26 เมษายน 2549 00:51 น.

เพื่อนของฉันกับวันสุดท้าย ตอนที่ 3 การสอบในวันแรกและคำเตือนอันปรารถนาดี

แดนไกล ไลบีเรีย

สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 และตอนที่ 2 เข้ามาอ่านได้ที่ลิงค์นี้นะครับ        http://www.thaipoem.com/forever/my_story.php?mid=13125


        นางุเระง่วนอยู่กับการอ่านหนังสือเตรียมสอบ ทำให้เขาลืมเรื่องสงครามไปชั่วขณะ เขามีความตั้งใจเป็นอย่างมากในการสอบครั้งนี้ เพราะนั่น มันจะหมายถึงการเข้าเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ถ้าในการสอบครั้งนี้เขาทำคะแนนได้ไม่ดี เขาจะไม่มีโอกาสเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และถ้าเป็นเช่นนั้น ทางเลือกที่ดีที่สุดคือ เขาจะต้องย้ายโรงเรียน
        ฉันต้องทำให้ได้ ฉันไม่อยากย้ายโรงเรียน นางุเระพูดกับตัวเองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จากการสอบครั้งที่ผ่าน ๆ มา เขามักจะทำคะแนนในวิชาทักษะการคิดและประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี แต่ก็เพียงแค่ 2 วิชาเท่านั้น การสอบครั้งที่แล้ว เขาได้ 11 คะแนนจาก 100 คะแนน ในวิชาเคมีพื้นฐาน - - 20 คณิตจากคณิตศาสตร์ และ 23 คะแนนจากวิชาฟิสิกส์ขั้นต้น เขาแทบยิ้มไม่ออก เมื่อสมุดรายงานผลคะแนนสอบถูกส่งไปยังแม่ของเขา พร้อมๆกับจดหมายเชิญผู้ปกครอง
        ถึงแม้ว่าเขาจะยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือเตรียมสอบ แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะดูแลเจ้าโนบิ ทุกๆวัน เขาจะต้องลงไปหาเจ้าโนบิ เพราะความที่อดคิดถึงมันไม่ได้ นางุเระรักเจ้าโนบิมาก และเขาคิดว่ามันก็คงจะรักเขามากเช่นกัน เขาใช้เวลาที่ได้อยู่กับเจ้าโนบิส่วนใหญ่ไปกับการฝึกเจ้าโนบิให้หัดคาบสิ่งของ สลับกับการฝึกให้นั่ง ถึงแม้นางุเระไม่มีพื้นฐานในการฝึกสุนัขอย่างถูกต้อง แต่เขาก็สามารถฝึกเจ้าโนบิให้เข้าใจในสิ่งที่เขาสั่งได้ภายในเวลาไม่กี่วัน เจ้าโนบิดูแข็งแรงขึ้นกว่าวันแรก ๆ และดูน่ารักขึ้นมาก เมื่อไหร่ที่นางุเระมีเวลาอยู่กับเจ้าโนบิของเขา  แววตาใสๆของเด็กน้อยดูเหมือนจะลืมเรื่องร้ายๆลงไปชั่วขณะ
        นางุเระจ้ะ พรุ่งนี้ลูกจะต้องไปสอบแล้วนะจ้ะ รีบๆเข้านอน พรุ่งนี้จะได้มีแรงทำข้อสอบนะลูก - - ไปเถอะจ้ะ เดี๋ยวแม่จะดูแลเจ้าโนบิเอง แม่ของเขาสั่งให้เข้ารีบขึ้นไปนอน เมื่อยังเห็นเขาเล่นอยู่กับเจ้าโนบิ นางุเระลูบหัวเจ้าโนบิเป็นการบอกลา ก่อนจะขึ้นไปบนห้องนอนของเขา


                       ตาราสอบวันที่ 1
09.45-10.45 น.	คณิตศาสตร์
12.10-13.00 น.	ภาษาญี่ปุ่น
13.30-15.00 น.	ศิลปะ



                      ตารางสอบวันที่ 2
09.30-10.00 น.	ทักษะการคิด
10.30-11.00 น.	เครื่องจักรกลพื้นฐาน
12.00-13.00 น.	ประวัติศาสตร์
13.20-14.00 น.	ฟิสิกส์ขั้นต้น
14.15-15.00 น.	เคมีพื้นฐาน

                       ตารางสอบวันที่ 3
09.30-11.00 น.	สิ่งแวดล้อม
12.00-15.00 น.	ภาคปฏิบัติวัฒนธรรมญี่ปุ่น

        นางุเระดูตารางสอบ เขาหวังว่าการสอบในครั้งนี้คงไม่ยากเกินไป เขามั่นใจว่าเข้าต้องทำได้ ยกเว้นแต่วิชาภาคปฏิบัติวัฒนธรรมญี่ปุ่น เขาไม่รู้ว่าครั้งนี้จะสอบเกี่ยวกับอะไร ยิ่งในช่วงสงครามอย่างนี้ การสอบปฏิบัติคงจะไม่เข้าท่าแน่ๆ เขาคิด อาจจะเกี่ยวกับการป้องกันตนเอง หรือไม่ก็วิธีหลบภัยจากห่ากระสุน ทุกอย่างเป็นไปได้เมื่อสงครามเกิดขึ้น สิ่งที่เขาต้องเจอในการสอบภาคปฏิบัติครั้งนี้คืออะไร
        ยินดีต้อนรับเข้าสู่ห้องสอบ ครูมินาโกะพูด วิชาแรกของวันนี้คือวิชาคณิตศาสตร์ มีเวลาให้นักเรียนทุกคนหนึ่งชั่วโมง ใครที่ทำข้อสอบเสร็จก่อนกำหนดเวลา ให้คว่ำกระดาษคำตอบไว้และนั่งนิ่งๆอยู่ภายในห้อง ห้ามออกจากห้องเด็ดขาด - - - หลังสอบเราต้องมีเรื่องคุยกัน หวังว่าทุกคนคงเข้าใจคำสั่ง
        เข้าใจครับ/ค่ะ เสียงนักเรียนพูดขึ้นพร้อมกัน
        เอาล่ะ เริ่มทำข้อสอบได้ ครูมินาโกะสั่งให้นักเรียนทุกคนเริ่มทำข้อสอบ
        ทุกคนตั้งหน้าตั้งตาลงมือทำข้อสอบ และเป็นจริงตามที่นางุเระคาดไว้ ข้อสอบครั้งนี้ไม่ยากเหมือนครั้งก่อนๆ เขาทำได้แทบทุกข้อ และมั่นใจว่าการสอบคณิตศาสตร์ในครั้งนี้เขาจะต้องผ่าน
        ข้อนี้ง่ายจังแฮะ นางุเระคิด ข้อ 12 นี้ก็ง่าย ไม่ต้องคิดก็ตอบได้
        เวลาผ่านไปครบตามกำหนดแล้ว คุณครูมินาโกะสั่งให้ทุกคนวางดินสอ จากนั้นก็เรียกเก็บกระดาษคำตอบจากนักเรียน นางุเระรู้สึกโล่งใจที่ครูมินาโกะไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับการสอบครั้งในครั้งนี้ของเขาเหมือนเทอมต้น
        เอาล่ะ นักเรียนทุกคน ฟังครูทางนี้ ครูมินาโกะพูดขึ้นหลังจากเก็บกระดาษคำตอบของนักเรียนใส่แฟ้มเสร็จเรียบร้อยแล้ว
        นักเรียนทุกคนคงรู้แล้วว่า ณ เวลานี้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับประเทศของเรา ทางโรงเรียนของเราได้รับแถลงการณ์และคำเตือนจากทางรัฐบาล หาวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อันตรายแก่นักเรียนทุกคน ดังนั้น ในช่วงนี้ ขอให้นักเรียนทุกคนจงระวังตัว และคอยสำรวจสิ่งต่างๆรอบตัว นักเรียนไม่ควรเดินเตร็ดเตร่ตามท้องถนน เพราะนั่นอาจหมายถึงชีวิตของพวกเธอเอง ครูคิดว่าทุกคนคงไม่อยากให้สงครามเกิดขึ้น แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว - - - ครูจึงอยากให้ทุกคนระมัดระวังตัวไว้ให้มากๆ ขอย้ำ จงระวังตัวไว้ให้ดี ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรออกจากบ้านหลังหกโมงเย็น - - - หรือทางที่ดีที่สุด ไม่ควรออกจากบ้านเลยจะดีกว่า หลังจากการสอบในวันนี้ พรุ่งนี้ และมะรืนนี้ ให้ทุกคนรีบกลับบ้าน จะมีทหารและตำรวจคอยตรวจตราความปลอดภัยตามท้องถนน ครูหวังว่านักเรียนทุกคนคงไม่อยากถูกส่งตัวไปสอบสวนหรอกนะ ขอให้ทุกคนเข้าใจตามนี้ และปฏิบัติตามด้วย - - - เอาล่ะ พักทานข้าวกลางวันได้ เที่ยงตรงเจอกันที่ห้องสอบ
        ฉันอึ้งไปเลยล่ะ พอเห็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ตกใจมากเลย ทาชิโรพูดขึ้นท่ามกลางกลุ่มเพื่อนที่จับกลุ่มคุยกันเรื่องสงคราม โดยไม่สนใจเรื่องการสอบคณิตศาสตร์เมื่อครู่นี้แม้แต่น้อย
        ฉันเห็นเครื่องบินทิ้งระเบิดใส่แปลงนาข้างๆ บ้านของฉันด้วยล่ะ มันน่ากลัวมาก เสียงระเบิดดังมาก ฉันตกใจมากแทบจะร้องไห้เลยล่ะ มัน - - มันโหดร้ายที่สุด ซาดาโกะพูดขึ้นต่อ
        นักเรียนกลุ่มนั้นยังคงถกกันเรื่องสงครามตลอดครึ่งชั่วโมงแรกของการพักกลางวัน ก่อนที่จะแยกตัวกันไปกินข้าวกลางวันกับเพื่อนคนอื่นๆ
        หมดเวลาพักกลางวัน นักเรียนทุกคนเริ่มทำข้อสอบวิชาภาษาญี่ปุ่นได้ ให้เวลาห้าสิบนาที ครูมินาโกะสั่งนักเรียนหลังจากที่นักเรียนทุกคนมาพร้อมกันที่ห้องสอบเรียบร้อยแล้ว
        ข้อสอบในช่วงบ่ายมีเพียงสองวิชาเท่านั้น คือ วิชาภาษาญี่ปุ่นและศิลปะ มันไม่ยากเลยสำหรับนางุเระ เขามั่นใจเต็มที่สำหรับการสอบในวันแรก เขาอยากกลับบ้านเร็วๆ เพราะคิดถึงเจ้าโนบิ หลังจากการสอบในช่วงบ่ายเสร็จสิ้น นางุเระก็รีบกลับบ้าน เขาเปิดประตูบ้านและทักทายแม่ของเขาที่อยู่ในห้องครัว ก่อนตรงไปยังตะกร้าของเจ้าโนบิ เขาตกใจจนแทบพูดอะไรไม่ออก เจ้าโนบิไม่ได้อยู่ในตะกร้าใบนั้น !
				
19 เมษายน 2549 16:56 น.

เพื่อนของฉันกับวันสุดท้าย ตอนที่ 2 ลางร้ายเริ่มปรากฏ

แดนไกล ไลบีเรีย

นางุเระรู้สึกว้าวุ้นและหดหู่ใจ เมื่อข้อความที่ปรากฏอยู่ในสมองของเขา ณ ตอนนี้ คือ ญี่ปุ่นต้องชนะ เขานั่งคิด มันแปลว่าอะไรกัน สงครามจะเกิดขึ้นจริงๆหรือ เขาแทบไม่อยากจะคิด ตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกดีได้คือลูกหมาน้อยที่น่าสงสารตัวนั้น เขาพยายามที่จะไม่คิดกังวล พยายามใช้เวลาที่เหลืออีก 1 สัปดาห์เพื่อเตรียมตัวสอบปลายภาคเรียนในฤดูหนาว
	เมื่อแม่ของนางุเระขับรถมาถึงบ้าน นางุเระก็จัดการเตรียมที่อยู่ให้ลูกหมา เขาหาตะกร้าใบใหญ่ได้ใบหนึ่ง แล้วเขาก็หาผ้าเก่าๆสองสามผืนมารองพื้นตะกร้าไว้ เขาเตรียมชามน้ำ ชามอาหารไว้ให้ลูกหมา เขาตั้งชื่อลูกหมาว่าตัวนี้ว่า โนบิ
	จำไว้นะ แกชื่อว่า โนบิ เวลาฉันเรียกว่าโนบิ แกต้องเดินมาหาฉัน นางุเระพูดกับเจ้าหมาน้อยนั่น เขาวางมันลงที่พื้น แล้วถอยหลังไปสองสามก้าว โนบิ โนบิ มานี่ นางุเระสั่ง เจ้าโนบิแสนรู้ก็เดินมาหานางุเระ มันฉลาดมากและแทบกล่าวได้ว่ามันอาจจะเข้าใจคำทุกคำที่นางุเระสั่ง นางุเระพอใจเจ้าโนบิเป็นอย่างมาก ขนาดแม่ของเขายังอดยิ้มให้ไม่ได้กับความฉลาดของเจ้าโนบิ นางุเระอุ้มมันไปใส่ไว้ในตะกร้า ท่าทางมันคงจะเหนื่อยมาก พอนางุเระวางมันลง มันก็หลับผล็อยไปในทันที นางุเระสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของมันในตอนนี้ มันคงจะดีใจมากที่มีเขาเป็นเพื่อนเล่น มันหลับอย่างมีความสุข
	นางุเระกลับเข้าไปในห้องของเขา เขาถอดเสื้อกันหนาวออก แล้วกลับมาอ่านหนังสือต่อจากที่ค้างไว้ เขาอ่านหนังสือวิชาฟิสิกส์เบื้องต้น ซึ่งเป็นวิชาที่เขาคิดว่ายากและน่าเบื่อที่สุด เขาปิดหนังสือ และวางมันลงบนชั้นวางหนังสือข้างโต๊ะ เขาผละจากที่นั่ง แล้วเอนหลังลงบนเตียงนอน มือของเขาเอื้อมไปเปิดวิทยุ - - - เขากำลังหลับ แต่เสียงจากวิทยุทำให้เขาต้องตื่นสะดุ้งตื่นขึ้นมาฟังอย่างใจจดใจจ่อ
	กองทัพเรือและกองทัพอากาศ ภายใต้การบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรีโตโจ ฮิเดกิ ได้เขาทำการโจมตีฐานทัพเรือ เพิร์ล ฮาเบอร์ ของสหรัฐอเมริกา ชัยชนะครั้งใหญ่นี้ ทำให้สหรัฐอเมริกาสูญสียกำลังรบอย่างมหาศาล กองทัพของจักรวรรดิญี่ปุ่นได้สร้างเกียรติภูมิอันยิ่งใหญ่ที่ทั่วโลกต้องจารึกและให้การยอมรับถึงความแกร่งกล้าของจักรวรรดิญี่ปุ่น ซึ่งกำลังก้าวไปสู่ชัยชนะในภายหน้า
	ชัยชนะ นางุเระเฝื่อนยิ้ม ชัยชนะอะไรกัน สงครามไม่เคยทำให้ใครชนะ สงครามมีแต่ทำลาย ฉันเกลียดสงครามที่สุด ฉันไม่อยากได้ความหายนะเป็นของขวัญในช่วงสงครามนี้หรอก เขาคิดในใจ เขารู้สึกว่าสงครามไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย เขาไม่ต้องการให้ญี่ปุ่นเข้าร่วมสงคราม สงครามครั้งนี้ทำให้พ่อของเขาถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในหน่วยรักษาความปลอดภัยเขตชายแดน ที่เกาะอิโวจิมา เป็นเวลาถึงสี่เดือนแล้ว แต่เขาแทบไม่รู้ข่าวคราวใดๆเกี่ยวกับพ่อของเขาเลย ไม่มีแม้แต่จดหมายสักฉบับเดียว!
	บึ้มส์ ! ! - - - เสียงระเบิดดังสนั่น เขาตกใจสุดขีด เครื่องบินพิฆาตบินว่อนไปมาเหนือท้องฟ้าเกือบ 10 นาที วิทยุยังประกาศข่าวไปเรื่อยๆ ในช่วงเวลาอย่างนี้ ข่าวจากวิทยุก็มีแต่ข่าวสงครามเพียงอย่างเดียว
	มีประกาศด่วนจากทางการ ขณะนี้รัฐบาลของสหรัฐอเมริกาไดลงมติประกาศสงครามกับจักรวรรดิญี่ปุ่น และได้ส่งกองทัพมาโจมตี ขอให้ชาวญี่ปุ่นที่รักทั้งหลายจงระวัง ทั้งนี้ จะมีแถลงการณ์ออกมาเป็นระยะๆ เสียงสุดท้ายจากวิทยุดังขึ้น นางุเระปิดวิทยุ
	นี่จะเป็นสัญญาณแห่งความหายนะแล้วหรือ นางุเระคิดก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่างไม่สบายใจ				
18 เมษายน 2549 16:08 น.

เพื่อนของฉันกับวันสุดท้าย ตอนที่ 1 เพื่อน(ตัว)ใหม่

แดนไกล ไลบีเรีย

เมืองฮิโรชิมา  ค.ศ.1941
      ขณะที่หนูน้อยนางุเระ เด็กหนุ่มวัย 11 ขวบ กำลังนั่งอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบในช่วงปลายภาคเรียนฤดูหนาว เสียงฝีเท้าของใครบางคนดังมาถึงหน้าห้อง ตามมาด้วยเสียงประดูที่ถูกเปิดออก เขาจึงละสายตาจากหนังสือที่เข้าอ่านอยู่ มองออกไปที่หน้าห้อง แม่ของเขายืนยิ้มให้เขาอยู่ตรงนั้นเอง
      นางุเระจ้ะ ไปซื้อของในตลาดกับแม่หน่อยนะจ้ะ เสียงแม่เขาดังขึ้น เขานั่งคิดอยู่สักครู่ก่อนจะตอบตกลง แล้วรีบคว้าเสื้อกันหนาวออกจากห้องตามหลังแม่ของเขาไป บ้านของนางุเระอยู่ไม่ไกลจากตลาดสักเท่าไหร่ และตามปกติแล้วเขาก็มักจะเดินไป แต่วันนี้อากาศหนาวมากกว่าปกติ แม่ของนางุเระเลยต้องขับรถไปตลาด ท่ามกลางสายหิมะที่ตกลงมาอย่างหนัก
      แม่ของนางุเระใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงฝ้าสายหิมะที่โปรยลงมาจนถึงตลาด เขารู้ดีว่า หน้าที่ของเขาคืออะไร ดังนั้นเมื่อลงจากรถเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบไปหยิบตะกร้าจากหลังรถ แล้วตามแม่ของเขาไป
      ถึงแม้ว่าอากาศจะหนาวมากกว่าปกติ แต่ตลาดก็ยังคึกคักเต็มไปด้วยผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของ เขากับแม่ของเขาจึงต้องเบียดเสียดผู้คนที่แออัดกันอยู่เข้าไปในตลาด เขาอาจกล่าวได้ว่า ตลาดน่าจะเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในช่วงฤดูหนาวอย่างนี้ เพราะเต็มไปด้วยสินค้านานาชนิด และก็ยังมีเสียงผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของ และเสียงตะโกนโหวกเหวกของพ่อค้าแม่ค้า ที่ช่วยทำลายความเงียบเหงาลงไปได้บ้าง
      เดี๋ยวลูกรอแม่อยู่ตรงนี้ก่อนนะจ้ะ แม่จะไปหาเพื่อนของแม่ที่ตรงโน้นสักหน่อย แม่ของเขาสั่งเขาขณะที่เขามัวแต่ดูพ่อค้าปลากำลังชำแหละเนื้อปลาที่เพิ่งจับได้เมื่อเช้าวันนี้ แป๊บเดียวเอง เดี๋ยวแม่มานะ
      นางุเระยืนรอแม่ใกล้ๆแผงขายปลาของพ่อค้าคนนั้น เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง แม่ของเขาก็ยังไม่กลับมา เขาเริ่มเบื่อและเริ่มเดินไปมาอยู่แถวนั้น สายตาก็กวาดดูสิ่งของทีเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้านำออกมาวางขาย ทันใดนั้นเอง สายตาของเขาพลันเหลือบเห็นลุกหมาสองสามตัววางขายอยู่ในกรง เขาจึงเดินเข้าไปดูด้วยความสนใจ
      ตัวสีดำนั่นน่ะ ตัวละ 450 เยน ส่วนไอ้ตัวสีขาวน่ะ 270 จ้ะ แม่ค้าร่างท้วมบอกเขา เมื่อเห็นเขามีท่าทางสนใจลูกหมา นางุเระเงยหน้าขึ้น แล้วพูดกับแม่ค้า เอ่อ คือว่า ตัวสีดำมันน่ารักดีนะครับ แม่ค้าคนนั้นยิ้ม นางุเระพูดขึ้นต่อ แต่ผมชอบตัวสีขาวมากกว่า มันน่าสงสารและดูเหมือนมันต้องการคนดูแลและเข้าใจมัน ผมจะซื้อมัน เขาหยุดพูด แล้วล้วงเงินออกมา เขามีเงินอยู่แค่ 230 เยน เขาเงยหน้า ถามแม่ค้าว่า ผมมีเงินอยู่แค่นี้ คุณจะขายลูกหมาให้ผมมั้ย
      แม่ค้านิ่งเงียบ ก่อนจะพูดขึ้นว่า เอาเถอะๆ อันที่จริงแล้วก็ไม่มีใครสนใจที่จะซื้อมันหรอก แต่ถ้าหนูอยากได้ ฉันจะขายให้หนูในราคา 200 เยน ก้แล้วกัน นางุเระดีใจมาก เขารีบยื่นเงินให้แม่ค้าคนนั้น ตอนนี้เขาซื้อลูกหมาที่น่าสงสารตัวนั้นมาแล้ว เขาอุ้มลูกหมาและไปยืนรอแม่ที่เดิม และอีก 20 นาทีต่อมา แม่ของเขาก็มาถึง นางุเระยิ้มให้แม่ของเขา
      ตายแล้ว ลูกไปซื้อมันมาทำไม เอามันไปคืนเดี๋ยวนี้ ไปเร็วเข้า - - - แม่ไม่รู้นะว่าลูกกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ลูกก็ไม่สมควรซื้อลูกหมาอย่างนี้ด้วยเงิน 200 เยน ดูซิ ดูสภาพของมัน แม่ไม่เห็นว่ามันจะน่ารักตรงไหน แม่ของนางุเระพูดอย่างตกใจ เมื่อเห็นเขาอุ้มลุกหมาตัวนั้นอยู่
      แต่แม่ฮะ  มันน่าสงสารนะฮะ มันเป็นหมาที่ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครมาเล่นกับมัน มันเหงา และต้องการคนที่คอยดูแลมัน เข้าใจมัน เหมือนลูกหมาตัวอื่นๆ - - - มันต้องการความรัก และอยากได้ความรักจากคนอื่น ความรักที่มันสมควรจะได้รับและได้สัมผัสถึง เขาพูดพลางลูบหัวของลูกหมาตัวนั้น
      งั้นก็ตามใจลูก ถ้าลูกคิดอย่างนั้น แม่จะไม่ห้ามความคิดของลูก แต่ลูกจะต้องสัญญากับแม่ว่า ลูกจะต้องดูแลมันอย่างดี และไม่ให้มันมาทำความเดือดร้อนต่างๆ ในบ้าน- - - แม่จะโมโหมาก ถ้าแม่เห็นขนหมาเกลื่อนไปตามพื้นบ้าน และแม่ก็ไม่ต้องการเห็นอะไรก็ตามที่แสดงว่าลุกไม่ได้ดูแลมัน เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นแล้ว จะไม่มีหมาตัวนี้ในบ้านอีกต่อไป - - - ลูกก็รู้ ว่าตอนนี้ประเทศของเราแย่แค่ไหน เงินภาษีก็ต้องจ่ายให้รัฐมากขึ้น สงครามก็ยิ่งปะทุหนักขึ้น เราแทบไม่มีเงินเหลือพอที่จะใช้ตลอดช่วงสงครามหรอกนะ - - - ค่าอาหารของหมาตัวนี้ ลูกจัดการเองได้นะ หักจากค่าขนมลูกก็ได้ แม่ของนางุเระเตือนเขา นางุเระพยักหน้าตอบตกลง เขาสัญญาว่าจะดูแลลูกหมาตัวนี้ให้ดีที่สุด และจะเป็นนายที่ดีของมัน
      ท่าทางของนางุเระดูจะสนอกสนใจลูกหมาตัวนี้มาก เขานั่งลูบหัวมันตลอดทางที่นั่งรถกลับบ้าน ขณะที่แม่ของเขาขับรถผ่านแผ่นโปสเตอร์ขนาดใหญ่ สะดุดสายตาของเขา เขาอ่านข้อความบนแผ่นโปสเตอร์นั้น
      ญี่ปุ่นต้องชนะ				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแดนไกล ไลบีเรีย
Lovings  แดนไกล ไลบีเรีย เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแดนไกล ไลบีเรีย
Lovings  แดนไกล ไลบีเรีย เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแดนไกล ไลบีเรีย
Lovings  แดนไกล ไลบีเรีย เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงแดนไกล ไลบีเรีย
>