25 มกราคม 2553 20:53 น.

ความเหงา... เสาไฟ

-เชลงลรรลุง-

           เสาไฟต้นหนึ่ง	
ที่พึ่งหนุ่มสาว
มีเก้าอี้ยาว		
ตรงโคนเสาไฟ

          หนุ่มชอบนัดสาว	
ยามหนาวหัวใจ
มาพึ่งแสงไฟ		
นั่งชมแสงดาว

          เสาไฟได้เห็น		
หนุ่มเล่นกับสาว
ทุกคืนทุกคราว	
ชักเหงาหัวใจ

          ทุกกลุ่มหนุ่มสาว	
มองดาวสุกใส
ไม่ใช่แสงไฟ		
ไม่สวยเหมือนดาว

          น้ำใจไหลช้า		
น้ำตาไหลยาว
น้อยใจถึงคราว	
ขอดับแสงไฟ

           แล้วค่ำคืนนี้		
ไม่มีใครใคร
มาพึ่งแสงไฟ		
นั่งชมแสงดาว

          เก้าอี้ร้องไห้		
เสาไฟเริ่มหาว
เก้าอี้บ่นยาว		
เจ้าต้องเปิดไฟ

          แม้ไม่สกาว		
เท่าดาวสุกใส
แต่ไร้แสงไฟ		
เหมือนไร้แสงดาว

          จงเปิดไฟแจ้ง		
ให้แสงหนุ่มสาว
ได้ชมแสงดาว
ใต้เจ้าแสงไฟ

          หน้าที่ใครบ้าง		
แตกต่างกันไป
เจ้าคือแสงไฟ		
ผู้ให้แสงดาว

          ดวงดาวจิ้มลิ้ม	                   
แย้มพริ้มยิ้มพราว
กะพริบแสงดาว	
ขอบคุณแสงไฟ		
				
22 เมษายน 2552 22:06 น.

หนึ่งใบพฤกษา

-เชลงลรรลุง-

          เพียงหนึ่งใบพฤกษากำพร้าเกิด
แม้ประเสริฐมีพ่อแม่แต่หมองหมาง
หลากศิลาบุปผาพริ้มอยู่ริมทาง
ยังสุขบ้างเมื่อตั้งอยู่ยามลู่ลม

          กายตะกายหายใจเฮือกท้ายสุด
เพื่อยื้อยุดกิ่งไว้เกาะตามเหมาะสม
หากแรงวาตดุจอาฆาตบาดด้วยคม
โค่นต้นล้มเป็นใบใบสิ้นไร้แกน

          เที่ยวเพลินจิตพิศมัยยามใกล้มิตร	
ผู้มีฤทธิ์แห่งรูปทรัพย์อยู่นับแสน
วิปริตพิศวาศอย่างขาดแคลน
หาสิ่งแทนแก่นแท้แต่ตนเทียม
	
          เที่ยววาดฝันวับวามตามอากาศ
เป็นปราสาทปราศซึ่งผู้มาอยู่เยี่ยม
นี่สำหรับผู้ไร้โฉมน่าโลมเลียม
เป็นดอกเทียมใบแท้รอแก่ตาย

          ปลิวตัวเลื้อยเรื่อยลามไปตามพื้น
เป็นเศษกลืนดื่นธุลีที่หลากหลาย
ทั้งดินเหนียวดินร่วนจวนดินทราย
เหมือนละม้ายไม่เหลือเค้าของเงาเดิม

          พยายามยิ่งยวดอย่างปวดร้าว
กึ่งชายสาวใครเขาคงไม่ส่งเสริม
หวังปั้นเดนให้เป็นดินของถิ่นเดิม
แล้วฮึกเหิมให้เป็นหินสักชิ้นอัน

          หลอกประชาว่าข้าไซร้คือชายแท้
ครั้นมองแลในกระจกกลับผกผัน
ยิ่งภายนอกออกล่ำกำยำกัน
ยิ่งส่ำสั่นในชั้นทรวงที่กลวงบาง

