หนึ่งในทรวง!

พุด


http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song72.html

ขอรจนาด้วยหยาดน้ำตาพลีณ..เบื้องหน้าพระพักตร์พระพุทธ
ณ..ลานวัดไชยวัฒนาราม..อยุธยา
ด้วยดวงใจเหว่ว้าไร้ใครเคียงใกล้เข้าใจ


เคยๆมั้ย....
ที่เธอเหน็บหนาวหนาวเหน็บในดวงใจเสียจนยากจะเอ่ยเผยใจ
บอกใครหรือแม้นอยากรำพึงรำพัน
นอกเสียจากนอนซุกร่างนิ่งงันนิ่งนิ่ง
อย่างอ้างว้างดายเดียวในดงหญ้า 
เฝ้ามองดูฟากฟ้าแสนสวยงามยามตะวันชิงพลบ
ยามสายัณห์ตะวันโพล้เพล้เพียงลำพัง
หรือนอนฟังบทเพลงแห่งวสันตฤดู 
ที่กำลังรินพร่างกลางกระท่อมดวงดอกไม้
ที่ไหนสักแห่งในหล้าโลก..ในโลกหล้า
ที่กำลังพร่างหยาดรินสายอย่างช้าช้า
กระทบหลังคาจาก
ฝากเสียงธรรมชาติพริ้งพราวเปาะแปะๆ
ให้ยิ่งหนาวใจ..จนสุดทน..แล้ว..!


เคยๆมั้ย....
ที่เธอแค่อยากหลบร่างห่างไกลผู้คน
ในวังวนวุ่นวาย ไปใช้ชีวิตอย่างเงียบงาม
ถีบจักรยานไปตามเส้นทางสายรวงข้าว
เฝ้าหยุดดูภู่ผึ้งบินว่อนร่อนถลา
ในบึงบัวหลากสีที่กำลังบานสะพรั่งพราว
หอมเร้าใจด้วยอวลแห่งเกสรไสว
ที่กำลังค่อยๆคลี่แย้มแก้มกลีบ
ให้ละอองทองผ่องพรายมากับสายลมในยามค่ำ
ที่นกไพรพากันร้องร่ำหาคู่
พากันโผผินบินกลับรังนอนอันแสนอบอุ่นพร้อมหน้า


เคยๆ...มั้ย
ที่เธอ..อยากเดินท่องไปในเส้นทางลูกรังสายเล็กๆ
ที่สองข้างคืองามแห่งทุ่งหญ้าไหวเอนระเนนล้อลม
ที่ราวกับเส้นทางทองทอทอดพาเธอให้ไปพลอดออเซาะ
กับละเมาะไม้..ใกล้ลำธารหวานระริน
คอยฟังเสียงระรินหลั่งของสายน้ำรักนิรันดร์
ที่กระซิกระริกรี่ไหลพร่างฝากเสียงที่ราวกำลังรำพันตัดพ้อ
 อ้อนเงื้อมผาโตรกธารฟัง ซู่ซ่า  เซาะไซร้ ซุกซิก ราวกระซิบคำรัก


เคยๆ....มั้ย
ที่เธอ..อยากไปนอนเงี่ยหูฟังเสียงสรรพสัตว์ระส่ำไพร
เสียงดนตรีธรรมชาติหวามไหว
ในเงื้อมเงาดวงตะวันสีแดง
แฝงให้หัวใจเธอแสนมีพลังหวังหวาน
ตระการด้วยความรักผืนหล้าผืนไพร 
ด้วยนวลใจที่แสนอบอุ่นกรุ่นด้วยความเข้าใจ

เคย..เคยมั้ย..!
ที่อยากเกิดมาเป็นผู้ให้
เป็นน้ำใจพร่างใสริน
ให้ผู้คนผองชนบนผืนโลกเดียวกันนี้
ที่มิได้มีดวงตาที่สาม 
งามดวงใจใครเล่ารู้ที่ช่อนชุกซึ้งสุขปิติอยู่ณ..ภายใน
เพราะมัวแต่ใฝ่หาเพียงปัจจัยสี่
เพียรเพียงหนีความยากไร้ ให้มีลมหายใจต่อไปวันๆ
ส่วนเธอนั้นแสนโชคดี 
ที่เกิดมากับดวงใจแผกพิเศษนี้
ที่ฟ้าดินสวรรค์เมตตาประทานมาให้
และ


เคย..เคยมั้ย..!
ที่เธอรู้คุณค่าของชีวิต 
รักความพอเพียงเพียงพอ
และราวกับรอเพียงพบฝั่งฝัน
รอพลีจิตนิรมิตราวบัวบานกลางบึงโลกเหนือโศกสุขทุกข์สิ้นทั้งปวง
มิหลงในบ่วงตมพันธนา 
มิหวังคว้าไขว่ในโลกวัตถุใด
อยากมีเพียงดวงจิตดวงใจดวงวาง ว่าง กระจ่างแจ้งดวงที่มิสิ้นแล้งไร้
หากอยากเพียงฝากไว้คือ ค่าแห่งความดี
พลีให้น้องพี่ทุกผู้
ที่คือพี่น้องร่วมโลกโศกชะตากรรมด้วยกัน
หวังพากันเพียรพบร่มแห่งยอดพระธรรมร่มพระรัตนตรัย
คืออัญมณีดวงใสดวงกระจ่าง
ดวงมากเมตตาอภัยแสนมีน้ำใจสวยใสแสนงาม
อันอยู่ภายในร่างใจเราเองใช่ใครใช่ไกล


เคยๆมั้ย....
ที่หัวใจดวงงามดวงดีดวงดิน
เพียงถวิลหวังแค่รจนางานงามใจงามธรรม
หวังระรินร่ำดับร้อนโลกรุนแรง
ให้เลิกพบเศร้า และได้พบพระพุทธศาสนา
ที่ดั่งคือดารารัศมีในกาแลคซี่
ที่แสนพร่างใสไสวสว่างฉ่ำเย็นเป็นอนันตกาล
ก่อนที่ร่างรานใจไร้จะฝากไว้
เป็นหนึ่งเดียวราวธุลีหล้า หาค่าอันใดมิได้
หากมิได้ทันไหวจิต
คิดเพียรพบพลังแห่งปิติเกษมบุญ
สร้างกุศลสมาธิรักษาศีลภาวนา
มิเบียดเบียนใคร 
นอกจากเฝ้าเพ่งเพียรสอนเพียงจิตใสในร่างใจของตัวเรา
ให้เลิกยึดมั่นถือมั่น
เลิกฝันเลิกหลงทางในทะเลโลกย์
ท่วมท่ามทุกข์ทนด้วยหยาดน้ำตา


เคยๆมั้ย...
ที่เธอ..เบื่อโลกโศกสิ้นเหลือใจแล้ว
อยากไปให้ไกลไกลแบบไม่พบพานผู้คน
ให้กมลได้อยู่กับความสงบเงียบงาม
ไปนั่งสวดมนต์ตรงหน้าพระพักตร์พระพุทธ
พิสุทธิปลั่งด้วยพร่างพราวรัศมีทองคำ
อันคือตัวแทนงามแห่งสัจจะธรรมล้ำค่าราวแสงธรรมธารทอง
ที่จะพาจิตเธอลอยล่องท่องสู่ฝั่งฝันอันคือนิรันดร์ว่างงาม
ราวสายธารธาราบุญกรุ่นหอมให้แสนพร่างใส 
ในน้ำพระทัยมากล้นพระเมตตาจากสายพระเนตร
ที่ทอดลงมาอย่างโอบเอื้อ ปลอบประโลม
ด้วย
ราวรับรู้ถึงจิตทิพย์และคำสวดมนต์อันแสนศักดิ์สิทธิ์
อันคือระรินร่ำอันฟังแล้วแสนไพเราะเสนาะโสตกว่า
เสียงจากคีตดนตรีกวีทิพย์บทใด 
ด้วยคือบทสวดจากนวลใจ
จากความถอดใจไม่ยินดียินร้าย
ฝากร่างไร้ใจราน
หวานโศกสุขทิ้งทุกข์ทุกอย่างวางไว้แทบเบื้องบาทจาริกา
หวังเกาะชายผ้าเหลืองเรืองรองผ่องผุด
เข้าสู่รอยธรรมรอยทางทอ
รอยแห่งวิมุติ
ที่จะพาหลุดพ้นจากวังวนแห่งบึงวิบาก
ให้ไปพบท่าทองลอยล่องไปสู่แดนดินแห่งงามว่าง
ไร้ร่าง
ไร้รักรัดร้อยใด
ไม่มี ไม่มี และไม่มีสุขไม่มีทุกข์
ไม่มีตัวไม่มีตนไม่มีเราไม่มีเขา
ไม่มีเหงา ไม่มีเสียใจ ไม่มี ไม่มีและไม่มี
นอกเสียจากความสงบงามสว่างสะอาดราวจิตใสดวงแก้ววิเศษ


เคยๆมั้ย..
ที่เธอร่ำไห้อย่างมิอายฟ้าดิน
เมื่อเธอนั่งนิ่งนิ่งลำพัง ณ..เบื้องหน้าองค์พระปฎิมา
ที่มีเพียงแสงฟ้าราวเรียวรุ้งสีทองผ่องพรายพร่างที่ช่างแสน
พรรณรายฉายทับทอด..ทอจับเงางามณ เบื้องหลังพระปฎษฎางค์
ในท่ามกลางความสลัวมัวหม่นจากมืดหมอกแห่งตะวันลาแห่งพายุร้ายชีวิต
ที่แค่พัดผ่านมาทดสอบ
ความหนักแน่นอดทนแห่งจิตใสใจดวงงามของเราเอง
ใช่ใครที่ไหนเลย


ที่ราวกับ
กำลังมาสอนบทเรียนชีวิต
มวลหมู่มนุษย์ในโลกหล้าที่ยามพบดายเดียว
เหว่ว้าจากคำพิพากษาใด 
หากใจยังคงมั่นมิหวั่นไหว
ราวตะวันในดวงใจยังสว่างใสพร่างพราว
ก็จะยังเฝ้าหมุนอยู่..
มิมีวันแตกดับลับลาหล้าไปกับกาลเวลา
ดั่งคือค่าคนอันเพียงเพียรเพาะบ่มงาม
สร้างความดีพลีเมตตาอภัยอันจักเป็นดั่งงามใจอมตะนิรันดร์........
********************

http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song72.html
พราว แพรว อันดวงแก้วแวว-วาว
สด สี งาม หลายหลากมากนาม นิยม
นิล-กาฬ มุกดา บุษรา คัมคม 
น่า ชม ว่างาม เหมาะสม ดี
เพชรน้ำหนึ่ง งามซึ้ง จึงเป็น ยอดมณี
ผ่อง แผ้วสดสีเพชรดี มีหนึ่งในร้อยดวง
ความ ดี คนเรานี่ ดีใด 
ดี น้ำ ใจที่ให้แก่คน ทั้งปวง
อภัย รู้แต่ให้ไปไม่หวง
เจ็บ ทรวง หน่วงใจให้รู้ ทัน
รู้ กลืน กล้ำ เลิศล้ำ ความเป็น ยอดคน
ชื่น ชอบตอบ ผล ร้อยคน มีหนึ่งเท่านั้นเอย
รู้ กลืนกล้ำ เลิศล้ำ ความเป็น ยอดคน
ชื่น ชอบตอบผล ร้อยคน มีหนึ่ง เท่านั้นเอง...
				
comments powered by Disqus
  • BongNothMaRu

    22 มิถุนายน 2548 11:54 น. - comment id 482866

    41.gif41.gif41.gif
    
    ยาวเนอะ แต่น่าอ่าน
    
    29.gif29.gif29.gif
  • แม่จิตร

    22 มิถุนายน 2548 12:48 น. - comment id 482891

    สวัสดีครับพี่พุด
    
    ผมมองภาพ แล้วจรรโลงใจเป็นอย่างมาก
    
    รู้สึกสบายดีในตอนนี้
  • ราชิกา

    22 มิถุนายน 2548 12:52 น. - comment id 482894

    บางครั้ง..ในบางอารมณ์..เราจะมีความรู้สึกเช่นนั้น...หากสักวันหนึ่ง...เมื่อเราค้นพบ..ใจ..ของเราเองแล้ว...เราจะรู้ว่า..ที่สุดของชีวิต..นั้นคือ..จิต..เพียงดวงเดียว...57.gif57.gif57.gif
    
    ราชิกา..มาชื่นชม..งานงาม...ของพี่พุดค่ะ...แฝงไว้ด้วยแนวคิดมากมาย..ทุกตัวอักษรที่เรียงร้อย...คิดถึงพี่นะคะ..41.gif41.gif57.gif57.gif
  • อัลมิตรา

    22 มิถุนายน 2548 13:51 น. - comment id 482913

    เคยเหน็บหนาวลำพัง รำพึงผู้เดียว
    เคยอ่อนล้าเหลือเกิน แต่ยอมเผชิญผู้เดียว
    เคยหลบหลีกผู้คนจนไกล และร่ำไห้ผู้เดียว
    เคยเจ็บรวดร้าว โดยมิได้บอกใคร เพราะเลือกเอง
  • ขอโทษครับ...ผมเมา

    22 มิถุนายน 2548 16:02 น. - comment id 482968

    เย้......ในที่สุดก็อ่าน งานพี่จบ จนได้
    แต่อันนี้ไม่ยาวเท่าไร ก็เลยอ่านจบ.... 11.gif31.gif51.gif
  • บางคนเรียกทะเลสีน้ำเงิน

    22 มิถุนายน 2548 17:42 น. - comment id 483002

    เคยซิ บางทีก็เคยเป็นในความเคยที่ว่ามาหลายอย่าง...
    
    แต่บางสิ่งไม่เคยเจอเช่นกัน และไม่ปรารถนาได้พานพบ
    
    แต่หลายสิ่งที่ไม่เคยเป็นที่คุณกล่าวมา ด้วยจริตส่วนตัว อยากเป็นผู้เคยสัมผัสบ้างสักครั้งก็ยังดี
    
    โอ หัวใจ......
    งานสวยจริงๆ แม่หญิงบ้านกลอน
  • รักษ์รัก

    22 มิถุนายน 2548 19:05 น. - comment id 483025

    อยากนอนแนบผิวน้ำลำน้ำไหล
    แลล่องลอยปล่อยใจไปเรื่อยเปื่อย
    ลื่นละลิ่วพริ้วร่างพลางลอยเรื่อย
    ตามน้ำเอื่อยอ่อยเอนเย็นทะยอย
    
    ........  ............ ...........นิ่ง
    .......กลิ้ง  ......... ...............คล้อย
    ........... ......... ................ลอย
    ......... .............  พลอยสุขใจ
  • ลักษมณ์

    22 มิถุนายน 2548 22:16 น. - comment id 483057

    มาชื่นชมกับความคิดอ่านยาวๆอันสวยงามของคุณพุดเหมือนอย่างเคยครับ ..
    
    11.gif
  • กุ้งหนามแดง

    23 มิถุนายน 2548 09:00 น. - comment id 483136

    เดินบนคันนา..สดชื่นกว่าเดินบนฟุตบาท เนอะ พี่พุด..ยิ่งถ้าเดินเท้าเปล่าด้วยแล้ว ทั้งเย็นและนุ่มที่สุดเลย..
    ...
  • แก้วประเสริฐ

    23 มิถุนายน 2548 11:36 น. - comment id 483197

    36.gif  เขียนได้ดีจังเลยจ้า
    
               แก้วประเสริฐ.
  • ผู้หญิงไร้เงา

    23 มิถุนายน 2548 22:29 น. - comment id 483530

    เคยเป็นเช่นนั้นวันเก่า
    เคยเป็นกับเราอย่างนี้
    เคยเป็นเช่นกันคนดี
    เคยเป็นที่พี่ว่ามา
    
    11.gifเคยเป็นค่ะ แต่ไม่ได้เป็นทุกข้อ11.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน