ดั่งตะเกียง

อัลมิตรา


.....มืดสลัวมัวม่านฟ้า..................ราตรี 
เพ็ญดับอับแสงศรี......................สลดเศร้า 
เพียงแสงแห่งตะเกียงมี..............มาส่อง 
อบอุ่นจุนจากเจ้า.........................กระจ่างแจ้งแสดงหน ฯ
.....ชีวิตจึงอย่าร้าง.....................แนวทาง 
มืดมิดปานใดยัง.........................สว่างได้ 
ความหวังหมดเปรียบดัง..............ตะเกียงดับ แสงแล 
มีจุดหมายตั้งไว้.........................จึ่งรู้ทางเดิน ฯ

...ต่อด้วยคำสอนของปู่จอมยุทธเมรัย...
ชั่วชีวิตอุปสรรคย่อมมีบ้าง
ทะเลกว้างยังมีที่ตื้นเขิน 
ตั้งสติรอเวลากล้าเผชิญ
แล้วจึงเดินหาฝันอย่างมั่นใจ 
เมื่อแสงแดดแผดจ้าเริ่มปรากฎ
หมอกที่บดบังทางเริ่มจางใส 
เมื่อหนทางทอดยาวให้ก้าวไกล
เมื่อฟ้าใหม่ใสผ่องก็ลองเดิน
       				
comments powered by Disqus
  • idaho

    17 พฤศจิกายน 2545 17:18 น. - comment id 96104

    แสงสีทองส่องหล้ารับตวัน
    อีกเพ็ญพรรณส่องพ่างกลางฟ้าใส
    ระยิบยับดวงดารากระจ่างใจ
    เพียงฤทัยเรานี้ที่มืดมน
    
    สายลมเอื่อยเรื่อพัดพาใจหาย
    แสงตะเกียงกลับกลายจะล่องหน
    เพียงใส้มลายสิ้นแทบอับจน
    ดันใจจนเจียนสิ้นแสงส่องทาง
    
  • ***กฤษณะ***

    17 พฤศจิกายน 2545 21:24 น. - comment id 96161

    ^J^      .................
    
    
  • windsaint

    17 พฤศจิกายน 2545 22:15 น. - comment id 96175

    เอ้าจุดไฟๆๆ
  • ค้างคาวคืนคอน

    17 พฤศจิกายน 2545 23:48 น. - comment id 96198

    ...ตะเกียงนี้ท่านได้      แต่ใด  มาวานบอก
       ค้างคาวเพียรเสาะหา     สะสม
       ตะเกียงอัลมิตรา            รูปร่าง สวยเอย
       ตอบหน่อยในคารม        ถามถ้อยเอ่ยคำ
  • อัลมิตรา

    18 พฤศจิกายน 2545 09:18 น. - comment id 96245

    ไอดาโฮ่ ..ขอโทษนะที่ตอนบ่ายเป็นโคลงที่ยังไม่ได้ปรับปรุงน่ะ จากสี่บทรื้อใหม่เหลือสองบทจ๊ะ เลยทำให้ต่อกลอนของไอซ์ไม่ถูกจ้า...
    
    คุณกฤษณะ+เจ้าลม..ขอบคุณค่ะ
    
    คุณค้างคาวคืนคอน..
    
         ~::+.*~*+:::~ +.*~*+:::~ +.*~*+:::~ +.*~*+:::~ +.*~*+:::~  
        ~::+.*~*+:::~ .....ตะเกียงเพียงใส่ไส้........น้ำมัน:::~+.*~*+:::~  
       ~::+.*~*+:::~ อบอุ่นเกื้อกูลกัน.................สนิทเชื้อ:::~+.*~*+:::~ 
       ~::+.*~*+:::~ หากชอบนอบนบพลัน..........เพียงเพื่อน:::~+.*~*+:::~ 
    ~::~::+.*~*+:::~ ตราบดับฟ้าดินเยื้อ..............ไป่ร้างไมตรี ฯ:::~+.*~*+:::~ 
                 ~::+.*~*+:::~ +.*~*+:::~ +.*~*+:::~ +.*~*+:::~
  • อัลมิตรา

    18 พฤศจิกายน 2545 09:26 น. - comment id 96247

    ลืมตอบคุณค้างคาวไปว่า .. รูปนี้search หาจาก www.google.com  ที่บ้านของอัลมิตราไม่มีตะเกียงเลยค่ะ ไม่เคยใช้เลยค่ะ แต่อัลมิตราชอบนะ ตะเกียง.. วาดฝันเอาไว้ว่า มีสวนเล็กๆ มีศาลาท่าน้ำและมีตะเกียงแบบนี้ค่ะ แบบในรูปแขวนอยู่ในศาลาท่าน้ำ ..จากโคลงของคุณค้างคาว คุณคงสะสมตะเกียงนะคะ ดีจังเลย.. หากอัลมิตรามีศาลาท่าน้ำ คงจะต้องกลับกันนะคะ อัลมิตราจะขอคุณละกัน เอ.!!.ตะเกียงเรียกเป็นหลังหรือเปล่าหนอ ..? 
    
    มิตรภาพตราบสิ้นฟ้าคะ รู้ว่าจะต้องมาเปิดอ่านแน่นอน ค่ะ ยิ้มไว้นะคะ โลกนี้จะสดใสยิ่งนักแล้วค่ะ 
    
    :)
  • พุดพัดชา

    18 พฤศจิกายน 2545 09:29 น. - comment id 96248

    พุดพัดชาชอบตะเกียงและแสงตะเกียงเป็นชีวิตจิตใจ ชอบสะสม มีตะเกียงโบราณ แบบยุโรป และมีตะเกียงแบบไทยที่ใช้จุดในพิธีมงคลสมัยโบราณเป็นทองเหลือง บางค่ำคืนจะนำมาจุดไว้เหนือรั้วบ้าน เวลามีงานฉลอง..
    อาจจะเป็นเพราะว่าเติบโตแบบติดินมากับแสงตะเกียงที่วับแวม จึงรักผูกพันมาจนถึงวันนี้เลยค่ะ..
    และงานงามเกี่ยวกับแสงตะเกียงจะประทับใจที่สุดเลย..ว่าจะรื้องานเก่าเกี่ยวกับตะเกียงมาฝากไว้..เคยแต่งไว้บทนึ่งนะคะ ด้วยรัก
  • พุดพัดชา

    18 พฤศจิกายน 2545 09:34 น. - comment id 96250

    ฝนโปรยสายใบไม้ไพรผลิเขียวใส
    ละออใบไหว(หวาน)ก้านบานรับฝน
    แก้วร่วงกราวพราวพื้นหอมพร่างพรม
    เด็ดดอมดมชมจำปีที่พ้อใจ..
    
    เสียงสายฝนหล่นปรอยปรอยเปาะเปาะแปะ
    ผีเสื้อแวะดูดดื่มหวานรานกิ่งไหว
    กุหลาบงามแม้นมีหนามยอมแพ้ใจ
    ธรรมชาติใดไหนงามเล่าเท่าเทียมรัก..
    
    ฟ้าครืนครางห่างไกลในโพ้นฟ้า
    สะดุ้งหาอ้อมแขนใจแน่นหนัก
    อ้อมกอดใครไหนเล่าอุ่นเท่าเล่ายอดรัก
    โพยภัยจักมลายหายวับไปใจมีเธอ..
    
    กระท่อมไพรจำได้ไหมในคืนหนึ่ง
    สายฝนซึ้งแสงตะเกียงริบหรี่ไหว
    พระจันทร์หวานผ่านดวงมาลย์ใจหลอมใจ
    ทั้งราวไพรอวยพรฝันวันวิวาห์เพื่อสองเรา..
  • อัลมิตรา

    18 พฤศจิกายน 2545 10:21 น. - comment id 96257

    กระท่อมไพร..อ่านแล้วมีบรรยากาศดีจังค่ะ ความรู้สึกประทับใจและจินตนาภาพตาม..
    อัลมิตราไม่เคยมีชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาตินัก อัลมิตราอยู่ในเมือง แต่สักวัน..อัลมิตราหวังไว้เช่นนั้น อัลมิตราจะมีบ้านสวนเล็กๆ พูดคุยกับต้นไม้ สายลม แมลง(อันนี้ต้องทำใจหน่อย ค่ะ กลัวแมลง) บางทีตอนที่เขียนพรรณาเกียวกับธรรมชาติ เขียนไปได้สักหน่อย ก็จะรู้สึกตื้อๆยิ่งนัก ด้วยที่สัมผัสกับธรรมชาติมาน้อย งานเขียนจึงไม่สู้ดีนัก 
    
    ขอบคุณนะคะ สำหรับบทกวีที่นำมาแจม ประทับใจค่ะ
    
    
  • อัลมิตรา

    18 พฤศจิกายน 2545 23:39 น. - comment id 96366

    ...แต่ฉันเป็นเพียง เปรียบฉันดังตะเกียง 
    ...ส่องทางใกล้ๆ แค่แสงรำไร 
    เปล่งแสงแรงเพียงไหนก็ไม่มีวันถึงเธอ 
    ส่องดูทางแค่เอื้อมก็พอ จะเห็นเป็นทางรำไร 
    ส่องเพียงใด...ก็ส่องไม่ถึงใจเธอ 
    ส่องเพียงใด....ก็ส่องไม่ถึง.... 
    ส่องเพียงใด....ก็ส่องไม่ถึง.... ใจเธอ 
    
    ..เพลงนี้ชอบจัง ..น่าจะเข้ากับกระทู้นะ
  • อกนิษฐ์

    20 พฤศจิกายน 2545 22:58 น. - comment id 96753

    แล้วลุงเวทย์อธิบายหรือเปล่า ว่าทำไมยอมให้ใช้สัมผัส ทาง-ยัง-ดัง ได้อ่ะ?
    
    ตะเกียง..แสงส่องแจ้ง............จางปาง
    ตะเกียง..ย่อมนำสู่ทาง............มั่นได้
    ตะเกียง..ดุจจิตวาง.................ชีวิต
    ตะเกียง..จิตนำจิตให้..............สู่เส้นทางหวัง ๚
    .

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน