่าก็เลยเดินตาม
ต้อย ๆ  ไปขึ้นชิงช้าสวรรค์แต่โดยดี ช่วงที่นั่งอยู่บนชิงช้าสวรรค์ด้วยกัน    เขายังแกล้งทำให้
ฉันปั้นหน้าไม่ค่อยถูกอีกด้วย  เมื่อ จู่ ๆ ก็ถามฉันว่า     ถ้าชิงช้าเจ้ากรรมนั่นเกิดไปค้างเติ่งอยู่
บนสวรรค์ ฉันจะทำยังไง เขาบอกให้ฉันลองจินตนาการ   ฉันจะจินตนาการยังไงฉันก็ไม่มีวัน
บอกเขาหรอก  แต่ที่แน่ ๆ ฉันไม่กลัวชิงช้าสวรรค์อีกแล้ว    เพราะถ้าฉันติดอยู่บนนั้นก็ติดอยู่
กับเขา  ไม่ได้ติดอยู่คนเดียว
       เรื่องชิงช้าสวรรค์นั่น      เป็นเพียงเหตุการณ์ที่เขาสมมุติให้ฉันคิดเล่น ๆ เท่านั้น แต่เหตุ
การณ์จริงก็คือฉันไปเที่ยวทะเล  ก็ที่ "หาดบางสน" ที่ฉันเคยพบเขาครั้งแรก     แต่คราวนี้ฉัน
ไปคนเดียว  นั่งมองชายหาดก็เห็นภาพเขาเดินมา  มองเกาะก็คิดว่าเขาอาจจะอยู่ที่นั่น   เห็น
เรือแล่นมาก็คิดว่าเขาคงอยู่บนเรือ  แต่พอทำใจยอมรับได้ว่า  เที่ยวนี้ฉันมาคนเดียว   เขาไม่
ได้มาด้วย   ก็นั่งหนาวอยู่บนชายหาด  แล้วอานุภาพของต้นผูกพัน        ก็มีมนต์ดลให้ผ้าห่ม
กลอนอันอบอุ่นเหินฟ้ามาห่มฉันจนได้  แม้จะอยู่ไกลแค่ไหนความอาทรก็ส่งมาถึงเสมอ   ฉัน
จึงซุกในผ้าห่มกลอนอย่างอบอุ่น และฝาก  "ขอบคุณผ้าห่ม" ไปกับสายลม อาจเป็นเพราะเรา
ต้องอยู่ไกลกัน  อาจเป็นเพราะเขาว้าเหว่   หรืออาจเป็นเพราะ .............คิดได้อีกหลายอย่าง
คราวนี้มีดอกคิดถึงส่งมาให้ฉันเป็นช่อเลย  พร้อมด้วยบทกวีชื่อ "คิดฮอดนำแหน่" 
*รุ่งอรุณกรุ่นกลิ่น Winter ผ่าน               Snowdrop ขาวบานตระการเหลือ
คิดถึงใครไออุ่นเคยจุนเจือ                     Daffodil  เหลืองเรื่อดุจเนื้อทอง
Magnolia  ขาว-ม่วงงามพวงพุ่ม            ใจร้อนรุ่มใคร่พบประสบสอง
ดุจ Daisy ติดดินใครผินมอง                  เธอเผ่าผอง Rose กุหลาบฤาทาบทัน
จึ่งเพียงเพ้อเผลอปลอบเป็น Poppy       สอดแซมสีทาทุ่งผดุงฝัน
Hyacinth  กลิ่นหอมย้อมชีวัน                 Lavender ผูกพันหอมฉัน-เธอ
ผูกอุราบุปผาไทยดอกไม้เทศ                  Opened gate แห่งหทัยใฝ่เสนอ
มอง Foxglove, Bluebell เปลี่ยวละเมอ   พลอยพร่ำเพ้อเหม่อคิดลิขิตคำ
หาก Forget Me Not "คิดฮอด" แน่         เปี่ยมดวงแดเอ่อท้นจนถลำ
ฝาก Tullip, Iris จุมพิตนำ                       แสนชื่นฉ่ำส่งคิดถึงซาบซึ้งทรวง*
  ฉันนั่งมองช่อคิดถึงช่อนี้อย่างตื่นตา แอบยิ้มอยู่คนเดียวทั้งชอบดอกไม้ทุกดอกที่เขาส่ง
มา  ทั้งรักเนื้อหาที่มาพร้อมกับดอกไม้ ทั้งซาบซึ้งตรึงใจในน้ำใจของคนเขียนที่พากเพียร
ไปหาดอกไม้มากำนัล  ฉันเรียกดอกไม้ช่อนี้ว่า  "ช่อคิดถึง"    เพราะฉันแน่ใจว่ากว่าเขาจะ
รวบรวมดอกคิดถึงมาประดิดประดอยจนเป็นช่อคิดถึงที่แสนงดงามอย่างนี้ได้คงไม่ง่ายเลย      
แน่ใจได้เลยว่า    ชั่วชีวิตนี้ฉันจะไม่มีวันได้รับช่อคิดถึง    ที่สวยงามอย่างนี้จากใครอีกแล้ว
ความรู้สึกที่ฉันมีให้ช่อคิดถึงช่อนี้จึงพิเศษอย่างยิ่ง
 " ช่ อ คิ ด ถึ ง ซึ่ ง เ จ า ะ จ ง ส่ ง ม า ใ ห้
    จ ะ ก อ ด ไ ว้ ใ น ฝั น อั น แ ห น ห ว ง
    ทั้ ง เ นื้ อ ห า ค่ า คุ ณ อุ่ น แ ด ด ว ง
    ดั่ ง จิ ต ห้ ว ง คิ ด ถึ ง พึ ง จำ  น ง 
    เ ป็ น ช่ อ ด อ ก คิ ด ถึ ง ซึ่ ง วิ เ ศ ษ
    ห อ ม  ด อ ก เ ท ศ   ค ว า ม คิ ด  จิ ต ค น ส่ ง
    จ ะ เ ป็ น ช่ อ คิ ด ถึ ง ซึ่ ง ยื น ย ง 
    ใ ห้ พ ะ ว ง คิ ด ถึ ง อ ยู่ . . . มิ รู้ ลื ม"
                  อวสาน       อวสาน         อวสาน
                                            *.....* ประพันธ์โดยคุณประหยัด   พันธะศรี
comments powered by Disqus
  Parinya

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>