มากันเถอะ

คนกรุงศรี

นักเลงกลอน นอนเปล่า เขาว่าคร้าน
ก็เพราะงาน เงินทอง ต้องรีบหา
ซื้อข้าวสาร กรอกหม้อ ต่อชีวา
เห็นเรียงหน้า ตาดำดำ จำฝ่าฟัน
กายก็ล้า แรงใจ ให้ท้อแท้
อยากยอมแพ้ แม้คิด ผิดมหันต์
ชีวิตยัง มิสิ้น ต้องดิ้นกัน
รอถึงวัน เวลา บุญมาเยือน
หยุดเขียนกานต์ นานนัก ใจชักคิด
ถึงมวลมิตร เมื่อวัน ฉันมีเพื่อน
สุขครั้งเก่า เฝ้าบอก ตอกย้ำเตือน
มิได้เลือน ลาพราก จากดวงมาน
หยิบปากกา หากระดาษ วาดอักษร
ร่างบทกลอน ตอนจิต คิดไขขาน
ด้วยทิ้งห่าง ร้างรา มาเนานาน
จึงมิหวาน ไพเราะ เสนาะเลย
สนามกลอน ตอนนี้ มีน้อยนัก
อนุรักษ์ สืบไป ได้ไหมเอ่ย
ผิดกับตอน ก่อนเก่า ที่เราเคย
ร่วมเอื้อนเอ่ย คารม คมปากา
มาเถอะนะ นักกลอน อย่านอนเขลง
ช่วยบรรเลง วรรณกรรม นำภาษา
ลับสมอง ของเรา เรียงเข้ามา
รจนา กลั่นกรอง ทำนองกานท์				
comments powered by Disqus
  • สุนทรวิทย์

    8 ตุลาคม 2554 06:13 น. - comment id 1210729

    เขียนอยู่แล้วทุกวันกลั่นภาษา
    เติมลีลาเล็กน้อยค่อยผสม
    แต่เราสิมิใช่เฒ่าเจ้าคารม
    ซ้ำโง่งมจึงเขียนได้มิใคร่ดี
  • คนกรุงศรี ฯ

    8 ตุลาคม 2554 13:40 น. - comment id 1210778

    61.gif61.gif   พี่ก็ว่าไป ซะอย่างงั้นนะ61.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน