25 พฤษภาคม 2557 09:19 น.

ยิ้มไปเขียนไป

Parinya

เมื่อสมมุติตัวตนเป็นคนสุข
หรือคนทุกข์แทนคนที่ตนเขียน
ก็เป็นความ รัก-ชัง แบบนั่งเทียน
แม้พากเพียรพยายามตามเข้าใจ
อาการเก็บเจ็บเศร้าและร้าวลึก
จะรู้สึกเจ็บแค้นแทนมิได้
ความกลัดกลุ้มคลุ้มคลั่งดั่งเปลวไฟ
ก็ของใครของมันทุกวันคืน
การเขียนบทกวีที่คิดนึก
เพื่อแทนความรู้สึกของคนอื่น
ดูคล้ายคล้ายหลอกต้มมิกลมกลืน
เหมือนกับขืนอารมณ์โดยสมมุติ
แต่การเขียนบทกวี...ที่มีเธอ
ล้วนล้นเอ่อจากใจใสพิสุทธิ์
มิว่าสุขหรือเศร้าเคล้ารักคุด
หรือที่จุดแสนหวานน้ำตาลอาย
เขียนอยู่ในอารมณ์แอบอมยิ้ม
ด้วยเอมอิ่มปริ่มสุขทุกความหมาย
เหมือนพระจันทร์กลั้นยิ้มพะพริ้มพราย
ด้วยเอียงอายอ้อมแอ้มจนแก้มแดง
จึงเปรียบเช่นบทกวีแต้มสีสัน
แก่ชีวันหงิมหงิมให้ยิ้มแฉ่ง
เหมือนดั่งสิ่งสร้างเสริมเติมเรี่ยวแรง
ให้แสวงความฝัน...ขั้นต่อไป
25 พฤษภาคม 2557 01:29 น.

ขอบคุณค่ะ

Parinya

วันที่ฉันล้มหมอนนอนร่อแร่
เพราะอ่อนแอแพ้ภัยใจเหี่ยวแห้ง
ทั้งแขนขามือไม้ไร้เรี่ยวแรง
มิอาจแต่งบทประพันธ์หรือฝันใด
เธอส่งกลอน "ไยร่อแร่" ใช่แค่ถาม
บุปผชาติพิลาสตามเยี่ยมยามไข้
พร้อมถ้อยคำอำนวยพรซ่อนห่วงใย
"จงสดใสไกลร่อแร่อย่างแท้จริง"
วันที่ฉันกระเสือกกระสน ค้นความฝัน
ซึ่งปุบปับดับพลันอัดอั้นยิ่ง
จนมืดมิดจิตใจมิไหวติง
มิอาจอิงแสงสว่างปางนอนตาย
เธอได้ส่งข้อความตามมาช่วย
อาการป่วยฝันดับจึงกลับหาย
เริ่มมีไฟไหลลื่นเขียน "คลื่นกล่อมทราย"
เธอสื่อสารไร้สายให้กำลังใจ
"ขอรักษาอาการซมซานสู้
เราจะอยู่คู่กันอย่าหวั่นไหว
อยู่รักษาดวงจิตเป็นมิตรไกล
ฟื้นหายไข้ไร้โศกชมโลกงาม"
ขอบคุณทุกวลีที่อบอุ่น
ขอบคุณทุกวจีที่ไถ่ถาม
ขอบคุณในน้ำจิตที่ติดตาม
ขอบคุณความการุญขอบคุณนะคะ
24 พฤษภาคม 2557 11:35 น.

ครูคะ หนูไม่รู้ไม่ชี้

Parinya

ครูพละฯ รูปหล่อสอน ม.สาม
ลงสนามบาสเกตบอลสอนฉันเล่น
ทุกทุกวันเย็นเช้าเหมือนเข้าเวร
จนจัดเจนฉันสมัครเป็นนักกีฬา
ไปแข่งเชื่อมสัมพันธ์กันในเขตฯ
หลายประเภทเชื่อมงานสถานศึกษา
ฉันต้องนั่งรถหรูของครูมา
เป็นทุกครั้งทุกคราน่าเบื่อจัง
ฉันอยากนั่งไปกับรถโรงเรียน
ครูก็เปลี่ยนการกระทำด้วยคำสั่ง
ครูชอบทำความฝันของฉันพัง
แต่ฉันยังต้องเล่นเป็นตัวยืน
ฉันเข้าใจว่าครูเอ็นดูฉัน
จึงไม่รั้นไม่หือหรือฝ่าฝืน
ต้องทำเนียนเรียนข่มอย่างกลมกลืน
จนถึงคืนชื่นฉ่ำ....เลี้ยงอำลา
ฉันหัวร่อจ้ออยู่ในหมู่เพื่อน
ครูก็เลื่อนจากข้างหลัง...นั่งตรงหน้า
หรือฉันจะมีปฏิกิริยา
เสียงผอ.ออ. ร้องว่า... มานี่ครู!
กลับมานั่งที่เก่า!  เด็กเขาอาย!
ยิ่งขยายสีแดงไปถึงใบหู
ฉันไม่รู้ ไม่ชี้ด้วย ซวยเลยตู
จึงจำอยู่...ทำอย่างไร ก็ไม่ลืม
23 พฤษภาคม 2557 16:44 น.

โซ่กติกา

Parinya

วันที่แม่เอาหมาเข้ามาอยู่
มันเรียนรู้มองเมียงเห่าเสียงขรม
รู้ประจ๋อประแจ๋ให้แม่ชม
จนต้องก้มลูบหัวเจ้าตัวดี
แม่ฝากฝังสั่งสอนอย่างอ่อนหวาน
"อยู่เฝ้าบ้านงานหมาเป็นหน้าที่
เพียงรับเหมาเห่าหอนนอนอ้วนพี
อยู่ที่นี่มีค่าเป็น หมายาม"
แต่พอแม่ขยับกลับตามต้อย
ห้ามบ่อยบ่อยจนเบื่อเหลือจะห้าม
ถ้าเป็นคนแม่มีวิธีปราม
แต่เจ้ายามหัวดื้อหรือจะฟัง
ดุก็ทำหูหลุบหรุบตาต่ำ
พูดก็จำชั่วครู่ที่หูตั้ง
บ่นยิ่งเหมือนเพ้อพล่ามตามลำพัง
แม่จึงสั่งซื้อโซ่โตพอควร
กติกาหน้าที่หนีไม่พ้น
ทั้งหมา-คนแบกหามไปตามส่วน
คอของมันจึงต้องคล้องโซ่ตรวน
แทนกระบวนอบรมบ่มบัญชา
แม่ไม่มีเวลาฝึกหมารั้น
จึงใช้โซ่ล่ามมันแก้ปัญหา
การอบรมบ่มผูกลูกเรื่อยมา
คือโซ่สายกติกาคล้องคาตัว
24 พฤษภาคม 2557 00:00 น.

คลื่นกล่อมทราย

Parinya

  "คลื่นกระทบพบฝั่งลาสั่งซ้ำ
ทุกคืนค่ำย้ำเยือนมิเลือนหาย
พบแล้วจากพรากแล้วเห็นมิเว้นวาย
มิเคลื่อนคลายสายสวาทซัดสาดใจ "
นั่นคือคำย้ำว่ามิลาลับ
แต่จะกลับคืนเรือนมาเยือนใหม่
ช่วงคลื่นหายทรายมิรู้อยู่อย่างไร
ยามหทัยไกลร่าง....ช่างทรมาน
ยามสายตาไม่เห็นเฝ้าเป็นห่วง
เกรงลมลวงคลื่นลับไม่กลับบ้าน
เกรงหลงห้วงมหาชลาธาร
คิดฟุ้งซ่านซานซมจมน้ำตา
จากไปทำเจ้าชู้อยู่ที่อื่น
พอหวนคืนยืนคำทำเริงร่า
แสร้งหว่านล้อมกล่อมทรายหลายลีลา
ด้วยภาษากาพย์กลอนที่ซ่อนนัย
คลื่นกล่อมทรายคล้ายเราถูกเขากล่อม
ซึ่งเราย่อมหงุดหงิดคิดหวั่นไหว
จะยอมเป็นเช่นทรายได้ฉันใด
หากจะไปแล้วจะมาดั่งวาที
"คลื่นกับทรายคล้ายข้อคิดปริศนา
วันพบมีวันจากมาลับลาหนี
ชีพของเราเท่าฟองคลื่นชื่นชีวี
สุข-ทุกข์มีดั่งสมุทรสุดนิยาม "
 "....." ประพันธ์โดย ปลากัด
Calendar
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟParinya
Lovings  Parinya เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟParinya
Lovings  Parinya เลิฟ 0 คน
  Parinya
ไม่มีข้อความส่งถึงParinya
>