พวกเธอเหมือนเทวดาน้อย..ทิกิ

tiki

เมื่อไปร่วมค่าย บ้านไทยมุง ว่าจะกลับมาเขียนเรื่องนี้
แต่มีอันต้องชะงักงานไปพักหนึ่ง จึงใคร่จะมาเขียนดังที่ปราถนาไว้
       ก่อนที่จะไป เจ้าขาวมาแว้บบอกว่า
 *พี่ค้าบ ผมขอหนังสือไปแจกโรงเรียนหน่อยนะ* 
    เอาสิ ฉันตอบ มอบหมายเจ้าขาว ไปว่าจะให้ไปกี่เล่ม
     อีกสองวัน เจ้าขาวโผล่หน้ามา ก็ถาม ว่า
" เจ้าขาว โรงเรียนอะไรขอชื่อด้วยจะใส่ในรายงานการบริจาคหนังสือ"
 เจ้าขาวก็ให้ชื่อมาว่า ห้องสมุดโรงเรียน อนุบาลบ้านตอเรือ
 ตำบลวังทอง อำเภอวังนกแอ่น จังหวัดพิษณุโลก
      สักวันต่อมา ก็พบเจ้าขาวอีก 
" เจ้าขาว ไปกันอย่างไรล่ะ งบประมาณยังไง  "
เจ้าขาวก็ตอบว่า "เขาคิดเฉพาะค่ารถ หัวละ 500 ครับ นอกนั้น
ทางกลุ่มจัดการให้หมด ที่กินที่นอน แต่ขอให้ทุกคนช่วยกันไปทาสี
ห้องสมุดโรงเรียน กับร่วมกิจกรรมวันพ่อหน่อย  "
    "  อะเหรอ น่าสนใจดีนะเจ้าขาว เพิ่มชื่อพี่ทันไหม."
    ".ลองดูนะครับ "เจ้าขาวว่า
      พิจารณาดูงานด่วน ก็เห็นว่า เรื่องสรรพากรวันที่ 7 ก็หยุดอยู่ดี 
กลับมาน่าจะทัน..ก็ตัดสินใจเข้าไปเพิ่มชื่อ เดิมก็เป็นสมาชิก
บ้านไทยมุงอยู่ แต่ไม่ค่อยร่วมกิจกรรมอะไร เช่นเดือนที่ผ่านมา 
เจ้าขาวก็มาเรียกจะให้ไปโยนโบว์ลิ่งการกุศลเพื่องานสร้าง
ห้องสมุดโรงเรียนนี้เหมือนกัน แต่ติดอะไรยุ่งๆ ก็ไม่ได้ไป
          ในที่สุด ฉันก็ไปโผล่ที่ท่ารถ Mor chit2  จนได้
( อ่านเอาเองแล้วกันภาษาอังกฤษใครตั้งเขียนได้เท่ดีแท้)
        วางกระเป๋าอันหนักอึ้งด้วยแบกหนังสือไปล้วนๆกับอุปกรณ์
ที่จะไปให้โรงเรียนกระเป๋ารถเข็นหนักสุด กับกระเป๋าสัพเพเหระ
รวมหลายอย่างไปในนั้น
ระหว่างนั้น ก็มีการมาทักทาย พาไปห้องน้ำกัน สาวหนุ่มทั้งหมด
 ประมาณ 16 ชีวิตได้ ก็ค่อยๆลำเลียงของขึ้นรถ 
มีไม่สาวคนนี้ ได้ไปนั่งที่ติดกับน้องคนหนึ่งหน้าตาสดใสน่าเอ็นดู
 สอบถามว่าเรียนโทอยู่รัฐศาสตร์จุฬา ก็ได้นั่งไปด้วยกันตลอดคืน 
ไปถึง ท่ารถพิษณุโลก ตีสามเศษๆ อากาศนอกรถหนาวกว่าในรถ
ลงไปแล้วอิจฉาพวกเอาเสื้อมีหมวกในตัว Hood มาด้วย
       
       
       tiki				
ในที่สุด รถปิ๊คอัพของสาวหุ่นเสลนเดอร์อารมณ์ดี เจ้าของชื่อ 
*กระดาษ* ก็มาถึงเธอทักทายทุกคนเรื่อยๆ  และรอรถอีกคันที่
จะมารับ สักอีกครึ่งชั่วโมง
 ยืนสัมผัส พิษณุโลก ตอนตีสามกว่าอย่างบันเทิงเย็นกายดี

       รถเก๋งอีกคันมาถึง พาไปพัก คฤหาสน์คุณอะไรลืมชื่อ
เพื่อให้ทุกคน ได้ นั่งพัก ดูหนังตลก และ นอน 
ฉันนั่งอยู่หน้าจอขนาดใหญ่นั้น แต่หลับไปจนได้เหมือนกัน 
ตื่นอีกที หกโมงกว่า มองหน้าหลายคนรอเข้าห้องน้ำ 
มันยังปรับตัวไม่ถูก ก็เลยไม่ได้ทำกิจธุระถ่ายหนักอะไรประเภทนั้น
 แต่ดื่มกาแฟที่เตรียมมา และ ขนมเค้กที่แวะซื้อมา ชิ้นหนึ่ง..

        สายนิดหนึ่ง ทุกคนไปที่ตลาด ได้ข้าวเหนียว ชื่อดังของ
พิษณุโลก และ ขนมมากมายมาให้แต่ละรถ ขณะนั้นรถปิ๊คอัพ
เพิ่มเป็นสามคัน

        กว่าจะไปแวะปั๊มน้ำมัน ที่มีต้นกาสะลองขาว เพื่อเตรียมรอ
ขบวนรถที่เพิ่มเป็น แปดคันแล้ว ก็ตกเกือบสิบโมงได้แล้ว				
ขบวนการเดินทางก็เริ่มขึ้นเมื่อขับผ่านถนนดีไปสักพัก อ้อมเขา
สวยงามไปเรื่อยๆ ก็ถึงหนทาง *4 กิโลแม้ว* ที่คุณกระดาษว่าไว้ 
รถทั้งหมด ต้อง ขับฝ่าข้ามลำธารกรวดน้ำไหล ไปสองสามหน 
คุณกระดาษเธอว่า เพื่อเรียกน้ำย่อย
ให้ได้ชื่อว่ามาเส้นทางวิบากเสียหน่อย

       วิบากกันไปสักพักก็ถึงโรงเรียนบนเขาจนได้ เป็นโรงเรียน
สนามกว้างใหญ่มีอาคารปูน ชั้นเดียวยาวด้านซ้าย หน้าเสาธง
 ถัดไปเป็นห้องสมุดที่กำลังก่อสร้าง ตามด้วย โรงอาหาร บ้านพักครู 
ไปจนถึง เรือนไม้เก่าผุมากที่รวมเรียนของนักเรียน ป 1 ถึง ป 6
 ที่นั่นเลย !
    
       คนที่ซึมซับความสลดใจที่นักเรียนทุกชีวิตวิ่งเล่นอยู่บน
เรือนไม้ผุ คือทุกคนทั้งหมด ที่ พูดไม่ออก บอกไม่ถูก

           พวกเรามีจนล้นด้วยวัตถุโน่นนี่ปรับแต่งให้วิลิศมาหราสุด..
.พวกเขามีอะไร ?
         

        เด็กๆเดินเท้าเปล่ามาโรงเรียนกว่าครึ่ง...เราไม่ทันนึกถึง.
.ไม่ทันนึกถึงอะไรตรงนี้...อธิบายไม่ถูกกับภาพที่เห็น.. 
 สายๆ ตนเองมีอาการลมสว้าน ลมชวาต ลมป่วงอะไรไม่ทราบ
 เลยตัดขาดการสื่อสารงานที่พวกน้องๆไป ดูแลเด็กๆ
 ขอเก็บภาพจากมะต้องน้อย มาฝากสักภาพเป็นกำลังใจ				
เที่ยงนั้นหลังจากรับประทานอาหารที่กลุ่มแม่บ้าน แม่ๆของ
นักเรียนมาช่วยกันทำเพื่อให้ ชาวไทยมุง  เสร็จเรียบร้อย 
    บ้างไปช่วยกันจัดคัดแยกหนังสือ ที่บริจาคกันมาเป็นหลายลัง
 ระดมพลเข้าไป ช่วยกันคัดเลือกประเภทตามที่ บรรณารักษ์ของ
กลุ่มเขาจดมาให้แล้วก็ ช่วยกัน ติดโค้ดสีบนสันหนังสือเพื่อให้
แยกประเภท 

       มีหนังสือเยอะเลยที่คุณ *ผู้ชายสีฟ้า* เธอสั่งคัดออกประเภท
การ์ตูนบรรยายรักเกินขอบเขตจินตนาการ หรือ ประเภท สาวเปรี้ยว
เฉี่ยววูบ เธอก็คัดทิ้งออกไปเยอะ จนพวก ครางฮือเสียดายกันเป็นแถว
    
         แล้วในที่สุดกระบวนการคัดแยกหนังสือเพื่อห้องสมุดก็เสร็จสิ้น
ฉันเดินกุมท้อง หายาลม ไปแวะได้ที่ เปลยวน ที่หนุ่มสาว คู่หนึ่ง ผูกไว้ 
ใต้ต้นไม้มีแผ่นผ้าใบกันแดดเสร็จสรรพ ปืนขึ้นไปห้อมกายไว้ในนั้น
จนอาการลมหายไป ก็โผล่หน้าลงมารับทราบ ว่าวันที่ 4 ธันวาคม นั้น 
ยังไม่ต้องทาสี ปูนยังไม่แห้งดี 
           งั้นบ่ายนี้ว่างจะทำอย่างไร ก็ คุณหางฯ เธอเสนอว่า ไปน้ำตก
วังทองกันเถอะ ก็เลย ปืนขึ้นรถปิ๊กอัพตามเขาไปด้วยอย่างยินดี				
ไม่ใข่ทางไปน้ำตกอย่างที่เราเคยเห็น เพราะต้องฝ่า
ดงหญ้าคาเข้าไปยาวมากเลี้ยวไปเลี้ยวมา  ฉันหกล้มลงไป
ในหลุ่มทางที่เดินแค่ตัวเองกับหญ้าคาสูงท่วมหัวหลายรอบ

          แต่ล้มแล้วต้องรีบลุกมาทำสำออยอะไรล่ะ ก็ลุกขึ้น
เดินไปต่อ จนถึงลานหินแห่งหนึ่ง มีต้นไม้ขดบัง ต้องลอด
ใต้ซุ้มต้นไม้เข้าไป ถึงจะเห็นแก่งผาด้านหน้า ค่อยๆไต่ตาม
กันลงไป ผู้นำทางชาวบ้าน บอกว่า 
           "คุณถ้าไม่ถืออะไรเกาะแขนผมลงไปนะค้าบ"
         เกาะมั่งไม่เกาะมั่งก็ไปถึงลานหินที่หนึ่ง เหล่าหนุ่มสาว
เดินลงไปหมดแล้ว เหลือเพื่อนร่วมก๊วนหญิงอีกคน อยู่ผลัด
ผ้าอาบน้ำตรงแอ่งเล็กๆนั้นกับฉันสองคน ไม่มีเสียงสิ่งมีชีวิต
ให้ได้ยิน เหมือนทุกชีวิต หลบนิ่งอยู่เมื่อมนุษย์มา

         เราอาบน้ำสบายใจกันแล้วผึ่งผ้าเช็ดตัวและเสื้อกางเกง
เปียกไว้กับกิ่งไม้ แล้วนั่งคุยกระจุกกระจิก กันทั่วไป สัก ครึ่ง
ชั่วโมงกว่า เหล่าหนุ่มสาวก็ทะยอยกลับขึ้นมา รายงานว่า
น้ำตกล่างสุดนั้นทิ้งตัวดิ่งตรงเป็นหน้าผาไปเลยงามมาก เสีย
ดายที่คุณ *ผู้ชายสีฟ้า* ทำกล้องวิดีโอร่วงไปก่อนลงไป เลยไม่
นำลงไปด้วยเกรงพังมากกว่านั้นไม่ได้บันทึกภาพมาฝาก

           แล้วทั้งหมด ก็คืนกลับทางหญ้าคาที่ยากกว่าตอนลง
ตอนลงยังล้มมั่งลื่นมั่งไถลลงมา ตอนขึ้น ต้องเอามือรวบ
หญ้าคาดีๆไม่ให้มันบาดมือ..

             ขากลับ คุณหางฯ  เธอ แวะบ้าน ลุงผู้ใหญคนหนึ่งเป็น
นักจักตอกสานหมวก ปีกกว้าง ขายใบละ ยี่สิบบาท บ้านแกติดดิน 
ยกเพิงไม้ขึ้นนิดหนึ่งมีเปลเด็กหลานแกแกว่งอยู่

            แกเอา ตัวตุ่น มาอวด แถมจะยกให้ฉันไปเลี้ยงกรุงเทพฯ
เสียอีก เหอะ เหอะ..เอามาก็ตายสิลุงคะ ฝากลุงเลี้ยงไว้ไม่ก็คืนรู
ตุ่นเถอะ แบบอกแถวโรงเรียนมีรูตุ่นขี้ตุ่นเยอะ หน้าตามันน่ารัก
ตัวเล็ก นิ่ม และ มีฟันสองซีเหมือนบีเวอร์เลย เห็นบางคน นำกล้อง
ดิจิตอลถ่ายภาพไว้ แต่ยังไม่เห็นภาพรวม
            แล้วเราก็ลาเส้นทางนั้นขึ้นมาสู่โรงเรียนตอเรือ

       เย็นนั้นกินอาหาร แล้วก็ไปรวมกลุ่มดูทีวีในห้องอาจารย์ใหญ่
เฝ้าชมถ่ายทอดในหลวงพระราชทานพระราชดำรัสวันที่ ๔ ธันวาคม
พุทธศักราช ๒๕๔๗  ทุกคนนั่งกับพื้นมองจอตาเป๋ง...บางช่วงฉัน
ปวดท้องนัก ก็เดินออกไปข้างนอก  แล้วกลับมานั่งเก้าอี้อาจารย์
และ กลับไปมาจนจบรายการ   
        แล้วคณะกรรมการ ก็ขึ้นไป บนเวที ขนาดใหญ่ ที่มีเครื่อง
ขยายเสียง กำลังบรรเลงเพลงสุดเหวี่ยงให้หยุดบรรเลงชั่วขณะ
เพื่อทำเรื่องการประมูลของเพื่อสบทบทุนช่วยสร้าง
ห้องสมุดโรงเรียนนั้น

            ฉันก็แวะหามุมเอนตัวกำหนดความปวดไปเรื่อยๆ เพราะไม่รู้
จะทำยังไงกับความเจ็บปวดนั้น

             ที่พูดมาทั้งหมดยังไม่ได้พูดเรื่องห้องสมุดโรงเรียนเลย !				
วันรุ่งขี้นเมื่อตื่นมาเซียวๆกันเป็นแถว เนื่องด้วยสัก ตีสามก็มี
ก๊วนในนั้นแหละ แหกปากร้องเพลงคาราโอเกะบนเวทีชนิด
*บางระจัน* กับอะไรอีกเยอะ จนสมาชิกที่นอนไวทั้งหลาย
ตื่นมาเป็นแถว..     น้องคนที่พบอาบน้ำด้วยกันที่น้ำตก ก็ตื่นไป
ช่วยแม่บ้านในครัวทำกับข้าว  แต่ตีสี่

         ส่วนฉันก็หลับๆตื่นๆ ปวดๆอะไรไปเรื่อยแล้วก็ตื่นมาเช้า
สักหน่อย คุณ *ผู้ชายสีฟ้า* ก็มาเรียกไปช่วยกันทาสีห้องสมุด

            ห้องสมุดเป็นเรือนสองชั้นก่ออิฐโบกปูน มีบันไดไม้
ขึ้นชั้นบน   ขนาดกลางประมาณ สัก สี่เมตร ลึก ห้าเมตรได้ 
ปูหลังคากระเบื้องสีน้ำเงินสวยงาม วันนี้ ขึ้นไปช่วยกันเอาแปรง
และ ลูกกลิ้งจุ่มสี ทาสีกันคนละยกสองยก
ไม่นาน ก็ทาสีหมดรอบห้องในนอก 
  แล้วก็ได้เวลาไปรับประทานอาหารกลางวันอีกแล้ว
          แวะไปดูเจ้าขาว จองเขียนป้ายห้องสมุดโรงเรียนไว้แต่วันวาน
วันนี้ ก็พร้อมจะนำขึ้นปิดป้าย 

         แล้วฉันก็ออกอาการปวดท้อง หาเปลยวน นอนใกล้พระพุทธ
รูปที่ สลักชื่อไว้ว่า หลวงปู่โง่นโสรโยบริจาคมา

           ตอนนั้นพวกหนุ่มสาว เทวดาน้อยทั้งสิบกว่าคนในสายตาของฉัน
เขากระจัดกระจายอยู่ทั่วโรงเรียนเพื่อดูแลเด็กๆ ให้เขียนเรียงความและ
วาดภาพ  ทุกคนร่าเริงเบิกบาน
 มีแต่ฉันละ ร่าเริงไม่ออกขดตัวอยู่ในเปลยวนนั้นแหละ บางทีก็ต้อง
ลุกนั่งสมาธิในเปลยวนเพื่อสะกัดจุดปวดที่กระแทกขึ้นลง
จากใต้ท้องด้านขวาถึงเหนือกระเพาะอาหารอยู่อย่างนั้น .
.เลยตามเลย
ใครทำประโยชน์ก็ทำไป ใครปลีกวิเวกก็ปลีกไป				
ช่วงบ่ายฉันลุกขึ้นมา  ขณะกำลังปวดท้องอยู่อย่างนั้น
ถามตัวเองว่า นี่คือพิษณุโลก ดินแดนที่พระนเรศวร
มหาราชท่านทรงถือกำเนิดขึ้นมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา
อีกไม่กี่กิโลเมตร ก็จะได้เห็น อนุสาวรีย์ท่านที่ แค้มป์สน
           
        ใจเร็วกว่าจรวด ฉันลงจากเปลยวน แล้วเดิน
ไปถาม ท่านอาจารย์ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ (โรงเรียนนี้ก็
เหลืออาจารย์กันอยู่สองคน สอนกันแต่ประถมหนึ่งยันชั้น
ประถมปีที่หกเลย ส่วนอนุบาลนั้น อาจารย์หญิงหนึ่งคนดู
แล อยู่)....
         อาจารย์ท่านรับทราบความต้องการแล้วก็ หันไปหา
* นายแจ๊ว* ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตอเรือให้มาหา สั่งงานว่า
ช่วยพาคุณผู้หญิงนี้ เธอปราถนาจะนำหนังสือไปบริจาค
ที่สถานปฏิบัติธรรมแค้มป์สน   ฉันก็สำทับไปว่า เรื่องค่า
น้ำมันรถเดี๋ยวจะจัดการให้

         ดังนั้นในเวลาสิบนาทีถัดมา ฉันก็นั่งในรถ ที่มีตรา
ช่อง ๙ ของ นายแจ๊ว มุ่งเดินทางไป แค้มป์สน ทางขึ้น
เขาค้อเพชรบูรณ์ 
          ไปถึง ศูนย์พัฒนาศาสนา และ ได้เข้าไปพบ ท่าน
พระมหาฯ องค์หนึ่งซึ่งท่านเป็นเจ้าหน้าที่ดูแล วิทยุชุมชน
เอ๊ฟเอ็ม 100.75  มอบหนังสือให้ท่าน เพียงบอกว่าพิมพ์ที่
โรงพิมพ์   ซึ่งท่านผู้กำเนิดแค้มป์สนนี้เป็นผู้ก่อตั้งไว้ ท่าน
พระมหาฯ ท่านก็ยินดี ที่ ได้รับหนังสือไว้ และ สำทับว่า
ในเดือนนี้ จะมีพระเณร ขึ้นมาปฏิบัติธรรมถึง 300 รูป
ก็ยิ่งน่าเลื่อมใสที่  ท่านอาจารย์พร รัตนสุวรรณ ท่านได้
สร้าง แค้มป์สนไว้เป็น สถานสัปปายะเหมาะแก่พระปฏิบัติ
เป็นที่ยิ่ง  

          เมื่อได้กระทำบุญกุศลดังเจตนาแล้ว ก็ลาท่านกลับ
ระหว่างทางก็ โทรศัพท์ กลับไปแจ้งท่าน ว่าพ้นเขตเพชร
บูรณ์ เข้าเขตวังทองแล้ว และ ก็ส่งข่าวไปยัง น้องๆที่รออยู่
ที่บ้านตอเรือ ได้ข่าวว่า งุนงงว่า ฉันหายไปไหน ก็กล่าว
ขออภัยเขาไปหน่อยว่า หากรอให้ถึงวันพรุ่งคือ วันที่ ๖ 
ธันวาคมอันจะต้องเดินทางกลับ คงฉุกละหุกนัก อย่างไร
ค่ำ ๕ ธันวาคมนี้ ก็กลับมาร่วมพิธีทันแน่นอน และส่งข่าว
ว่าอยู่ถึงไหน ไปตลอดทาง

       ที่แปลกนักคือ ความเจ็บปวดที่มีอยู่ หายไปเป็นปลิดทิ้ง
แต่ครั้นเมื่อ รถกลับถึง บริเวณงานที่ผู้คนกำลัง จุดเทียนชัย
ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกันอยู่นั้น  ความ
หิว และ กังวล ก็ทำให้เกิดอาการปวดท้องขึ้นมาอีกจนได้
จึงยืนอยู่รอบนอก ดูงานพิธีให้ผ่านไปจนสำเร็จเรียบร้อย
อย่างน่าปลื้มใจ และ ชื่นชม ในความพร้อมเพรียงของเหล่า
เทวดาน้อยเหล่านั้น				
ก่อนที่จะมีงานอะไรต่ออีก พวกเด็กๆ ก็นำเทียนที่จุดไว้ ไปปักหน้า
พระพุทธรูป ซึ่ง หลวงปู่ โง่น โสรโย ท่านสร้างบริจาคเพื่อประดิษฐาน
ไว้หน้าโรงเรียนนั้น เป็นภาพงามประทับใจ ขอ ยกคุณงามความดีให้
มะต้อง แห่งลานไทยมุง ที่ให้ข้าพเจ้าแอบหยิบยืมรูปมายังไม่ได้บอก
เดี๋ยวค่อยย้อนไปบอกค่ะ ฮ่า อ่า 

          ได้เห็นภาพแล้ว พอนึกถึงเหตุการณ์บรรยากาศ ความพร้อม
เพรียงสามัคคี  แล้ว เชื่อแล้วไหมว่า น้องๆที่ร่วมจัดร่วมประสานงาน
ทั้งหมด นี้ ใจเกินร้อย กันทุกคน				
ในที่สุด วันแห่งการร่ำลากันก็มาถึง
ในฐานะผู้สังเกตการณ์ ก็ได้แต่บันทึกไว้ในความทรงจำ
ถึงวันเวลาที่ได้ไป ดู หนุ่มสาว ยี่สิบกว่าชีวิตผู้ตั้งอกตั้งใจ
ทำงานทำการ 
        ช่วยกันหาทุนรอนมาสร้าง ห้องสมุด จนสำเร็จเรียบ
ร้อย ได้ ทันวันงาน ถวายพระพรพ่อหลวง   น่านับถือน้ำใจ
เขาคงจะไปเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากเทวดาน้อยในสายตา
ของฉัน กันทุกคน พวกเขา ช่างดี ช่างมีน้ำใจงาม ช่างมี
อารมณ์ขันมากมาย และ ที่แน่ๆพวกเขาอดทนกับการเข้ามา
สังเกตการณ์ของคนรุ่นเก่าอย่างฉันได้โดยไม่บ่นรำคาญใจ
ที่มี ป้าคนหนึ่ง ซึ่งอะไรอะไรก็ไม่ค่อยจะร่วมมือ แถมปลีก
วิเวกบ่อยๆ และ แถมหายตัวไปให้โกลาหล

            กระนั้นก็ดี ประสบการณ์ครั้งนี้ ฉันปลื้มใจที่น้องๆ
เหล่านั้น เป็นลูกหลานคนไทยผู้มีคุณค่าแก่สังคม...				
ตัวไปใจอยู่ ที่นี่    
ทิกิ_tiki  

          ใจอยู่ ที่นี่

           แรกจะลาไปธุระกับไทยมุง
      พอวันพรุ่งถึงขุนเขาเงาลมป่วน
      กระแทกให้ปวดร้าวกร้าวทุกมวล
      เกือบสิ้นชีพทันด่วน ณ ตอเรือ

          ทนจากเช้า เสาร์ที่สี่ที่บังอาจ
      ลมชวาตอัดกระหม่อมล้อมม้วนเสื่อ
      เขยิบกายแอบแฝงไว้ใครจุนเจือ
      นอนบนเปลเห่กล่อมเหนือภูวังทอง

           พอลุกได้หมายว่าหน้ายังยิ้ม
      แต่อกร้าวลมทิ่มอยู่ทุกห้อง
     แข็งใจลุกทำอะไรร่วมหมู่กอง
     เพื่อพี่น้องไทยมุงมุ่งสร้างงาน

          วันที่ห้าลมอึงพาห่ากระโชก
      ชีพแทบลับโบยโบกละสังขาร
      กำหนดจิตคิดสิ่งแท้แต่วันวาน
      ผละสังขารหาอาจารย์แห่งโรงเรียน

            ได้รถ *พ่อแจ๊ว*ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
     ช่วยยกหนังสือที่ต้องการไปสืบเศียร
     วิ่งจากพิษณุโลกโบกเส้นทางสู่โล่งเตียน
     บำเพ็ญเพียร สู่เขาค้อ เพชรบูรณ์

          ถึงแค้มป์สน ศูนย์พัฒนาศาสนา
     แห่งมหาจุฬาลงกรณ์พุทธศูนย์
     เข้าสถานี ร้อยจุดเจ็ดห้าอ่าประยูร
     ท่านมหาฯ ท่านเกื้อกูล รับโดยธรรม

          ว่า ท่านอาจารย์พร รัตนสุวรรณ
      ท่านเฉิดฉันสร้างสถานปฏิบัติวัตรเลิศล้ำ
      เคยคิดไว้ในใจนานเกินจำ
      มีโอกาสจะมาปฏิบัติธรรมด้วยสักที

          ขอนำ หนังสือ*แม่*ดิฉันเขียนไว้
      มามอบให้จากกรุงเทพ ฯ ถึงที่นี่
      ท่านมหาฯ ท่านรับไว้ด้วยยินดี
      จึงจรลีจากลากลับวังทอง

           ถึงตอเรือเมื่อพิธี จุดเทียนถวาย
      เหล่าหญิงชายชาวบ้านทั่วลานผอง
      และนักเรียน บ้านตอเรือ ยืนน่ามอง
      ถือเทียนส่อง จุดถวายพระพรชัย

           ฉันได้เห็นรอบนอกออกปลื้มด้วย
     ยินดีช่วยชาวบ้านให้สดใส
     เด็กนักเรียนครูอาจารย์ชาวบ้านไทย
     ต่างพร้อมใจเทิดเทียนร่วมบูชา

           วันรุ่งขึ้น เตรียมลาพิษณุโลก
     จบพิธี จบโศก จบทุกหน้า
     จบบทช่วย สังเกตการณ์ที่ผ่านมา
     และได้ถึงเวลากลับคืนเรือน

            พอถึงถิ่น อาบน้ำ ก็คว่ำหน้า
      ซึมและหลับไม่ลืมตาหาใดเหมือน
      ถึงตื่นเช้า สาย บ่าย หมายมาเยือน
      ยังปวดท้องร้องเตือนไปโรงพยาบาล

            ถึงเปาโลเมมโมเรียลบ่ายสี่กว่า
      ไข้สูงค่า สั่งเจาะเลือด อลหม่าน
      ส่งหมอศัลย์ ทันด่วน ประจัญบาน
      ปฏิบัติการ เอ๊กซเรย์ อุลตราซาวนด์

           ให้น้ำเกลือ ทันด่วน ก่อนม้วนเสื่อ
      เข้าห้องนอน  รอเถือ ตอนรุ่งเช้า
      แต่สามทุ่มหมอสั่งมาส่งข่าว
      ผ่าตัดด่วนระยะไม่ยาว ณ บัดนั้น

           จากห้องผ่าตัดรู้สึกตัวตีหนึ่งกว่า
      ถูกฉีดยาหลับหมดท่า มันน่าขัน
     ล้มแล้วลุก พลิก หงาย อยู่หลายวัน
      เมื่อวานนั้นท่านก็จ่ายจากโรงพยาบาล

           ได้กลับถิ่นยินดี ยังมีชีวิต
      ได้ทำสิ่งกุศลจิตคิดสมาน
      แม้นมิได้ช่วยผู้ใดเต็มแรงงาน
      แม้นมัวมนในสันดานยังคงคา

           แต่อย่างน้อยสิ่งที่ซ่อนในร่างกาย
      ได้ถูกผลักออกได้คุ้มหนักหนา
      ส่วนจิตใจอยู่ที่ไทยโพมนานมา
      แก้ไม่ได้..สักเพลา..ณ เพื่อนไทย

ทิกิ_tiki
วันทีเขียนกลอนเกินเวลารับประทานไปอีกตามเคย
ขี้น ๑ ค่ำ เดือน ๑
พระอาทิตย์ ๑๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗
กรุงเทพฯ ประเทศไทย
       
    
            ตัวไปใจอยู่ ที่นี่
ยังคงสงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติพุทธศักราช ๒๕๓๗
Copy right . All Rights Reserved.


      
      
      
 
 
 
   Poem ID :   67404 - ผู้ชม 233   ผู้ตอบ 50  
 Written by :   ทิกิ_tiki  
 Posted by :   รหัสสมาชิก : 4895 - tiki  
 Source :   เคาะเขียนเดี๋ยวนี้หน้าคอมพ์  
 Date - Time:   12 ธ.ค. 47 - 13:52  
 Note :   ตัวไปใจอยู่ ที่นี่				
comments powered by Disqus
  • POOH

    15 ธันวาคม 2547 09:43 น. - comment id 79912

    การสะกดการันต์ยังไม่ถูกต้อง แต่โครงเรื่องดูดี อ่านแล้วเข้าใจง่ายพยายามเข้านะ สู้ๆๆ
  • tiki

    15 ธันวาคม 2547 20:18 น. - comment id 79937

    ขอบคุณ คุณ POOH
  • ผู้ชายสีฟ้า ณ ไทยมุง

    15 ธันวาคม 2547 22:06 น. - comment id 79940

    ^^
  • เจ้าขาว ณ ไทยมุง /ไทยโพเอม

    15 ธันวาคม 2547 22:15 น. - comment id 79944

    ~/. . ./(^_-^)\\ ______
  • ทิกิ_tiki 4895 ไม่ลงทะเบียน

    15 ธันวาคม 2547 22:27 น. - comment id 79948

    ^^  
    : ผู้ชายสีฟ้า ณ ไทยมุง  
     : 15761 - 15 ธ.ค. 47 - 22:06 
    
    ว้าว ตามมา สั่งงานต่ออีกหรือเปล่าคะ
    ขอบคุณ ตื่นเต้นที่แวะมาค่ะ
  • ทิกิ_tiki 4895

    15 ธันวาคม 2547 22:28 น. - comment id 79949

    ~/. . ./(^_-^)\\ ______  
     : เจ้าขาว ณ ไทยมุง /ไทยโพเอม  
      : 15765 - 15 ธ.ค. 47 - 22:15 
     
     
    ขอบคุณเจ้าขาวที่ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
    รวดเร็วดีแท้ค่ะ
  • กระดาษ ณ ตอเรือ

    15 ธันวาคม 2547 23:38 น. - comment id 79951

    ปีหน้า พบกันคะพี่
  • tiki

    16 ธันวาคม 2547 08:30 น. - comment id 79952

    ปีหน้า พบกันคะพี่  
     : กระดาษ ณ ตอเรือ  
    : 15772 - 15 ธ.ค. 47 - 23:38 
    
        เมื่อใดมีโอกาสจะแวะเยี่ยม......
    นึกถึงคนที่เบื่องานตัวเลขกิจการตนเมื่อใด..
    ก็ขับรถหายไปดื่มกาแฟบนเขา.......
    นั่งทำงานอยู่กับภูสูง.....
    มันน่าอิจฉา ...คุณกระดาษ ...
    อิจฉาคุณเหลือเกิน..
    ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ
    
    
  • tiki

    16 ธันวาคม 2547 16:12 น. - comment id 79957

    เลยนำกลอนที่เขียนไว้หลายวันก่อนมาไว้ที่นี่ด้วยเพราะพวกน้องๆบ้านไทยมุงคงไม่ได้เห็น
    กัน นำมารวมไว้ที่เดียวกันแล้วกันนะคะ
  • tiki

    13 มีนาคม 2548 16:25 น. - comment id 83485

    สามเดือนแล้ว...เพิ่งรู้สึกตัวว่าหายป่วยขึ้นวันนี้
    เลยแวะมาอ่านเรื่องเก่าๆของเราเอง ก็แปลกดี
    ไปได้อย่างไรนะ
  tiki

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน