24 พฤศจิกายน 2553 10:34 น.
ประมัทวรา...
๐ ขอเวลาสักพักนะใจเจ้า
อย่าเพิ่งเฝ้าถามทวงบนห้วงฝัน
นับกาลย้อนยังมาเข้าเคล้าคืนวัน
รอแบ่งปันอันอาทรวอนใครมี
๐ เมฆทะมึนครื้นเครงเพลงขยับ
สายฟ้าวับวูบวาวราวแสงสี
ฟาดตรงใจลงกลอนพรอัคคี
อัคนีฝากสายร่ายรอยกานต์
๐ ฤาโทษทัณฑ์ฟันยับนับไม่ถ้วน
ให้ขีดข่วนฤทัยไร้สสาร
ฤาต้องมนต์จำแลงแปลงรูปพาน
หลงซาตานจนสิงสู่มาอยู่ใจ
๐ หมู่ดาวล้วนหัวร่อเยาะเย้ยยัน
ทั้งพระจันทร์ยิ้มร่าพาไสว
ส่องแสงพราวระยับก็ดับไป
แล้วซุ่มในความมืดดำระบำเพลง
๐ ฤาฉันโง่อย่างเขายันเพียงนั้นหรือ
สุดท้ายถือบ่วงเศร้าคอยเข้าแหง
เอาน้ำตาลบล้างเขาให้เงาเกรง
ฝากบรรเลงเป็นบทเศร้ากล่อมเข้านอน
๐ ขอเวลาสักนิดจิตอกหัก
เป็นซากปรักทิ่มแทงหมดแรงถอน
ร่ายความในลงกานท์เป็นทานรอน
เพียงคนจร...ขอพรลืมยืมสักครา...
24 พฤศจิกายน 2553 10:24 น.
ประมัทวรา...
๐ ลมพัดแผ่วโยกรวงข้าวหนาวแล้วหนอ
อร่ามทอแสงทองผ่องทั่วทุ่ง
เหมือนต้องมนต์ริ้วลมห่มใจปรุง
เข้าโอบอุ้มนุ่งเหมันต์ตะวันรอน
๐ แว่วเสียงปี่ซังข้าวยาวระยะ
คล้ายจังหวะคนเศร้าเฝ้าไถ่ถอน
น้ำตารินรดรวงข้าวคราวอาวรณ์
หนาวสะท้อนทรวงจิตปลิดชีพวาย
๐ รังสิมันตุ์เปลี่ยนทิศหรือคิดห่าง
หรือจับวางรัถยาพาให้หาย
ขอวัสโสทกปรกหน้ารดลากาย
อัสสุหมายอย่าเปื้อนเยือนแก้มนาน
๐ สนธยาลับเมฆข้ามเขตหม่น
ฤทัยหล่นที่ใดเกินไขว่สาน
ถูกจุรีฝังคมให้ซมซาน
เดชนะพานยิงลงเข้าตรงใจ
๐ นั่งมองว่าวทวนลมข่มเหงาอยู่
ชลเนตรรู้หลั่งรินด้วยกลิ่นไหว
รอคนเก่าที่เขาจากปิดฉากไป
กลับคืนใจดนุนี้ฤดีคอย
๐ รชนีกรพราวสวยอำนวยแสง
ชวาลาแฝงเร้นอับดับเหงาหงอย
ดารกะพรายระยับวับวาวลอย
งามดั่งพลอยมิกล้าไขว่ใฝ่เชยชม
๐ วาณีล่องท่องเหมันต์ฝันถึงพี่
หนาวคราวนี้ไม่เห็นหน้าพาขื่นขม
ฤาไปหลงรมณี,รัมภา อกข้าฯตรม
ชลนัยน์ห่มหลับลาทิวารอ
๐ ฤาไปอยู่ตรัยตรึงศ์จึงไม่กลับ
รวิดับเมฆาหายหมายอยู่หอ
ฝากทิชากรย้ำคำนำพะนอ
ศศิทอทิฆัมพรกล่อมก่อนจรลา
๐ อินทรธนูวาดสายที่ปลายเมฆ
เหมือนเข้าเขตอัสสุชลปนห่วงหา
ทุ่งรวงทองรอเคียวคนเกี่ยวมา
สู่สัญญาปี่ซังข้าวคราวเหมันต์
๐ หรือให้คอยรอยช้ำย่ำดวงจิต
ราษราตรินปิดฉากฝากแค่ฝัน
ดั่งวชิระฟาดใจไปลงทัณฑ์
ให้ชีวันดับจุณหวันยิหวา
๐ ฝากวัลลีโอบอุ้มหุ้มใจหมาย
แม้ร่างกายแปรเปลี่ยนเป็นวาลุกา
เกิดรอยเปื้อนเยือนพักตร์ด้วยชลนา
ยังรอท่าพี่กลับนับยวงทอง...ครองเหมันต์...