12 มิถุนายน 2550 20:54 น.

รำพึงถึงดวงจันทร์

นายธนา

เมื่อ สุริยน ย่ำ สน-ธยา
หมู่นกกาก็บินมา สู่รัง
ให้มาคิดถึง ท้องทุ่งนา เสียจัง
ป่านฉะนี้ คงคอยหวัง
เมื่อไหร่จะกลับ บ้าน นา
....................................................

จากนักร้องท้องทุ่งสู่เมืองหลวง		
นามพุ่มพวงดวงจันทร์อันแจ่มจ้า
ราชินีลูกทุ่งคือสมญา			
น้ำเสียงพาเธอเลื่องลือชื่อก้องไกล

จากหญิงสาวชาวสุพรรณบ้านป่า		
จากนักร้องบ้านนาเสียงสดใส
กลายมาเป็นราชินีลูกทุ่งไทย			
ขับขานเพลงจับใจไพเราะฟัง	

เสียงร้องเด่นท่าเต้นประทับทรวง		
นี่ละแม่พุ่มพวงเมื่อคราวหลัง
หลายร้อยเพลงที่เธอร้องกึกก้องดัง		
และคงยังค้างฟ้ามายาวนาน

หลายปีแล้วที่เธอจากฝากเพียงเสียง		
ให้รำพึงถึงสำเนียงอันหยาดหวาน
แม้นตัวไร้แต่คงไว้ซึ่งผลงาน			
ให้ลูกหลานได้ฟังซาบซ่านทรวง

โอ้ดวงจันทร์จรัสแสงแจ้งแจ่มฟ้า		
งามสง่าประดาไว้ในแดนสรวง
ดั่งเดือนเพ็ญเด่นฟ้าคราเต็มดวง		
คือพุ่มพวงดวงจันทร์ในดวงใจ



				
9 มิถุนายน 2550 21:20 น.

.:+:หมายไว้ที่ดวงจันทร์:+:.

นายธนา

ณ ห้วงหาวดาวเดือนกลาดเกลื่อนฟ้า
พร่างกระพริบจับตาท้าสุกใส
ดาวล้อมเดือนดวงเด่นเห็นแต่ไกล		
เดือนดวงใหญ่เป็นใจฟ้าในราตรี

สายลมโชยโปรยปลิวลิ่วลองหวน		
พัดยอดไม้ไหวทวนรวนวิถี
หยาดน้ำค้างพร่างพรมปฐพี			
ณ ยามนี้งดงามล้ำเหลือไร

มองพระจันทร์ลอยเด่นเพ็ญนวลผ่อง		
แลอร่ามสีทองส่องไสว
อยากจะเก็บมาร้อยสายสร้อยไว้		
แล้วสวมใส่ในยามค่ำคงงามตา

โอ้จันทร์เอ๋ยไฉนเลยอยู่ไกลลิบ		
จึ่งป้องเสียงส่งกระซิบฝากเวหา
ว่าข้าหมายจะขึ้นไปยังจันทรา		
แม้นจะไกลสุดฟ้าจะฝ่าไป

จะตั้งเป้าเอาไว้ที่ดวงจันทร์			
จะมุ่งมั่นมุ่งไปให้จงได้
ถึงแม้นรู้จันทร์อยู่สุดแสนไกล		
แต่ก็ไม่เป็นไรถ้าพยายาม

แม้นหนทางขวางกั้นหลายพันโยชน์		
แสนปีโกฏิจะฝ่าผ่านด้านขวากหนาม
ไปให้ถึงดวงจันทร์อันงดงาม			
ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ยินดี

หากแม้นไปไม่ถึงซึ่งจันทร์เจ้า		
ก็ภูมิใจที่เราทำเต็มที่
ขอเพียงแค่ตั้งใจไว้เท่านี้			
ผลจะดีหรือไม่ก็ช่างมัน

ถึงพลาดเป้าไปแล้วจากจันทร์จ้า		
ก็มิได้น้อยหน้าอย่าได้หวั่น	
เพราะอย่างน้อยเรายังลอยข้างพระจันทร์	
และสุขสันต์คงอยู่กลางหมู่ดาว
				
7 มิถุนายน 2550 19:48 น.

...ทาส...

นายธนา

พุทธเจ้าหลวงทรงเลิกทาสประกาศไท	
และมอบให้ซึ่งเสรีแก่ชีวิต
ให้ผองชนเสมอชนใช้สิ่งสิทธิ์			
ให้ชีวิตทุกชีวิตเท่าเทียมกัน

นับจากนั้นแผ่นดินไทยก็ไร้ทาส		
สยามชาติร่มเย็นเป็นสุขสันต์
จวบจนเข้าถึงเวลาปัจจุบัน		      
ยังคงมั่นมิเคยเป็นทาสใคร

แต่วันหนึ่งเรากลับกลายเป็นทาส		
ของอำนาจเงินตราตามสมัย
ด้วยกระแสสากลจากโพ้นไกล			
ที่เทิดทูนยิ่งใหญ่เจ้าเงินตรา

โดยอ้างว่าถ้ามีเงินมากเหลือล้น		
เงินจะดลบันดาลสุขยิ่งหนักหนา
อยากได้อะไรก็จะมีให้ตีตรา			
เงินจะพาพบสุขทุกคืนวัน

ชนทั้งหลายจึงเฝ้าใฝ่ในสิ่งนี้			
ใช้ชีวีเพื่อหาเงินเกินขยัน
พอได้แล้วอยากได้อีกอยู่อย่างนั้น		
มิเคยผันมาพอเพียงเลยสักที

เห็นเขามีเราต้องมีเหมือนอย่างเขา		
ยอมกู้เอาค่อยผ่อนใช้ให้สุขี
จะซื้อรถซื้อบ้านกว้านซื้อที่			
จะต้องมีจะต้องได้ไว้แสดง

แล้ววัตถุก็ครอบงำกระทำจิต			
ให้ชีวิตหลงใหลไม่หน่ายแหนง
หลงอำนาจเงินตราราคาแพง			
จึงแก่งแย่งไขว่คว้าหาแต่เงิน

ใครมีเงินมากมายหลายเหลือล้น		
ย่อมมีคนแซ่ซ้องสรรเสริญ
เพราะว่าเงินมีอำนาจเหลือเกิน			
สั่งคนเดินสั่งหยุดได้ทันที

ผลสุดท้ายคนก็กลายเป็นเช่นทาส		
ของอำนาจเงินตราสิ่งเหล่านี้
ด้วยเรายังอยากได้และอยากมี			
จึงมิอาจจะหลีกหนีเจ้าเงินตรา
				
4 มิถุนายน 2550 20:26 น.

แม่เฒ่าผู้เฝ้าคอย

นายธนา

ใบมะขามปลิดปลิวลิ่วลงร่วง		
ข้างทางหลวงถนนใหญ่ใกล้หมู่บ้าน
เห็นแคร่ไม้ไผ่วางไว้ตรงกลางลาน	
คงตั้งนานจึงเก่าผุดูทรุดโทรม

หญิงชราหาบตะกร้าเดินมานั่ง	
แล้วเอนหลังลงนอนผ่อนกายโน้ม
คงเหนื่อยอ่อนจากการงานที่หักโหม	
ร่างแกโทรมไม่สดใสวัยชรา

แล้วนั่งรอตรงนี้บ่ายยันค่ำ		
เป็นประจำอยู่ทุกวันนานนักหนา
ถ้าใครถามแกก็บอกออกมาว่า	
รอลูกชายจะกลับมามาเยี่ยมแก

 ก็ลูกชายไปทำงานที่กรุงเทพ		
เขาบอกจะเก็บเงินส่งมาให้แม่
นี่ก็หายไปหลายสิบปีแท้		
ไม่รู้แน่ว่าเป็นตายหรือร้ายดี

สักวันหนึ่งมันต้องกลับมาหาข้า	
ข้าจึงมารอมันนะที่นี่
เผื่อมันมามันจะได้พลอยยินดี		
ที่แม่นี้มารอรับกลับบ้านเรา

หญิงชราพูดไปก็ยิ้มไป		
ตาใสใสเป็นประกายหายจากเศร้า
ว่าอย่างโน้นว่าอย่างนี้เล่าเรื่องราว	
ของลูกชายให้คลายเหงาอย่างสุขใจ

เห็นรถจอดแกก็ทอดสายตามมอง	
และจดจ้องว่าคันนี้มีลูกไหม
รถคันแล้วหลายคันเล่าวิ่งผ่านไป	
แต่ก็ไม่มีลูกชายปรากฏตัว				
2 มิถุนายน 2550 16:30 น.

.:+:น้ำตก:+:.

นายธนา

สายน้ำใสไหลล่งสู่เบื้องต่ำ		 
เทกระหน่ำลงมามิซาสาย
กระทบยังพื้นล่างพร่างกระจาย	
แล้วสยายวงน้ำงดงามตา

น้ำกระเพื่อมไหวไหวไม่หยุดนิ่ง	
ด้วยแรงดิ่งเทลงจากชั้นผา
ให้เกิดเสียงน้ำตกดั่งซ่าซ่า		
เมื่อน้ำมากระทบน้ำที่แอ่งรอง

เห็นน้ำไหลจากผาพาให้คิด		
น้ำก็เหมือนชีวิตเราทั้งผอง
ที่ย่อมคิดย่อมไหลดังใจปอง		
ตามครรลองตามวิถีที่อยากไป

จะบังคับน้ำให้ไหลไปที่สูง		
แม้นฉุดจูงก็มิอาจยื้อมาได้
เพราะน้ำนั้นย่อมไหลลงต่ำไป		
ด้วยวิสัยของกระแสที่แน่นอน

หากชีวิตไม่ได้คิดไม่ได้อยาก		
ก็ลำบากที่จะทำแม้พร่ำสอน
จะได้ดีต้องมีใจมาเสียก่อน		
หากบังคับกลับจะทอนอ่อนกำลัง

ฉะนั้นแล้วจงมุ่งไปตามใจฝัน		
เหมือนสายน้ำที่ไหลมั่นไม่หันหลัง
ไหลตามทางที่อยากไหลเต็มพลัง	
แล้วจะพบสิ่งที่หวังดังเฝ้ารอ
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟนายธนา
Lovings  นายธนา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟนายธนา
Lovings  นายธนา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟนายธนา
Lovings  นายธนา เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงนายธนา