6 มีนาคม 2548 16:10 น.

::: ทะเลนี้สีชมพู :::

ชมอักษร

ถัดออกไปเป็นนกนางนวลฝูงเล็กๆ ประมาณสิบตัว ลอยตัวในน้ำบ้าง บินวนเวียนหาโอกาสโฉบลงจับปลากินบ้าง  ขณะที่บนฝั่ง นกเอี้ยงหลายตัวค่อยๆทยอยกันมาเตร็ดเตร่บนชายหาดใกล้ๆ กับที่เธอเพิ่งนั่งลงไป  เสียงเจื้อยแจ้วของพวกมันประสานกับเสียงคลื่นกระทบหาดเบาๆ ฟังคล้ายเสียงดนตรีธรรมชาติบรรเลง  

นกที่นี่มันเลือกหรือเปล่าครับ  ว่าจะเชื่องกับใคร   เสียงทุ้มนุ่มไม่คุ้นหูที่ทักถามมาทำให้เธอต้องเหลียวไปมอง
คงเลือกมั้งคะ  ว่าเป็นคนที่ไม่ทำร้ายมัน    เธอตอบหลังจากมองเจ้าของเสียงนั้นเต็มตาแล้ว

              เธอจำได้ว่าเมื่อบ่ายนี้เองที่เขาแวะไปที่ร้านของเธอ เปิดตู้แช่ที่ตั้งอยู่หน้าร้านแล้วใช้สายตาเลือกอยู่สักครู่ก่อนที่จะหยิบน้ำดื่มที่แช่ไว้ออกมาหนึ่งขวด ส่งธนบัตร 500 บาท หนึ่งใบให้เธอโดยไม่ถามราคา  ตอนนั้นเธอถึงกับเผลอทำหน้าขมึงทึงด้วยความไม่พอใจ แต่ไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรเขาก็เปิดซองธนบัตรให้เธอดูว่าเขาไม่มีธนบัตรราคาต่ำกว่านั้น  สายตาขอโทษบวกกับรอยยิ้มของเขาทำให้เธอเย็นลงได้อย่างเหลือเชื่อ  และพอเธอส่งเงินทอนให้ เขาก็รับไปเก็บลงในซองธนบัตรแล้วเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ    นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ภาพของผู้ชายรูปร่างหน้าตาธรรมดาๆ แต่งตัวเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป สะพายเป้หลังแบบที่เห็นกันดาดดื่น  ยังสามารถติดตาเธอจนกระทั่งมายืนอยู่ต่อหน้าเธออีกครั้งในตอนนี้

พูดเป็นเหมือนกันหรือคะ เธอถามบ้าง	
ครับ เขาตอบสั้นๆ จนเธออดคิดไม่ได้ว่าเหมือนไม่เต็มใจตอบ
เมื่อกี้ผมก็มานั่งตรงนี้  ไม่เห็นนกพวกนี้มันบินเฉียดมาเลย  อ้อ พูดยาวๆ ก็เป็นเหมือนกันนี่นา  เธอคิด
แต่พอคุณเดินมานั่ง  พวกมันก็บินลงมาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ คุณ
นกรู้น่ะค่ะ เธอบอก มีอาหารให้มันกิน มันก็มาหา
นกอะไรนะครับ  ผมฟังไม่ถนัด เขาทำหน้าฉงน 
นกรู้  เป็นสำนวนไทยไงคะ ที่แปลเป็นนัยๆว่า  ฉลาด
อ๋อ  ผมก็หลงนึกว่าเป็นชื่อพันธุ์นกในภาษาท้องถิ่นที่นี่เสียอีก เขาพูดยิ้มๆ จนเธอชักไม่ไว้ใจ 
เธอหันไปง่วนกับการบิขนมปังที่ถือติดมือมาออกเป็นชิ้นเล็กๆ  แล้วทยอยโปรยลงบนพื้นทรายใกล้ๆ ตัว  เหล่านกเอี้ยงที่รอท่าอยู่แล้วก็พากันกระโดดมาจิกกินจนหมดก่อนจะบินจากไป

