29 ตุลาคม 2553 09:55 น.
ธ. ธนา
เห็นคอนกรีตเทรวมตัวเป็นก้อนใหญ่
แต่มองใจของคนเล็กนิดเดียว
ทั้งดวงใจคนเทบางเพียงเสี้ยว
เพียงนิดเดียวน้องนั้นยังไม่มอง
ให้กระไรทำไฉนใจหยุดปอง
คอนกรีตกองต้องบดทับยับดวงใจ
แม้นแผ่นดินหินชาติจะแข็งนัก
ใช้เครื่องจักรแลกำลังทะลุไหว
แต่ดวงใจนวลน้องนางทานทนไซร้
จะหาจักรเครื่องใดทั้ง...ในโลก
ใจแข็งโป๊ก ขุดไม่ไหวขอลาที
คนเป็นช่างหนักทุกวันช่างปวดหัว
ช่างหวาดกลัวจะช่างมันก็ไม่ไหว
จะช่างพูดจะช่างคิดก็ชั่งใจ
ช่างปะไรไม่เป็นไร....ช่างรักเธอ
22 ตุลาคม 2553 11:31 น.
ธ. ธนา
วันเวิ้งว้าง... ว้าเหว่วกวนเวียน พี่พร่ำเพียร... เพ้อพกพาลเพรียกพา
ห้ำหั่นให้ .... หวงห่วงหันเหหา เหม่อไม่มา... มัวมืดมนหม่นหมองมาลย์
ฉันกินเหล้า เจ้าคงบอกว่าคนเลว คนใต้เหวมันก็เลวมีดีไหม ยังกินเหล้าเคล้าน้ำตา....พาเมาใจ บาดคอไปใยไม่....เท่าเจ้าหักทรวง
อย่าข้องจิตคิดว่าผิด...อะไทั้งนั้น จงรีบหันปันหน้าหนีวันนี้ไป ฉันเคยคิด..เคืองโกรธโทษเธอไหม สุดแท้ใจใครไหนเล่า...บังคับเธอ
ขอโลงทอง......ถ้าข้าดับชีวา ขอน้ำตาหลั่งให้ข้า...เมื่อมอดม้วย
ขอไม้จันวางกลางหลุมให้สดสวย ขอไฟพวยพุ่งไสวในร่างโชน
22 ตุลาคม 2553 10:32 น.
ธ. ธนา
นวลนางน้องนุ่มนิ่มนอนแนบเนื้อ เอื้อไออุ่นอบไออวลอิ่มเอมอก
ก่ายเกี่ยกกกลิ่นแก้มก่นกลั้วกลิ่นกาย ตายต้องตายตรมต้องตรม ต้องชมเธอ
22 ตุลาคม 2553 10:27 น.
ธ. ธนา
อยู่ริมคลองมองสระบัวสงสัยจิต ใครช่างคิดเปรียบเหล่าบัวนั้นนั่นหนา
ทั้งมีทุกข์ทั้งเปื้อนบาปบ้างลอยฟ้า ให้กลับมาแสนฉงนคละคนใจ
ครั้นชะโงกมองหัวดูตัวเงา บัวนั้นเล่าแม้บาปชั่วกลั้วเป็นยา
แต่ตัวเราหม่นหมองอนิจจา เป็นแค่หมานั่งริมฝั่งคลองสระบัว