Home บ้านรักในรอยแค้น ตอนที่ 23

สมภพ แจ่มจันทร์

ตอนที่ 23

แพรวพรรณรู้สึกอ่อนล้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น หญิงสาวเลี่ยงเข้าไปในห้องทำงานเล็กๆ ที่อยู่ด้านในสุดของร้าน เพื่อปิดบังไม่ให้ใครได้เห็นหยาดหยดน้ำใสๆ ที่กำลังเอ่อออกมาจากดวงตากลมโตทั้งสอง

บวกกับความโกรธเคืองผู้เป็นมารดาของชายหนุ่มที่พยายามกันท่าเธอทุกอย่าง ยิ่งเมื่อมีชโลธรเข้ามาเหมือนกำแพงที่นางสร้างขึ้นถูกเสริมด้วยใยเหล็กให้แน่นหนายิ่งขึ้น แต่ความรักและความสเน่หาที่หญิงสาวมีต่อชายหนุ่มจะเป็นแรงผลักดันให้หญิงสาวต้องพยายามต่อไป เพื่อให้ชายหนุ่มกลับมาสนใจตนเหมือนเมื่อครั้งที่รันชรีไปจากที่นี่ใหม่ๆ

หญิงสาวกดเบอร์โทรศัพท์ไปหาอานนท์ด้วยความไม่พอใจ ที่อานนท์ไม่รีบเข้าไปตีสนิทกับชโลธร ตามแผนการที่เธอได้วางไว้ แต่ดูเหมือนว่าปลายสายจะไม่รับโทรศัพท์ ยิ่งเพิ่มระดับความไม่พอใจให้กับหญิงสาวไปอีกขั้น

ติดแล้ว...

“แกอยู่ไหน”

“ว่าไงนะ ฉันไม่ได้ยิน”

สัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดไป...

ไม่แปลกที่แพรวพรรณจะไม่ได้ยินเสียงของอานนท์ เพราะมันอึกทึกไปด้วยเสียงเพลงจังหวะเร้าใจ ไม่ต้องบอกหญิงสาวก็รู้ได้ในทันทีว่าขณะนี้อานนท์กำลังอยู่ในสถานบันเทิงอานนท์ชักจะไม่เชื่อฟังเธอเสียแล้ว พักหลังๆ นี้อานนท์ออกเที่ยวบ่อย แม้แต่ในร้านอาหารก็ยังไม่เข้ามาดู โดยเฉพาะในวันศุกร์เช่นนี้ ลูกค้าจะหนาตาเป็นพิเศษ ความระอาและเบื่อหน่ายเริ่มขึ้น

แพรวพรรณหยิบกระเป๋าถือของตนแล้วสะบัดก้นเดินออกจากร้านไปอย่างไม่เหลียวหลัง มีเพียงโชคคนเดียวเท่านั้นที่หล่อนพอที่จะเอื้อนเอ่ยด้วยได้

“รู้สึกว่าแพรวจะเป็นส่วนเกิน แพรวกลับก่อนดีกว่านะโชค” หญิงสาวกล่าวกับชายหนุ่มเชิงน้อยใจ

ไม่มีคำพูดใดๆ จากชายหนุ่ม มีเพียงการพยักหน้าเบาๆ เท่านั้นที่เป็นการตอบรับระหว่างเขาและเธอ แต่บัดนี้ชายหนุ่มกลับรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะในใจของเขาไม่ต้องการให้แพรวพรรณเข้ามาที่ร้านนี้อีกเลย มิใช่ว่าถูกต่อว่าจากผู้เป็นมารดาเรื่องการดึงแพรวพรรณมาร่วมหุ้น แต่ทว่ามันมาจากตัวเขาเองและตัวแพรวพรรณ ที่เขายังโทษตนเองอยู่เสมอว่า เป็นเพราะการไม่มีสติของเขาในคืนนั้น ทำให้แพรวพรรณคิดไปว่าเขามีใจให้ แล้วจึงแสดงกิริยาไม่งามต่างๆ นานา ให้ทั้งเขา มารดา และผู้คนรอบข้างได้เห็น จนเลยเถิดถึงการแสดงตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ

ในเวลานี้ ชโลธรต่างหากที่เขาต้องการอยากให้อยู่ที่นี่ให้นานที่สุด นี่หรือความรัก เขาย้อนนึกถึงอดีตเพื่อนรักอีกครา เขาและรันชรีเคยสัญญาต่อกันไว้ว่าจะแข่งกันเก็บเงิน ถ้าใครมีแฟนก่อนกันจะต้องพาแฟนไปกระโดดบันจี้จั๊ม ซึ่งเป็นเรื่องที่ทั้งเขาและรันชรีกลัวถึงขีดสุด หากวันนี้รันชรียังอยู่ที่นี่เขาคงจะบรรยายความรู้สึกในขณะนี้ที่มีต่อชโลธรให้รันชรีฟังเป็นแน่

แต่เขาเพิ่งนึกขึ้นได้...

ชโลธรน่าจะรู้จักกับรันชรี...

แม้เธอจะไม่เคยยอมรับ...

แต่ด้วยเหตุการณ์และเหตุผลต่างๆ...

มันทำให้เขาสรุปเอาเองว่า

ชโลธร...รู้จัก...รันชรี

ประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ของหญิงสาวทั้งสองจึงย้อนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

อีกครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาปิดร้าน ลูกค้าโต๊ะยาวบัดนี้เหลือสมาชิกเพียงสี่คนเท่านั้น คือคุณยุพาหัวหน้าคนใหม่ คุณสมชาย ชโลธรและชมพูนุช ที่ยังคงนั่งคุยกันเรื่องงานติดพันกันอยู่ แต่มิวายที่คุณยุพาอดที่จะกล่าวถึงกิตติไม่ได้

“ฉันละเสียดายจริงๆ กิตติไม่น่าหายไปแบบนี้เลย เขาเป็นคนที่เก่งมากทีเดียว”คุณยุพากล่าวอย่างอ่อนใจ

“แหม่มว่าเขาคงมีความจำเป็นจริงๆ ถึงต้องทิ้งงานไปแบบนี้”

“อย่าให้เป็นเหมือนครั้งก่อนเลย”

“เป็นอะไรคะคุณยุพา” ชมพู่ถาม

 “กิตติโชคร้ายเรื่องครอบครัว เพื่อนรักกับภรรยาเป็นชู้กัน เขาเสียใจมาก จนเสียผู้เสียคน จากคนที่ไม่เคยกินเคยดื่ม ก็หันเข้าหาอบายมุข กลายเป็นคนเจ้าชู้ ฉันรู้จักกับเขามาตั้งแต่เริ่มทำงานที่บริษัทนี้ใหม่ๆ แต่พอกิตติเขาได้เลื่อนตำแหน่ง เขาก็ไม่ค่อยได้อยู่ที่สำนักงานใหญ่ จนเมื่อปีที่แล้วก็มีเรื่องหนี้การพนัน ที่เขาต้องบากหน้าไปหยิบยืมเงินเพื่อน รวมทั้งฉันด้วย”

“แล้วหัวหน้าช่วยคุณกิตติหรือเปล่าคะ”

“ก็...กะว่าจะช่วย”

“แต่เมื่อติดต่อเขาอีกทีกิตติเขาก็บอกว่าเขาจัดการเรียบร้อยแล้ว”

“แล้วหัวหน้ารู้จักแฟนคุณกิตติหรือเปล่าคะ”

“เก่าหรือใหม่ล่ะ ถ้าเก่าละก็...รู้จักดีเลยล่ะ แต่ถ้าเป็นแฟนใหม่ อย่าพูดถึงเลย นับไม่ถ้วน”

“แต่มีอยู่รายหนึ่งน่าสงสารมาก ชนิดที่ต้อง รปภ.พาออกไปจากตึกเชียวแหละ” หญิงกลางคนผู้เป็นหัวหน้าใหม่ กล่าวอย่างอ่อนใจและเล่าต่อไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

“วันนั้นกำลังเลิกงาน ผู้หญิงคนนั้นร้องห่มร้องไห้ กอดแข้งกอดขา พูดแล้วน่าสงสารลูกผู้หญิงด้วยกัน”

“ผมไม่ยาวมาก แล้วก็ไม่ค่อยสวยมากใช่ไหมคะ คุณยุพา”

“อ้าวชโลธร เธอรู้ได้ยังไงกัน”

“คุณรัน”

“เดาเอาค่ะ”

เลวจริงๆ ผู้ชายคนนี้เลวจริงๆ ทำถึงขนาดนั้นเชียวหรือนี่ คุณรัน ไม่น่าไปรักคนไม่มีหัวใจอย่างนี้เลย

คุณยุพา กวักมือให้สัญญาณกับบริกรเพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ทว่าบริกรกลับบอกว่าค่าอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดถูกเคลียร์ไปเรียบร้อยแล้ว คุณยุพาทำสีหน้าตกใจ เพราะคิดว่าผู้เป็นเลขาฯ ของตนเป็นผู้จ่ายเงิน แต่ทว่าเมื่อมองเลยไปที่เคาน์เตอร์ก็เห็นหนุ่มรูปงามที่แนะนำตนว่าเป็นคู่รักของเลขาฯ ตน ก็พอจะเข้าใจว่าใครกันเป็นผู้จ่ายเงินทั้งหมด แต่มิวายคุณยุพาจะเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม พร้อมกับยื่นธนบัตรให้ หลังจากพูดคุยกันสักพัก ชายหนุ่มดึงธนบัตรลงเก็บและส่งคืนคุณยุพาบางส่วน จากนั้นคุณยุพาจึงเดินกลับมาที่โต๊ะ

“โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ” โชคกล่าวอย่างนอบน้อม

“ถ้ามาแล้วไม่ให้จ่ายทีหลังจะไม่มาอีกนะ เกรงใจแย่” หญิงผู้เป็นลูกค้ากล่าวด้วยรอยยิ้ม

“แฟนแหม่มนี่น่ารักนะ” ผู้เป็นหัวหน้าหันมาคุยกับเลขาฯ คนใหม่ของตนระหว่างที่เดินมายังรถที่จอดอยู่หน้าร้าน

หญิงสาวทำได้เพียงส่งยิ้มให้ แล้วก้มหน้าเท่านั้น ซึ่งเธอเองก็ออกจะงงกับพฤติกรรมของตนเองอยู่ไม่น้อย ว่าเหตุใดจึงไม่ชี้แจง หรือปฏิเสธทุกอย่างที่ชายหนุ่มบอกกล่าวกับเพื่อนร่วมงานทั้งหมด คงมีเพียงชมพู่เท่านั้นที่ยังมองหน้าเพื่อนด้วยคำถามอยู่เหมือนเมื่อต้นชั่วโมงที่ผ่านมา

โชคเดินอย่างรีบเร่ง เพื่อตามหญิงสาวมาจนถึงรถคันสีแดงสดที่จอดใกล้ๆ กับรถของเขา

มันแปลกมากในความรู้สึก เหตุใดความรู้สึกที่เขามีต่อหญิงสาวผู้นี้มันจึงได้รุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกคุ้นเคยกับเธอ ราวกับว่ารู้จักและคบหากันมานานนับปี บวกกับฝ่ายมารดาที่นอกจากจะไม่มีทีท่าว่าจะห้ามแต่ยังเหมือนจะสนับสนุนให้เขาคบหากับชโลธร ไม่เช่นนั้นนางคงไม่รีบโทรศัพท์ตามให้เขากลับมาเช่นนี้หรอก

“ราตรีสวัสดิ์ครับ...” ชายหนุ่มบอกกับหญิงสาวเมื่อหญิงสาวกำลังจะเปิดประตูรถในใจของเขาอยากจะดึงร่างเล็กๆ นี้เข้ามากอดไว้เสียจริง กลิ่นกายของหญิงสาวช่างหอมจนยากที่เขาจะลืมกลิ่นนั้นได้ลง

“ค่ะ” แต่อีกฝ่ายกลับมีเพียงคำตอบสั้นๆ เท่านั้น

แต่ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างเขา ชมพู่สตาร์ทรถเท่าไหร่ก็ไม่ยอมติด คุณยุพาและคุณสมชายก็ออกไปได้พักใหญ่ๆ แล้ว หญิงสาวทั้งสองออกจากตัวรถแล้วตรงไปเปิดกระโปรงรถทันที

“ให้ผมขับรถไปส่งได้ไหม” ชายหนุ่มว่า

หญิงสาวทั้งสองมองหน้ากัน เหมือนจะส่งคำถามหากันว่าจะตกลงหรือไม่

ครืน...ครืน...เสียงฟ้าคำรามดังก้องฟ้า เวลาผ่านไปไม่กี่วินาที ประกายแสงจากเบื้องบนก็เป็นสัญญาณเตือนว่าอีกไม่นาน ฝนกำลังจะเทลงมา

“แล้วแม่คุณล่ะ” ชโลธรเอ่ยถาม

เขาลืมมารดาไปเสียสนิท ป่านนี้นางคงกำลังเคลียร์บิลอยู่ในร้าน ว่าแล้วเขาก็ถือวิสาสะ คว้าที่ข้อมือหญิงสาว แล้วเดินเข้าไปในร้าน ชมพู่ได้แต่มองตามในกิริยาของโชคที่ปฏิบัติต่อเพื่อนรัก

“เดี๋ยวผมไปช่วยแม่เคลียร์บิลก่อน รอผมแป็ปหนึ่งนะ นะจ๊ะคนดี”

“แกเล่ามาเดี๋ยวนี้เลยนะแหม่ม” ชมพู่คาดคั้นเพื่อนรัก

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับเขาจริงๆ อีตานี่ก็ไม่รู้อะไรเข้าสิงมาขี้ตู่ว่าฉันเป็นแฟนเสียอย่างนั้น” หญิงสาวอธิบายให้เพื่อนรักฟังตามความจริง

“แล้วทำไมแกไม่ปฏิเสธเขาไปล่ะ ตอนที่เขาแนะนำให้ทุกคนรู้ว่าแกเป็นแฟนเขา”

ไม่มีคำตอบใดๆ จากชโลธร เพราะเธอเองก็ไม่สามารถตอบได้เช่นกัน ว่าเหตุใดเธอจึงไม่ปฏิเสธไป เพราะหากเธอต้องการจะปฏิเสธ เธอคงบอกชายหนุ่มไปตั้งแต่วันแรกที่ถูกแนะนำให้รู้จักกับมารดาของเขา แต่หญิงสาวกลับปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปอย่างที่ชายหนุ่มต้องการ ไม่เว้นแม้แต่ขณะอยู่ในอ้อมกอดของเขา ที่เธอเองก็ไม่คิดจะขัดขืนแม้แต่น้อย

“เราเป็นอะไรไป ทำไมถึงปล่อยใจได้ถึงเพียงนี้” หญิงสาวตำหนิตนเอง

ไม่นานโชคประคองผู้เป็นมารดาออกมาจากร้าน หญิงสูงวัยมองหญิงสาวเบื้องหน้าด้วยสายตาเอ็นดู ชมพู่และชโลธรจอดรถทิ้งไว้ที่หน้าร้านอาหารของโชค และให้เขาขับรถมาส่งทั้งสองที่บ้านพัก ก่อนจากลาชายหนุ่มส่งจูบให้ชโลธรด้วยใบหน้าทะเล้น มิวายผู้เป็นมารดาจะแอบหัวเราะเบาๆ อย่างพึงพอใจ

 

 

 

comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>