จะมาพักที่เกาะนี้กี่วันคะ เธอถามขณะค่อยๆ หันหน้ามาทางที่เขายืนอยู่เมื่อครู่นี้
แต่กลับพบว่าเขาเดินจากไปไกลแล้ว   มันทำให้เธออดคิดอย่างหงุดหงิดไม่ได้ว่าคนผีทะเลอะไรกันนี่  นึกจะมาก็มานึกจะไปก็ไป  โดยไม่บอกไม่กล่าว


               อ่าวต้นไทรหวนคืนสู่ความคึกคักด้วยผู้คนอีกครั้งในยามค่ำเมื่อบรรดานักท่องเที่ยวออกมาจับจ่ายซื้อของกินของใช้รวมทั้งของที่ระลึกตามอัธยาศัย   บางคนก็เลือกเดินเที่ยวชมบรรยากาศแทนการจับเจ่าอยู่ในที่พักหรือนั่งฟังเพลงในร้านอาหาร   

               ตอนที่เขามาหยุดยืนรีรอที่บริเวณหน้าร้านเล็กๆ ของเธอนั้น  เธอกำลังง่วนอยู่กับการขายสินค้าให้ฝรั่ง 2 คนที่เข้ามาเป็นลูกค้าในร้าน  

รอสักครู่นะคะ เธอบอกโดยไม่ทันมองหน้าเขา
รับอะไรคะ  เธอหันไปหลังเสร็จจากให้บริการลูกค้าที่มาก่อนแล้ว
มาซื้อสบู่เหลวกับแชมพูสระผมน่ะครับ เขาตอบ 
เอายี่ห้ออะไร ขนาดไหนล่ะ น้ำเสียงเธอห้วนโดยอัตโนมัติเมื่อรู้ว่าเป็นเขา
ความรู้สึกหงุดหงิดเมื่อตอนเย็นที่หายไปแล้วเริ่มหวนมาอีกครั้ง  ทั้งๆที่แต่ไหนแต่ไรมาหลังจากโกรธง่าย  ก็หายเร็ว  และเมื่อหายแล้วก็แล้วกันไปเหมือนไม่เคยมีเรื่องนั้นเกิดขึ้นมาด้วยซ้ำ

เขาหันไปเอื้อมหยิบสบู่เหลวกับแชมพูที่ต้องการจากชั้นวางสินค้ามาส่งให้เธอใส่ถุง แล้วชำระเงินตามที่เธอบอกราคาก่อนที่จะรับถุงสินค้าจากมือเธอ

ขอโทษด้วยนะครับที่เมื่อตอนเย็นผมปลีกตัวไปโดยไม่ได้ร่ำลา  เขาพูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงและแววตาสำนึกผิด  เห็นคุณเพลินกับการให้อาหารนกน่ะ
ฉันไม่ได้ติดใจหรอกค่ะ  ไม่ได้ใส่ใจด้วยซ้ำไป  หางเสียงของเธอประชดประชัน
ถึงอย่างไรผมก็ควรจะขอโทษ  และดีใจที่รู้ว่าไม่ได้ทำให้คุณโกรธ ท้ายประโยคของเขาทำเอาเธอรู้สึกเหมือนน้ำลายติดคอ
ผมไปก่อนนะครับ พูดจบเขาก็เดินจากไปโดยไม่รอให้เธอตอบ  


           ดึกแล้ว ...  แต่เธอยังคงนั่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์  วนเวียนเข้าไปยังเว็บไซต์นี้ทีโน้นทีด้วยความหวังว่าจะเห็นร่องรอยของใครบางคน  
แม้ว่าจนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีวี่แววว่าใครคนนั้นจะออนไลน์  
ยิ่งไม่ต้องหวังว่าเขาจะเข้ามาทักทายเธอทาง Msn เหมือนเช่นเคย    
มันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เมื่อคืนก่อนแล้ว  แม้จะแค่สองคืนแต่มันเป็นเรื่องผิดปกติไปจากความเคยชิน   ก็ใช่ว่าเขาจะไม่เคยหายไปจากโลกไซเบอร์ส่วนนี้ 
เพียงแต่คราวนี้เป็นการหายไปโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าเหมือนครั้งก่อนๆ  
วูบหนึ่งของอารมณ์  เธออดห่วงใยเขาไม่ได้  เพราะถึงจะไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเลย  แต่การได้อ่านทุกตัวอักษรที่เขาร้อยเรียงลงในเว็บบอร์ด แถมด้วยภาพประกอบที่เขาช่างสรรหามา  ก็มีแรงดึงดูดให้เธอลงทุนเป็นฝ่าย add เข้าไปทักทายกับเขาทาง Msn นอกเหนือจากที่ไปป้วนเปี้ยนในทุกกระทู้ที่เขาเปิดขึ้น 
และยิ่งคุยกันมากเข้าเธอก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาเป็นคนมีน้ำใจไมตรีน่าคบหา

              เธอต้องยอมรับกับตัวเองว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่เรียงร้อยถ้อยคำได้ลื่นไหลและเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน  มันฟ้องว่าเขาให้ความสำคัญกับการมีแบบแผน  ถ้อยคำที่เขาเขียนน่าจะผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดีจนอ่านทีไรก็สัมผัสได้ถึงความหนักแน่นแต่นุ่มนวลละเมียดละไม  
ทุกครั้งที่ได้คุยกันทาง Msn ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกดีและอบอุ่นใจอย่างประหลาดกับอัธยาศัยไมตรีบวกด้วยอารมณ์ขันที่ถูกกาละเทศะของเขา  
เสียอย่างเดียวก็ตรงที่เขาไม่เคยแสดงท่าทีเกี้ยวพาราสีเธอหรือสาวๆ ที่รุมกันแวะเวียนในกระทู้ของเขาเลย  

             เธอย้อนคิดถึงเรื่องราวของตัวเองบ้าง  บัณฑิตสาวที่แสนโชคร้าย  อุตส่าห์ได้งานทำที่บริษัทแห่งหนึ่ง  แล้ววิกฤติเศรษฐกิจก็ทำให้บริษัทที่เธอทำงานด้วยต้องปิดกิจการลงจนเธอต้องกลายเป็นคนตกงาน   ระหว่างมืดมนสำหรับการหางานใหม่  น้าสาวก็ชวนเธอมาช่วยทำงานที่นี่  ความรู้ภาษาอังกฤษที่พอจะมีนั้นช่วยให้เธอพูดคุยกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้โดยไม่เมื่อยมือ  
และการใช้คอมพิวเตอร์เป็นก็ช่วยให้เธอสามารถเพิ่มช่องทางธุรกิจของน้าสาวด้วยการแบ่งพื้นที่ว่างในร้านทัวร์นี้มาทำเป็นอินเตอร์เน็ตคาเฟ่   พร้อมทั้งค่อยๆ เก็บหอมรอมริบทีละเล็กทีละน้อยจนมีเงินทุนเพียงพอสำหรับเปิดร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ดเล็กๆ ของตัวเองขึ้นมาข้างๆ กัน  จากนั้นทุกอย่างก็เหมือนหล่มโคลนที่เธอตกลงไปแล้วไม่สามารถปีนกลับขึ้นมาได้  
หลายปีแล้วที่ชีวิตเธอจำเจกับการดูแลกิจการเหล่านี้จนแทบไม่ได้ขึ้นฝั่งแผ่นดินใหญ่เลย

ความคิดของเธอเรื่อยเปื่อยไปถึงบางประโยคของผู้ชายอีกคน  ก็คนที่ทำให้เธอหงุดหงิดหลายหนในชั่วเวลาเพียงจากบ่ายถึงค่ำที่ผ่านมานี้แหละ  
ประโยคแรกที่เขาทักทายเธอเมื่อตอนเย็นดูมีแบบแผนแตกต่างจากการพูดของคนทั่วๆไป  ยิ่งตอนค่ำที่เขาฉวยโอกาสเอาคำพูดของเธอย้อนมาผูกมัดเธอ  มันทำให้เธอถึงกับสาบานไว้ว่าจะต้องเอาคืนให้ได้


