18 ตุลาคม 2553 19:49 น.

อัปสรา.. นฤมิต

พันหนึ่งราตรี..

โอ้โหหห...  ท่านมิตรสหาย ขอรับ  "เล่าภาพด้วยกลอน"  เรื่องนี้ หากไม่ดูรูป นางอัปสราเขมรของแท้ ในเวป ของพันหนึ่งราตรี.. ท่านจะต้องเสียใจแน่ๆ  ขอบอกนางอัปสรา ของแท้.. ดูแล้วน้ำลายจะไหล หยดแมะๆ เลย  ฮี่ฮี่ ตามเข้าไปดูความเซ็กส์ซี่ของอัปสรา..นฤมิตกันนะค่ะ

http://sweetyland.multiply.com/journal


งานลึกล้ำ อ่อนช้อย ให้ลุ่มหลง
เจ้าอนงค์ นางฟ้า นางสวรรค์
เจ้าจำหลัก ในศิลา วิหารบรรณ
นานนับกัลป์ เจ้าไม่เหงา หรืออย่างไร

งามเจ้าเอย  เจ้างาม  อย่าพิสุทธิ์
มิอาจหยุด ให้ใจ ไม่ใฝ่หา
เจ้าอยู่เงียบ เดียวดาย ในศิลา
ด้วยมนตร์ตรา ที่เจ้าเลือก หรืออย่างไร
  
หรือว่าเจ้า ถูกเขา เอามาจำ
เจ้าต้องช้ำ อิงแอบ เเนบหินสี
ต้องอยู่เฝ้า  ปราสาท  ราชธานี
ไป่สิทธิ์มี  ยกร่าง  ออกมาเชย

อยู่อย่างนั้น แสนงาม เหมือนนางห้าม
บุรุษล้ำ จำหลัก สุดจักฝืน
ต้องอยู่อย่าง อมตะ ทั้งวันคืน
เสียงสะอื้น โหยไห้ อาลัยครวญ

ปราสาทเจ้า ที่จำ สุดเย็นเยียบ
ดังจักเปรียบ วิมาน ในซอกผา
จำจองเจ้า ทั้งชีพ และวิญญา
อนิจา อัปสรา ในจินต์กาล

เเม้นเจ้าเลือก  เกิดได้  ดังนฤมิต
จักขอคิด จุติใหม่ อีกสักหน
จะขอเลือก เป็นนาง นฤมล
มีตัวตน อย่างเช่น คนทั่วไป..				
18 ตุลาคม 2553 19:37 น.

ทุ่งนา.. แห่งรักแท้

พันหนึ่งราตรี..

ติดตาม "เล่ากลอนจากภาพ"  ในบทนี้ที่บ้านน้อยของข้าพเจ้า 
http://sweetyland.multiply.com/journal/item/42

เมฆบนฟ้า ตั้งเค้า ครื้มครื้มฝน

ก่อตัวจน มืดดำ ฉ่ำน้ำหนาว

มุ่งม้วนตัว คล้อยต่ำ ไอน้ำพราว

เหมือนเร่งเร้า ปลดปล่อย  ธ สายธาร


พิรุณแรก โปรยมา พื้นดินชื่น

มิอาจขืน แตกระแหง แล้งอยู่ได้

กลิ่นอายดิน หอมฟุ้ง จรุงใจ

ธรณีไซร้ ชุ่มน้ำ ช่ำภูมิดล


ได้เวลา ร่วมแรง กันแข็งขัน

ด้วยใจมั่น ศรัทธา ในหน้าฝน

ทั้งสองแรง เจ้าทุย กันกับคน

สู้ขยัน อดทน กรำผืนนา..


ต้นกล้าน้อย ค่อยผุด แทงปลายยอด

ค่อยค่อยสอด แทรกดิน มาอวดโฉม

ด้วยสายน้ำ ช่วยเสริม มาชโลม

ผุดถาโถม ต่อสู้ ชูยอดใบ


พ่อกับลูก ช่วยกัน มุ่งมั่นสร้าง

ทุ่งไม่ร้าง สีเขียว ดูสดใส

เริ่มชีวิต บนผืนนา พากันไป

ด้วยหัวใจ ชาวนา น่าชื่นชม..


พื้นนา ผืนนี้ มีชีวิต

เพราะด้วยจิต วิญญาณ ที่สร้างสม 

และด้วยแรง ของชาวนา ช่วยกล่อมกลม

บรรเลงพรม เพลงข้าว ตราบเท่านาน


เจ้าต้นกล้า เริ่มใหญ่ อวดรวงแล้ว

เป็นทิวแถว โน้มน้อม ดูอ่อนหวาน

สีรวงเจ้า เขียวสด งามตระการ

ใครเล่าขาน ดีใจ เท่าชาวนา


เพลานี้ ท้องทุ่ง รุ่งไสว

สีอร่าม งามจับใจ ไปทั้งผืน

ไอหมอกล้ำ ย้ำสีทอง ทุกวันคืน

มิอาจขืน โหยหา นาทองธาร


ดูเด็กน้อย เริงร่า กลางท้องทุ่ง

เจ้าไม่มุ่ง เสาะแสวง แก่งแย่งฆ่า

เจ้านั้นใช้ ชีวิต เช่นธรรมดา

มีชีวา สดชื่น รื่นภิรมย์


เล่นสนุก ในท้องทุ่ง เถิดเด็กน้อย

จงอย่าคอย คิดทาง เข้าเมืองหลวง

เจ้าจะเจ็บ ยิ่งกว่าข้า คนช้ำทรวง

อยากละทิ้ง เมืองหลวง กลับท้องนา

อยากกลับไป ใช้ชีวิต ดั่งเช่นเจ้า

เป็นผู้เฒ่า ผู้แก่ แน่วแน่หมาย

อยู่ในธรร  มชาติสรร  ทุกวันวาย

แม้นมลาย ก็ขอตาย ในทุ่งนา..

http://sweetyland.multiply.com/journal/item/42
อยากให้ท่านผู้อ่านได้เห็นภาพที่ประทับใจ  โดยเฉพาะภาพที่เล่าภาพสุดท้าย  ท่านได้เห็นแล้ว คงอดอมยิ้ม ไม่ได้เป็นแน่แท้

พันหนึ่งราตรี..				
18 ตุลาคม 2553 19:28 น.

บุปผางาม.. ในยามยาก

พันหนึ่งราตรี..

โปรดเยี่ยมชมภาพประกอบ กลอนบทนี้ได้ที่บ้านส่วนตัวของข้าน้อย
http://sweetyland.multiply.com/journal/item/39

งามเจ้าเอย บุปผางาม ในยามยาก

แสนลำบาก ต่อสู้ ลู่ลมฝน

เพื่อจะได้ ผลิดอก ให้คนยล

อวดโฉมตน ให้เบ่งบาน ตระการไพร..


เจ้าได้สร้าง สีสรรค์  ในธรรมชาติ

แต่งเเต้มวาด จุดสี ละอองไสว

บ้างแอบซ่อน   ตามขุนเขา  ลำเนาไพร

ด้วยหวังให้ รื่นรมย์ สมตามจินต์..


หนึ่งดอกน้อย ค่อยผลิบาน อยู่กลางป่า

รอเวลา แรกแย้ม สมถวิล

กลีบเปราะบาง ค่อยค่อย รวยระริน

ดังเพลงพิณ แย้มสยาย บรรเลงคีย์..


ฝูงผมร ว่อนเฝ้า  เคล้าเกสร

ดั่งจักฟ้อน รำร่าย เเต่งเติมสี

เรณูเร้า  เริงรื่น ชื่นฤดี

กลิ่นหอมนี้ ตราตรึง ถึงดวงใจ..


งามเจ้าเอย งามเจ้า ช่างวิจิตร

ประหนึ่งเทพ นรมิตร ดั่งสรวงใส

ช่างงามล้ำ ประดับพื้น ลำเนาไพร

โดดเด่นได้ ดังวิมาน พาลเพลินชม..


ดุจศิลปิน เอาพู่กัน มาแต้มสี

ระเรงที่ ไว้ตาม ในไพรสม

ดั่งจักวาด ทิ้งไว้ ให้ได้ชม

ช่างเหมาะสม กลมกลึง เกินบรรยาย..


แม้นได้เพียง  สัมผัส  แค่ดวงเนตร

ก็ชื่นเจต ชื่นจิต นิมิตหมาย

หวังจะอยู่ ชื่นบุปผา จนวันตาย

หากมลาย ก็ขอกลาย เป็นปุ๋ยดิน..


จะบำรุง  ดูแล รักษาเจ้า

จักคอยเฝ้า เอาใจ เหมือนในหิน

มิให้ชอก ช้ำใจ ไร้ราคิน

หวังเสียงพิณ บุปผา ไปชั่วกาล..

 

"รักในธรรมชาติหลากสีสัน.. และจะขอมีชีวัน เพื่อชื่นชมธรรมชาติต่อไป"

 PanwaTa 



โปรดเยี่ยมชมภาพประกอบ กลอนบทนี้ได้ที่บ้านส่วนตัวของข้าน้อย
http://sweetyland.multiply.com/journal/item/39				
18 ตุลาคม 2553 19:03 น.

ถนนสายชีวิต.. ลิขิตได้

พันหนึ่งราตรี..

ขอชวนเพื่อนอ่านกลอนบทนี้ ประกอบภาพที่ได้ตั้งใจ "เล่าจากภาพ"  แบบเต็มที่ได้ตั้งใจเขียนขึ้นที่เวปของพันหนึ่งราตรี.. ด้วย  ใจจริงอยากจะลงภาพ   แต่ก็ลงไม่เป็นเพราะเพิ่งเข้ามาหัดเขียน หัดทำ   หากไม่เป็นการรบกวนมิตรสหาย  เเวะไปเยี่ยชมบ้านน้อยของ พันหนึ่งฯ ด้วย.. จะดีใจแท้    ^__^

http://sweetyland.multiply.com/journal/item/43/43


บนเส้นทาง ดำเนิน ของชีวิต

ถูกลิขิต โดยพระเจ้า กระนั้นหรือ

มวลมนุษย์ ผู้ก้าวย่าง ต่างฝึกปรือ

ไม่ยึดถือ ฝ่าพิชิต ลิขิตกรรม..


หลายวิถี ล้วนโชคดี ที่ได้ย่าง

บนเส้นทาง ร่มรื่น ชื่นสุขสันต์

ไม่ทุกข์ยาก รำเค็ญ ห่างจาบรรณ

ด้วยชนชั้น มั่งมี ศรีเงินทอง..


ทางสัญจร ของชีวี มีทางโค้ง

บางคนโรจน์ วิ่งฉิว ไปตามศร

ดั่งกับมี พระเจ้า มาอวยพร

ให้มีแรง โคจร บนเส้นทาง..


อยากไคลคลา ประพาส ทางราบเรียบ

เสมือนเปรียบ ดลฤดี มีแก่นสาร

เยื้องกรายย่าง ในท่ามกลาง บุปผางาม

มิอาจห้าม เดินทางไกล อย่างรื่นรมย์..


อาจมีบ้าง บางนาที ของชีวิต

ที่ก้าวผิด แหกโค้งไป ใช่ที่สม

ควรหรือเจ้า รีบเร่งร้อน จนวายชนม์

โค้งทางกล จึงดับคน นับคณา..


มรรคา บางเส้น ถูกแอบซ่อน

วกวนย้อน เหมือนไม่ ตั้งใจสร้าง

พื้นกรวดหิน ทิ่มแทง ทรมาน

โลหิตพาล ไหลหลั่ง แสนทุกข์ทน..


ช่องหนทาง รางวิถี ก็มีหมอก

มาล่อหลอก เผลอไผล หากไม่สน

คนสะเพร่า ไม่ระวัง อาจเสียตน

ด้วยหลงกล หมอกมัว ที่ยั่วใจ..


เคยบ้างไหม ก้าวไป ทางเย็นเยือก

ไม่ได้เลือก  เหน็บหนาว น้ำตาไหล

โชคชะตา บีบบังคับ ให้เป็นไป

หนาวสุดขั้ว หัวใจ ก็จำเดิน..


จะอีกไกล แค่ไหน ก็ไม่รู้

หวังเพียงสู้ ให้คน เขาสรรเสริญ

ก้าวเดินอย่าง มั่นใจ และเพลิดเพลิน

หวังจำเริญ ทำสิ่งลวง ให้เป็นจริง..


บนเส้นทาง ของชีวิต ใช่โรยไว้

ด้วยดอกไม้ สิ่งสวยงาม ตามที่ฝัน

ชีวิตเรา มีขึ้นลง อยู่ทุกวัน

อย่าหยุดฝัน คิดให้ทัน เท่าทุกกาล..


ดูอย่างเจ้า ตูบน้อย ในภาพนี้

นั่งนิ่งชี้ ให้คน เฝ้าสงสาร

มันหยุดนิ่ง จิตสำนึก อยู่เนิ่นนาน

เพื่อจักสร้าง คำถาม ในใจคน..


เป็นมนุษย์ จงทำตน เป็นคนเถิด

แม้ไม่ได้ เลือกเกิด อย่าสับสน

ทางชีวิต ของเรา ไม่อับจน

เพียงเห็นหน ทางกู้ สู้ต่อไป..

 

อย่าท้อแท้ อาลัย จงอายหมา

มีปัญญา จงสร้าง ทางฝันใฝ่

อาจไม่สวย เพราะล้มบ้าง ไม่เป็นไร

จงภูมิใจ ที่ก้าวไป ด้วยขาตน..				
18 ตุลาคม 2553 18:53 น.

ไออุ่น.. แห่งขุนเขา

พันหนึ่งราตรี..

ที่จริงอาจจะแต่งกลอนไม่ก่งไม่สระสรวยนัก แต่ก็..แต่งด้วยใจรักที่อยากจะเขียน ปกติ พันวา..จะเขียนบันทึกและกลอนจากความรุ้สึกทิ้งไว้ใน   http://sweetyland.multiply.com   ที่จริงกลอนบทนี้มีรูปสวยๆประกอบอยู่ในแต่ละบท   อยากเชิญชวนผู้รักกลอน มิตรใหม่เข้าไปเยี่ยมชมบ้านหลังน้อย แต่อบอุ่นใจของข้าพเจ้าบ้าง ..และยินดีเสมอสำหรับคำติชม 

http://sweetyland.multiply.com


นั่งคิดถึง ขุนเขา ลำเนาป่า

อยากใฝ่หา ไออุ่น จากถิ่นสูง

พร่ำคิดถึง ไพรวัลย์ และยางยูง

ถูกชักจูง จากไกล ไปเนิ่นนาน..


ขุนคีรี เด่นตระหง่าน เทียบเทียมเมฆ

ประหนึ่งเอก องครักษ์ พิทักษ์หาญ

ช่างเข้มเเข็ง แน่วแน่ ในวิญญาณ

เพื่อสืบสาน รักษา ผืนดินเดียว...


ศิขรินทร์ งามล้ำ เอื้อมค้ำฟ้า

เลียบเมฆา ละอองน้ำ ฉ่ำเยือกหนาว

เหมือนอ้อมกอด ทะเลหมอก เพียงบางเบา

ช่วยกันเคล้า ต่อเติม เสริมจินตนา...


คลื่นไอหมอก  ม้วนตัว เหมือนยั่วเย้า

ดั่งจักเร้า  รึงให้  อาลัยหา

หนึ่งคนเศร้า ยังเจ็บช้ำ พรรณนา

ถูกลักพา   ซ่อนไว้   ใน..ณ..คิรินท์...


ใกล้สายัญ เริงคล้อย เลียบทิวเขา

ช่างอ่อนเยาว์ สุกไสว  ดั่งสีสิน

ตะวันรอน อ่อนแรงล้า มณีนิล

เพียงข้ายิน ยลเท่านี้  ก็ปรีด์เปรม..


อยากวอนฟ้า ขุนคีรี  ซึ่งที่รัก

ข้าจักพัก รักเขามั่น ไม่หวั่นไหว

ดั่งเช่นเจ้า  บรรพต  ในถิ่นไพร

ด้วยหัวใจ เด็ดเดียว ..และทรนง..








				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพันหนึ่งราตรี..
Lovings  พันหนึ่งราตรี.. เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพันหนึ่งราตรี..
Lovings  พันหนึ่งราตรี.. เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพันหนึ่งราตรี..
Lovings  พันหนึ่งราตรี.. เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงพันหนึ่งราตรี..