6 กันยายน 2548 20:10 น.

สู่หวัง...สืบแวว

ผกากรอง


     ลมฝนโปรยปรายท้ายหนาว
ปลุกด้าวปลุกดินหินผา
ชีวิตอิดโรยอ่อนล้า
ให้พากันตื่นฟื้นตน
ฝนหลงฤดูคราใด
เตือนให้ใจหวังหลังฝน
หลงทิศผิดทางกังวล
อับจนอยู่ไยใจงาม
งามคิดงามฝันมั่นหมาย
ท้าทายทุกกล้าฝ่าข้าม
ทุกวิริยะพยายาม
เรืองงามกว่าฤกษ์เบิกชัย
     ฝนเกิดจากดินสู่ฟ้า
ตกกลับลงมาดินใหม่
ฝนบอกความจริงสิ่งใด
ฝนให้ความหมายใครรู้
บันทึกอนุทินดินฟ้า
เผยโลกแก่ตาทุกคู่
เสาะหาค่าแห่งฤดู
เป็นอยู่เช่นนั้นนานแล้ว
เม็ดน้ำลำธารชีวิต
คือภารกิจหยาดแก้ว
สู่หวัง ถวิลถิ่นแนว
สืบแวว ชีวาฟ้าดิน				
6 กันยายน 2548 18:44 น.

ไหมแท้ที่แม่ทอ

ผกากรอง


     แม่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมตั้งใจนัก
เรี่ยวแรงรักแม่ใช้เพื่อใฝ่ฝัน
อีกสาวไหมด้วยมือซื่อสัตย์นั้น
ทั้งทอมันละเมียดละไมใช้เวลา
          
                    สื่อวิญญาณผ่านมือสู่เส้นไหม
               ถักเส้นใยแต่ละเส้นเป็นเนื้อผ้า
               ตีนที่ใช้กระตุกกี่คือชีวา
               มือที่คว้ากระสวยวาดคือชีวิต

     ผ้าขาวม้าผืนใหม่แม่ให้ลูก
รักพันผูกทุกใยไหมวิจิตร
ใยไหมโยงใจแม่เนรมิต
ไหมอุทิศแม่ก็ทอต่อตำนาน

                    ลูกก็ถือผ้าทอที่แม่ให้
               เป็นเยื่อใยไหมและแม่ที่กล้าหาญ
               ผ้าทั้งผืนมีชีวิตจิตวิญญาณ
               ถักประสานสอดสร้างอย่างแยบยล

     มือน้อยน้อยของแม่ดูแค่นี้
เคยเฆี่ยนตีลูกบ้างในบางหน
แต่มือเดียวกันนี้แหละสู้ทน
ประคองลูกให้พ้นภยันตราย

                    แหละมือนี้ที่บันดาลงานชีวิต
               มิเคยคิดค่าแรงแข่งซื้อขาย
               ยังถักทอทรมาน์ยังท้าทาย
               ยังมั่นหมายผ้าไหมผืนใหม่มา

     พร้อมทั้งสอนลูกสาวเจ้าศรีเรือน
อยู่เป็นเพื่อนแม่ทอปรารถนา
เพื่อสืบทอดแรงงานกาลเวลา
ก่อนมือแม่จะอ่อนล้าต้องลาพัก

                    และสอนเจ้าลูกชายให้ทระนง
               รักแม่ก็ขอจงทำงานหนัก
               ด้วยละเอียดอ่อนในเยื่อใยรัก
               พลีชีวิตเพื่อถักและทอไท

     สักวันหนึ่งถึงไม่มีชีวิตแม่
ลูกที่แท้ก็คงทอสืบต่อได้
แม่ก็ทอลูกก็ทอต่อเส้นใย
ผ้าชีวิตผืนใหม่...จะต้องงาม				
6 กันยายน 2548 18:09 น.

ตุ๊กตา

ผกากรอง


     ตุ๊กตาเอ๋ย         ตุ๊กตาชาวไร่    
ยามยากยามไร้      นั่งรถไฟความฝัน
ทิ้งไร่ดอกไม้แห้ง   ไปเสาะสีแสงเหมือนหมอกควัน
โอ้รถไฟสายฝัน      พบแต่ดอกไม้จันทร์ยามจน

     ตุ๊กตาเอ๋ย           ตุ๊กตาชาวนา
ยามโลกสนธยา        ลงนาวาลำพยนต์
ทิ้งกระท่อมใบตาล    ไปสู่สายธารใบหม่น
โอ้นาวาลำพยนต์      ไปล่มกลางฝนทะเลไฟ				
6 กันยายน 2548 17:52 น.

บันทึกจากต้นกระโดน

ผกากรอง


     ชมพูพริ้งพราวพร่าง
ห้อยระยางย้อยลงมา
แดงพร่างสว่างตา
ใครนั้นหนาที่ปลูกไว้
                    
                    รอยไฟไหม้เมื่อแล้ง
               เจ้ายังแกร่งยืดกล้าได้
               สู้แดดและฝนไป
               เมื่อเติบใหญ่เป็นพนา
     
     ช่างเก่งจริงนะเจ้า
อยู่ตามเขาเฝ้ายามป่า
เรียกเจ้ากันมาว่า
กระโดนไซร้ไม่เข้าที
                    
                    บางคนเขาก็เรียก
               ต้นลำเจียกเอ๊ย!ไม่ใช่ซี
               ต้นจิกรู้จักดี
               เป็นอาหารแสนโอชา
     
     ยอดจิ้มน้ำพริกอร่อย
ช่อดอกน้อยแกล้มปลาร้า
ส่วนใบมันนี้หนา
ไม่รู้ว่าใช้อย่างไร
                   
                    โอ้เจ้ากระโดนไพร
              วันนี้ได้มาเสาะหา
              ขอยอดไม่มากหน่อยหนา
              ขอเพียงข้าได้ดอกมัน
     
     ขอเรื่องเป็นบทเรียน
และขอเขียนพรรณนา
เก็บภาพไว้ด้วยตา
เก็บเจ้าหนาไว้ในใจ
                    
                    ฝากรักฝากคุณค่า
               ป่ากระโดนทุกดวงใจ
               เช่นนี้ตลอดไป
               ไม่มีวันจะเปลี่ยนแปลง				
4 กันยายน 2548 19:09 น.

ชมทะเล

ผกากรอง


      โอ้ว่าตัวเรานี้
ชื่นชีวีสุขใจปอง
สมคิดจิตมิหมอง
สุดลำพองสุขหทัย
                              ได้ชมทะเลงาม
                         น้ำสีครามสวยสดใส
                         นั่งเรือลอยไปไกล
                         ในจิตใจแสนภิรมย์
     นกทะเลตัวน้อยน้อย
บินเคลื่อนคล้อยตามสายลม
ดูซิช่างน่าชม
ไม่ระทมชื่นหทัย
                                มองในสายนที
                           ปลาเร็วรี่เร่งว่ายไป
                           น้ำใสดังดวงใจ
                           ที่สดใสสุขวิญญาณ์
     ท้องฟ้าจะมืดแล้ว
อาทิตย์แคล้วเหลี่ยมภูผา
พราวพร่างดวงดารา
น้ำค้างพาโปรยละออง
                                 นาวาแล่นท้าลม
                            ช่างงามสมไม่มีสอง
                            เกษมเปรมจิตปอง
                            น้ำเนืองนองมองวารี
     ลมเรื่อยเฉือยเฉื่อยฉิว
เรือแล่นลิ่วสุดโสภี
แว่วยินเสียงปักษี
ลืมความโศกวิโยคศัลย์
                                  ดูดาวเด่นโสภา
                             บนเวหาล้อมดวงจันทร์
                             เมฆเคลื่อนเลื่อนบังครัน
                             ควรนิทราก่อนลาเอย				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟผกากรอง
Lovings  ผกากรอง เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟผกากรอง
Lovings  ผกากรอง เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟผกากรอง
Lovings  ผกากรอง เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงผกากรอง