มณี ปัทมะ ตารา
วันขึ้น 1 - 9 ค่ำ เดือน 11 รวม 9 วัน 9 คืนนั้น มีความหมายต่อผู้ที่นับถือศาสนาฮินดู เพราะเป็นอีกวาระหนึ่งของงานเฉลิมฉลอง " เทศกาลดูเซร่า " ( นวราตรี ) หรือที่ชาวไทยเรียกกันติดปากว่า งานแห่พระแม่อุมา วัดแขกสีลม ค่ำคืนสุดท้ายมหาเทวีพระนาม " อุมา " และ " มหากาลี " จะยาตราบนพื้นธรณี
" มารีอามัน " หรือ " พระศรีมหาอุมาเทวี " ซึ่งมีความเชื่อกันว่า มารีอามัน คือ เทวีผู้บำบัดปัดเป่าและรักษาไข้ทรพิษ และความเชื่อของประเพณีดูเซร่า หรือ นวราตรี ก็คือจะเป็นช่วงที่พระแม่และขบวนเทพเสด็จลงมายังโลกเพื่อประทานพรให้กับมนุษย์ทั้งหลาย โดยเฉพาะวันสุดท้าย เรียกกันว่า " วันวิชัยทัสมิ " ( วันแห่งชัยชนะ ) ซึ่งเป็นวันที่ฉลองชัยขององค์พระแม่ที่มีต่ออสูรและหมู่มารร้าย
ระหว่างทางเดินเก็บภาพ ได้มีน้องผู้นำมณีท่องราตรีในวันนั้น แนะนำให้รู้จักญาติผู้หญิงของเธอสองคน ทั้งคู่อยู่ในสภาพเดินอย่างลำบากมาก ดามด้วยเหล็กไว้ภายนอกทั้งคู่ คนหนึ่งต้องใช้ไม้ค้ำยันทั้งสองข้าง ทั้งสองยกมือไหว้ และนัดกันว่าจะไปพบกันที่โต๊ะพิธีที่ทางญาติได้จัดไว้ มณีรับปากและตามไปภายหลัง
เมื่อพบกันตามนัดหมาย ได้บอกกับทุกคนว่า เมื่อรถขบวนผ่านมา ซึ่งมณีเองยังไม่ทราบว่าจะเป็นขบวนราชรถคันไหน ให้ทั้งคู่นั่งลงกับเก้าอี้ แล้วมณีจะยืนรักษาอยู่ด้านหลังของทั้งคู่ เมื่อขบวนบุษบกขบวนที่ 5 ซึ่งเป็นขบวนบุษบกขององค์เทวรูปพระแม่ศรีมหาอุมาเทวี พระพิฆเนศวร และพระกฤษณะ ผ่านมาหยุดอยู่ตรงหน้าที่มณียืนพอดี
ใช้มือแตะเบาๆที่กระหม่อมของน้องสาวทั้งสอง กำหนดปล่อยจิตออกหน้าผากให้ไปรวมกับพลังบริสุทธิ์ที่ประจุภายในองค์เทวรูปทั้งหมดบนขบวนบุษบก ดึงเก็บพลังทั้งหมดให้กลับเข้าหน้าผากมณีตามเดิม เคลื่อนย้ายพลังลมปราณที่ผสมผสานเข้ามาทั้งหมด ส่งความรู้สึกไปที่ฝ่ามือทั้งสองข้างที่วางอยู่บนกระหม่อมของทั้งคู่
เลื่อนฝ่ามือทั้งสองข้างไปที่กลางหลัง ก้นกบ คนหนึ่งมีอาการมือทั้งสองข้างสั่นพั่บๆๆ อีกคนหนึ่งแขนข้างซ้ายกระตุกสะบัดอย่างแรง หลังจากนั้นทั้งคู่ก็สงบ ไม่มีอาการอะไรนอกเหนือจากนั้น บอกสาเหตุของอาการให้ทั้งสองทราบ และให้ไปแก้ไข และนัดกันว่าจะไปสอนให้ปฏิบัติเพื่อรักษาได้ด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง