16 กันยายน 2552 07:46 น.
ป พิชามญชุ์
นามนี้ศรีสมร กำจรเกียรติยศ ปรากฏคุณความดี ท่ านนี้มีมากล้นทุกคนเห็นประจักษ์ ศิษย์รักและเคารพ นอบนพอภิวันท์ ครูผู้สรรค์ผู้สร้างเดินสายกลางพอเพียง เป็นเยี่ยงอย่างแก่ศิษย์ ท่านอุทิศกายใจ เถินเติบใหญ่พัฒนา ด้วยปัญญาท่านก่อ แต้มแต่งต่อวิชาการ อีกทั้งด้านกีฬา ส่งเสริมพาแข่งขัน ป้องกันยาเสพติด ศิษย์พ้นภัยอบาย ดั่งดวงไฟนำทาง ชี้สว่างแก่ศิษย์ ชั่วชีวิตทำงาน ก่อแต่การอันดี ความปราณีมากล้น ศิษย์ได้ยลสัมผัส ตระหนักชัดรับรู้ ครูตั้งใจเพื่อเรา จนล่วงเข้าวัยเกษียณ เหล่านักเรียนซาบซึ้ง จึงถ่ายทอดลำนำ แทนถ้อยคำวจี กตเวทีแก่ครู ขอท่านอยู่เป็นสุข ทุกข์ไม่มากล้ำกราย บุญทั้งหลายเคยสร้าง บันดาลสุขเลิศอ้าง แก่ท่านศรีสมร นี้นาฯ
16 กันยายน 2552 07:41 น.
ป พิชามญชุ์
แขนฟ้า แขนฟ้า แขนฟ้า...
ตะโกนฝ่าไอแดดที่แผดฉาย
เหงื่อทุกหยดหยาดพรูดูพร่างพราย
หัวใจกายเข้มแข็งแกร่งทุกคน
ข้าเหล่านักศึกษาวิชาทหาร
จิตวิญญาณข้านั้นหรือคือฝึกฝน
สามัคคี มีวินัย ใฝ่อดทน
แก้วกมลร่วมพิทักษ์ด้วยภักดี
ห้วงสำนึก ปลุกรัก ตระหนักมั่น
ร้อยชีวัน หมั่นปฏิญญา เป็นหน้าที่
ให้กึกก้อง โกญจนะ ทั่วปฐพี
สานศักดิ์ศรี รักษ์แดนดิน ถิ่นเกิดเรา
16 กันยายน 2552 07:40 น.
ป พิชามญชุ์
ขอเอื้อนเอ่ยเปรยคารมสะสมสร้าง
ชี้แนวทางแทนตำราภาษาศิลป์
ด้วยถ้อยความงามล้นเคยยลยิน
ทั่วธานินมาแถลงแปลงเป็นกลอน
จงถ่ายทอดผ่านมือสื่อความขำ
ร้อยลำนำผสานรักสู่อักษร
ลิขิตเขียนเพียรสลักเป็นวรรคตอน
เพิ่มคำสอนประทับซึ้งตราตรึงทรวง
จงเก็บเกี่ยวสัจธรรมนำโลกกว้าง
เป็นแนวทางให้ประจักษ์เห็นหนักหน่วง
ก่อนบรรเลงเพลงกลอนสะท้อนทรวง
ให้ลุล่วงความจริงแท้แต่ต้นมา
จงเก็บเกี่ยวสร้อยอักษะน่าสะสม
อีกคำคมรจเรขเสกสรรหา
ทั้งภาพพจน์ โวหาร พรรณนา
ช่วยเสริมค่าภาษาไทยในวงศ์วรรณ
จงเก็บคำเขียนความตามแต่คิด
ปรุงประดิษฐ์เฉกเช่นพรอักษรสวรรค์
สานศักดิ์ศรีกวีปิ่นถิ่นคนธรรพ์
แต่บางบรรพบุรุษที่มีมา
จงเก็บเกี่ยวประสบการณ์งานสร้างสรรค์
โคลงร่ายดั้น กานท์กวี อันมีค่า
สร้างอารมณ์ เข้าถึงงาน ชาญวิชา
เท่านี้หนา จึงนับเป็น เช่นนักกลอน