29 กุมภาพันธ์ 2551 02:32 น.
ช...
ครืนครืนสะอื้นฟ้าฝนพรำ
หนักกระหน่ำซ้ำซัดจากเวหน
หลั่งเป็นสายดิ่งลู่สู่สกล
มากเสียจนล้นหลากธรณิน
กระแสสินธุ์หลั่งรินมิอาจยั้ง
ปฐพีคลืนพังโศกถวิล
พลัดพาร่างนราวายชีวิน
หายวับสิ้นลงเวิ้งกระแสธาร
โปรดเถิดฝนโปรดคืนร่างมาสนอง
ด้วยยังปองยังหวังยังร้องขาน
ขอเพียงพบศพร่างร้างวิญญาณ
ก็ชื่นบานปนน้ำตาโศกาดูร
ละห้อยโหยอาลัยให้ใจอนาถ
ธรรมชาติพิฆาตชนม์มาดับสูญ
ชั่วพริบตาฟ้าหม่นจนอาดูร
ผู้คนสูญลาลับดับชะตา
24 กุมภาพันธ์ 2551 23:27 น.
ช...
...โสมส่องลอยเลื่อนสูงลิบ
เพ่งเนตรเพียงทิพย์
วิมานม่านฟ้ากระจ่าง
กาลก้าวข้ามเข้าสู่กลาง
มัชฉิมเลือนลาง
ริมทางราตรีเงียบงัน
หรีดหริ่งร่ำทั่วไพวัน
บทเพลงจักจั่น
บอกผ่านม่านรัตติกาล
สมองหนึ่งนั่งนึกตรองฝัน
เรียบเรียงคืนวัน
ได้ฟันได้ฝ่าท้าใจ
คิดคิดชีวิตของใคร
คือเราไฉน
จุดหมายใช่ไกลเกินเอื้อม
หากแม้แยกลับสลับเหลื่อม
ผสานรอยเชื่อม
มิเสื่อมเร่งสานฝันคอย
หยิบหนึ่งเพียงใจน้อยๆ
ปั้นฝันมิถอย
คอยวันพบฝันโสภา
23 กุมภาพันธ์ 2551 02:26 น.
ช...
...นภาฟ้ากระจ่าง
จำรัสทางช่างสุกใส
ฟ้าเด่นเห็นไกลไกล
วะวับไหวไฟแสงดาว
สกาวดาวเด่นดวง
งามโชติช่วงห้วงกลางหาว
กระพริบระยิบพราว
ช่างเด่นเจ้าดาวดารา
รวมกันนั้นนับล้าน
ตั้งละลานกลางเวหา
คล้ายดั่งลานเทวา
ณ.นภาฟ้าราตรี
เป็นภาพงามจับจิต
ด้วยนิมิตคิดสุขี
เกิดสุข ณ.ยามนี้
ดวงฤดีนี้สุขเอย.