               เธอเห็นเขาทำท่าแปลกใจเล็กน้อยตอนก้าวผ่านประตูร้านเข้ามาแล้วเห็นเธอนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์นี้  
เธอเองก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกันว่าในละแวกอ่าวต้นไทรนี้ก็มีร้านทัวร์อยู่หลายร้าน  ทำไมเขาจะต้องบังเอิญเข้ามาในร้านนี้ด้วย  
แต่คิดในแง่ดีแล้วก็เท่ากับว่าเธอยังมีโอกาสแก้แค้นที่เสียเชิงเขาไปเมื่อวานนี้   และคราวนี้เธอจะระมัดระวังทุกถ้อยคำแล้วรอโอกาสตอนที่เขาพลาดเอง  
เธอเลี้ยงแมวมานานพอที่จะรู้ว่าแมวนั้นมีความอดทนขนาดไหนกับการรอโอกาส

ตอนผ่านร้านคุณผมเห็นแต่น้องคนนั้นดูแลร้านอยู่คนเดียว  นึกว่าคุณยังไม่ตื่นซะอีก เขาทักทาย
ตอนเช้าร้านนี้มักจะมีลูกค้ามาติดต่อพร้อมกันหลายรายค่ะ  เลยต้องมาช่วยน้องเขา  เธอตอบยิ้มๆ 
แล้วผมควรจะติดต่อกับคุณหรือกับน้องคนนี้ล่ะครับ ตอนท้ายเขาหมายถึงเด็กสาวที่นั่งอยู่กับเธอหลังเคาน์เตอร์นั้น
อยากได้รายละเอียดการท่องเที่ยวน่ะครับ เขาพูดต่อหลังจากได้แค่รอยยิ้มของหญิงสาวสองคนแทนคำตอบ
จะตกปลา หรือชมทัศนียภาพล่ะคะ เธอย้อนถาม
ชมทัศนียภาพครับ  ผมเป็นคนทำบาปไม่ขึ้น  ตรงนี้เธอเกือบสวนกลับไปว่าน่าเชื่อตายละ
มีทั้งแบบครึ่งวัน และเต็มวันค่ะ เธอบอกแล้วหยิบแผ่นพับรายละเอียดการท่องเที่ยวมาประกอบการอธิบายให้เขาฟัง
มีไกด์ให้ด้วยหรือเปล่าครับ
ถ้าเป็นวันนี้ ไกด์ของเราไม่ว่างแล้วค่ะ  ดิฉันเองยังต้องรับบทไกด์จำเป็นด้วยเลย
เอาอย่างนี้ไหมคะ เธอเสนอทางแก้ปัญหาเมื่อเห็นเขามีสีหน้าผิดหวัง 
วันนี้กลุ่มที่ดิฉันดูแลเป็นครอบครัวคนไทย พวกเขาอาจยอมให้คุณร่วมแชร์เพราะมีที่ว่างเหลือในเรือ  แต่ต้องรอถามพวกเขาดูก่อนนะคะ
       

               ตลอดทริปนั้น  เธอสังเกตว่าเขาทำตัวกลมกลืนไปกับคนอื่นๆ ได้ดีพอใช้  แม้ว่าส่วนใหญ่เขาจะสวมบทบาทเป็นเพียงผู้ติดตามในคณะทัวร์เล็กๆ ที่ประกอบด้วยสามีภรรยาคู่หนึ่งกับลูกชายและลูกสาววัยกำลังซนอย่างละคนโดยมีเธอเป็นมัคคุเทศก์เฉพาะกิจ   แต่ทุกครั้งที่แวะขึ้นฝั่งตามอ่าวต่างๆ เขาก็แสดงน้ำใจด้วยการช่วยอุ้มเด็กขึ้น-ลงเรือและช่วยเธอขนสัมภาระที่จำเป็น  และดูเหมือนว่าเขาจะใช้เวลาไม่นานนักก็ผูกมิตรกับเด็กชายเด็กหญิงสองคนนั้นจนกลายเป็นเพื่อนซี้ต่างวัย   ตอนจะแยกย้ายจากกันเด็กๆก็ยังมีทีท่าอาลัยอาวรณ์เขาไม่น้อย
เธอยังหาโอกาสแก้แค้นเขาไม่ได้  แต่อย่างน้อยเธอก็ได้รู้ว่าเขาจะยังพักอยู่ที่เกาะนี้ต่อไปอีกหลายวัน  


           เพิ่งจะล่วงบ่ายแก่ๆ  ระหว่างที่เธอกำลังเดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อยบนทางเดินที่ปูด้วยซีเมนต์บล๊อกผ่านร่มเงาของดงมะพร้าวและร้านรวงมุ่งหน้าไปยังโละดาลัมหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าอ่าวหลัง  

คืนที่ผ่านมาเธอพบว่ายังไม่มีวี่แววของคนในอินเตอร์เน็ตที่เธอรอเลย  และหลังกลับจากทริปทัวร์เมื่อเย็นวันวานจนถึงนาทีนี้คนที่เธอหาโอกาสแก้แค้นก็ยังไม่โผล่หน้ามาให้เห็น  ความจริงเรื่องที่เขาทำให้เธอหงุดหงิดแต่ละครั้งก็แค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ  อีกทั้งเธอก็ไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไรนักหรอก  
เพียงแต่ความรู้สึกว่าเสียเชิงคารมเขามันท้าทายเธอที่แต่ไหนแต่ไรมาเป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ 

ผมเดินไปด้วยได้ไหมครับ เป็นเขาที่ก้าวมาเดินตีคู่ไปกับเธอ 
กำลังจะไปหาคุณที่ร้าน  พอดีเห็นคุณเดินเลี้ยวมาทางนี้  เลยรีบตามมา         
ผมต้องขอบคุณสำหรับเมื่อวานนี้ เขาพูดต่อเมื่อเห็นเธอไม่ตอบ คุณทำให้ผมชอบเกาะนี้นะ
คุณน่าจะชอบเกาะอื่นมากกว่า เธอยิ้มอย่างมีเลศนัย  เขาเลิกคิ้วขึ้นพร้อมจ้องหน้าเธอเป็นเชิงสงสัยว่าเธอจะพูดอะไรต่อไป  
เกาะแกะไงคะ

ถึงตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองนั้นกำลังมีอารมณ์แจ่มใสที่สุดในระยะ 2-3 วันมานี้ หรืออาจจะในรอบปีด้วยซ้ำ  ยิ่งเขาไม่ตอบอะไรแต่กลับทำเป็นเฉยเสียซึ่งเท่ากับยอมแพ้โดยปริยายด้วยแล้ว  
มันเพียงพอที่จะทำให้สีหน้าเธอชื่นบานมิหนำซ้ำแววตายังสดใสเป็นประกาย  ถ้าไม่ติดว่าเขาเดินอยู่ข้างๆ เธอคงฮัมเพลงอย่างมีความสุขเชียวแหละ

น้ำทะเลกำลังขึ้น เขาเปรยขึ้นทันทีที่เธอกับเขาโผล่พ้นแนวต้นมะพร้าวและร้านรวงออกมาสู่ชายหาด 
คุณรู้ได้ยังไงว่าไม่ใช่น้ำกำลังลง
คุณจำวันแรกที่ผมทักทายคุณได้ไหม  ตอนนั้นเวลาเย็นกว่านี้หน่อย และน้ำขึ้นเต็มที่ เขาเว้นระยะนิดหนึ่ง 
น้ำทะเลจะขึ้นเต็มที่วันละ 2 ครั้ง  แต่เวลาที่น้ำขึ้นเต็มที่ในช่วงเวลาเดียวกันของวันถัดไปจะห่างจากวันก่อนๆออกไปอีกวันละ 50 นาที  อย่างที่เห็นนี่กว่าน้ำจะขึ้นเต็มที่ก็คงเกือบค่ำ
คุณนี่รู้มากดีนะ เธออดไม่ได้ที่จะหยอกเขา แต่เขาทำเฉยเสีย   
เดินลุยน้ำเล่นกันไหมครับ เขาชวน  เธอพยักหน้าแล้วต่างคนก็ต่างก้มลงจัดการให้ปลายขากางเกงของตัวเองขึ้นมาม้วนรวมกันเหนือเข่าก่อนที่จะก้าวเคียงกันลงไปในทะเลของอ่าวโละดาลัมซึ่งตอนนี้ตลอดทั่วเวิ้งอ่าวจะมีระดับน้ำสูงประมาณคืบเดียว  
บางครั้งจะเห็นกุ้งเล็กๆ ปลาเล็กๆ พากันว่ายเวียนอยู่ใกล้ๆ    
ผมมีเรื่องจะสารภาพกับคุณ เธอถึงกับหยุดเดินแล้วหันมาจ้องหน้าเขาเขม็ง
 
ผมคือ ชิตะ 

หมายความว่าคุณเป็นคนที่ฉันคุยด้วยใน Msn มาเป็นปีๆ เธอถามย้ำด้วยน้ำเสียงและสีหน้าตื่นเต้น
ทำไมไม่บอกแต่แรก  ทำไมไม่บอกก่อนว่าจะมา  รู้ไหมว่าฉันนึกเป็นห่วงที่คุณเงียบหายไป เธอยิงคำถามใส่เขาเป็นชุด
ก็อยากให้คุณ surprise ไง เขาตอบยิ้มๆ 

             เธอกับเขาเดินท่องน้ำคุยกันไปอย่างไม่รู้จักเบื่อหน่าย  ตอนนี้ต่างคนต่างได้รู้ว่าภาพของอีกฝ่ายที่ตนเคยวาดไว้ในใจนั้นไม่ได้ผิดจากความเป็นจริง  ซึ่งต้องขอบคุณสวรรค์ที่นอกจากชื่อที่ใช้ในการเล่นอินเตอร์เน็ตที่เป็นนามแฝงแล้ว  
ทั้งเธอและเขาไม่เคยเสแสร้งแต่งเติมเรื่องราวและภาพลักษณ์ของตัวเองแม้แต่น้อย  ทำให้นาทีนี้ต้นมิตรภาพที่เดิมงอกงามดีอยู่แล้วนั้นผลิดอกสะพรั่งอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งน้ำทะเลค่อยๆเพิ่มระดับขึ้นมาเกือบถึงเข่าของเธอ  เขาจึงชวนเธอเดินกลับขึ้นมายังฝั่ง  ที่ชายหาดเขาเอ่ยปากว่าอยากได้เธอเป็นเพื่อนกินอาหารมื้อเย็นวันนั้น  ซึ่งเธอก็ตกลงแต่มีเงื่อนไขว่าเขาต้องยอมให้เธอทำหน้าที่เจ้าถิ่น  ก่อนแยกจากกันเขานัดหมายว่าจะมารับเธอที่ร้านตอนหกโมงเย็น    
 

Why do bird suddenly appear
Everytime you are near.
Just like me, they long to be
Close to you.   


              เขายิ้มให้เธอเมื่อเสียงเพลงนี้ดังมาจากลำโพงเครื่องเสียงของร้านอาหาร  เธอเลือกร้านนี้เพราะมันตั้งอยู่ริมหาดโละดาลัมใกล้กับจุดที่เขาทักทายเธอครั้งแรก  
โต๊ะที่เธอกับเขานั่งก็อยู่นอกสุดชิดริมหาด  เขาเลือกที่จะนั่งเก้าอี้ตัวที่อยู่ตรงข้ามกับเธอและให้เธอรับภาระในการเลือกสั่งอาหารทั้งหมด  โดยมีข้ออ้างง่ายๆว่าเขาไม่เคยมากินอาหารที่ร้านนี้  

เพลงนี้  ความหมายดีนะครับ	
ค่ะ
รู้ไหมครับว่าทำไมผมเลือกนั่งตรงนี้แทนที่จะนั่งข้างๆคุณ เธอสั่นศีรษะเป็นคำตอบ
จากตรงนี้ ผมจะมองหน้าคุณได้เต็มตาที่สุด และมีโอกาสสบตาคุณได้ด้วย
คุณเชื่อไหมที่เขาว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ เขาเปลี่ยนมาถามเมื่อเห็นเธอทำท่าว่าจะเลือกเป็นฝ่ายฟังเฉยๆ
อืมมม  ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ เธอตอบโดยไม่ทันเฉลียวใจว่าเขากำลังปูทางไปสู่จุดหมายที่วางไว้
แปลว่าคุณเชื่อว่าเมื่อเรามองตาใคร  เราสามารถเห็นถึงในหัวใจของเขาได้
ค่ะ 
งั้นคุณคงเห็นนะว่าตอนนี้มีใครนั่งอยู่ในหัวใจของผม เธอรู้ว่าเขาหมายถึงเงาของเธอที่สะท้อนเป็นภาพในดวงตาของเขา
เวลาที่คุณสบตาใคร คุณก็มีคนนั้นนั่งอยู่ในหัวใจสินะ เธอไม่ยอมแพ้
เก่งครับ  ไล่ไม่จนเลย  เขาพูดพร้อมกับหัวเราะ  พาให้เธอพลอยหัวเราะร่วนไปด้วย


                ขณะที่เธอยืนมองตามเรือซึ่งบรรทุกกลุ่มลูกค้าร้านทัวร์ภายใต้การดูแลของเธอค่อยๆแล่นออกจากท่าของอ่านต้นไทรไปนี้เป็นเวลาเริ่มสายและน้ำทะเลกำลังขึ้นเต็มที่  ทำให้เธอหวนนึกถึงคำพูดของเขาเกี่ยวกับเวลาที่น้ำจะขึ้นเต็มที่ในแต่ละวัน  
นึกไปแล้วก็อายตัวเอง  ข้อหาอยู่กับทะเลมาแรมปี แต่กลับต้องให้คนที่บ้านอยู่ไกลฝั่งทะเลสอนเรื่องนี้

ใจลอยถึงใครหรือครับ  ผมหรือเปล่า เสียงเขามาจากข้างหลังของเธอ
คุณนี่โมเมเก่งเหมือนกันนะ หันกลับไปตอบแล้วเธอก็ต้องนึกอายตัวเองอีกครั้งเพราะรู้แก่ใจว่าความจริงเป็นอย่างไร
เย็นนี้คุณว่างไหม? เขาถาม ถ้าว่าง  ผมจะได้ขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงคุณบ้างไง
เย็นนี้ต้องดูแลร้านเองค่ะ  เมื่อคืนน้องเขาเพิ่งมาขออนุญาตว่าจะกลับบ้านบ่ายนี้ เธอหมายถึงเด็กสาวที่ช่วยดูแลร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ด  
ที่จริงไม่กี่วันก่อนน้องเขาก็เพิ่งกลับไปบ้านมาแหม็บๆ  สงสัยจะคิดถึงแฟนมั้ง ตอนท้ายเธอทำหน้าเอือมระอา
คุณไม่อนุญาตก็ได้นี่นา  เขาติง
ฉันปฏิเสธใครไม่เป็นนี่คะ

แต่งงานกับผมได้ไหมครับ เขาถามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

             เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว และแม้เธอจะไม่ตอบคำถามนั้น  ซ้ำกลับจ้องหน้าเขานิ่ง แต่เขาก็สังเกตได้ว่าสีหน้าของเธอมีสีชมพูเข้มขึ้นๆ  จนทำให้ทุกอย่างรอบตัวเขาและเธอ แม้กระทั่งน้ำทะเลที่เคยเป็นสีคราม ต้องกลายเป็นสีชมพูไปด้วย


                                          ..........................................................    				
26 กันยายน 2547 14:58 น.

::: ถ้าฉันจะรักใครสักคน :::

ชมอักษร

แต่ฉัน .. เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดา .. ที่อยากมีความรักแบบสาวชาวสวนกับคนตัดฟืน ..
ชี้ชวนกันดูดอกไม้ใบหญ้าพลิ้วไหวตามแรงลมในยามเช้า ..
และตระกองกอดกันแหงนมองหมู่ดาวยามค่ำคืน ..
มีเสียงเพลงบรรเลงจากเครื่องดนตรีสายกล่อมฝันให้หลับสบายยามนิทรา ..
เพื่อตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตประจำวันอย่างเรียบง่าย ..

ฉัน .. ไม่ต้องการการดูแลประคบประหงม ตลอดเช้าจรดค่ำ ..
หวังเพียงได้รับการเอาใจใส่ ..  แวะเวียนมาให้อาหาร และหยอกล้อพูดจา ..
ดั่งปลาทองที่ว่ายวนอยู่ในโหลแก้ว ..  รอเวลาให้ผู้เลี้ยงเดินเข้ามาหา ..
เฝ้ามองฉันอย่างรู้สึกผ่อนคลาย .. หลังจากที่เหนื่อยล้ามาจากการทำงานตลอดทั้งวัน ..

ฉัน .. ไม่ชอบเบาะหนังราคาแพงในรถยนต์คันหรู .. ที่มีเขาเป็นเจ้าของ
เพราะฉันไม่ปรารถนาเป็นตุ๊กตาหน้ารถ .. ที่ทำได้เพียงจับจ้องมองดูใบหน้าด้านข้างของเขา ..
หรือคอยยื่นมือไปวางทาบบนหน้าขาในยามที่รู้สึกว่าเขาไม่มองหน้าฉันนานแล้ว ..

แต่ฉัน .. ยินดีที่จะเดินเท้า .. ขอเพียงมือของฉันถูกเกาะกุมอย่างแนบสนิทในฝ่ามืออุ่นหนา ..
ถ่ายเทความรู้สึกถึงกันและกัน .. อย่างคนที่ไม่มีวันทอดทิ้งกันไปไหน ..
และเมื่อเดินจนเมื่อยเท้า .. ฉันก็ยินดีที่จะแนบดวงหน้าไปกับแผ่นหลังอุ่นกว้าง ..
สองมือโอบกอดเอวของเขา .. แสดงความเชื่อมั่นถึงความปลอดภัยในการเดินทาง ..
ขณะนั่งซ้อนท้ายอยู่บนพาหนะสองล้อที่เขาแสนจะภูมิใจ ..

ฉัน ..ไม่ต้องการไปทานอาหารในร้านหรู .. ดื่มด่ำบรรยากาศโรแมนติคแสนแพงทุกมื้อค่ำ ..
แค่ไข่เจียวฝีมือของเขา .. โรยหน้าด้วยความรัก .. โปะลงบนความเข้าใจ .. 
ใส่มาในภาชนะที่มั่นคงดุจจิตใจของเขา .. ฉันคิดว่ามันน่าทานกว่าฝีมือเชฟค่าตัวสูงเสียอีก ..
ก็อาหารที่อร่อยน่ะ .. บางครั้งไม่ได้อยู่ที่รสชาติอาหาร ..
ไม่ได้อยู่ที่บรรยากาศเลิศหรู .. หากแต่อยู่ที่ว่าเรานั่งทานกับใครมากกว่า ..

.............................................
...................
........
................


ฉัน .. ละสายตาจากหน้าจอมอนิเตอร์ .. ทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง ..
ใคร่ครวญถึงตัวอักษรมากมายที่ผ่านสายตาไปเมื่อครู่ .. 
ไดอารี่ออนไลน์ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันรู้จักมักคุ้นกับเธอดี  ..
ฉันอ่านจบไปแล้ว 1 รอบ .. แล้วอ่านมันซ้ำอีกครั้ง ... 
ไม่รู้เป็นไรสินะ .. ฉันอ่านไปไม่ถึงครึ่ง ..
ใจของฉันกลับหวิวไหวจนต้องถอนสายตาออกจากตัวหนังสือ ..
ฉันจับจ้องไปที่แมลงตัวหนึ่ง .. ซึ่งกำลังบินลงเกาะบนเกสรดอกไม้ดอกที่หมายตา .. 


ภาพแมลงและดอกไม้พร่าเบลอไป .. แทนด้วยเสียงแว่วเข้ามาในโสตประสาท .. 

.. ถ้าฉันจะรักใครสักคน ..


และ .. ตอนนี้หัวใจของฉันกำลังลอยไปไกลครึ่งฟ้า ..


............................................				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟชมอักษร
Lovings  ชมอักษร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟชมอักษร
Lovings  ชมอักษร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟชมอักษร
Lovings  ชมอักษร เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงชมอักษร