ฮอดเดือนหกฝนตกมาน้ำตาหลั่ง เสียงฟ้าสั่งตึ้มต้ำซ่ำใจหลาย ดินกะสุ่มเซาแห้งแล้งกะกลาย บัดใจอ้ายคือซ่างแล้งแห้งกว่าดิน เห็นน้องดำคำผู้ฮ่ายซ่างกายหนี อ้ายบ่มีหัวใจให้ทั้งสิ้น หนออ้ายเอ้ยน้องคอยถ่ามาจนวิน อ้ายกลับบินหาคนโก้โอ้หนอชาย เห็นฟ้าก่ำกรำฝนน้องทนสู้ ทั้งที่ฮู่อ้ายบ่สนคนบ่หมาย ยืนฮ่องไห้ในสายฝนหล่นโปรยปราย ฮู่ใจหง่ายย่อนฮักหลายตายบ่จื่อ คำแปลนะจ๊ะ ถึงเดือนหกฝนตกมาน้ำตาหลั่ง ฟ้าร้องสั่งเหมือนย้ำช้ำใจหนา พอฝนตกดินชุ่มคลุมผืนนา แต่อุราพี่กลับแล้งแห้งกว่าดิน เห็นน้องดำซ้ำร้ายพี่หน่ายหนี ไม่เคยมีหัวใจให้ทั้งสิ้น โอ้พี่จ๋าน้องรอมาเป็นอาจิณ พี่กลับบินหาคนงามหยามน้ำใจ เห็นฟ้าก่ำกรำฝนน้องทนสู้ รู้ทั้งรู้พี่ไม่รักไม่อยากใกล้ ก็ต้องยอมทนฝืนยืนร้องไป รักทั้งใจจนตายก็ไม่จำ
ท่ามแสงเทียนวิบวับระยับแสง มิอาจแข่งดวงดาวที่พราวใส เย็นน้ำค้างพร่างพรมลมโชยไป หนาวถึงใจดวงนี้ที่รอคอย ลมหนาวพัด พัดผ่านสะท้านผิว ใบไม้ปลิวลอยคว้างอย่างเหงาหงอย ตามทำนองเพลงเศร้าเจ้าล่องลอย ดั่งเรือน้อยล่องไปในสายชล กระชับผ้าโอบอุ่นที่คุ้นชิน หอมกรุ่นกลิ่นจางจางอย่างสับสน เมื่อใดหนอคนไกลจะได้ยล ฤาต้องทนทุกข์สิ้นกินน้ำตา ขอวงแขนแข็งแรงแกร่งคู่นั้น โอบกอดฉันเอาไว้ใกล้เถิดหนา คงลืมสิ้นทุกข์ใดได้เจอมา ขอเวลาเราอยู่เคียงคู่กัน อย่าเป็นเพียงแค่เพ้อท่ามลมหนาว ลืมตาตื่นร่วงกราวราวกับฝัน ใช่เป็นเพียงแค่ถ้อยร้อยรำพัน ไม่มีวันเป็นจริงได้ดั่งใจปอง
ฟังเสียงขลุ่ย โหยหา พาใจหวน จึงรัญจวน รักจาง อย่างใจหาย รู้ว่าเจ็บ เหน็บร้าว หนาวใจกาย แต่ก็สาย แล้วหนอ ท้อใจเกินคำสัญญา ยังอยู่ คู่ใจสาว ครั้งที่กล่าว เธอให้ ด้วยใจเขิน มาวันนี้ เหตุใด ดวงใจเมิน ต้องเผชิญ ความหม่น จนใจตรม อยากบอกว่า ยามนี้ มีใจภักดิ์ เกรงเจ็บหนัก หมองไหม้ จนใจขม กลัวจะจาก พรากไป จนใจซม ทุกข์ระทม จริงแท้ แพ้ใจเธอ พอดวงจิต คิดไป พาใจหน่าย ยังเสียดาย ตัวที่ มีใจเผลอ ต้องผิดหวัง เพราะเขลา เราใจเบลอ จึงมาเจอ คนซื่อ หรือใจเก บางครั้งที่ คิดถึง จึงใจหม่น เจ็บเสียจน หม่นไหม้ ดวงใจเขว เพราะยังจำ สัญญา พาใจเซ เพราะรวนเร หรือไม่ ดวงใจนี้แว่วเสียงขลุ่ย อีกคราว สาวใจหวั่น อยากลืมวัน เคยรัก หักใจหนี ทนระทม ตรมเศร้า เข้าใจดี ด้วนมิมี คนใด รู้ใจเรา
1. ถอดหัวใจใส่กลอนอักษรสื่อ ขอเลื่องลืออีกหนกลอักษร ด้วยซาบซึ้งหนึ่งชายใจอาวรณ์ อยากสะท้อนความรู้สึกลึกภายใน 2. เขาชื่อเรียงเสียงใดฉันไม่รู้ อีกที่อยู่หลักแหล่งแห่งหนไหน เป็นผู้ดีหรือตกยากลำบากใด เคยสงสัยเหมือนกันในวันวาน 3. ด้วยเนิ่นนานการสนิทดุจมิตรแท้ ฉันก็แค่เลิกสงสัยไม่ฟุ้งซ่าน ไม่คิดสืบเสาะหาสถานการณ์ หลายปีผ่านวางใจในไมตรี 4. เคยมีบ้างปวดร้าวคราวห่างเหิน ถ้อยดำเนินเป็นกลอนย้อนสักขี แอบเหงาหงอยน้อยใจในบางที ไดอารี่ลายพร้อยรอยน้ำตา 5. ในตอนนั้นฉันเศร้าคล้ายเขาทิ้ง ซ้ำโลกจริงโรคร้ายลอบกรายหา ที่เจ็บป่วยเจียนตายวายชีวา เจ็บน้อยกว่าตรงนี้ที่หัวใจ 6. ผ่านเหตุการณ์วันนั้นฉันฉุกคิด ฤๅ คนผิดเป็นฉันที่หวั่นไหว มิตรภาพตราบสิ้นฟ้าแม้นคราใด สำนึกได้แต่บางครั้งจิตลังเล 7. ตนเองที่พลาดพลั้งมิยั้งคิด กลับโยนผิดโทษเขาว่าเจ้าเล่ห์ แถมกริ้วโกรธก่อกวนป่วนเกเร แสนสนเท่ห์แปลกใจไยฉันทำ 8. คิดเป็นเพื่อนผู้เดียวที่เกี่ยวข้อง โลกทั้งผองเทียบค่ากะลาคว่ำ ถ้อยที่เขาเรียงร้อยเป็นรอยคำ แอบเพ้อพร่ำซาบซึ้งตรึงอุรา 9. แต่โลกใช่เทียบค่ากะลาคว่ำ วรรณกรรมสูงเกินประเมินค่า เขาเชี่ยวชาญสุนทรีเลิศลีลา เทียบศักดากวีเอกเสกสุนทร 10. ยามเขาจรดบทกานท์ ณ ลานกวี ช่างมากมีมิตรสหายสายสมร ซึ่งบางคนสนใจกว่านัยกลอน เฉกละครฉันเห็นความเป็นไป 11. เขายังคงเป็นเขาเทียบเท่าเดิม ฉันกลับเพิ่มความรู้สึกนึกคิดใหม่ หากยึดมั่นฉันท์เพื่อน
ดราเอ๋ยดราม่า เจ้าเข้ามาในชีวิตแต่ตอนไหนตั้งแต่เจ้าเข้ามาใจเปลี่ยนไป เหมือนหัวใจอ่อนแรงเข้าทุกที เมื่อเห็นภาพบาดตาแลบาดใจ เมื่อยินเสียงเขาไซร้ยิ่งอยากหนี ทั้งผัมสัม สายตา ถ้อยวจี อยากจะลี้ไกลให้ห่างคนใจดำ เขาเคยออดออเซาะเคล้าเคลียคลอ เฝ้าพะนอเสริมส่งรักให้หวานล้ำ ฝากสัญญาเอาไว้ให้จดจำ ฝากความหวังให้รำลึกวันดีดี แต่ทุกสิ่งก็สูญสิ้นดับสลาย คำกลับกลายเป็นคำลวง..น่าบัดสี เขานำเอารักใหม่มาย่ำยี เหยียบขยี้ให้หัวใจเริ่มโรยรา ตั้งแต่นั้นเจ้าเข้ามาในชีวิต คอยสะกิดให้ดวงใจโหยไห้หา เรื่องใดใดร้องไห้ง่ายดังดารา เจ้าน้ำตาแม้ไร้คนมาดูดี เจ้านี่นะยังพาเพื่อนมาด้วย พามาช่วยให้หัวใจฉันป่นปี้ "ความทรงจำ"ย้อนเวลาทุกนาที ในวันที่....รักและเลิก....ให้หวนคืน "ความคิดถึง" และ "ความเหงา" เข้าเคียงข้าง มาช่วยสร้างความทรงจำให้รื้อฟื้น เป็นอย่างนี้ทุกวันและทุกคืน ใจขมขื่นปวดแปลบปลาบเกือบเจียนตาย ไม่เอาแล้ว....เจ้าควรไปไกลจากฉัน อย่าแกล้งกันแบบนี้เลยสหาย แค่คนรัก...ลาไปไกล เจ็บมิคลาย เจ้าอย่าหมายให้ใจนี้สิ้นลมลง ฉันรู้อยู่ขณะรักควรตริตรอง ใช้สมองอย่าหล
เธอกับฉันเรานั้นรักกันนัก เรารู้จักคบกันวันเดียงสา บ้านติดกันวิ่งเล่นเห็นทุกครา เธอแก่กว่าหนึ่งปีใจดีจัง เธอตามใจทุกอย่างน้องนางซึ้ง ไม่เคยขึ้งโกรธใครให้สมหวัง ไม่เคยแตะต้องให้ใจระวัง ดูแลยังกับฉันนั้นเลิศเลอ ยี่สิบปีกว่าที่มีเพื่อนรัก เคยงอนนักเธอง้อขอโทษเสมอ ไม่เคยคิดรักใครได้เท่าเธอ ฝันละเมอแต่งงานมีบ้านงาม แล้ววันหนึ่งถึงคราสารภาพ ใจแปลบปลาบง่อยเปลี้ยละเหี่ยถาม เธอยอมรับรักชายใจหายตาม อึ้งทุกยามที่คิดพิษรักลวง
ถ้าน้องเจ็บ พี่ไยจักจะเก็บอารมณ์ไหว น้ำตาว๊ะ เป็นบ้าไหลทำไม หรือบอกความขื่นไข้ในใจเรา เขาไม่รักเราอย่างที่ควรรัก แน่นอนนัก ผลักเราเป็นคนเศร้า ความทุกข์นั้นแม้เพียงแค่แผ่วเบา แต่สะท้านสะเทือนเข้าไปถึงทรวง เมื่อน้องเจ็บ ไยพี่ต้องกดเก็บความเป็นห่วง ถ้อยที่เคยพร่ำย้ำทุกสิ่งปวง มาถามทวง ว่ายังจำสักคำไหม คนหมองหม่น ไม่แปลกหรอกหากหมองจนอยากร่ำไห้ เพราะบางคนยังแกล้งแสดงใจ ร้องร่ำไห้ได้ทั้งที่ไม่มีใจ ไม่ถามว่าวันนี้ สบายดีหรือ เพราะข้อความที่สื่ออารมณ์ไว้ ในนามของคนที่คอยห่วงใย ขอถามว่า มีอะไรก็บอกมา
วาเลนไทน์ คือวัน แห่งความรัก แต่คืนวัน อกหัก สำหรับฉัน ทุกคู่รัก นั้นอยู่ ข้างกายกัน แต่คือวัน คนรัก จากฉันไป กุหลาบแดง คนรัก มอบให้กัน มีแค่ฉัน น้ำตา นั้นลินไหล คนที่ฉัน ทุ่มเท ทั้งดวงใจ มาจากไป ไม่มีวัน คืนกลับมา
วันนี้ ขออาภัย แต่งได้แค่ 4 บท เอาไว้ต่อวันหลัง เพราะมีเวลาจริงๆ ครับ และที่สำคัญ กลอนกลบท สะบัดสะบิ้ง ผมจะเอาไว้แก้ วันหลัง เพราะใช้คอมฯ เพื่อนนี่แหละ...ทำให้ล่าช้า ขอรับคำติชม อีกเช่นเคย อย่ากลัวจะเสียหน้า เพราะหน้า คงที่ ไม่มีเสีย 555+ เย้าเล่นครับ เชิญวิจารณ์ได้ครับ เพื่อการปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาให้ดีกว่าเดิม....(ถ้าทำได้ อิอิ) *ในใจนี้มีน้องปองจิตคิด เคยเชยชิดชอบพออ้อล้ออ้อต่อ กาลนานวันผ่านพ้นหม่นก็รอ ยังหวังคลอเคลียเคล้าเหงาวันวัน *กายหายน้องหมองครวญอกรวนป่วน สุดสุดหวนรำลึกนึกหวั่นฝัน เหตุเภทใดไกลแล้วแห้วทันควัน เสีงเยี่ยงสั่นครั่นคร้ามหนามชีวี *ตอนก่อนเคยเผยคำพร่ำพลอดกอด แอบแนบสอดกายกานดาอย่ารี้หนี น้องป้องปัดมือหยอกบอกกี่ที เตือนเหมือนพี่กอดรั้งครั้งท้ายวาย *โอ้โซเซซัดซึมอกครึ้มหวั่นหวั่น ฝนหล่นหลั่นซัดทอดกอดกายหมาย เมื่อเหลือคำรำลึกตรึกกรายกราย เพ็งเล็งสายฝนร่วงห้วงใจไหว *มีกี่ล้านคำอ้างทางปลายสาย รวมความหมายรักแท้แค่ไหนไหน ฝืนกลืนกล้ำจำความรวมในใจ มอบตอบให้สุดรักภักดิ์พลีมี *ฝนหล่นลาคราหนาวร้าวเพิ่มเติม แรงแกร่งเหิมหุบยุบหนีศรี ห่อนกร่อนกัดอารมณ์จมกี่ปี คำคำนี้ซ่อนราวห้วงหาวดารา *ร้อยถ้อยพจน์บทคำจำแนกแปลก พรั่นหวั่นแทรกนับกัลป์ผันมาหา ยังหวังเรียงเคียงถ้อยร้อยวาจา บอกออกว่า...เอ่อ เหรอ ...เธอใช่ใหม? *โอ้โห เราบอกรักสักคราหนา กลัวกลัวกล้าหน้าชาว่าไม่ไหว บอกออกยากรักผ
ดวงดาวเป็นอิสระต่อดวงจันทร์และเพียงเธอที่ฉันใฝ่ฝันหา แต่เราเป็นอิสระในวันลา เธอจะเสียน้ำตาให้ฉันไหม ท่ามกลางไอแดดหรือไอหมอก กระซิบบอกกับฉันนะใกล้ใกล้ ถึงบทเพลงแสนเศร้าฉันเข้าใจ เพียงอยากฟังความในหัวใจเธอ ในวันไม่มีดวงดาวและดวงจันทร์ ฉันอาจมีน้ำตาเวลาเผลอ เป็นความปวดใจใฝ่ละเมอ คิดถึงพร่ำเพ้อในบางที กาลเวลายาวนานชั่วกัปกัลป์ แต่ฉันอาจมีมันไม่ถึงพรุ่งนี้ เถิดบอกฉันหน่อยนะคนดี แล้วฉันควรจะมีความรักไหม
ฉันไม่ได้รักเธอหรอกจะบอกให้ น้ำตาไหลเพราะบังเอิญโดนฝุ่นผง ฉันไม่ได้รักเธอหรอกบอกตรงตรง นวลอนงค์เข้าใจผิดคิดอื่นไกล เพราะเธอรักกับฉันแค่เพียงเพื่อน คอยย้ำเตือนตัวเองอย่าหวั่นไหว เพราะแอบดูรู้ว่าเธอรักกับใคร คอยปลอบใจฉันไม่ได้ไปรักเธอ อยากจะบอกความในใจก็ไม่กล้า เกือบเกินกว่าจะหยุดยั้งใจพลั้งเผลอ จนเหินห่างร้างไปไกลจากเธอ เสียงพร่ำเพ้อก้องหัวใจทุกคืนวัน ฉันไม่ได้รักเธอหรอกจะบอกให้ กอบเก็บไว้ในดวงใจแค่ความฝัน ไม่กล้าบอกหลอกตัวเองอยู่ทุกวัน ความจริงนั้น.....ฉันรักเธอเสมอมา.....
เจียมตนว่า อ่อนด้อย ในถ้อยรัก รักหน่วงหนัก เพียงไหน จึงไม่สม สมควรหรือ ยังเขลา ยอมเฝ้าจม จมในหล่ม หลุมรัก ซึ่งหลักลอย ลอยอยู่ใน ความฝัน อันเวิ้งว้าง ว้างเวิ้งคว้าง สุดไขว่ ไกลเกินสอย สอยมิถึง ควรหรือ จักยื้อคอย คอยอย่างกร่อย หงอยจิต หลงทิศทาง ทางกองสุม ด้วยขวาก ยากฟันฝ่า ฝ่าทิวา ราตรี ฤดีหมาง หมางบนความ พร่อมพร้อ รออับปาง ปางก่อนสร้าง บุญน้อย จำถอยลา ลาจากขวัญ ชีวี ที่เคยหลง หลงทะนง งงเยี่ยง ไร้เดียงสา สาแก่ใจ หน่ายเบื่อ เมื่อถึงครา ครารู้ว่า เธอมี ที่หมายปอง ปองแล้วพลาด อาจช้ำ ระกำจิต จิตรู้ผิด เตือนตัว มิกลัวหมอง หมองอยู่ไย หญิงอื่น ดื่นก่ายกอง กองให้จอง ให้หวัง ยังมากมี
จิบกาแฟถ้วยร้อนในตอนเช้า ดับความเมาจากฤทธิ์รักหักความหลง ดีกรีรักสูงเกินเดินมึนงง เธอรินส่งถึงใจไหวซวนเซ จากไปแล้ว...โฉมสะคราญแห่งม่านหมอก ลีลาหยอกเย้ายวนชวนไขว้เขว เกมรักร้อนแรงเร้าเมาโซเซ หัวใจเป๋หลงทิศเดินผิดทาง ลีลาวดีสีขาวพราวหน้าบ้าน ชวนชมบานสีชมพูอยู่ในกระถาง กระจาบจับกิ่งกระท้อนอ้อนคู่พลาง ความอ้างว้างเกาะกุมรุมจิตใจ เทศกาลงานรื่นเริงเถลิงศก ทำหัวอกรุ่มร้อนนอนสั่นไหว ภาพเธอยังติดตรึงซึ้งทรวงใน ซมพิษไข้รักร้างไม่สร่างซา...
จากวันนั้น ถึงวันนี้ หลายปีพ้น ดวงกมล สู้ข่ม ความขมขื่น เพราะฤทัย ใสพิสุทธิ์ มีจุดยืน แม้กล้ำกลืน ทุกข์ตรม ก็ข่มเอา เพราะความหลัง ฝังใจ มิวายคิด เหมือนสถิตย์ อยู่ท่าม กลางความศร้า ทุกข์หรือสุข อยู่เคียง เพียงสองเรา บางครั้งหนัก บ้างเบา ก็เข้าใจ ณ.วันนี้ พี่อยู่ คู่กับเจ็บ แม้หนาวเหน็บ ทนอยู่ เธอรู้ไหม ต้องโดดเดี่ยว เอกา สุดอาลัย ด้วยเธอไป ไกลลับ มิกลับคืน เมื่อวันนี้ ปีเก่า เรามีสุข คอยปลอบปลุก แรงใจ ให้สดชื่น แต่วันนี้ พี่ซ้ำ สุดกล้ำกลืน วันสดขื่น ครั้งหลัง ยังฝังจำ หนาวลมเหนือ เมื่อสาง ช่างสับสน เคยกังวล ห่วงเจ้า เฝ้าพูดพร่ำ สิ่งใดถูก ใดดี ช่วยชี้นำ ทุกถ้อยคำ ย้ำอย่าง ผู้หวังดี ไม่กังวล ไม่ห่วงใย ไม่ไต่ถาม เหลือเพียงความ หงอยเหงา เศร้าสุดที่ กับคิดถึง สุขเก่า เราเคยมี อีกกี่ปี จะคลาย หายอาดูร