30 พฤศจิกายน 2547 02:13 น.
[ไร้ตัวตน]
[ไร้ตัวตน]
บ้านเช่าหลังหนึ่ง...กลางดึก(อ่านแล้วใช้จินตนการณ์ไปด้วยนะครับ)
ผมเป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่ต้องมาเรียนในเมืองใหญ่เพื่อหาความรู้ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่ผมโกหก
วันหนึ่งกลางดึก ผมเมามาจากงานเลี้ยงแล้วเพื่อนก็มาส่งผมที่บ้าน ผมเดินโซชัดโซเชในมือถือขวดเหล้าเดินตรงไปที่ห้องเช่าหลังใหม่ที่ผมพึ่งเช่าใหม่ ได้ข่าวว่าห้องที่ผมอยู่นั้นมีผี เขาบอกว่าเป็นผีดุด้วย ผมตื่นเต้นกับผีดุห้องผม ผมเดินมายังประตูห้อง มือกำลังจะบิดลูกกรประตู แต่ก็ไม่ได้ทันได้บิด ประตูเปิดออกเอง โห...มันยิ่งทำให้ผมตื่นเต้น สงสัยผีมันคงเริ่มจะดุแล้วหละ ข้างในห้องมืดมากเพราะผมไม่ได้เปิดไฟทิ้งไว้ในห้อง ด้วยความเมาผมร้องตะโกนไปว่า
"ผีห่าหอกอะไรว่ะ อยู่บ้านไม่รู้จักเปิดไฟ" แล้วไฟก็สว่างขึ้น "555ขอบคุณ นี่สิเขาเรียกเพื่อนร่วมห้อง" ผมเดินไปยังห้องน้ำหวังว่าจะอาบน้ำซะหน่อย ผมมองลงไปในอ่างน้ำ รู้สึกว่าอ่างน้ำผมขุ่นมากเป็นสีเลือด คล้ายๆกับมีเลือดปนอยู่ในน้ำ ผมหวังว่าคงมีศพอยู่ในนั้นแน่ๆ ผมก็เลยเอื้อมมือของผมลงไป ควานหาอะไรในน้ำ ผมควานอยู่นาน แต่แล้วก็เจออะไรไม่รู้อยู่ในน้ำ มันคล้ายๆเนื้อนิ่มๆ ผมก็เลยหยิบมันขึ้นมาจากน้ำ มองดู พระเจ้าช่วยนี้อะไรกันนี่ มันเป็น...มันเป็นตุ๊กแกที่ตกลงไปในน้ำแล้วเน่า ท่าทางมันจะเน่าหลายวัน วันนั้นมันทำให้ผมไม่ได้อาบน้ำเลย เซ็งๆ วัยรุ่นเซ็ง กลับไปนอนดีกว่า ผมเดินไปที่ห้องนอน พอผมนอนลง แล้วไฟก็ดับเองอีกละ นอนดีกว่า ผมหุ่มผ้า หลับตา แล้วก็รู้สึกเหมือนว่ามีอะไรอยู่ในผ้าหุ่ม ผมใช้มือจับดู "เฮ้ย...!มันเป็นคน" มีผู้หญิงคนหนึ่งมามุดได้ผ้าหุ่มผม เธอมุดเลื้อยมาถึงหน้าผม ด้วยความเมา ผมเอามะเงกโขกเข้าไปที่หัวเธอ แล้วเธอก็มุดกลับไปที่เดิม แล้วผมก็เอื้อมมือกำลังจะเปิดโคมไฟที่อยู่ข้างๆเตียงผมอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร พอผมหันไปเปิดโครมไฟ มีเด็กคนหนึ่งทาแป้งที่หน้าขาวมากกกก มองมาที่ผม ตาจ้องหน้าผม ผมก็เลยจ้องคืน เราจ้องกันนานมาก ผมยักคิ้วใส่ แต่เด็กก็ยังจ้องหน้าผม ผมมองตาซูมเข้าไปเห็นหน้าเด็กคนนั้นที่มีลอยด่างบนแก้ม สงสัยจะทาแป้งไม่เนียน ผมก็เลยลุกเดินไปหยิบแป้งที่อยู่ในโต๊ะแป้ง แล้วก็เดินมาที่เด็ก เทแป้งลงในมือ แล้วก็ทาให้เด็กนั่นไป แล้วเด็กก็หายไป สงสัยเขาคงจะมาขอแป้งผม แม่คงทาให้ไม่เยอะ ต่อมาผมเกิดหิวน้ำเลยเดินไปหยิบน้ำที่ชั้นล่าง ผมเปิดไฟเดินลงมา พอผมเดินลงมาถึงชั้นล่างเสร็จ ประทานโทษครับไฟดับแล้วก็มีเสียงเหหมือนมีใครไม่รู้ สงสัยจะกินควายมาทั้งตัวมั้งครับ เรอ...มันเป็นเสียงเรอดัง"อ่า...อ่า.." คงอิ่มมาก ผมเลยร้องถาม" ใคร...ใคร...กินควายมาหรือไง...เสียงทุเรดมาก"แล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งตะเกียกตะกายมาจากชั้นบนลงมาทางบันใด โห...ผมเห็นแล้วน่าสงสารมากครับ กว่าจะลงมาจากบันใดได้ ทรมานเหลือเกิด ผมมองไปที่หัวเข่าของเธอ แดงหมดเลย สงสัยจะถลอกกับขอบบันใด...เธอคลานมาที่ผม ตอนนั้นผมยืนติดอยู่กับตู้เย็น เธอคลานมาหาผม แล้วเธอก็พูดว่า..."ขอน้ำฉันกินหน่อยค่ะ ฉันเรอมานานมากแล้ว ผัวของฉันไม่ให้ฉันกินน้ำ ฉันก็เลยหิวน้ำจนตาย" ผมสงสารเธอมากก็เลยเปิดตู้เย็นยื่นน้ำให้เธอกินดับ อาการเรอ...........เธอชอบใจใหญ่เชียว............
29 พฤศจิกายน 2547 18:37 น.
[ไร้ตัวตน]
คุณครับ
คุณครับ คุณเดินตามผมมาทำไมเหรอ
ผมไม่ได้เดินตามคุณมา
นั่นๆไงคุณเดินตามผม(เลี้ยวช้าย) คุณเลี้ยวช้ายตามผม
ผมไม่ได้เลี้ยวตามคุณ
ผมชักจะโกรธแล้วนะครับ จะเอาไงก็ว่ามา
ผมจะเอาชีวิตคุณ
คุณพูดแบบนี้นึกว่าผมกลัวเหรอ อย่ายั่วโมโหนะเว้ย(กำหมัด)
ผมจะเอาชีวิตคุณ
บอกแล้วนะ อย่าหาว่าไม่เตือน ขืนพูดอีกละก็......
ผมจะเอาชีวิตคุณ
ผมบอกคุณแล้ว...(กำหมัดขึ้นกำลังจะต่อย)
นี่อะไรคุณรู้ไหม(ชักมีดขึ้นมา)
เล่นมีดด้วยเหรอ (วิ่งนี้ อย่าสุดชีวิต) ช่วยด้วยครับ.....ช่วยด้วยครับ...ช่วยผมด้วย
ไม่มีใครช่วยคุณหรอก (วิ่งตามติดๆ)
ช่วยด้วย (วิ่งเข้าไปที่ซอยเปลี่ยว สดุดหินล้มลง)
(วิ่งมาถึงตัว)คงเป็นเรื่องน่าเศร้าของคุณนะ(ก้มลงเก็บไม้ยาวใกล้มือ หวดไปที่ขา ทำให้ไม่สามารถวิ่งหนีได้)
โอ้ย...ได้โปรดเถอะ คุณจะเอาอะไรก็เอา ผมจะให้ ขออย่าเดียวไว้ชีวิตผมเถอะ
ผมจะเอาสิ่งที่ผมบอกคุณไง (จับขาลากมาที่ลับตา ลอยเลือดเกลื่อนไปทั่ว ทั้งที่ยังมีชีวิต)
ผมไปทำอะไรให้คุณเหรอ ปลอ่ยผมเถอะ ได้โปรด (เอามีดกรีดไปที่ขาและแขน แล้วเอาเกลือทาให้ทั่ว)
พอได้แล้วหละผมไม่อยากจะฟัง(ชักมีดขึ้นมาเงื้อมือขึ้น......)
อ้า......!
Cut...Cut...Cut...แสดงได้ไม่ดี เอาใหม่ๆ...มุมหนึ่งในกองถ่าย
29 พฤศจิกายน 2547 13:48 น.
[ไร้ตัวตน]
หวัดดีครับ
คุณยายครับ มาหาหมอ ป่วยเป็นอะไรเหรอครับ
มาหาหมอจะต้องป่วยด้วยเหรอค่ะคุณหมอ
ก็ส่วนมากหละครับ
แล้วคุณยายมาหาผมทำไมเหรอ?
แค่ว่าจะมาตรวจร่างกายเฉยๆค่ะคุณหมอ พักนี้เจ็บนิดๆหน่อยๆ
อ๋อได้เลยครับ
นอนลงบนเตียงเลยครับคุณยาย
แหหมคุณหมอไม่เว้นแม้กระทั่งคนแก่เลยเหรอค่ะ
คนตายก็ไม่เว้นครับคุณยาย
แล้วเราคุยเรื่องเดียวกันไหมหละเนี่ย
คงงั้นครับ คุณยายครับ อ้าให้กว้างๆนะครับ
นี่คุณหมอ อย่ามาทะลึ่งกับคนแก่นะ ยายมีผัวเป็นตำรวจนะ
คุณยายครับ อ้าปากกกกว้างๆ
อ๋อ....
สงสัยคุณยายจะกินลูกอมเยอะไป ปากคุณยายปากแดงหมดแล้ว
นี่ๆคุณหมอ ยายกินหมากหนะ
อ๋อ เข้าใจผิดครับ คุณยายครับ คุณยายฟันน้ำนมขึ้นแล้ว
หา.....! ยายยังจะมีฟันน้ำนมขึ้นอีกเหรอค่ะคุณหมอ
ฟันน้ำนมครับ ผมเอานิ้วจิ้มชิมดูแล้ว
นี่คุณหมอ กวนประสาทนะค่ะ
อ๋อครับ คุณยายครับ ผมมีข่าวดีจะบอกครับ คุณยายท้อง
หา........! แก่จนจะเข้าโลงอยู่แล้ว ยังจะมีอารมณ์มาท้องอีกเหรอ
แล้วนี่อะไรครับ(จับไปที่ท้อง)
ท้องค่ะคุณหมอ
ก็ท้องไงหละครับ
นี่คุณเป็นหมอจบมาจากไหนเหรอค่ะ
ผมจบสูงครับคุณยาย ผมตรวจดูแล้วหละครับคุณยาย คุณยายเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก สงสัยผมต้องผ่าตัดคุณยายแล้วหละ
หา.......!
คุณยายนอนนิ่งๆนะครับ เดี๋ยวผมให้ยาสลบมาฉีด อย่าเกร็งนะครับเดี๋ยวเข็มหัก (ฉีดเข้าไปที่คอ) อ่า..! ต่อไปก็ผ่า(เอามีดกรีดลงไปที่ท้อง) หนังเหนียวจังเลยยายแก่หนิ (มีคนเดินมาที่ห้อง)
เฮ้ย...! ไอ้บ้า ทุกคนจับตัวเร็ว มันอยู่นี่ (รีบหนี) จับมันคนบ้าหลุดออกมาจากโรงพยาบาลบ้า........
29 พฤศจิกายน 2547 13:08 น.
[ไร้ตัวตน]
ยิ้มรับเช้าวันใหม่ที่สดใส
ยิ้มเปิดใจให้กว้างแสนสุขสม
ยิ้มลืมทุกข์ลืมเหงาเศร้าของตน
ยิ้มลืมคนที่ลืมเราเขาไม่แล
................................................
จากวันนี้เราจะสู้ด้วยใจแกร่ง
ถึงอ่อนแรงตัวอ่อนล้าไม่ถอยหนี
มีชีวิตเพียงครั้งเดียวทั้งชีวี
ขอยอมพลีเพื่อความฝันวันของเรา
28 พฤศจิกายน 2547 00:27 น.
[ไร้ตัวตน]
เรื่องความตาย
ความตาย น่ากลัวไหมครับ? อืม เรามาทำความรู้จักกับความตายกันดีกว่าครับ ความตายนั้นไม่ใช่สิ่งที่อยู่ไกลตัวเราเลยแม้แต่นิดเดียว ความตายเดินตามเราทุกๆคนทุกย่างก้าว หรือไม่แต่คนที่กำลังนอนหลับ ความตายก็จะหลับและเป็นเพื่อนกับเราทุกชั่วขณะ เราขับรถความตายก็ไปกับเราด้วย เราทานข้าวความตายก็ทานด้วย หรือแม้แต่เราหัวเราะหรือร้องไห้ความตายก็จะอยู่กับคุณ เพราะทุกเสี้ยววินาทีที่เรามีชีวิต ความตายก็กำลังจับจ้องมอดูคุณอยู่.น่ากลัวหละสิ สำหรับผมแล้วความตายไม่น่ากัวเลยครับ จะกลัวมันไปทำไมไหนๆเราเกิดมาก็จะได้ตายอยู่แล้ว ไม่มีใครที่จะอยู่จนโลกนี้จนแตกสลายได้หรอกครับ ลองคิดเล่นๆดูสิครับ ประเทศไทยเรามีประชากรอยู่ 60 ล้านคน ที่เดินตามห้างสรรพสินค้า ที่เดินอยู่แถวๆตลาด หรือผู้คนที่เดินขวักไขว่อยู่ตามถนนที่ไหนซักแห่งก็ตาม อีกไม่ถึง100ปี ผู้คนเหล้านี้ก็จะตายกันหมดลองคิดดูอีกสิครับ ถ้าสมมุติว่าจะไม่มีผู้คนเกิดมาทดแทนโลกเราอีก โลกเราก็จะมีแต่ความว่างเปล่า ยิ่งพูดยิ่งน่ากลัว รวมทั้งผู้คนอีก6พันล้านคนทั่วโลก..ง่ายๆครับคนที่อ่านของผม และ ตัวกระผมเอง100 ปีข้างหน้าเราก็จะได้ตายแล้วฮู้!!!ดีใจ แป่ว! แต่ก็มีคนบางคนนะครับที่อยากตายก่อนวัยอันควร.สำหรับเรื่องตายแล้วมันไม่ยากครับ ! แม้มันจะหาชื้อตามท้องตลาดไม่ได้ แต่คุณก็สามารถตายได้แถวๆท้องตลาด โดยคุณไปจีบลูกสาวพ่อค้าร้านขายปืน หรือไม่ก็ ตายโดยการกัดลิ้นตาย หรือเอามือตบหน้าผากตัวเองตายแบบหนังกำลังภายใน..
ครับ.ถ้าพูดถึงเรื่องความตายแล้ว ทุกคนเองคงไม่อยากตายกันแน่นอน แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้า..คุณรู้ว่าตัวเองต้องตายภายใน อีก 5 วันข้างหน้า น่ากลัวแล้วสิ! แล้วคุณจะทำอะไรก่อนตายหละ ? สำหรับตัวข้าพเจ้าเองก็ไม่มีไรมากกกก ก็ขอจบเพียงเท่านี้ พูดเล่น สำหรับข้าพเจ้าเองก็จะไปขายของที่ไม่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตภายใน 5 วันนี้ออกให้หมดเช่น กางเกงใน แปลงสีฟัน ไม้จิ้มฟันมือสอง ฯลฯ ขายเสร็จแล้วก็ไปทำประกันชีวิต ต่อจากนั้น ก็ไปร่ำลาคนที่เรารัก และพอเราได้เงินที่เราขายของมาเราก็ไปเที่ยวชมธรรมชาติ ทำอะไรที่เราไม่เคยทำ อย่างเช่น ไปว่ายน้ำกับจระเข้ในสระ , ขี่เสือจับตั๊กแตน (ตายก่อนพอดี) , เข็ญสิบรถล้อขึ้นภูเขา , อันสุดท้ายนี้เลย!!! ทานหัวหอมใหญ่ (น่าหวาดเสียวมาก)เพราะอะไรที่เราทำแล้วหวาดเสียวมันจะทำให้ตอ่มความสุขเราหลั่ง ฯลฯ คนเราต้องค้นหาความมันก่อนตาย แต่อย่าไปค้นหาความตายก่อนมันหละมันจะยุ่ง ! พอเราเที่ยวให้หนำใจเสร็จแล้วก็มาถึงวันสุดท้ายของชีวิต ตกดึกคืนสุดท้ายที่เราจะมีชีวิตอยู่ ในวันนั้นผมจะออกมานั่งนอกบ้านแล้วก็มองดูดวงดาวยามค่ำคืน ดาวในคืนนั้นบอกได้เลยครับว่ามันต้องเป็นดาวที่สวยงามมาก ยิ่งกว่าฝนดาวตกชะอีก เพราะมันเป็นวันที่เราจะนึกถึงเรื่องเก่าๆที่เราผ่านมาในชีวิต
ว่ามีอะไรบ้างนึกถึงสิ่งดีๆในชีวิตแล้วพอถึงเวลาเราก็หลับไปพร้อมๆกับความสุข..ครับพอพูดถึงเรื่องตายผมมีเรื่องหนึ่งที่อยากเบียร์ให้ฟัง ชื่อเรื่อง ความตายหายนะและชีวิต นิทานเรื่องนี้สร้างจากเรื่องโกหก นำแสดงโดยนักแสดง กำกับโดย ผู้กำกับ ทุ่มทุนสร้างกว่า 2 บาท (ชื้อกระดาษมาเขียน) รายได้ถล่มกระจาย กำลังจะถูกHollywood นำไปสร้างเป็นหนัง เรื่องเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในคืนนั้นเป็นคืนที่เงียบสลัว (ใครรู้จักเงียบสลัวบ้าง!เงียบสลัวก็คล้ายๆกับเงียบสงัดต่างกันตรงที่คำว่า ลัว-งัด ) แม้แต่เสียงมดคุยกันยังได้ยิน เมื่อมองเข้าไปทางด้านในของโรงพยาบาลแห่งนั้น ก็จะเห็นห้องๆหนึ่งซึ่งติดป้ายว่า ห้องสุขารวม ผู้ปว่ยคนหนึ่งถูกทางโรงพยาบาลย้ายมาอยู่ที่ห้องพิเศษห้องนี้ เพราะทางโรงพยาบาลไม่มีห้องที่เหลืออยู่อีกแล้วเพราะคนไข้มีมากเกินจำนวนห้อง แอนผู้ซึ่งเป็นนางพยายามถูกคุณหมอ เสริม มัจจุราช เรียกตัวให้เข้าไปเฝ้าไข้ผู้ป่วยในห้องนั้น เมื่อนางพยายามแอนเข้ามาถึงในห้องนั้น สภาพที่เธอเห็นก็คือ ผู้ป่วยที่เป็นโรคแทรกซ้อนหลายโรคทั้ง ม้ามแตก , อกหัก , ใจหาย , มะเร็ง , เอดส์ , ไข้หวัดนก , ท้องเสีย, ฟันผุ , ฟันแมง , ฟันแล้วทิ้ง (เอ่อ! อันหลังนี้ใครทราบบ้างว่าโรคนี้อาการมันเป็นไง ) ฯลฯ แต่ผู้ป่วยก็ไม่ตายซักที ผู้ป่วยคนนั้นถูกนายแพทย์ เสริม มัจจุราช ใส่เครื่องพันธนาการต่างๆเพื่อช่วยผู้ป่วยอยู่รอด เช่น เครื่องช่วยหายใจ เครื่องตอกเสาร์เข็ม เครื่องสูบน้ำ(ชนิดคูโบตา) เพื่อสูบน้ำออกจากปอดผู้ป่วย เครื่องเล่น วีชีดี เครื่องซักผ้า เครื่องในสัตว์เพื่อที่จะเปลี่ยนถ่ายอวัยวะของผู้ป่วย ฯลฯ แต่เครื่องเหล่านั้นคนนั้นก็ไม่สามารถทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้นเลยแม้แต่นิด เมื่อนางพยายามแอนมองไปที่สายตาของผู้ป่วยก็ได้เห็นสายตาที่กำลัง หรี่ลงหรี่ลง.หรี่ลงแล้วกระพริบตาให้กับนางพยายามแอน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่า รัก เสียงลมหายใจของผู้ป่วยแผ่ว บางลง.บางลงบางลง(บางลงแบบมีปีกที่บางกระชับ) แล้วทันใดนั้นผู้ป่วยก็หลับลง แล้วสภาพแวดล้อมแถวนั้นก็เงียบสลัวลงอีกครั้ง นางพยายามแอนเห็นท่าไม่ค่อยดี เธอรีบเดินเข้าไปหาที่ตัวผู้ป่วยอย่างรีบเร่ง แล้วก็เอามือจับชีพจรของผู้ป่วย เธอจับไปที่ก้นของผู้ป่วยไม่เต้นแล้วใช้มือจับไปที่ขาไม่เต้น.เธอคิดว่ามันคงไม่ใช่แน่นอน ก็เลยเอาหูของเธอนอนแนบลงไปกับพื้นห้องเพื่อที่จะฟังเสียงชีพจร แล้วเธอก็ได้ผล เธอได้ยินแล้วเสียงชีพจรเต้น ตึกตักอึกอักงักงัก เมื่อเธอได้ยินเช่นนั้นเธอก็รู้ว่าผู้ป่วยแค่นอนหลับไปเท่านั้นเอง เพราะเวลานั้นก็ปาเข้าไปเข้าตีสองกว่าแล้ว รายต่อไปที่หลับก็เป็นนางพยายามแอนนั่นเองหมายเหตุเรื่องนี้เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลบ้าแห่งหนึ่ง
สรุปความตายในความหมายของตัวผู้เขียนเองนั้นก็คือ การที่เราหลับสนิทโดยที่เราไม่ฝันไม่รู้สึกถึงอะไรนั่นเองผมว่า เราเองก็ตายกันทุกวันนั่นแหละ บางคนก็ตายวันละ 6-8 ชั่วโมง บางคนก็ตายวันละ3-4 ชั่งโมงเพราะการตายก็คือการนอนหลับที่สนิท และอีกเรื่องหนึ่งพอถึงเวลาที่เราเองจะตายจริงๆ ผมว่าเราทุกคนไม่รู้หรอกครับว่าตัวเองตาย รู้แต่ว่ากำลังจะตาย พอถึงเวลาตายก็ไม่รู้ ลองคิดดูสิครับ! ถ้าเราตายแล้วเราจะรู้ได้ไงว่าเราตายนั่นสิ งั้นทุกคนในโลกนี้ก็หันมามองการตายในแง่ของการนอนหลับพักผ่อนโดยที่เราไม่ฝันไม่รู้สึก ก็คือการนอนหลับนั่นเองเราจะมาตายวันละ 6-8 ชั่วโมงตายหมอบอก เพราะมันเป็นการดี แต่อย่าตายกันบ่อยนะครับเดี๋ยวติดเป็นนิสัย เดี๋ยวก็ได้ตายตลอดชีพ(ไม่ได้แช่งนะครับ) และอีกอย่างหนึ่งครับเวลาคนรอบๆข้างตัวเรานอนหลับไปโดยเขาจะไม่พูดไม่ตื่นแล้วก็อย่าไปเศร้าโศกกับเขาคนนั้นเลย ถือว่าเขาหลับไปแล้วหลับฝันดีจนเขาไม่ยอมตื่นก็แล้วกัน (ไม่พูดดีกว่าเรื่องมันเศร้า) ว่าไปแล้วผู้เขียนเองก็นึกอยากตายแล้วสิ ผมขอตายซัก 2-3 ชั่วโมงก่อนแล้วกันง่วงแล้ว1.2.3.คร๊อกฟี่!!!
กระผมลองเขียนเล่นๆถ้าใครอ่านแล้วช่วยวิจารน์ทีนะครับด่าหรือ...อะไรก็ได้ผมรับได้หมด แต่อย่าด่าแม่ ผมหละ(พูดเล่น)