17 กันยายน 2553 03:02 น.

บ้านนา

victoriasecret

๑. รถอีแต๋น..แกนผุ..บุโรทั่ง
รอบตัวถัง..บังไว้..ด้วยไม้ฝา
ผ้าใบขึง..ตรึงรั้ง..เป็นหลังคา
ไม้ฉำฉา..มาขัด..ดัดเป็นโครง

๐ นั่งจากเช้า..เข้าสาย..จนบ่ายคล้อย
เห็นต้นไม้..ใหญ่น้อย..จิตพลอยโปร่ง
เถาวัลย์คละ..ประปราย..ระยายโยง
สงบเงียบ..เรียบโล่ง..ถึงโค้งฟ้า

๐ ทางลูกรัง..ทั้งแห้ง..และแดงจัด
เลื้อยเลาะลัด..ตัดทาง..อย่างช้าช้า
ที่คอยรอ..ก็พร่าง..กระจ่างตา
ถิ่นที่พราก..จากลา..มาแสนนาน
...................................................

๒. อีแต๋นเก่า..เพลา,แหนบ..ที่แทบหลุด
ก็มาหยุด..สุดทาง..ที่ข้างบ้าน
ขนของฝาก..มากล้น..อย่างลนลาน
รีบเดินผ่าน..ลานกว้าง..เป็นอย่างไว

๐ สาดตามอง..จ้องไป..อย่างใจจ่อ
น้ำตาคลอ..พอแล..บนแคร่ไผ่
ภาพพ่อตอน..นอนหลับ..ช่างจับใจ
มือแม่ปัด..กวัดไกว่..คอยไล่ยุง

๐ ก้มกายลง..ตรงเข้า..กราบเท้าท่าน
แทนทุกคำ..พร่ำขาน..หนุ่มบ้านทุ่ง
ทักพี่น้อง..ผองน้า..อา,ป้า,ลุง
กลับจากกรุง..มุ่งมา..บ้านนาเรา
......................................................

๓. หอมไอดิน..กลิ่นหญ้า..เวลาพลบ
ตะวันหลบ..ดวงสู่..หลังภูเขา
ภาพที่ยัง..ฝังใจ..ครั้งวัยเยาว์
ทยอยเข้า..มาเยือน..เตือนความจำ

๐ เคยถือเบ็ด..คู่กาย..สะพายข้อง
มุ่งหน้าสู่..คูคลอง..และหนองน้ำ
ได้ปลามาก..หลากแท้..ให้แม่ทำ
ทั้งแกงส้ม..ต้มยำ..อย่างสำราญ

๐ ปั้นดินไว้..ใส่พก..ยิงนกเอี้ยง
นั่งเฝ้าเถียง..เลี้ยงควาย..ท้ายหมู่บ้าน
นอนนับดาว..พราวฟ้า..ราตรีกาล
แสนชื่นบาน..บ้านป่า..เมื่อครานั้น
.....................................................

๔. หากไม่ท้อ..พอเพียง..จะเลี้ยงปาก
แต่จำพราก..จากไป..เพราะไฟฝัน
เพื่อครอบครัว..ทั่วหน้า..จึงฝ่าฟัน
เพียงหมายมั่น..วันสุข..เพื่อทุกคน

๐ เจ็ดวันลา..มาพัก..สุขนักเจ้า
วันที่เรา..เฝ้าคอย..กว่าร้อยหน
เมื่อได้พบ..สบผอง..พี่น้องตน
ช่างระรื่น..ชื่นกมล..ใจคนคอย

๐ ครบวันลา..มาพัก..เศร้านักจิต
เหมือนชีวิต..ติดค้าง..เกินร้างถอย
พรุ่งนี้จำ..อำลา..บ้านป่าดอย
ใจก็พลอย..หงอยตรม..จนซมซาน
..........................................................
                        -๕-
๐ รถอีแต๋น..แสนชรา..กว่าครึ่งร้อย
ก็ค่อยค่อย..ถอยห่าง..จากข้างบ้าน
หนุ่มบ้านป่า..ลาไกล..ไปทำงาน
สร้างตำนาน..สานวัน..ที่ฝันรอ...				
11 กันยายน 2553 14:55 น.

**วลีลักษณา-อักษรารำพัน**

victoriasecret

๐ เวิ้งฟ้ากว้างพร่างพรายแดดสายสาด
ต้องหยดหยาดแวววาวคล้ายดาวใส
ร้อนแดดยามแผดลงคงคายไอ
แพรเพชรไหวที่วาบคือภาพลวง

๐ เพียงได้ชื่นยามเช้าแล้วเศร้า,สาย
น้ำค้างพรายพรมผกาจากฟ้าสรวง
พรากช่อแล้วชื่นมาลย์รานหยดยวง
คล้ายดั่งทรวงแห้งแล้งสิ้นแรงแล้ว (วลีลักษณา)

๐ ยามรักหวานกานท์กลอนอ่อนหวานนัก
ยามเมื่อรักหักคลอนกลอนเริ่มแผ่ว
เมื่อความเหงาเข้าเสริมเริ่มฉายแวว
ออกเป็นแนว..กลอนโศกวิโยคครวญ

๐ ทั้งรันทดหดหู่ดูย่อท้อ
ทั้งตัดพ้อต่อว่าครากำสรวล
ทั้งหญิง-ชายหมายฝันอันรัญจวน
กลับเซซวนป่วนปั่นยามฝันกลาย (อักษราฯ)

๐ เพราะภาพฝันเย้าหยอกหลอกให้หลง
ยากดำรงรูปพรางจึงจางหาย
จะเอื้อมคว้าก็คว้างไร้ร่างกาย
ไม่อาจหมายภาพเร้นให้เป็นจริง

๐ เมื่อภาพลวงพ่วงพันในฝันหวาน
ย่อมล่มลาญยามตื่นคืนทุกสิ่ง
เช่นกลอนกานท์ผ่านให้ใช่ว่าติง
เพียงได้อิงจินตภาพที่วาบพราย (วลีลักษณา)

๐ อันรูปรอยถอยห่างอาจพรางได้
แต่รูปในกมลฤาพ้นหาย
จะประทับกับตนจนวางวาย
มิสลายหายลับกับห้วงกาล

๐ อยู่กับภาพอาบฝันในวันเก่า
อาจบรรเทาเหงากายคลายฟุ้งซ่าน
แต่เมื่อเงาเขานั้นอันตรธาน
ถึงดวงมานคลายเศร้ากลับเหงาทรวง (อักษราฯ)

๐ มองท้องฟ้าเวิ้งว้างที่กว้างไกล
กับหัวใจเคว้งคว้างยามห่างหวง
แม้อดีตซึมซาบเหลือภาพลวง
ยังเหมือนบ่วงพ่วงพันสุดบั่นทอน

๐ ความเหงาเงียบเยียบเย็นไม่เว้นวัน
ยามพรากขวัญพรากหมายยากถ่ายถอน
แม้วันนี้คลายเศร้าที่เผา,รอน
หัวใจและอาวรณ์ยากผ่อนคลาย (วลีลักษณา)

๐ เพราะความเหงาเร้ารุมเหมือนสุมเชื้อ
มาจุนเจือเชื้อไฟให้ขยาย
ถ่านใกล้ดับกลับคุประทุพราย
เหมือนประกายสายใยให้อาวรณ์

๐ แม้นตระหนักรักนี้ถึงที่สุด
มิอาจฉุดหยุดใจให้ถ่ายถอน
ยังจะหวงห่วงหาและอาทร
แม้ร้าวรอนนอนช้ำกับน้ำตา (อักษราฯ)

๐ ปล่อยอดีตซีดจางเลือนรางทิ้ง
แม้จะยิ่งเหงาหงอยละห้อยหา
ด้วยเหตุการณ์ผ่านล่วงห้วงเวลา
ไม่เหลือค่าเคยซึ้งติดตรึงใจ

๐ แม้เส้นทางข้างหน้าจะว้าเหว่
สุดถ่ายเทอาวรณ์ให้ผ่อนได้
จำกล้ำกลืนฝืนทนความหม่นใน-
ห้วงหทัยไหวหวั่นให้บรรเทา (วลีลักษณา)

๐ เพียงพลัดพรากจากไกลใช่ลาจาก
เพียงย้ำฝากรักไว้มิให้เฉา
เพียงหมายใจใกล้ชิดนิจแนบเนา
เพียงหมายเฝ้าคลอซึ้งด้วยหนึ่งนาง

๐ เธอ..คือหนึ่งตรึงฤดีที่หมายมั่น
เธอคือฝันอันจรุงครารุ่งสาง
เธอคือจันทร์วันเพ็ญเด่นนภางค์
เธอคือดาวพราวพร่าง ณ กลางมาน (อักษราฯ)

๐ โอ้เจ้าช่อมาลียามคลี่กลิ่น
หอมรวยรินโลมไล้ให้ชื่นหวาน
ขอผ่านล่วงล้ำลงตรงแดดาล
เพี่อสอดสานเป็นบ่วงแล้วพ่วงคล้อง-

๐ ผูกอีกทรวงแน่นหนาเกินกว่าเคลื่อน
แล้วผันเลื่อนเวียนพบประสบสอง
ไม่พลัดพรากจากกันมั่นประคอง
เป็นคู่ครองแนบชิดนิจนิรันดร์ (วลีลักษณา)

๐ เพราะฤดีสี่ห้องร่ำร้องหา
ทุกเวลาพาซึ้งคะนึงฝัน
เป็นโซ่ทองคล้องเกี่ยวยึดเหนี่ยวพัน
มุ่งหมายมั่นฝันชื่นให้ยืนยาว

๐ แม้หนาวเหน็บเจ็บนักที่กักเก็บ
หัวใจรักอักเสบจนเหน็บหนาว
ยังถวิลจินต์หมายตะกายดาว
ท่ามฟ้าพราวหาวห้อมอย่างพร้อมใจ (อักษราฯ)

๐ รักแท้ใช่เพียงฝันต้องฟันฝ่า
อุปสรรคนานาอย่าหวั่นไหว
แม้มั่นคงก้าวย่างสู่ทางไกล
ย่อมคว้าได้สักครั้งที่หวังปอง

๐ อาจเหน็จเหนื่อยเมื่อยล้าคราทุกข์เศร้า
หรือเงียบเหงาเศร้าซมระทมหมอง
แต่ย่อมมีวันที่ฟ้าสีทอง
ให้ได้ครองสุขสมภิรมย์มาน

๐ เจ็บครั้งหนึ่งซึ้งค่าว่าเคยรัก
แม้สั้นนักยามชื่นระรื่นหวาน
แต่หมองหม่นทนเหงาเศร้าแสนนาน
พรากสิ้นความชื่นบานจนผ่านคล้อย

๐ แผ่วพลิ้วลมพรมรื่นไล้ผืนน้ำ
หรือหวนซ้ำสู่ขวัญอันยับย่อย
เมื่อใจหนึ่งเคยช้ำเกรงซ้ำรอย
อาจเศร้าสร้อยโศกตรมจนซมซาน (วลีฯ)

๐ เมื่อใจปลงหลงทางจนร้างฝัน
ความสุขสันต์วันก่อนก็ย้อนผ่าน
ดวงใจนั้นพลันแตกจนแหลกราญ
ลำนำกานท์ผ่านพ้นสิ้นมนตรา

๐ เคยรำพึงถึงกันเมื่อวันก่อน
ร่ายอักษรกลอนรักสลักหา
กลอนกล่อมขวัญวันนี้ไม่มีมา
ตำนานรักอักษรามาสิ้นมนต์

๐ ยังเศร้าหมองครองโศกวิโยคนัก
เหมือนสลักหักคาอุราหม่น
ยามเจ็บช้ำกล้ำกลืนต้องฝืนทน
ความทุกข์ท้นล้นหลากจนยากปลง

๐ ยามลมหวนทวนหอบหรือตอบถ้อย
ให้คนคอยน้อยใจอาลัยหลง
จะหยิบจับกลับกลายสลายลง
ไม่ดำรงคงมั่นเพียงฝันไป

๐ แม้ต้องครวญหวนไห้อาลัยรัก
เมื่อประจักษ์ภักดิ์นั้นยังสั่นไหว
แม้ระกำช้ำหมองครองฤทัย
เจ็บเพียงไรใจหนอยังขอทน (อักษราฯ)

๐ เมื่อลมหวลชวนฝันสัมพันธ์ต่อ
ควรรีบก่อรูปรอยแล้วคอยผล
สูดความหอมโหยหาความน่ายล
อย่าร้อนรนคิดไปจนใจหมอง

๐ ฟ้ายังมีวันดับสูรย์อับแสง
แล้วกลับแจ้งเรืองเรื่ออุ่นเอื้อผอง
ย่อมมีวันที่หวังสมดังปอง
ได้ครอบครองสิ่งหมายสู่ปลายทาง (วลีฯ)

๐ อยากได้พบสบฝันในวันหนึ่ง
แม้ได้ซึ้งตรึงอยู่เพียงตรู่สาง
ยังหมายปองลองรักมิพักจาง
แม้เลือนรางทางฝันมิหวั่นทน

๐ สำเนียงแผ่วแว่วหวานอาจขานขับ
ให้สดับรับฟังอีกครั้งหน
ปล่อยเรื่องเศร้าร้าวรานผ่านกมล
สู่วังวนมนต์รักแม้สักครา (อักษรารำพัน)

๐ ยามทุกข์ทนหม่นเศร้าใครเล่ารู้
ยังต่อสู้เติมใจที่ใฝ่หา
อาจเจ็บช้ำจำฝืนกลืนน้ำตา
แม้สุดคว้าจะค้นหมายด้นดึง

๐ เพียงตั้งมั่นสานฝันแล้วฟันฝ่า
รอเวลาก้าวไกลเพื่อไปถึง
ใช้เรี่ยวแรงแห่งหวังตั้งคำนึง
เพื่อสิ่งหนึ่งใจปองได้ครองเธอ (วลีลักษณา)

๐ หากเดือนดาวพราวฟ้าคอยพาฝัน
แม้ว่ามันหวั่นไหวเพียงใจเผลอ
ฝันคงไม่ไกลมากจนยากเจอ
ให้หม่นเก้อเดียวดายสู่ปลายทาง

๐ เมื่อห้วงหาวดาวเดือนยังเกลื่อนฟ้า
ใคร่ครวญหาคว้าไขว่ไว้เคียงข้าง
แต่นับวันฝันเหมือนยิ่งเลือนลาง
ห้วงหาวกว้างร้างไร้ใจคำนึง (อักษรารำพัน)

๐ ชีวิตว่างเย็นเยียบเงียบสงัด
คลื่นกรรมซัดพัดพาจนมาถึง-
สุดท้ายเหลือเพียงช้ำคอยย้ำตรึง
แล้วขีดขึงขมวดมัดรัดกลางทรวง

๐ หาคำไหนเทียบเคียงเสียงร่ำไห้
ที่กึกก้องข้างในใจทั้งห้วง
หาคำไหนเทียบเท่าเศร้าทั้งปวง
ฟ้าฝั่งสรวงรู้ไหมฉันไร้ดาว (วลีลักษณา)

๐ อยากทอถักรักงามส่งข้ามฟ้า
ฝากจันทราฟ้าสรวงกลางห้วงหาว
มิหมายใจให้ชื่นอย่างยืนยาว
เพียงเมื่อคราวหนาวล่วงสู่ทรวงเรา

๐ หมายวันชื่นคืนหวานได้ซ่านสุข
ลืมเรื่องทุกข์ปลุกใจมิให้เฉา
ใจกระซิบวิบแว่วเพียงแผ่วเบา
ก็ล้างเศร้าเหงาไปจากใจแล้ว (อักษรารำพัน)

๐ เกรงสลายหายลับกับกาลล่วง
เป็นลมลวงรื่นริ้วที่พลิ้วแผ่ว
เพียงภาพฝันบรรเจิดที่เพริศแพรว
กับเสียงแว่วคำครวญล้วนบอกรัก

๐ อาจลับเลยเลือนหมดสิ้นรสหวาน
แม้อ้อยตาลพาลขมระทมหนัก
คงหมองหม่นก่นเศร้าเหงายิ่งนัก
จะห้ามหักอย่างไรยามไม่เจอ...

๐ หรือ..หมายเพียงยั่วหยอกที่บอกฝาก
รัก..นั้นจากดวงขวัญมั่นเสมอ
จริง..ใจหรือแค่เพียงเสียงละเมอ
แท้..อาจเผลอด้วยเหงาคอยเร้ารุม

๐ รัก..ปลายลิ้นยินผ่านแล้วพาลหาย
จาก..พรากกายคลายคำคงช้ำสุม
ปาก..เว้าวอนอ้อนภักดิ์ ว่ารักรุม
ชาย..หนอกรุ้มกริ่มนักยามทักนวล (วลีฯ)

๐ หมู่มาลีมีภมรว่อนแห่ห้อม
ด้วยหมายชมดมดอมความหอมหวล
เฉกนารีมีชายหมายเชยชวน
ความเย้ายวนชวนชิดแม้ปลิดปลง

๐ ว่า......หอมเอย หอมกลิ่น มิสิ้นสุด
สองแก้มนุชผุดผ่องจนต้องหลง
ดั่งกุหลาบแรกแย้มแก้มอนงค์
สักคราลงจุมพิตสนิทใจ

๐ ว่า......นวลเอ๋ย นวลปราง ช่างงามสม
หมายเด็ดดมชมชิดพิสมัย
ก็กลัวว่าแก้มน้องต้องหมองไป
จะปล่อยไว้ใจหนอก็เสียดาย

๐ อันแก้มช้ำ-ช้ำไปเพราะใครอื่น
คงขมขื่นฝืนใจไม่รู้หาย
หากแก้มน้องต้องช้ำถูกกล้ำกราย
ด้วยมือชายให้เป็นพี่คนนี้นะ (อักษรารำพัน)

๐ เป็นภู่ผึ้งพึงเพียงเคียงดอมด่ำ
เพื่อชื่นฉ่ำช้ำพอแล้วก็ผละ
ยามลุ่มหลงเวียนเชยไม่เคยละ
เป็นสัจจะธรรมจริงกว่าสิ่งใด

๐ อ้อนออดคำพร่ำวอนอ่อนหวานนัก
คำว่ารักนำหน้ากว่าคำไหน
ที่เอ่ยออกเน้นยิ่งจริงจากใจ
แต่เป็นไปชั่วคราวไม่ยาวนาน

๐ อย่าให้ช้ำเพราะใครให้เพียงพี่
พูดง่ายดีฟังดูเหมือนชูหวาน
หากหลงลมขมไหม้จนใจราน
อาจสิ้นปราณรานทรวงเกินทวงคืน (วลีฯ)

๐ ไยตัดพ้อต่อคำให้ช้ำชอก
มิกลับกลอกหลอกเล่นเช่นเขาอื่น
รักพี่ชายหมายหวังให้ยั่งยืน
ร้อยพันขื่น ฤา เท่า ที่เจ้าเมิน

๐ หากที่พร่ำคำย้อนเพียงอ้อนออด
ทำเง้างอดเพียงลบเกลื่อนกลบเขิน
ความเอียงอายคล้ายนวลหมายชวนเชิญ
พี่ยอมเพลินเดินสู่ประตูใจ

๐ แม้เป็นบ่วงลวงล่อมิขอกลับ
จะยอมรับกับดักมิผลักใส
พร้อมเผชิญเดินรุกฝ่าบุกไป
ยอมหมกไหม้ในนรก"อ้อมอกเธอ" (อักษรารำพัน)				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟvictoriasecret
Lovings  victoriasecret เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟvictoriasecret
Lovings  victoriasecret เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟvictoriasecret
Lovings  victoriasecret เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงvictoriasecret
>