          ที่เห็นมีดอกไม้ไว้ประดับ
เพียงสำหรับบังหน้าถ้าใครขวาง
จากบ่ายเบี่ยงเถียงฉอดฉอดตลอดทาง
ก็แกร่งกร่างวางสง่าทุกท่าที

          โอ้ก้อนหินกลิ่นหอมน่าตอมไต่
เจ้าครองใจปวงชนทุกหนที่
ใครเล่ารู้ความหลังครั้งหนึ่งนี้
เจ้าอย่างดีก็แค่ใบไม้บางบาง

          เพียงหนึ่งใบพฤกษากำพร้าเกิด
แม้ประเสริฐมีพ่อแม่แต่หมองหมาง
หลากศิลาบุปผาพริ้มอยู่ริมทาง
ยังสุขบ้างเมื่อตั้งอยู่ยามลู่ลม
				
17 สิงหาคม 2550 23:56 น.

ห้องเดิม

-เชลงลรรลุง-

โรงเรียนราชวินิต บางแก้ว พศ. 2546


                                                                                     ตะวันตกดิน
                                          นกกาหากิน                          บินกลับสู่รัง
                                          ฉันหวนกลับมา                     ตามหาความหลัง
                                          นานแล้วคงยัง                       อยู่ในห้องนี้

                                                                                     หลับตาผลักประตู
                                           ลืมตาขึ้นดู                           รู้สึกยินดี
                                           ปนความเสียใจ                    ข้างในที่มี
                                           นี่หรือสองปี                          สำหรับห้องเดิม

                                                                                     ตะวันร้างไกล
                                           ท้องฟ้าร่ำไห้                        ไร้แสงแต่งเติม
                                           ไม่ต่างห้องนี้                        แม้นมีสิ่งเพิ่ม
                                           แต่ในห้องเดิม                     ไม่อาจมีเธอ

                                                                                     มีคนเปิดไฟ
                                           แลสว่างไสว                         ให้ฉันพบเจอ
                                           ทุกสิ่งวันนั้น                         ที่ฉันและเธอ
                                           เคยพบเคยเจอ                    ใจหายทั้งดวง

                                                                                     ไม่อยากทนเห็น
                                           ความจริงที่เป็น                    เห็นสิ่งซ้ำทรวง
                                           หลบเดือนหลีกดาว               ฟ้าพราวทุกห้วง
                                           ปิดไฟทุกดวง                       กระจกทุกบาน

                                                                                     บรรยากาศเดิม
                                          ยังคอยซ้ำเติม                       เคลิ้มถึงวันวาน
                                          อ้อมอกอ่อนไหว                    อุ่นไออ่อนหวาน
                                          ผ่านมาแสนนาน                    หวานซึ้งตรึงตรา

                                                                                     ใครจักเสริมแต่ง
                                          ห้องถูกจัดแจง                      แปลงแค่มายา
                                          ข้าวของยักย้าย                     เข้าซ้ายไปขวา
                                          ไม่เคยแปลกตา                    ไม่เห็นเปลี่ยนใจ

                                                                                     ทรุดกายลงนั่ง
                                          เอนกายพิงผนัง                     หวังกอดเข่าไว้
                                          ตัวซุกตรงซอก                      ทางออกของฤทัย
                                          คือคลายดวงนัยน์                  คล้ายหมางทำเมิน

                                                                                     เห็นเธอรางราง
                                          นั่งอยู่ข้างข้าง                        พลางคุยกันเพลิน
                                          ห้องเดิมไร้ร้าง                      เราต่างห่างเหิน
                                          ห้องใจเราเดิน                      จูงมือด้วยกัน

                                                                                     หลับตาพบเธอ
                                          พลอยนอนหลับเผลอ              เจอเธอในฝัน
                                          ภาพของห้องเดิม                  ที่เริ่มวันนั้น
                                          ปรากฏสีสัน                          ตะวันส่องแสง

                                                                                     สายลมร้องรำ
                                          ใบไม้เริงระบำ                      ล้ำเหลือเรี่ยวแรง
                                          นกสร้างรังหญ้า                    ร่อนหาหญ้าแห้ง
                                          น้ำใจเจ้าแสวง                      แข็งขันกันเขียว

                                                                                     แววตาเธอพริ้ม
                                          พร้อมหนึ่งรอยยิ้ม                 อิ่มเอมร้อยเที่ยว
                                          น้ำตาเคยไหล                      น้ำใจเธอเหลียว
                                          แลแค่หยดเดียว                    ล้างล้านหยดเลือน

                                                                                     ผิวกลีบบุปผา
                                          ผีเสื้อภุมรา                           มาแวะเยี่ยมเยือน
                                          เราสองพึ่งพา                        อาสาเป็นเพื่อน
                                          เหมือนปีแค่เดือน                  ช่วงเราคู่เคียง

                                          เปรี้ยง!!!...

                                                                                     ฝนพรำพร่ำพร้ำ
                                          พายุโหมกระหน่ำ                  ซ้ำฟ้าส่งเสียง
                                          ตื่นจากความฝัน                   วานวันเพราะเพียง
                                          ตกใจในเสียง                       ฟ้าร้องคำราม

                                                                                     อากาศคุ้นคุ้น
                                          หนาวหนาวอุ่นอุ่น                  วุ่นวายวาบหวาม
                                          เรือนร่างหนาวได้                  ใจใช่หนาวตาม
                                          รู้สึกถึงความ                        ทรงจำค่ำคืน

                                                                                     คืนนั้นฝนตก
                                           เราล้อมอ้อมอก                    พกผ้าคนละผืน
                                           ห่มกายคลายหนาว               แสงดาวดาษดื่น
                                           เป็นดั่งไฟฟืน                       เฝ้าผิงผิวกาย

                                                                                     เห็นเธอหาวนอน
                                          ง่วงเคลิ้มหลับก่อน                วอนเธอหลับสบาย
                                          ใบหน้าอ่อนนิ่ม                      นิ่งพริ้มยิ้มพราย
                                          ฉันมองไม่คลาย                   จนเคลิ้มตามเคย

                                                                                     คืนนั้นหัวใจ
                                          ไม่อาจหนาวได้                     ไม่เคยหนาวเลย
                                          กายหนาวเพียงไหน              อุ่นใจเสียเฉย
                                          เรารื้นชื่นเชย                       ร่วมเรียงเคียงหมอน

                                                                                     ทั้งกายใจคราว
                                          ค่ำนี้เหน็บหนาว                    คล่าวน้ำตานอน
                                          สะท้อนแสงฟ้า                      ยิ่งกว่าไฟฟอน
                                          ฟาดใจขาดรอน                    ก่อนเสียงบาดหู

                                                                                     สายลมพัดพร่ำ
                                          ใบไม้ชอกระกำ                    น้ำค้างไหลลู่
                                          น้ำใจพรากพา                      น้ำตาพร่างพรู
                                          ไร้ซึ่งเธออยู่                         รู้ซึ้งเกินทน

                                                                                     คอยบอกดวงจิต
                                          ข่มใจไม่คิด                          ปิดตามืดมน
                                          เลิกคิดเสียสิ้น                       อย่าถวิลสับสน
                                          ว่าเราสองคน                        คงถึงสิ้นทาง

                                                                                     ห้องเดิมหนึ่งไซร้
                                           อีกสี่ห้องใจ                          ใครว่าอ้างว้าง
                                           ผ่านความมืดมิด                  เพียรพิศเพียรสร้าง
                                           ภาพเธอท่ามกลาง                ห้าห้องสมปอง
		
                                                                                     อ้อมแขนของเงา
                                          กอดกับความเหงา                เฝ้าคอยเราสอง
                                          หวังเช้าวันพรุ่ง                     ฟ้ารุ่งรังรอง
                                          ฉันคงได้มอง                        เธอพร้อมห้องเดิม
		
                                                                                     แสงสุรีย์รำไร
                                           ท้องฟ้าสดใส                       ได้แสงแต่งเติม
                                           แต่ในห้องนี้                         ไม่มีสิ่งเพิ่ม
                                           ไม่ต่างห้องเดิม                   ที่ไม่มีเธอ

                                                                                     ไม่ต้องเปิดไฟ
                                           ก็สว่างไสว                           ให้ฉันพบเจอ
                                           เพียงภาพชีวิต                      ที่คิดถึงเธอ
                                           ขอลาแล้วเออ                       ลาก่อนห้องเดิม				
28 เมษายน 2550 12:20 น.

สายน้ำไม่ไหลกลับ

-เชลงลรรลุง-

ต้นน้ำ

               รินเอ๋ย รินไหล
ชลาลัยไหลไกลไม่ไหลกลับ
ชะรอยจิตพิสมัยได้ลาลับ
ก่อนเคยจับจิตช้ำให้คร่ำครวญ
เพียงอยากรู้รักนั้นทุกวันนี้
ลอยอยู่ดีมีสุขหรือกำสรวล
เคยว่ายเวียนเรียนรู้สู้ตามทวน
ร้องไห้หวนหัวเราะเพราะรักเอย

               อย่าเพิ่งคิดผิดไปว่าใจฉัน
คงมีวันผันแปรแค่เหตุผล
ที่ต้องเชื่อเนื้อตัวหัวใจคน
ไม่มีพ้นคนเดิมเมื่อเริ่มเจอ
ฉันยึดมั่นสัญญาไว้ไม่ต้องห่วง
จะไม่ทวงสัญญาใครแม้ใจเผลอ
เป็นคำพูดพิสูจน์ได้ด้วยใจเธอ
ว่าฉันเพ้อพูดไปหรือใจจริง
เพียงเธอลองมองตามาอีกหน
คิดกับคนคนนี้ไซร้ให้สุงสิง
เธอก็คงไม่สงสัยว่าใจจริง
มีทุกสิ่งยังทิ้งไว้ให้เธอตรอง

               เราก็เพื่อนเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยน
มาเยี่ยมเยียนอย่างเก่าเช่นเราสอง
เป็นเพราะฉันคิดถึงจึงต้องลอง
มามองมองให้มันเห็นเธอเป็นไง
ไม่ได้ขอร้องอะไรให้กับฉัน
ให้เธอปันรักฉันทีใช่ที่ไหน
ฉันพอซึ้งถึงภาษิตภาษาไทย
สายน้ำไม่ไหลกลับคงลับตา
ใครก็รู้อยู่ขึ้นใจในข้อนี้
เธอคนดีก็มีไว้ขึ้นใจหนา
ฉันไม่ขอให้ใครใครได้กลับมา
เมื่อชลายังรินไหลไม่กลับคืน
	
                แต่อดใจไม่ไหวอยากมาหา
อยากรู้ว่าอยู่วันวันมันสุดฝืน
หรืออยู่เย็นเป็นสุขทุกวันคืน
หากคนอื่นจะยืนงงคงช่างมัน
อย่างน้อยน้อยหนึ่งครั้งยังเคยว่าย
อยู่ในสายน้ำงามดั่งความฝัน
เคยยิ้มเคยมีน้ำตามาตามกัน
อยากรู้มันเหมือนเก่าหรือเปล่าเลย
และวันนี้ฉันดีใจที่ได้เห็น
เธออยู่เย็นเป็นสุขดีมียิ้มเผย
ส่วนตัวฉันมันก็เป็นดังเช่นเคย
มันเฉยเฉยกับการที่ไม่มีมีใคร

"แค่ได้เห็นสายน้ำไม่แห้งเหือด
เท่านั้นก็เพียงพอใจ
แค่ได้เห็นเพื่อนรักยังเหมือนเก่า
เท่านั้นก็คงบอกลาเธอไป"

ปลายน้ำ

                มองสายน้ำฉ่ำใจยังไหลเรื่อย
อาจฉิวเฉื่อยเหนื่อยบ้างก็ยังไหล
ทุกชีวิตยังดำเนินเดินต่อไป
แต่อย่างไรใจฉันยังรักเธอ

"แม้ว่ามันไม่ใช่แบบเดิม"
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ-เชลงลรรลุง-
Lovings  -เชลงลรรลุง- เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ-เชลงลรรลุง-
Lovings  -เชลงลรรลุง- เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ-เชลงลรรลุง-
Lovings  -เชลงลรรลุง- เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึง-เชลงลรรลุง-