19 พฤศจิกายน 2546 07:02 น.

...อกหัก ไม่ยักกะตาย...

ชัยชนะ


                   ชัยชนะ หนุ่มขี้อาย จ่ายประกาศ
                   เสาะสัมภาษณ์ โพยแขวน ถูกแฟนทิ้ง
                   อกหักบ่อย ตอบถ้อยถาม ตามความจริง
                   อย่าอมนิ่ง เน่าจบเห่ เจรจา

โปรแกรมเมอร์ เจอไวรัส ลงเครื่องแหง
หนุ่มนักแปล แบมือ สื่อภาษา
ไม่เข้าใจ สองฝ่ายงง ตรงพูดจา
นักกีฬา เกมหน้าแค่ แก้มือกัน

                   สถาปนิก ซิกแซกบอก ออกแบบได้
                   เซลแมนขาย ของมีโทร  โปรโมชั่น
                   เวปมาสเตอร์ เห่อupgrade  yes จำนรรจ์
                   ธนาคาร NPL แป้วปวดใจ

คุณหมอเผย เปรยยอกหัก ไม่รักษา
หนุ่มโยธา โธ่! รื้อเก่า เอาของใหม่
หนุ่มเหมืองแร่ แปรแยกธาตุ ขาดเข้าใจ
ช่างกลไก ซ่อมแซมได้ อะไหล่มี

                   ทหารเรือ แจวไม่จอด รอดกี่น้ำ
                   ไฟฟ้าพร่ำ ฟิวส์ขาด ขอเปลี่ยนพี่
                   ทนายความ ขอใช้สิทธิ์ ปิดคดี
                   นักบัญชี ชี้งบติด ปิดไม่ลง

นักปกครอง ร้องกลุ้ม ควบคุมยาก
ถ้าออกปาก ฝากผม สมประสงค์
เศรษฐศาสตร์ demand suppy ไม่ค่อยตรง
จับเข้ากรง คงสิ้นเรื่อง ตำรวจแจง

                   สื่อมวลชน บ่นโคมลอย ข่าวลืออีก
                   นักฟิสิกส์ เขาเข้ามา ช้ากว่าแสง
                   นักเคมี มวลสองสาร ผสมแย้ง
                   ดีชั่วแต่ง แว้งคืนกรรม คนธัมโม

ชัยนักกลอน อ้อนแก้วตา อย่าแหกปอด
หาเรื่องพล๊อต พลิกแพลงใหม่ ให้หรูโก้
รักสคราญ หวานใจ ออกใหม่โชว์
อย่างมโง่ ถูกแฟนทิ้ง กลิ้งรอบตัว				
14 พฤศจิกายน 2546 13:19 น.

...มนต์รักขนมครก (ตอนเดียวจบ)...

ชัยชนะ


๑                 เปิดตัวเอก ไอ้กะทิ หนุ่มทุ่งนา
                    เป็นกำพร้า พูดตรง คนโผงผาง
                    สัตย์ซื่อหมั่น ขยันจริง ไม่ทิ้งวาง
                    งานรับจ้าง ขี่ควายส่ง คนเข้าซอย

๒                 ผู้ใหญ่บ้าน ขานระบือ ชื่อว่าปลั่ง
                    แสนชิงชัง ชายทิ ริเอื้อมสอย
                    ลูกสาวเดียว เฟี้ยวโจ่งแจ้ง .แป้ง.ใจลอย
                    ตาละห้อย หาไอ้ทิ ชิชิ เจ็บใจ

๓                 คืนเพ็ญร่วม ลอยกระทง  ตกลงมั่น
                    สัญญากัน แป้งทิเชื่อม ไม่เสื่อมสลาย
                    อุปสรรค สอดขวางกั้น มิพรั่นใจ
                    ทิเก็บได้ ค่าดอง หวังจองชม

๔                 ผู้ใหญ่ปลั่ง สั่งตรงซุ้ม หนุ่มเมามัน
                   หกฉกรรจ์ รุมสกรรม ช้ำขื่นขม
                    เข่าศอกตัก สะบัก สะบอมตรม
                    หยอดข้าวต้ม โซมยับ ประคับประคอง

๕                 โบราณคิด ปิดกางกั้น กันสาวหนุ่ม
                    ด้วยการคลุม ถุงชน แป้งช้ำหมอง
                    ดันหนุ่มหล่อ กอทอมอ จ่อคู่ครอง
                    ข่าวใหญ่ก้อง กระจายออก บอกทุกคน

๖                 มีคำสั่ง ลับสุดยอด ขุดหลุมพราง
                    เป็นแผนวาง หวังไอ้ทิ ที่สับสน
                    ขวางทางผ่าน บ้านงานแต่ง แปลงหลุมกล
                    กลางถนน กะให้ตาย วายชีวา
๗                 คืนสลัว แรมฟ้า คราก่อนแต่ง
                    แป้งปะแป้ง แฝงมืดฝ่า มาเสาะหา
                    ส่วนได้ทิ ทะยานพบ เพียงสบตา
                    อนิจจา แป้งร่วงหล่น โดนกลไก

๘                 ทิเห็นหล่น กระโจนลง ตรงช่วยเหลือ
                    ไม่รู้เนื้อ รู้เงาหัว ว่าเหตุร้าย
                    นั่งเลงหนุ่ม ซุ่มอยู่ กรูเร็วไว
                    โกยดินใส่ กลบฝัง พรางอย่างดี

๙                 ลัดนิ้วมือ ขุดมื้อเช้า เฝ้าดูผล
                    แป้งลูกตน กอดทิม้วย ด้วยสุขี
                    ช่างร้ายเหลือ เสือเฒ่า เศร้าชีวี
                    ก่อเจดีย์ อนุสรณ์ ใส่ทางริม

๑๐              แรมหกค่ำ จำได้ ในเดือนหก
                   ขนมครก มาบูชา ศรัทธายิ้ม
                    กระทิแป้ง ประสมหยด หยอดแผ่นพิมพ์
                    บรรจงจิ้ม วางหน้าคว่ำ คู่ซ้อนกัน

๑๑              สัญลักษณ์ รู้ว่าอยู่ คู่เคียงมั่น
                    คนรักกัน คอรอกอ คำย่อขาน
                    ของฝากสาว เร้าชีวา หน้าชื่นบาน
                    ขอวอนทาน ขนมครก คนรักกัน				
10 พฤศจิกายน 2546 12:48 น.

...โจรสะพานลอย...

ชัยชนะ



                   นั่งนมนาน สะพานลอย รอคอยเหยื่อ
             ช่างเหลือเชื่อ ชวดเชยผ่าน นานพบเห็น
      คนเคราะห์ร้าย กรายทางย่าง ช่างยากเย็น
สุดลำเค็ญ คอยแต่เช้า เงียบเหงาใจ

                    เวลาเที่ยง เสียงคุยฟุ้ง จูงเกาะกลุ่ม
             อดแอบซุ่ม เล่นซ่อนหา มาหลากหลาย
      ทำการปล้น ผาดโผนคลั่ง พลั้งพลาดอาย
อาจจอดป้าย ลุยฉายเดี่ยว เปลี่ยวเอกา

                    ตอนย่ำค่ำ คุยคำกล่าว กะหนุงกะหนิง
                    ชายโอบหญิง แอบอิงผ่าน สะท้านผวา
                    อยากจับจี้ ชี้ให้ยอม ปลอมหน้าตา
                    หวาดผวา ว่าฝ่ายชาย สัณห์ใหญ่จัง

คราดึกดื่น คืนระทึก เสียกึกกัก
      เธอทายทัก เดินเดียวเดี่ยว เสียวสันหลัง
             ออกซ่อนซุ่ม เดินดุ่มชิ่ง ปิ๊งจริงจัง
                    ต้องหันหลัง โกยอ้าวกลับ จับกระเทย

หนาวเย็นเชียบ เงียบหายเหยื่อ เหลือวิสัย
      จำจากไกล สะพานลอย คอยเมินเฉย
             ทำเลใหม่ มองในห้าง หากเสบย
                    วอนทรามเชย กายไม่ค้น ...โจรปล้นใจ
				
4 พฤศจิกายน 2546 05:49 น.

...องคุลิมาล อวสาน...

ชัยชนะ


๑๗                 ในกาลนั้น พลันสัมมา พระพุทธ (พุด-ทะ)
                      เห็นอุป นิสัย ในมรรคผล
                       ซึมอาบเอิบ องคุ ลิมาลโจร
                      หากทำตน มาตุฆาต ขาดเสื่อมไป

๑๘                 เสด็จองค์ ทรงลีลา คราเช้าตรู่
                      โจรซุ่มดู อยู่กระโจน ตะโกนไล่
                      หมายพิฆาต พระหัตถ์นิ้ว ลิ่วทันใด
                      ร้องด่าไป หยุดโล้นซ่า ข้าไม่ทัน

๑๙                 เราหยุดแล้ว แต่ท่าน ยังไม่หยุด
                      พุทธพจน์ บทถ้อย ร้อยเสกสรร
                      คุลิมาล หาญท้า ด่าประจาน
                      โกหกกัน ท่านยังเพลิน เดินมรรคา (มัน - คา)

๒๐                 บุญกุศล ดลหทัย ใจหลุดพ้น
                      ห่างทุกข์..ตน หยุดกระทำ กรรมชั่วช้า
                      หยุดพยาบาท เบียดเบียน เหี้ยนโกรธา
                      ใส่เมตตา หมู่สัตว์โปรด โทษบรรเทา

๒๑                 อหิงสกะ ระลึก สำนึกได้
                      โยนทิ้งไป ศัตราวุธ เวิ้งเหวเขา
                      อีกนิ้วกร เก้าร้อย เก้าสิบเก้า
                      นั่งคุกเข่า ทูลขอ บรรพชา

๒๒                 ตั้งสติ ดำริใจ ไม่ฟุ้งซ่าน
                      คิดแต่กาล เกิดก่อ เฉพาะหน้า
                      ไม่คำนึง ถึงอดีต จิตศรัทธา
                      น้อมธรรมมา อรหันต์ พลันมาเยือน

(พิเศษ)           ถือสัตย์ซื่อ คือไว้เนื้อ เชื่อใจกัน
                      อดีตกาล ผ่านอย่าฝืน รื้อคืนเปื้อน
                      ควรอภัย ในสิ่งผิด คิดลืมเลือน
                      ผูกเป็นเพื่อน พี่น้องกัน สัมพันธ์ใจ


องคุลิมาลโจร แปลว่าโจรมีนิ้วมือเป็นพวงมาลา
มาตุฆาต    ฆ่ามารดา

องคุลิมาล เมื่อโยนดาบเลิกประหารก็ขอบวชในพระพุทธศาสนา
ตั้งใจประพฤติธรรม น้อมนำจิตใจ ในไม่ช้าก็บรรลุเป็นพระอรหันต์



ด้วยบทกลอนของลำน้ำน่านแต่งมาได้ประทับใจผมมาก
ขออนุญาตนำขึ้นโชว์ข้างบน (น้องนิวบอกตกลงแล้วแห่ะ แห่ะ)
และขอเอาชื่อของลำน้ำน่านมาขายด้วยนะครับ

      (ลำน้ำน่าน)

พุทธองค์ทรงศีลยินเสียงเรียก
รู้สำเหนียกด้วยญาณอันชาญกล้า
จิตโจรทรามกาลเก่าเล่าบุญญา
เพียงลุ่มหลงอวิชชาพาพลั้งพลาด

                 จึงน้อมนำพระธรรมบันดาลผล
                 เชิญมงคลเทวามานั่งอาสน์
                 กล่าวแสดงแสนยาท้าอำนาจ
                 เทวาวาทแซ่ซ้องก้องพฤกษ์ไพร

เราหยุดแล้วแต่ท่านนั้นไม่หยุด
ใยยื้อยุดบาปกรรมนำวิสัย
โจรได้ฟังนิ่งเงียบเทียบความนัย
เปิดดวงตาดวงใจใคร่รู้ธรรม

                   จิตหยาบกร้านสดับฟังหลังหยุดนิ่ง
                   แท้ความจริงเขลาขลาดพลาดถลำ
                   ตกบ่วงมารผ่านไปในรอยกรรม
                   ใคร่ยืดเอาพระธรรมเป็นพึ่งพิง

จึงออกบวชกรวดน้ำตามพระพุทธ
บริสุทธ์ชำระใจในทุกสิ่ง
จนแสงธรรมทอทาบเข้าอาบอิง
เห็นจิตจริงหลุดพ้นจนลุธรรม				
1 พฤศจิกายน 2546 04:45 น.

...องคุลิมาล ตอน ๓...

ชัยชนะ


                             (ชัยชนะ)

๑๑                  ลาอาจารย์ หันเข้าป่า จับอาวุธ
                       ฆ่ามนุษย์ เดินผ่าน บั่นนิ้วไว้
                       นำมาร้อย ถักสร้อยศอ ต่อมาลัย
                       กระฉ่อนไป คุลิมาล สะท้านดัง

๑๒                  เพชฌฆาต ฉกาจเก่ง นักเลงฆ่า
                       เพลงวิชา หลบเป็นปีก หลีกเป็นหาง
                       ประกาศิต กิตติศัพท์ ทับเส้นทาง
                       เปลี่ยวเงียบร้าง เข็ดขยาด หวาดกมล

๑๓                  ข่าวระบือ ลือทั่ว หัวระแหง
                       กราบทูลแจ้ง เจ้าประเสน ทิโกศล
                       ขุนศึกกล้า โยธาเก่ง นักเลงพล
                       เกณฑ์ล่าโจร เคลื่อนกำลัง สั่งจับตาย

๑๔                  มันตานี นางรู้คำ จ้ำอ้าวหัน 
                       เพื่อให้ทัน เหตุการณ์ ขานข่าวร้าย
                       เดินบุกฝ่า ป่าดงหนา อันตราย
                       ไม่เสียดาย หวังลูกลี้ หลบหนีทัน

๑๕                  คุลิมาล อ่านนับ นิ้วมือได้
                       กระหยิ่มใจ ใกล้ความจริง สิ่งใฝ่ฝัน
                       เหลืออีกเอี่ยว นิ้วเดียวจบ ครบหนึ่งพัน
                       จะหันหลัง ล้างวางมือ ถือสัจจา

๑๖                  ตากระเซ็น ตระเวนหา น่าแค้นใจ
                       งานสุดท้าย หนึ่งเดียว เที่ยวเสาะหา
                       แม่กระเสือก กระสน วนเวียนมา
                       ด้วยเพลา พลบค่ำก่อน นอนร่มไทร

พิเศษ              ขอสลัก รักแท้ แม่มอบลูก
                       เกลียวพันผูก ห่วงหา อาดูรให้
                       หวังค้ำชู ลูกอยู่รอด  และปลอดภัย
                       สละได้ แม้ชีวาตม์ อาจวายปราณ 



                            ( พุด พัดชา )

ความทะยานอยาก..ความหลงผิด..ถูกมอมเมาลิขิตชักจูงจากเงื้อมมือมนุษย์ด้วยกันเอง 
หรือเป็นลิขิตจากชะตาฟ้าเบื้องบนให้จำต้องส่งองคุลิมาลผู้ถือกำเนิดในฤกษ์ดาวโจรมาสร้างตำนานสอนใจมนุษย์..มาเป็นมารให้พระพุทธองค์ได้บำเพ็ญเพียรหลุดพ้น... 

หัวใจโฉดฉล ขาดสติ 
หัวใจที่มีแต่ความชั่วร้าย ให้ทุกท่านอ่านผ่านตาแล้วใช้วิจารณญาณเฉพาะตัวตัดสิน 
และนี่คือผลที่มาแห่งความชั่วสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นผืนดิน 
มิเกรงสิ้นแม้อินทร์ พรหม ยมพญา ทายท้าสิ้น 
หากมนุษย์ในโลกเราไซร้ มิยลยิน ไม่มีดวงตามองเห็นแสงแห่ง ธรรม 
มีดวงตามืดบอด เบียดเบียนผู้อื่นด้วยการทำร้าย 
ด้วยกาย วาจาใจ และที่เป็นกรรมยิ่งใหญ่คือการฆ่า..แผ่นดินทุกหย่อมหญ้าทุกธุลีย่อมลุกเป็นไฟ 
แดงเดือด ทั่วเขตคามเดือดร้อน.. 

พลันพระเอก(ในคราบสัตว์ร้าย)..ก็ต้องมาปรากฏตัว ตามท้องเรื่อง 
เมื่อความทราบถึงพระเจ้าประเสนทิโกศล 
จึงส่งนักเลงพลผู้กล้าล่าประจัญจับตายหมายหัวองคุลิมาล 
แบบพลิกแผ่นดินให้สิ้นวากสิ้นวิญญาณ.. 
....... 
มันตานี...นามนี้คือใคร.. คือหญิงใดในปฐพีกันเล่า? 
ให้ท่านตามข้าพเจ้ามา... 
นางคือธรรมชาติงาม นามแม่  ผู้สร้างโลก สร้าง ลูก สร้างชีวิตองคุลิมาล 
นางคือเพศผู้ยิ่งใหญ่คือผู้ให้สายธารรักสายธารใจไหลผ่านน้ำนมเพาะบ่มหยาดหยดรดรินดั่งเลือดรักจากอกให้ถ่ายให้ลูกในอุทร..เติบโต..สู้โลก สู่โลกกว้าง..สรรสร้างงามใจ 
นางพร้อมปกป้องยอดดวงใจ ปกป้องโศก  ผองภัยทั้งโลก ยอมพลีสิ้นได้แม้จิตวิญญาณ 

นางขานไขฟังข่าวการไล่ล่า ลูก ด้วยหัวใจไหวระทึกระทกอกสั่น.. 
ฝ่าฟันประคองร่างดั้นด้นป่าหนามพงพฤกษ์ไพร เพื่อไปให้ทันลูกก่อนกองทัพจะจับตาย
ล้มกี่คราสองขาและดวงใจรักมิจักหยุดท้อแท้ ดวงตาพร่าพรางเหลียวหาร่างรัก 
อย่างนางนกไพร...ดั่งนางจงอางหวงไข่ในอุทร. 
************ 
..ตะวันรอน.. 
อาทิตย์แดงเดือดราวรอเลือดละหลั่งชะโลมดิน.. 

มันตานี..ยินเสียงไห้โหยจากปวงสัตว์ป่าคำราม 
นางเหนื่อยล้า หยาดน้ำตาริน 
ดั่งสายเลือดหยาดหยดรดให้ผืนดินพร้อมพลีสิ้นจิตวิญญาณให้ดับดิ้น 
เพื่อต่อสายใจสายไยรัก..พันผูกรัดร้อย..ดั่งโซ่รักโซ่กรรม..จะทำไฉนพ้นคำว่าแม่ของลูก 

นาง..เอนร่างพักใต้ร่มไทร..ดวงใจระริกไหวเฝ้ารอรอ.. 
นางอธิษฐานบนบานขอต่อปวงเทพไท้เทวา 
หากแม้นฟ้าดินเมตตาปรานี..ก่อนสิ้นชีวี 

นาทีสุดท้ายขอนางได้ ปกป้องผองภัยได้พบยอดดวงใจ 
ได้ชึ้เส้นทางทองอันเรืองรองผ่องผุด หยุดและวอนให้เลิกประหัตประหาร 
เลิกจองเวร 

นางหลับตา แม้นร่างกายอ่อนล้า 
หากหัวใจนางดั่งศิลา   ดั่ง...นางสิงห์ผู้แกร่งกล้ายอมสละแม้นดวงชีวาและ 
รอเวลา... 
รอและรอ...ขอนาทีสุดท้ายได้กอดประคอง..ลูก 
ไว้ในอ้อมแขนด้วยรักแสนรักเอยแสนรักในกมลแม่นี้ที่มีเจ้าเป็นดั้งดวงใจ..



                                          (ชัยชนะ)
พรุ่งนี้เช้า..ทั้งสองแม่ลูกที่ห่างร้างลากัน จะได้พบหน้าค่าตากันนะ นะคนดี
องคุลิมาล จะจดจำใบหน้าแม่ของตนได้หรือ  ในเมื่อพลัดพรากจากกันไปเนิ่นนาน..แสนนาน
อีกนิ้วเดียว ก็จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ไร้ผู้พิชิต ตามความคิดที่อาจารย์เสี้ยมสอนในทางที่ผิด
ดาบเล่มนี้ ฟันมาแล้ว  ๙๙๙ ชีวิตแล้ว  
บัดนี้ชีวิตสุดท้าย เดินทางมาให้เชือดแล้ว เลือดแดงฉานกำลังจะไหลหลั่งเจิ่งนองราวป่าแห่งนี้
ดาบเล่มกำลังถูกยกขึ้น อย่างเชื่องช้า ช้า ช้า..คมดาบจะฟันลงหรือไม่

เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร สะเทือนใจแค่ไหน โปรดติดตามตอนอวสาน.. เร็ว ๆ นี้				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟชัยชนะ
Lovings  ชัยชนะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟชัยชนะ
Lovings  ชัยชนะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟชัยชนะ
Lovings  ชัยชนะ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงชัยชนะ