* * * หนูหิ่ง ฯ ตอน นับถอยหลังครั้งสุดท้าย (4) * * *

หิ่งห้อยน้อยใจ


วันพุธ ที่ 19 มกราคม 2554
ประมาณตี 4 พี่สาวบ่นร้อน  แล้วก็ดึงผ้าห่มออก  ดึงเสื้อผ้าออก  แล้วก็ดึงเข็มที่ติดไว้กับหลอดเลือดเทียมเหนือหน้าอกด้านซ้ายหลุด
หนูหิ่ง ฯ ก็เลยเรียกพยาบาลมาดู  พี่เขาบอกไม่เป็นไร  พรุ่งนี้จะใส่ให้ใหม่
ประมาณ 06.00 น.พี่ซิงก็ตื่น  แล้วคุยกับหนูหิ่ง ฯ ว่าเราพาพี่กลับบ้านกันไหม ?  เพราะหมอก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว
หนูหิ่ง ฯ ก็เลยบอกให้โทร.ไปคุยกับหลาน  ให้หลานไปคุยกับพี่เขย  เพราะจนกระทั่งปัจจุบันนี้เขาก็ยังไม่ยอมรับความจริง
พี่เขยหนูหิ่ง ฯ เป็นคนดีมาก ๆ รักพี่สาวหนูหิ่ง ฯ มาก ๆ ทั้ง ๆ ที่พี่สาวหนูหิ่ง ฯ อ้วนแล้วก็ไม่แต่งตัวเลย
พี่เขยคนนี้ก็เหมือนเป็นพ่อคนอีกคนของหนูหิ่ง ฯ เพราะอายุต่างกันมาก  หนูหิ่ง ฯ ยอมรับว่าพี่เขยเป็นคนที่รักภรรยาจริง ๆ 
ไม่เคยเจ้าชู้ เหล้าก็ไม่กิน  บุหรี่ก็ไม่สูบ ไม่เคยมีเล็กมีน้อย  ทั้ง ๆ ที่โดยฐานะแล้วจะมีเป็นสิบคนก็ยังได้
ที่สำคัญพี่สาวหนูหิ่ง ฯ มีลูกสาวหมดเลย 5 คน  ไม่มีผู้ชายไว้สืบสกุลสักคนเดียว  (คนจีนจะให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว)
แต่พี่เชยหนูหิ่ง ฯ ก็ไม่ได้ว่าอะไร  ไม่เคยคิดจะมีคนใหม่เพื่อให้ได้ลูกชายเหมือนคนอื่นที่เคยได้ยินมา
เวลาประมาณ 07.00 น. พี่โหย่งก็มาถึงโรงพยาบาลพร้อมแผ่นซีดีเปล่า  เมื่อคืนหนูหิ่ง ฯ นั่งโหลดเพลงพระคาถาชินบัญชร
ทั้งภาษาบาลี  และแปลภาษาไทย  ได้พระคาถาพาหุงด้วย  จะได้เปิดให้พี่สาวฟังเวลาแกหลับ
ประมาณ 08.00 น.  พี่ซิงก็ช่วยให้พี่สาวล้างหน้า - แปรงฟัน  เสร็จแล้วก็ให้กินน้ำเต้าหู้กับรังนก  เพราะแกไม่ยอมกินอย่างอื่นเลย
หนูหิ่ง ฯ ถามว่าเจ้รักหนูไหม  แกก็พยักหน้า  เจ้จำได้ไหมเวลาที่หนูไปทำงานต่างจังหวัด
เจ้มักจะส่งสารพัดผักไปกับคนขับรถให้หนูทีละเข่งเสมอ  เพราะเจ้รู้ว่าหนูชอบกินผัก
ฤดูที่มีเห็ดถอบ  เจ้ก็นำมาต้มแล้วแช่แข็งเก็บไว้ให้หนูกินเวลาหนูกลับไปบ้าน  
กับสัตว์ประหลาดต่าง ๆ ที่หนูชอบกินเจ้ก็จำได้  ถ้ามีเมื่อไหร่เจ้ก็จะเก็บแช่แข็งไว้ให้หนูอีกเหมือนกัน
เวลาเจ้ได้กินอะไร  หนูก็ได้กินด้วยเสมอ  (แต่เวลาหนูได้กิน  เจ้ไม่ได้กินเนาะ  ^__^)
เมื่อเดือนก่อนหนูมียาหม้อมาต้มให้เจ้กิน  เจ้ไม่ยอมกิน  จนหนูต้องกินเป็นเพื่อน  
เห็นไหมขนาดกินยาเรายังกินด้วยกัน   ป่วยเราก็ป่วยด้วยกัน  เข้าโรงบาลเดียวกัน
เพราะเราเป็นพี่น้องกัน  ทีนี้พอถึงเวลาเจ็บ  เราก็ต้องเจ็บด้วยกัน  ดังนั้นเมื่อไหร่ที่เจ้เจ็บ
เจ้ต้องแบ่งให้หนูครึ่งหนึ่งนะ  ตกลงไหม ?   แกก็ยิ้ม  แล้วพยักหน้า  ^__^
แล้วหนูหิ่ง ฯ ก็ถามว่าตอนนี้เจ้อยากกลับบ้านไหม  แกก็พยักหน้า  ^__^
ประมาณ 09.30 น.  หลานสาวกับหลานเขยก็มาถึงโรงบาล  พวกเราช่วยกันเก็บข้าวเก็บของกลับบ้าน
กว่าจะเสร็จเรียบร้อยก็บ่ายสองโมงครึ่ง  กลับถึงบ้านบ่ายสามโมงครึ่ง  พี่สาวถามว่าถึงบ้านแล้วหรือ  พอบอกว่าถึงแล้วแกก็ยิ้ม
ดูท่าทางแกไม่ทุรนทุราย  คิ้วไม่ขมวด  แสดงว่าแกคงไม่เจ็บ  ญาติ ๆ จากต่างจังหวัด  ต่างอำเภอก็มากันเต็ม
กลางคืนหนูหิ่ง ฯ กับหลานเซียงนอนก็พี่สาว  เพราะต้องคอยดูอ็อกซิเจนให้แกด้วย  กลางคืนพี่สาวหลับดีมาก
ไม่มีบ่นร้อนเหมือนตอนอยู่โรงบาลเลย  สงสัยว่าเตียงของโรงบาลจะหุ้มด้วยพลาสติก  นอนนาน ๆ ก็เลยร้อนที่หลัง
คืนนี้ไม่ได้ยินเสียงพี่สาวเรียกเลย  แต่ก็ลุกขึ้นดูสายอ็อกซิเจนตลอดคืน  เพราะแกรำคาญคอยแต่จะดึงออกค่ะ
หนูหิ่ง ฯ เพิ่งรู้สึกว่าโรคเครียด - นอนไม่หลับมีประโยชน์คราวนี้นี่เอง  ได้ดูแลพี่สาวเต็มที่  นอนวันละ 2 - 3 ชั่วโมง
เวลา 06.30 น.พี่ซิงก็มาเช็ดหน้า  เช็ดฟัน  แล้วก็ป้อนรังนก  แกก็กินได้  หลังจากนั้นแกก็หายใจแรง  แม่เข้ามาดู
แล้วก็บอกว่าให้ไปเรียกพี่เขยมา  หนูหิ่ง ฯ ก็เลยไปเรียกพี่เขย  หนูหิ่ง ฯ บอกแกว่าจะขอไปเก็บข้าวของเครื่องใช้
กับเพชร - ทองของพี่สาวมาใส่ให้เขานะ  แล้วพี่เขยก็ไปอยู่กับพี่สาวนะ  อยากคุยอะไรก็คุย  แกก็ถามว่าจะไปแล้วหรอ
ยังมั้ง  น่าจะไปพรุ่งนี้นะ  วันนี้ยังไม่น่าไปหรอก  ประมาณว่าจะดึงให้พี่สาวหนูหิ่ง ฯ อยู่ให้นานที่สุดอ่ะค่ะ  *__~
พวกหนูหิ่ง ฯ ก็ทำกรวยดอกไม้ - ธูป - เทียน ให้พี่สาวถือไว้แล้วพูดนำให้แกคิดตาม  เพื่อขออโหสิกรรมกับแม่
เสร็จแล้วพี่เขยก็ขออโหสิกรรม และอโหสิกรรมให้กับพี่สาวพร้อมทั้งบอกให้พี่สาวอย่าได้เป็นห่วงเลย  
หลาน - น้อง - ญาติ  ก็นำกรวยดอกไม้ - ธูป - เทียน  เพื่อขอให้พี่สาวอโหสิกรรม  พร้อมทั้งบอกแกว่าอย่าได้เป็นห่วง
พวกเราจะดูแลกันอย่างดี  ไม่ต้องกังวล  ขอให้ไปอย่างหมดห่วง  หลาน - เหลนน้อย  พวกเราจะดูแลให้โตขึ้นเป็นคนดี
แล้วหนูหิ่ง ฯ กับหลานเชียง หลานหุ๋ย ก็ช่วยกันสวดพระคาถาชินบัญชร  อิติปิโส พาหุง  แล้วก็จับมือพี่สาวกรวดน้ำ
แผ่เมตตา  อุทิศส่วนกุศล  แล้วหนูหิ่ง ฯ ก็นำน้ำไปกรวดใต้ต้นไม้....  ขอให้ดวงวิญญาณพี่สาวไปสู่สุคติ
หนูหิ่ง ฯ กับหลานก็สวดพระคาถาชินบัญชรต่อ  น้ำตาไหลไป  ก็สวดไป  แต่ไม่ให้น้ำตาถูกตัวพี่สาวนะ  เดี๋ยวแกจะมีกังวล
จากนั้นญาติพี่น้องก็ทะยอยกันเข้ามาในห้องเอามือแตะตามตัวของพี่สาวแล้วก็อธิฐานให้แกไปอย่าได้มีกังวล
แล้วพี่สาวหนูหิ่ง ฯ ก็จากไปอย่างสงบ  พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า วันพฤหัสบดี  ที่ 21  เวลา 11.39 น.   เป็นเวลาสิ้นสุดท้ายลมหายใจ......
หนูหิ่ง ฯ กับพี่ ๆ ก็ช่วยกันโทร.บอกญาติต่างจังหวัด  หลาน ๆ ก็ช่วยกันโทร.บอกลูกค้า  คนที่เคารพนับถือกัน
ก็บอกครบบ้างไม่ครบบ้างเพราะนึกไม่ออก  ส่วนเพื่อน ๆ หนูหิ่ง ฯ ก็ SMS ไปบอก  เพราะไม่อยากคุยโทรศัพท์
บางคนก็โทร.กลับมาแต่หนูหิ่ง ฯ ไม่ได้รับ  เพราะยุ่งมาก  พี่เขยหนูหิ่ง ฯ ให้ไว้แค่ 3 วัน 2 คืน 
เสียวันที่ 21 เผาบ่ายวันที่ 23  น้าของหนูหิ่ง ฯ มาถึง 5 โมงเย็นไม่ทันเห็นพี่หลั่ง  แกร้องให้ใหญ่เลย  
เพราะแกเป็นคนเลี้ยงพี่หลั่งตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่ง 6 ขวบ  ต่อมาแกก็ได้สามีเป็นคนจึนอาศัยอยู่ที่เชียงตุง  ประเทศพม่า
กว่าจะทำเรื่องผ่านแดนมาถึงเชียงใหม่ได้ก็เสียเวลา  ทำให้แกมาไม่ทัน  ก็ได้แต่กอดกันร้องให้  
พรุ่งนี้บ่ายก็จะเก็บกระดูแล้ว  ก็เลยให้แกรอเก็บกระดูกแทนค่ะ  *__~
* ขอให้พี่จงไปสู่สุคติเถิด *
แสนอาลัย  พี่สาว  สุดที่รัก
เคยทายทัก  พูดจา  อยู่เสมอ
จากวันนี้  ต่อไป  ไม่มีเธอ
ให้พบเจอ  อีกแล้ว  นะแก้วตา
หลับเถิด  พี่สาว  ที่แสนดี
ในวันนี้  จะบรรเลง  เพลงหรรษา
ให้พี่ค่อย  พักผ่อน  หย่อนกายา
หลับตา.... ให้สนิท....  ตลอดกาล
สิ้นทุกข์โศก  ภพนี้  ที่เจ็บป่วย
ก็เพราะด้วย  โรคร้าย  ได้เผาผลาญ
จึงต้องลา  ลับร่าง  ทิ้งอังคาร
เดินทางผ่าน  ภพนี้  หนีจากไป
ขอให้พี่  ไปดี  มีความสุข
ละทิ้งทุกข์  โรคภัย  ได้สดใส
ยังภพภูมิ  เบื้องหน้า  ฟ้าอำไพ
อย่าห่วงใย  คนข้างหลัง  ยังอยู่ดี
จารึกไว้  ในใจ  ทุกผู้คน
ความดีล้น  มากมาย  ในโลกนี้
ชนรุ่นหลัง  จะจดจำ  ชั่วชีวี
สิ่งที่พี่  สร้างสมไว้  ในโลกา
ขออันเชิญ  เทวราช  ชั้นสูงสุด
รับวิญญาณ  อันพิสุทธิ์  สู่ชั้นฟ้า
ส่งเทวินทร์  มารับ  ศรีกัลยา
สู่สวรรค์  เทวาลัย  ไปนิรันดร์
				
comments powered by Disqus
  • อัลมิตรา

    24 มกราคม 2554 21:16 น. - comment id 121837

    เธอก้าวสู่จุดหมายสัมปรายภพ
    ทุกอย่างจบทางโลกปราศโศกศัลย์
    แต่ผู้อยู่เบื้องหลังยังจาบัลย์
    อีกรอวันเดินทางเหมือนอย่างเธอ
    
    .. คนที่เป็นมะเร็ง ตายก็มี หายก็มี ..
    
    ตาย / หาย  ... แตกต่างกันแต่อักษรนำหน้าเท่านั้นเอง
  • เอื้องอังกูร

    25 มกราคม 2554 15:54 น. - comment id 121880

    หวัดดีครับ
      ติดตามอ่านบันทึกหนูหิ่งฯตั้งแต่ต้นจนจบ
    บอกเลยว่า...ซึ้งใจ..กับความรักความูกพัน
    พี่น้อง...ที่ความรักมีอนุภาพเหนือสิ่งอื่นใด
      ผมเข้าใจ..ครับเพราะ..ผมเคยอยู่ใน
    สถานการณ์เช่นนี้..คุณพ่อของผมที่เสียไปด้วยโรคปัจจุบันทันด่วน(เส้นเลือดในสมองแตก)..นั่นเมือยี่สิบกว่าปีมาแล้ว
      คุณแม่ผมก้อ..ไปสู่สรวงสวรรค์ด้วยโรคมะเร็ง...
      นั่นก้อ..15 ปีผ่านมา..ทั้งที่ท่านยังอายุแค่ 53 ปีเอง
      บัดนี้ผมจึงรู้สึกถึงการสูญเสีย..และทำใจกับความไม่แน่นอน..
      พี่เขาไปดีแล้วครับ...ขอตั้งจิตอธษฐาน
    ให้ดวงวิญญาณของผู้วายชนม์ไปสู่สุคติ
    ในสัมปรายภพด้วยเทอญ
       ขอเปนกำลังใจให้หนูหิ่งฯครับ16.gif36.gif
  • สุรศรี

    25 มกราคม 2554 20:07 น. - comment id 121882

    หนูหิ่งครับ........
    	ผมอ่านเรื่องของคุณไม่จบหรอกนะ ผมอ่อนแอเกินไป เปราะบางเกินไปที่จะยอมรับเรื่องเหล่านี้ได้
    มันเป็นเรื่องธรรมดา  แต่ยากจะยอมรับมัน   อืออออ...ไม่เป็นไรหรอกนะ  ผมเป็นกำลังใจให้นะ ขอให้มีจิตใจที่เข้มแข็ง
    มีพลังใจกล้าแกร่ง  พร้อมจะเผชิญอุปสรรคทุกสิ่งในวันพรุ่ง  ยอมรับมัน  ยืนสู้  และยิ้มรับกับมันอย่างผู้ชนะ เคยฟังเพลง
    My heart will go on มะ  อือ...  แล้วค่อยคุยกันเมื่อคุณเข้มแข็งขึ้นนะ
    
    36.gif36.gif36.gif
  • หิ่งห้อยน้อยใจ

    29 มกราคม 2554 12:33 น. - comment id 121970

    สวัสดีเจ้า
    
    พี่อิม  :  หนูหิ่ง ฯ กับหลานเซียงช่วยกันทำบอร์ดและก็เขียนกลอนแบบด่วน ๆ ให้พี่สาว  
                       เขียนถูก ๆ ผิด ๆ ก็ช่างมัน  เพราะหมองไม่แล่น
    
    ตอนนี้หนูหิ่ง ฯ กินยาประดงค่ะ  หลาย ๆ คนที่เป็นมะเร็งเขากินกัน  หนูหิ่ง ฯ ก็เลยกินบ้าง
    ซื้อจากร้านค้าสวัสดิการกรมราชองครักษ์ค่ะ  กล่องละ 850.-
    
    
    คุณเอื้องอังกูร  : ขอบคุณจาดนักเจ้า  
                                 ความผูกพันของพี่ - น้อง  ญาติ หรือเพื่อน  
                                 หนูหิ่ง ฯ คิดว่าตอนที่ป่วย  เป็นตอนที่คนเราจะแสดงออกถึงความห่วงใย - ความรักได้ดีที่สุด
                                 ถ้าอยู่ดีมีความสุขก็ตัวใครตัวมัน  แต่เวลาเจ็บป่วยเป็นเวลาที่เราต้องดูแลเอาใจใส่กัน  จริงไหมคะ ?
    
    
    คุณสุรศรี  : ชีวิตจริงต้องเผชิญกับความเศร้าเสมอ  ความเศร้าหนักดั่งขุนเขา  ความสุขนั้นเบาดั่งปุยนุ่น
                          เรื่องธรรมดาที่ทุกคนต้องเจอ  อาจต้องใช้เวลาสักพัก  เพื่อให้จิตใจคลายความเศร้า
                          ขอบคุณที่ให้กำลังใจเสมอนะคะ

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>