::: ทะเลนี้สีชมพู :::

ชมอักษร

ถัดออกไปเป็นนกนางนวลฝูงเล็กๆ ประมาณสิบตัว ลอยตัวในน้ำบ้าง บินวนเวียนหาโอกาสโฉบลงจับปลากินบ้าง  ขณะที่บนฝั่ง นกเอี้ยงหลายตัวค่อยๆทยอยกันมาเตร็ดเตร่บนชายหาดใกล้ๆ กับที่เธอเพิ่งนั่งลงไป  เสียงเจื้อยแจ้วของพวกมันประสานกับเสียงคลื่นกระทบหาดเบาๆ ฟังคล้ายเสียงดนตรีธรรมชาติบรรเลง  
นกที่นี่มันเลือกหรือเปล่าครับ  ว่าจะเชื่องกับใคร   เสียงทุ้มนุ่มไม่คุ้นหูที่ทักถามมาทำให้เธอต้องเหลียวไปมอง
คงเลือกมั้งคะ  ว่าเป็นคนที่ไม่ทำร้ายมัน    เธอตอบหลังจากมองเจ้าของเสียงนั้นเต็มตาแล้ว
              เธอจำได้ว่าเมื่อบ่ายนี้เองที่เขาแวะไปที่ร้านของเธอ เปิดตู้แช่ที่ตั้งอยู่หน้าร้านแล้วใช้สายตาเลือกอยู่สักครู่ก่อนที่จะหยิบน้ำดื่มที่แช่ไว้ออกมาหนึ่งขวด ส่งธนบัตร 500 บาท หนึ่งใบให้เธอโดยไม่ถามราคา  ตอนนั้นเธอถึงกับเผลอทำหน้าขมึงทึงด้วยความไม่พอใจ แต่ไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรเขาก็เปิดซองธนบัตรให้เธอดูว่าเขาไม่มีธนบัตรราคาต่ำกว่านั้น  สายตาขอโทษบวกกับรอยยิ้มของเขาทำให้เธอเย็นลงได้อย่างเหลือเชื่อ  และพอเธอส่งเงินทอนให้ เขาก็รับไปเก็บลงในซองธนบัตรแล้วเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ    นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ภาพของผู้ชายรูปร่างหน้าตาธรรมดาๆ แต่งตัวเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป สะพายเป้หลังแบบที่เห็นกันดาดดื่น  ยังสามารถติดตาเธอจนกระทั่งมายืนอยู่ต่อหน้าเธออีกครั้งในตอนนี้
พูดเป็นเหมือนกันหรือคะ เธอถามบ้าง	
ครับ เขาตอบสั้นๆ จนเธออดคิดไม่ได้ว่าเหมือนไม่เต็มใจตอบ
เมื่อกี้ผมก็มานั่งตรงนี้  ไม่เห็นนกพวกนี้มันบินเฉียดมาเลย  อ้อ พูดยาวๆ ก็เป็นเหมือนกันนี่นา  เธอคิด
แต่พอคุณเดินมานั่ง  พวกมันก็บินลงมาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ คุณ
นกรู้น่ะค่ะ เธอบอก มีอาหารให้มันกิน มันก็มาหา
นกอะไรนะครับ  ผมฟังไม่ถนัด เขาทำหน้าฉงน 
นกรู้  เป็นสำนวนไทยไงคะ ที่แปลเป็นนัยๆว่า  ฉลาด
อ๋อ  ผมก็หลงนึกว่าเป็นชื่อพันธุ์นกในภาษาท้องถิ่นที่นี่เสียอีก เขาพูดยิ้มๆ จนเธอชักไม่ไว้ใจ 
เธอหันไปง่วนกับการบิขนมปังที่ถือติดมือมาออกเป็นชิ้นเล็กๆ  แล้วทยอยโปรยลงบนพื้นทรายใกล้ๆ ตัว  เหล่านกเอี้ยงที่รอท่าอยู่แล้วก็พากันกระโดดมาจิกกินจนหมดก่อนจะบินจากไป
จะมาพักที่เกาะนี้กี่วันคะ เธอถามขณะค่อยๆ หันหน้ามาทางที่เขายืนอยู่เมื่อครู่นี้
แต่กลับพบว่าเขาเดินจากไปไกลแล้ว   มันทำให้เธออดคิดอย่างหงุดหงิดไม่ได้ว่าคนผีทะเลอะไรกันนี่  นึกจะมาก็มานึกจะไปก็ไป  โดยไม่บอกไม่กล่าว
               อ่าวต้นไทรหวนคืนสู่ความคึกคักด้วยผู้คนอีกครั้งในยามค่ำเมื่อบรรดานักท่องเที่ยวออกมาจับจ่ายซื้อของกินของใช้รวมทั้งของที่ระลึกตามอัธยาศัย   บางคนก็เลือกเดินเที่ยวชมบรรยากาศแทนการจับเจ่าอยู่ในที่พักหรือนั่งฟังเพลงในร้านอาหาร   
               ตอนที่เขามาหยุดยืนรีรอที่บริเวณหน้าร้านเล็กๆ ของเธอนั้น  เธอกำลังง่วนอยู่กับการขายสินค้าให้ฝรั่ง 2 คนที่เข้ามาเป็นลูกค้าในร้าน  
รอสักครู่นะคะ เธอบอกโดยไม่ทันมองหน้าเขา
รับอะไรคะ  เธอหันไปหลังเสร็จจากให้บริการลูกค้าที่มาก่อนแล้ว
มาซื้อสบู่เหลวกับแชมพูสระผมน่ะครับ เขาตอบ 
เอายี่ห้ออะไร ขนาดไหนล่ะ น้ำเสียงเธอห้วนโดยอัตโนมัติเมื่อรู้ว่าเป็นเขา
ความรู้สึกหงุดหงิดเมื่อตอนเย็นที่หายไปแล้วเริ่มหวนมาอีกครั้ง  ทั้งๆที่แต่ไหนแต่ไรมาหลังจากโกรธง่าย  ก็หายเร็ว  และเมื่อหายแล้วก็แล้วกันไปเหมือนไม่เคยมีเรื่องนั้นเกิดขึ้นมาด้วยซ้ำ
เขาหันไปเอื้อมหยิบสบู่เหลวกับแชมพูที่ต้องการจากชั้นวางสินค้ามาส่งให้เธอใส่ถุง แล้วชำระเงินตามที่เธอบอกราคาก่อนที่จะรับถุงสินค้าจากมือเธอ
ขอโทษด้วยนะครับที่เมื่อตอนเย็นผมปลีกตัวไปโดยไม่ได้ร่ำลา  เขาพูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงและแววตาสำนึกผิด  เห็นคุณเพลินกับการให้อาหารนกน่ะ
ฉันไม่ได้ติดใจหรอกค่ะ  ไม่ได้ใส่ใจด้วยซ้ำไป  หางเสียงของเธอประชดประชัน
ถึงอย่างไรผมก็ควรจะขอโทษ  และดีใจที่รู้ว่าไม่ได้ทำให้คุณโกรธ ท้ายประโยคของเขาทำเอาเธอรู้สึกเหมือนน้ำลายติดคอ
ผมไปก่อนนะครับ พูดจบเขาก็เดินจากไปโดยไม่รอให้เธอตอบ  
           ดึกแล้ว ...  แต่เธอยังคงนั่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์  วนเวียนเข้าไปยังเว็บไซต์นี้ทีโน้นทีด้วยความหวังว่าจะเห็นร่องรอยของใครบางคน  
แม้ว่าจนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีวี่แววว่าใครคนนั้นจะออนไลน์  
ยิ่งไม่ต้องหวังว่าเขาจะเข้ามาทักทายเธอทาง Msn เหมือนเช่นเคย    
มันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เมื่อคืนก่อนแล้ว  แม้จะแค่สองคืนแต่มันเป็นเรื่องผิดปกติไปจากความเคยชิน   ก็ใช่ว่าเขาจะไม่เคยหายไปจากโลกไซเบอร์ส่วนนี้ 
เพียงแต่คราวนี้เป็นการหายไปโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าเหมือนครั้งก่อนๆ  
วูบหนึ่งของอารมณ์  เธออดห่วงใยเขาไม่ได้  เพราะถึงจะไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเลย  แต่การได้อ่านทุกตัวอักษรที่เขาร้อยเรียงลงในเว็บบอร์ด แถมด้วยภาพประกอบที่เขาช่างสรรหามา  ก็มีแรงดึงดูดให้เธอลงทุนเป็นฝ่าย add เข้าไปทักทายกับเขาทาง Msn นอกเหนือจากที่ไปป้วนเปี้ยนในทุกกระทู้ที่เขาเปิดขึ้น 
และยิ่งคุยกันมากเข้าเธอก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาเป็นคนมีน้ำใจไมตรีน่าคบหา
              เธอต้องยอมรับกับตัวเองว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่เรียงร้อยถ้อยคำได้ลื่นไหลและเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน  มันฟ้องว่าเขาให้ความสำคัญกับการมีแบบแผน  ถ้อยคำที่เขาเขียนน่าจะผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดีจนอ่านทีไรก็สัมผัสได้ถึงความหนักแน่นแต่นุ่มนวลละเมียดละไม  
ทุกครั้งที่ได้คุยกันทาง Msn ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกดีและอบอุ่นใจอย่างประหลาดกับอัธยาศัยไมตรีบวกด้วยอารมณ์ขันที่ถูกกาละเทศะของเขา  
เสียอย่างเดียวก็ตรงที่เขาไม่เคยแสดงท่าทีเกี้ยวพาราสีเธอหรือสาวๆ ที่รุมกันแวะเวียนในกระทู้ของเขาเลย  
             เธอย้อนคิดถึงเรื่องราวของตัวเองบ้าง  บัณฑิตสาวที่แสนโชคร้าย  อุตส่าห์ได้งานทำที่บริษัทแห่งหนึ่ง  แล้ววิกฤติเศรษฐกิจก็ทำให้บริษัทที่เธอทำงานด้วยต้องปิดกิจการลงจนเธอต้องกลายเป็นคนตกงาน   ระหว่างมืดมนสำหรับการหางานใหม่  น้าสาวก็ชวนเธอมาช่วยทำงานที่นี่  ความรู้ภาษาอังกฤษที่พอจะมีนั้นช่วยให้เธอพูดคุยกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้โดยไม่เมื่อยมือ  
และการใช้คอมพิวเตอร์เป็นก็ช่วยให้เธอสามารถเพิ่มช่องทางธุรกิจของน้าสาวด้วยการแบ่งพื้นที่ว่างในร้านทัวร์นี้มาทำเป็นอินเตอร์เน็ตคาเฟ่   พร้อมทั้งค่อยๆ เก็บหอมรอมริบทีละเล็กทีละน้อยจนมีเงินทุนเพียงพอสำหรับเปิดร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ดเล็กๆ ของตัวเองขึ้นมาข้างๆ กัน  จากนั้นทุกอย่างก็เหมือนหล่มโคลนที่เธอตกลงไปแล้วไม่สามารถปีนกลับขึ้นมาได้  
หลายปีแล้วที่ชีวิตเธอจำเจกับการดูแลกิจการเหล่านี้จนแทบไม่ได้ขึ้นฝั่งแผ่นดินใหญ่เลย
ความคิดของเธอเรื่อยเปื่อยไปถึงบางประโยคของผู้ชายอีกคน  ก็คนที่ทำให้เธอหงุดหงิดหลายหนในชั่วเวลาเพียงจากบ่ายถึงค่ำที่ผ่านมานี้แหละ  
ประโยคแรกที่เขาทักทายเธอเมื่อตอนเย็นดูมีแบบแผนแตกต่างจากการพูดของคนทั่วๆไป  ยิ่งตอนค่ำที่เขาฉวยโอกาสเอาคำพูดของเธอย้อนมาผูกมัดเธอ  มันทำให้เธอถึงกับสาบานไว้ว่าจะต้องเอาคืนให้ได้
               เธอเห็นเขาทำท่าแปลกใจเล็กน้อยตอนก้าวผ่านประตูร้านเข้ามาแล้วเห็นเธอนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์นี้  
เธอเองก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกันว่าในละแวกอ่าวต้นไทรนี้ก็มีร้านทัวร์อยู่หลายร้าน  ทำไมเขาจะต้องบังเอิญเข้ามาในร้านนี้ด้วย  
แต่คิดในแง่ดีแล้วก็เท่ากับว่าเธอยังมีโอกาสแก้แค้นที่เสียเชิงเขาไปเมื่อวานนี้   และคราวนี้เธอจะระมัดระวังทุกถ้อยคำแล้วรอโอกาสตอนที่เขาพลาดเอง  
เธอเลี้ยงแมวมานานพอที่จะรู้ว่าแมวนั้นมีความอดทนขนาดไหนกับการรอโอกาส
ตอนผ่านร้านคุณผมเห็นแต่น้องคนนั้นดูแลร้านอยู่คนเดียว  นึกว่าคุณยังไม่ตื่นซะอีก เขาทักทาย
ตอนเช้าร้านนี้มักจะมีลูกค้ามาติดต่อพร้อมกันหลายรายค่ะ  เลยต้องมาช่วยน้องเขา  เธอตอบยิ้มๆ 
แล้วผมควรจะติดต่อกับคุณหรือกับน้องคนนี้ล่ะครับ ตอนท้ายเขาหมายถึงเด็กสาวที่นั่งอยู่กับเธอหลังเคาน์เตอร์นั้น
อยากได้รายละเอียดการท่องเที่ยวน่ะครับ เขาพูดต่อหลังจากได้แค่รอยยิ้มของหญิงสาวสองคนแทนคำตอบ
จะตกปลา หรือชมทัศนียภาพล่ะคะ เธอย้อนถาม
ชมทัศนียภาพครับ  ผมเป็นคนทำบาปไม่ขึ้น  ตรงนี้เธอเกือบสวนกลับไปว่าน่าเชื่อตายละ
มีทั้งแบบครึ่งวัน และเต็มวันค่ะ เธอบอกแล้วหยิบแผ่นพับรายละเอียดการท่องเที่ยวมาประกอบการอธิบายให้เขาฟัง
มีไกด์ให้ด้วยหรือเปล่าครับ
ถ้าเป็นวันนี้ ไกด์ของเราไม่ว่างแล้วค่ะ  ดิฉันเองยังต้องรับบทไกด์จำเป็นด้วยเลย
เอาอย่างนี้ไหมคะ เธอเสนอทางแก้ปัญหาเมื่อเห็นเขามีสีหน้าผิดหวัง 
วันนี้กลุ่มที่ดิฉันดูแลเป็นครอบครัวคนไทย พวกเขาอาจยอมให้คุณร่วมแชร์เพราะมีที่ว่างเหลือในเรือ  แต่ต้องรอถามพวกเขาดูก่อนนะคะ
       
               ตลอดทริปนั้น  เธอสังเกตว่าเขาทำตัวกลมกลืนไปกับคนอื่นๆ ได้ดีพอใช้  แม้ว่าส่วนใหญ่เขาจะสวมบทบาทเป็นเพียงผู้ติดตามในคณะทัวร์เล็กๆ ที่ประกอบด้วยสามีภรรยาคู่หนึ่งกับลูกชายและลูกสาววัยกำลังซนอย่างละคนโดยมีเธอเป็นมัคคุเทศก์เฉพาะกิจ   แต่ทุกครั้งที่แวะขึ้นฝั่งตามอ่าวต่างๆ เขาก็แสดงน้ำใจด้วยการช่วยอุ้มเด็กขึ้น-ลงเรือและช่วยเธอขนสัมภาระที่จำเป็น  และดูเหมือนว่าเขาจะใช้เวลาไม่นานนักก็ผูกมิตรกับเด็กชายเด็กหญิงสองคนนั้นจนกลายเป็นเพื่อนซี้ต่างวัย   ตอนจะแยกย้ายจากกันเด็กๆก็ยังมีทีท่าอาลัยอาวรณ์เขาไม่น้อย
เธอยังหาโอกาสแก้แค้นเขาไม่ได้  แต่อย่างน้อยเธอก็ได้รู้ว่าเขาจะยังพักอยู่ที่เกาะนี้ต่อไปอีกหลายวัน  
           เพิ่งจะล่วงบ่ายแก่ๆ  ระหว่างที่เธอกำลังเดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อยบนทางเดินที่ปูด้วยซีเมนต์บล๊อกผ่านร่มเงาของดงมะพร้าวและร้านรวงมุ่งหน้าไปยังโละดาลัมหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าอ่าวหลัง  
คืนที่ผ่านมาเธอพบว่ายังไม่มีวี่แววของคนในอินเตอร์เน็ตที่เธอรอเลย  และหลังกลับจากทริปทัวร์เมื่อเย็นวันวานจนถึงนาทีนี้คนที่เธอหาโอกาสแก้แค้นก็ยังไม่โผล่หน้ามาให้เห็น  ความจริงเรื่องที่เขาทำให้เธอหงุดหงิดแต่ละครั้งก็แค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ  อีกทั้งเธอก็ไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไรนักหรอก  
เพียงแต่ความรู้สึกว่าเสียเชิงคารมเขามันท้าทายเธอที่แต่ไหนแต่ไรมาเป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ 
ผมเดินไปด้วยได้ไหมครับ เป็นเขาที่ก้าวมาเดินตีคู่ไปกับเธอ 
กำลังจะไปหาคุณที่ร้าน  พอดีเห็นคุณเดินเลี้ยวมาทางนี้  เลยรีบตามมา         
ผมต้องขอบคุณสำหรับเมื่อวานนี้ เขาพูดต่อเมื่อเห็นเธอไม่ตอบ คุณทำให้ผมชอบเกาะนี้นะ
คุณน่าจะชอบเกาะอื่นมากกว่า เธอยิ้มอย่างมีเลศนัย  เขาเลิกคิ้วขึ้นพร้อมจ้องหน้าเธอเป็นเชิงสงสัยว่าเธอจะพูดอะไรต่อไป  
เกาะแกะไงคะ
ถึงตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองนั้นกำลังมีอารมณ์แจ่มใสที่สุดในระยะ 2-3 วันมานี้ หรืออาจจะในรอบปีด้วยซ้ำ  ยิ่งเขาไม่ตอบอะไรแต่กลับทำเป็นเฉยเสียซึ่งเท่ากับยอมแพ้โดยปริยายด้วยแล้ว  
มันเพียงพอที่จะทำให้สีหน้าเธอชื่นบานมิหนำซ้ำแววตายังสดใสเป็นประกาย  ถ้าไม่ติดว่าเขาเดินอยู่ข้างๆ เธอคงฮัมเพลงอย่างมีความสุขเชียวแหละ
น้ำทะเลกำลังขึ้น เขาเปรยขึ้นทันทีที่เธอกับเขาโผล่พ้นแนวต้นมะพร้าวและร้านรวงออกมาสู่ชายหาด 
คุณรู้ได้ยังไงว่าไม่ใช่น้ำกำลังลง
คุณจำวันแรกที่ผมทักทายคุณได้ไหม  ตอนนั้นเวลาเย็นกว่านี้หน่อย และน้ำขึ้นเต็มที่ เขาเว้นระยะนิดหนึ่ง 
น้ำทะเลจะขึ้นเต็มที่วันละ 2 ครั้ง  แต่เวลาที่น้ำขึ้นเต็มที่ในช่วงเวลาเดียวกันของวันถัดไปจะห่างจากวันก่อนๆออกไปอีกวันละ 50 นาที  อย่างที่เห็นนี่กว่าน้ำจะขึ้นเต็มที่ก็คงเกือบค่ำ
คุณนี่รู้มากดีนะ เธออดไม่ได้ที่จะหยอกเขา แต่เขาทำเฉยเสีย   
เดินลุยน้ำเล่นกันไหมครับ เขาชวน  เธอพยักหน้าแล้วต่างคนก็ต่างก้มลงจัดการให้ปลายขากางเกงของตัวเองขึ้นมาม้วนรวมกันเหนือเข่าก่อนที่จะก้าวเคียงกันลงไปในทะเลของอ่าวโละดาลัมซึ่งตอนนี้ตลอดทั่วเวิ้งอ่าวจะมีระดับน้ำสูงประมาณคืบเดียว  
บางครั้งจะเห็นกุ้งเล็กๆ ปลาเล็กๆ พากันว่ายเวียนอยู่ใกล้ๆ    
ผมมีเรื่องจะสารภาพกับคุณ เธอถึงกับหยุดเดินแล้วหันมาจ้องหน้าเขาเขม็ง
 
ผมคือ ชิตะ 
หมายความว่าคุณเป็นคนที่ฉันคุยด้วยใน Msn มาเป็นปีๆ เธอถามย้ำด้วยน้ำเสียงและสีหน้าตื่นเต้น
ทำไมไม่บอกแต่แรก  ทำไมไม่บอกก่อนว่าจะมา  รู้ไหมว่าฉันนึกเป็นห่วงที่คุณเงียบหายไป เธอยิงคำถามใส่เขาเป็นชุด
ก็อยากให้คุณ surprise ไง เขาตอบยิ้มๆ 
             เธอกับเขาเดินท่องน้ำคุยกันไปอย่างไม่รู้จักเบื่อหน่าย  ตอนนี้ต่างคนต่างได้รู้ว่าภาพของอีกฝ่ายที่ตนเคยวาดไว้ในใจนั้นไม่ได้ผิดจากความเป็นจริง  ซึ่งต้องขอบคุณสวรรค์ที่นอกจากชื่อที่ใช้ในการเล่นอินเตอร์เน็ตที่เป็นนามแฝงแล้ว  
ทั้งเธอและเขาไม่เคยเสแสร้งแต่งเติมเรื่องราวและภาพลักษณ์ของตัวเองแม้แต่น้อย  ทำให้นาทีนี้ต้นมิตรภาพที่เดิมงอกงามดีอยู่แล้วนั้นผลิดอกสะพรั่งอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งน้ำทะเลค่อยๆเพิ่มระดับขึ้นมาเกือบถึงเข่าของเธอ  เขาจึงชวนเธอเดินกลับขึ้นมายังฝั่ง  ที่ชายหาดเขาเอ่ยปากว่าอยากได้เธอเป็นเพื่อนกินอาหารมื้อเย็นวันนั้น  ซึ่งเธอก็ตกลงแต่มีเงื่อนไขว่าเขาต้องยอมให้เธอทำหน้าที่เจ้าถิ่น  ก่อนแยกจากกันเขานัดหมายว่าจะมารับเธอที่ร้านตอนหกโมงเย็น    
 
Why do bird suddenly appear
Everytime you are near.
Just like me, they long to be
Close to you.   
              เขายิ้มให้เธอเมื่อเสียงเพลงนี้ดังมาจากลำโพงเครื่องเสียงของร้านอาหาร  เธอเลือกร้านนี้เพราะมันตั้งอยู่ริมหาดโละดาลัมใกล้กับจุดที่เขาทักทายเธอครั้งแรก  
โต๊ะที่เธอกับเขานั่งก็อยู่นอกสุดชิดริมหาด  เขาเลือกที่จะนั่งเก้าอี้ตัวที่อยู่ตรงข้ามกับเธอและให้เธอรับภาระในการเลือกสั่งอาหารทั้งหมด  โดยมีข้ออ้างง่ายๆว่าเขาไม่เคยมากินอาหารที่ร้านนี้  
เพลงนี้  ความหมายดีนะครับ	
ค่ะ
รู้ไหมครับว่าทำไมผมเลือกนั่งตรงนี้แทนที่จะนั่งข้างๆคุณ เธอสั่นศีรษะเป็นคำตอบ
จากตรงนี้ ผมจะมองหน้าคุณได้เต็มตาที่สุด และมีโอกาสสบตาคุณได้ด้วย
คุณเชื่อไหมที่เขาว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ เขาเปลี่ยนมาถามเมื่อเห็นเธอทำท่าว่าจะเลือกเป็นฝ่ายฟังเฉยๆ
อืมมม  ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ เธอตอบโดยไม่ทันเฉลียวใจว่าเขากำลังปูทางไปสู่จุดหมายที่วางไว้
แปลว่าคุณเชื่อว่าเมื่อเรามองตาใคร  เราสามารถเห็นถึงในหัวใจของเขาได้
ค่ะ 
งั้นคุณคงเห็นนะว่าตอนนี้มีใครนั่งอยู่ในหัวใจของผม เธอรู้ว่าเขาหมายถึงเงาของเธอที่สะท้อนเป็นภาพในดวงตาของเขา
เวลาที่คุณสบตาใคร คุณก็มีคนนั้นนั่งอยู่ในหัวใจสินะ เธอไม่ยอมแพ้
เก่งครับ  ไล่ไม่จนเลย  เขาพูดพร้อมกับหัวเราะ  พาให้เธอพลอยหัวเราะร่วนไปด้วย

                ขณะที่เธอยืนมองตามเรือซึ่งบรรทุกกลุ่มลูกค้าร้านทัวร์ภายใต้การดูแลของเธอค่อยๆแล่นออกจากท่าของอ่านต้นไทรไปนี้เป็นเวลาเริ่มสายและน้ำทะเลกำลังขึ้นเต็มที่  ทำให้เธอหวนนึกถึงคำพูดของเขาเกี่ยวกับเวลาที่น้ำจะขึ้นเต็มที่ในแต่ละวัน  
นึกไปแล้วก็อายตัวเอง  ข้อหาอยู่กับทะเลมาแรมปี แต่กลับต้องให้คนที่บ้านอยู่ไกลฝั่งทะเลสอนเรื่องนี้
ใจลอยถึงใครหรือครับ  ผมหรือเปล่า เสียงเขามาจากข้างหลังของเธอ
คุณนี่โมเมเก่งเหมือนกันนะ หันกลับไปตอบแล้วเธอก็ต้องนึกอายตัวเองอีกครั้งเพราะรู้แก่ใจว่าความจริงเป็นอย่างไร
เย็นนี้คุณว่างไหม? เขาถาม ถ้าว่าง  ผมจะได้ขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงคุณบ้างไง
เย็นนี้ต้องดูแลร้านเองค่ะ  เมื่อคืนน้องเขาเพิ่งมาขออนุญาตว่าจะกลับบ้านบ่ายนี้ เธอหมายถึงเด็กสาวที่ช่วยดูแลร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ด  
ที่จริงไม่กี่วันก่อนน้องเขาก็เพิ่งกลับไปบ้านมาแหม็บๆ  สงสัยจะคิดถึงแฟนมั้ง ตอนท้ายเธอทำหน้าเอือมระอา
คุณไม่อนุญาตก็ได้นี่นา  เขาติง
ฉันปฏิเสธใครไม่เป็นนี่คะ
แต่งงานกับผมได้ไหมครับ เขาถามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
             เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว และแม้เธอจะไม่ตอบคำถามนั้น  ซ้ำกลับจ้องหน้าเขานิ่ง แต่เขาก็สังเกตได้ว่าสีหน้าของเธอมีสีชมพูเข้มขึ้นๆ  จนทำให้ทุกอย่างรอบตัวเขาและเธอ แม้กระทั่งน้ำทะเลที่เคยเป็นสีคราม ต้องกลายเป็นสีชมพูไปด้วย
                                          ..........................................................    				
...

.....				
comments powered by Disqus
  • ผู้หญิงไร้เงา

    6 มีนาคม 2548 18:26 น. - comment id 83314

    มาดูทะเลสีชมพูซะหน่อย  แหม  น้ำทะเลคงจะหวานด้วยมั้งน้องสาว อิอิ คิดถึงจังเลยจ๊ะ
  • เจ้าสาวแห่งโลกวิญญาณ

    6 มีนาคม 2548 21:25 น. - comment id 83319

    ใครหนอช่างบรรยายได้ลึกซึ้งกินใจ
    และใครหนอที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์
    ได้สุนทรีย์เช่นนี้
    ชอบนะคะ
    เพราะรู้ว่าใครเป็นคนแต่ง
    
  • แม่จิตร

    6 มีนาคม 2548 21:28 น. - comment id 83320

    แน่ น่ะชิตะ อิอิ
    
    
  • ลอยไปในสายลม

    6 มีนาคม 2548 22:29 น. - comment id 83322

    เอ
    เหมือนเคยอ่าน
    อิ อิ
    ..........
  • ชมอักษร

    8 มีนาคม 2548 09:07 น. - comment id 83344

    
    :: พี่หญิงไร้เงา ::
    
    อ่านะ .. น้ำทะเลที่ไหนจะหวานได้ละคะ .. แหม ..
    เอาไว้น้ำทะเลระนองหวาน แล้วอย่าลืมเรียกเบญไปชิมด้วยนะคะ .. 
    คงอร่อยดีเนอะ .. ^___^
    
    
    :: คุณเจ้าสาว ฯ ::
    
    อ้าว .. รู้ว่าใครเป็นคนแต่งแล้วทำมาถาม .. ( ชมคนแต่งทางอ้อมสินะ )
    เอ่อ .. ช่วยบอกพี่หน่อยสิ .. ตกลงว่าใครแต่ง ..
    เรื่องสั้นเรื่องนี้มาอยู่หน้าพี่ได้ไงยัง งง ๆ อยู่เลย ..
    ชิตง .. ชิตะ .. ไหนก็ไม่รู้ ..
    แอบย่องเข้าบ้านคนอื่น .. จับตัวได้ล่ะน่าดู .. จะทำโทษซะให้เข็ด !!
    
    
    :: คุณแม่จิตร ::
    
    ก็ .. แน่มั๊ง ..
    งึมงำ .. งึมงำ .. ไม่พูดมากดีกว่า .. อิอิ
    
    
    :: คุณลอยไป ฯ ::
    
    ไปเคยอ่านที่ไหนมาเหรอ .. ( ทำตาปริบ ๆ )
    ใครเป็นเจ้าของรู้ป่าว .. ( ทำหน้าบ้องแบ๊ว )
    แบบว่า .. ชมอักษรไม่รู้อะไรเล้ยยยยย .. เอิ๊ก ๆๆ
    
    ..........................
    
    
    
    

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน