หัวใจและ ความอ่อนไหวในบทกลอน......ทิกิ_

tiki

วันที่กลับถึงบ้านได้ ทิกิ_tiki ก็หันเข้าหา จอคอมพิวเตอร์ อัน
เปรียบเสมือนดวงใจตนเอง...เขียนบทกลอนชุดนี้
๑.  ตัวไปใจอยู่ ที่นี่ http://www.thaipoem.com/web/poemdata/poemdata_67404.php
.......
...........
            ได้กลับถิ่นยินดี ยังมีชีวิต
      ได้ทำสิ่งกุศลจิตคิดสมาน
      แม้นมิได้ช่วยผู้ใดเต็มแรงงาน
      แม้นมัวมนในสันดานยังคงคา
           แต่อย่างน้อยสิ่งที่ซ่อนในร่างกาย
      ได้ถูกผลักออกได้คุ้มหนักหนา
      ส่วนจิตใจอยู่ที่ไทยโพมนานมา
      แก้ไม่ได้..สักเพลา..ณ เพื่อนไทย
ทิกิ_tiki
วันทีเขียนกลอนเกินเวลารับประทานไปอีกตามเคย
ขี้น ๑ ค่ำ เดือน ๑
พระอาทิตย์ ๑๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗
       เหมือนวาง Organization Chart ให้ตัวเองรับรู้ว่าอยู่ตรงไหน 
ของประเทศทำอะไร..อยู่อย่างไร...เป็นเพียงการบันทึกประจำวันลง
 Diary หน้าบทกลอนที่เว็บ Thaipoem.com เท่านั้น
       แต่ยังจับต้นชนปลายความรู้สึกลึกๆ และ อารมณ์ของตัวเอง
ไม่ออก เปรียบเสมือน หน้าไดอารี นักธุรกิจที่วางไว้ว่า 6:00 นาฬิกา
ทำอะไร ไปถึง 24:00 นาฬิกา				
http://www.thaipoem.com/web/poemdata/poemdata_67497.php

   ฝาก...ดวงใจให้เธอเยียวยา...

            กายเจ็บเพียงเจ็บเนื้อ...........พอทน
      ใจเจ็บมันทุรน...........................หวั่นเรื้อ
      มีดกรีดกรีดกายตน...................เย็บอยู่....ดีเฮย
      จิตผ่าจิตยากเชื้อ.......................เชื่อมช้อยดังเดิม

            รำพึงถึงหนึ่งนั้น....................คนไกล
      เคยส่งคำหวานใคร....................แต่เช้า
      สายเที่ยงบ่ายตามไป..................กวนป่วน...ใดฤา
      ตระบัดปลายลิ้นเร้า.....................รุ่มร้อนฤทธี

            สิบกว่าวันว่าน้อย..................มากฤา
       จำหลักเดือนเต็มสือ.................สั่งถ้อย
       ลายลักษณ์ท่านปรนปรือ...........ใจหยั่ง....ตามนอ
       คิดแต่คิดคำร้อย.......................ชีพนี้อาวรณ์

           ซบกายแนบแผ่นผ้า..............ตารอ
      ฤาโหดเหี้ยมจริงหนอ..................ท่าวไท้
      กำดวงจิตละออ.........................วานส่ง...หัตถ์แฮ
      แตกเสี่ยงสะกัดให้.....................ห่อโพ้นผจง

          ยินเสียงกระซิบซ้ำ..................ตามเธอ
       เนาถิ่นไหนละเมอ.....................ส่งแล้
       วานเก็บกล่องใจเกลอ...............ชูเครื่อง...ยานอ
       ถอนพิษรักเรียมแพ้....................พ่ายนี้นิรันดร์

ทิกิ_tikiอดมิได้อีกตามเคยฝากไว้ก่อนนะเจ้าคะ
๒:๒๐ น คืนพระจันทร์ ๑๓ ย่าง ๑๔ ธันวาคมพุทธศักราช ๒๕๔๗
ย่างเข้าขึ้น ๓ ค่ำเดือนอ้าย แล

ฝาก...ดวงใจให้เธอเยียวยา...คำโคลง

สงวนลิขสิทธิ์ตามเคย
Copyright .  All  rights reserved 

          ดึกที่ตื่นมาเขียน...ละเมอเขียน
หัวใจเหมือนสิ้นไร้แรง...
สุดหัวใจจนไม่รู้จะบอกว่า..มันคืออะไร...
เมื่อผ่านความหนาว ความทุกข์ ..ความเจ็บปวด..
ความเดียวดาย..ทั้งๆที่คนรอบข้างมากมาย...
ใจก็ยังเดียวดาย..
สลาย...

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%


ย้อนกลับมานั่งอ่านโคลงบทนี้ของตัวเอง
นึกถึงวันที่ออกจากโรงพยาบาลใหม่
ตื่นมาตอนดึก...ไม่รู้จะทำอะไร...
เหมือนใจสลายเป็นเสี่ยงๆ...
โคลงนี้จึงออกมาเป็นอย่างที่เห็น...
     ยังซึ้งกับโคลงยามดึกเหมือนละเมอเขียน
ชุดนี้ไม่หาย
       แวะมาซึ้งอีกรอบ...
 
 : 4895 - tiki  
  : 401551 - 22 ธ.ค. 47 - 10:21  
67497  14 ธ.ค. 47 - 03:00  ฝาก...ดวงใจให้เธอเยียวยา...คำโคลง ทิกิ_tiki  35  156				
ถ้าเปรียบสภาพขณะที่เขียนนั้น ก็เหมือน ตัวฉันห้อยร่องแรง
สิ้นสภาพอยู่ในเอื้อมหัตถ์ของพระเจ้า แต่ยังอุตส่าห์ยื่นมือ ส่งห่อ
ผ้าดวงใจนั้นให้ใครคนนั้น.....คนที่กำลังทำตาลุกโชน ทำสีหน้า
เยียบเย็นและ เยาะเย้ยเสียด้วย

          เหมือนเขากำลังกระซิบว่า
     .เจ็บใช่ไหมล่ะ ...เจ็บใช่มั้ย
    คนอะไร...ใจเจ็บแล้วยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ
ใจเจ็บแล้วยังไม่ยอมรับอีกเหรอว่าเจ็บ.....
จะใจแข็งไปได้สักกี่น้ำกัน......
สมน้ำหน้ามั้ยล่ะ...คนที่มันไม่รู้จักใจตัวเอง...				
ช่วงขณะที่ยังยอมรับสภาพสิ้นไร้แรง ปานจะตายอย่างนั้น
อีกมิติหนึ่งในยามที่ต้องไปทำกิจการเพื่อป้องกันมิให้ชีวิตภาคจริง
มันล่มสลาย ก็ยังต้องทำอยู่...
       ในลมหายใจสีขาวยังต้องมีหยดเลือดลิ่มกำเดาอยู่บ้าง.....

        เหมือนชีวิตของฉันที่แม้นในวันที่เพิ่งตัดไหมมา..
รุ่งขึ้นยังต้องไปเจรจาทุกอย่าง ด้วยทนายหนุ่มที่เรียกใช้ประจำ 
ก็คงทำหน้าที่นี้แทนไม่ได้  ส่วนทนายคนที่เป็นกำลังใจ
คนแก้ไขเรื่องให้ทุกอย่าง..คนที่โผล่ไปเยี่ยมหน้าที่โรง
พยาบาลบอกว่าแล้วจะจัดการให้ ก็กลับไปอยู่เสียที่ต่างจังหวัด
๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๗ จึงเป็นวันวัดใจความอดทน และ 
สติปัญญาเฉพาะหน้าที่จะต้องแก้ไขเหตุการณ์นั้น
ด้วยตนเองทั้งสิ้น

http://www.thaipoem.com/web/poemdata/poemdata_67625.php
67625  16 ธ.ค. 47 - 00:06  เพื่อนเก่าเพื่อนแก่  ทิกิ_tiki  22  135  
~~~~~~
........~~~~~~~~~~

            สองเพื่อนเกลอแต่ครั้งอนุบาล
        ส่องงานการวิเคราะห์คนหนทางสู้
        เปิดหนทางสร้างงานใหม่ให้เชิดชู
        ช่วยกันอยู่ผลักดันหันความดี

              จึงลาจากฟากสยามพารากอน
        ข้ามฝั่งไปนั่งรถย้อนไปอีกที่
        เพิ่งผ่าตัดมาเบ็ดเสร็จเจ็ดราตรี
        งานก็มีรับผิดชอบหมอบไม่ลง

              ไม่ลืมตนว่าเป็นคนไม่สมบูรณ์
         ค่อยเพิ่มพูนพละกำลังดังประสงค์
         จบเรื่องงานผ่านใต้ดินถิ่นจำนง
         กลับบ้านคงคิดเรื่องลูกผูกอุรา

   ทิกิ_tiki
  วันที่สองที่ตัดไหมก็ต้องไปติดต่องานการ
ในเมืองใหญ่ไปรถไฟฟ้า ต่อแท็กซี่ กลับรถใต้ดิน
 ต่อแท็กซี่...เป็นคนต้องเข้มแข็ง อ่อนแอก็ตาย
         
   Poem ID :   67625 - ผู้ชม 136   ผู้ตอบ 22  
 

        สงบ รำงับ  เงียบๆ ค่อยๆเคลื่อนไปในเมือง......ไปตามจังหวะ
ลีลาของชีวิต ที่พระเจ้าท่านคงพิพากษามาอย่างเรียบร้อยแล้ว.....
 .....ขณะเมื่อการเจรจาทุกอย่างยุติสิ้นสุดลง ที่สวนลุมไนท์บาซาร์
โรงเรียนเตรียมทหารเก่า สี่แยกวิทยุ
      ฉันค่อยๆเดินไป นำพวงมาลัยพวงงามที่ซื้อมาจาก
สยามสแควร์ตีนสถานีรถไฟฟ้าแห่งนั้น.....
           พาดไว้ที่หน้า ศาล พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
พระองค์เจ้ากรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์....
      ที่เพื่อนคนมีญาณ คนหนึ่ง พูดไว้เสมอว่า  .
ท่านไม่โปรดให้เธอมายืนอยู่ที่นี ไม่สมศักดิ์ศรี
        แต่กว่าจะสำนึก หมดไปเกือบสี่ปี ที่ดื้อถือดีจะดำเนิน
ธุรกิจเล็กๆหนีปัญหาความทุกข์ของชีวิตในวันนั้น...
     จบก็จบ...น้องที่ดูแลร้านให้ ถามว่า พี่ทำไมไม่ต่อ
สัญญาใหม่..แล้วปล่อยให้เช่า
........อย่าเลย วิธีการนี้เราไม่ประสบความสำเร็จก็อย่าไป
ทู่ซี้กับมัน    เท่าที่ ท่านทนายผู้เป็นกำลังใจ มาจับมือ
ไหว้ศาลกันเมื่อต้นเดือนก่อนก็ยังประทับใจ.
..บางที งานเล็กๆมันไม่ใช่วิถีของฉัน..ใครๆก็บอกมาเสมอ
แต่ก็ยังดื้อทำ...
      .* คุณอยากเขียนหรือ ..เดี๋ยวผมจะเอา เรื่องเขียน
โปรเจ็คท์ ยี่สิบล้านให้คุณเขียน  แล้วหยุดทำอะไรเด็กๆ
พวกนี้สักทีได้ไหม*
        คุณทนายผู้เป็นกำลังใจ ทำเสียงดุดันเหมือนดุเด็ก
ที่หน้าศาลพระองค์ท่านในวันนั้น ต้นเดือน พฤศจิกายน
 ๒๕๔๗
     * คุณนี่มันชอบลองอะไรไม่เป็นเรื่อง ..คนอย่างคุณ
มาจับงานจิ๊บจ๊อยอะไรอย่างนี้ได้ยังไง..?*
      อีกตามเคย ฟังมาทั้งชีวิต...ทั้งชีวิตเลย..คุณมันต้องทำ
แต่งานใหญ่ถึงจะสำเร็จ...แล้วบริวาร หุ้นส่วน พวกนั้น..
.บารมีถึงหรือเปล่า..
          ฉันเถียงอยู่ในใจ..
          ใช่ กี่ครั้งที่ โปรเจ็คท์มากมาย มูลค่างานนับร้อย
 และ พันล้าน ผ่านมือเข้ามาที่ฉันโดยตรง เพื่อให้ฉันจัดการ
..คนข้างๆคนนั้น ไม่เคยสามารถที่จะรับมันได้สักครั้ง...
        กี่ครั้งที่เพื่อน รัก โยนงานมาให้
        *เอ๊ย ไอ้ทิกกี้ เอ็งมาเอาตึก SCB Park ไปแต่งทั้งตึก
ทีวะ สามสิบกว่าชั้นน่ะเอาไปที ของบุยมัน เอ็งมาเอาไปเลย
 ข้าฯ ขี้เกียจทำงานเล็กๆ กำลังลุยงานใหญ่อยู่ว่ะ..*
        เปล่า...โยนมา ปรึกษา ก็เงียบไป
        ทุกปี ทุกโครงการ โยนมา...ไม่มีใครรับทำได้ 
ทุกคนเห็นเป็นเรื่องเกินตัว
       คนที่ยืนกัดฟันจนขมทุกครั้งก็คือคนนี้แหละ..
   เอาวะ เดินกันคนละทางไปเลยดีกว่า...
       งานใหญ่นับสิบงานที่ โรยตัวเข้ามาหา ก็ โรยหายไป...
       * ก็ผมไม่ทำ คุณจะเอายังไงกับผม*
         ตลอดชีวิต ตลอดเวลา ที่ก้าวไปข้างหน้าไม่ได้..
เพราะถูกผูกขาไว้อย่างนั้น

     .. ต่อไปนี้ฉันจะก้าวไป ทำอะไรด้วยตัวฉันเอง.....
     ฉันจำได้ว่าพูดกับคุณทนายใหญ่ไปเช่นนั้น
   * ไม่ได้หรอก คุณจะทิ้งคนที่บ้านคุณไปได้อย่างไร*
 คุณทนายใหญ่ทำสีหน้าสีตาอบรมฉันอีก
  ....เราทำงานกันคนละแบบ คนละวิธี เราทำงานกันไม่ได้....
     ฉันยังคงยืนกราน
   *  ไม่ พรุ่งนี้คุณนัดมา ผมจะ ให้เขาทำให้ได้*..คนไม่เคยรู้จัก
ศิลปินใหญ่ เอ่ยอย่างดุดัน..ฉันผิดตามเคยหรือ ?

      แล้ว มันก็เหมือนเหลวไหล คุณเห็นไหม..เขาไม่อาจ
เป็นอะไรที่ดูยิ่งใหญ่ไปกว่านั้นได้หรอก..คุณทนายใหญ่...
.คุณปล่อยศิลปินเดี่ยวคนนั้นไว้ที่นั้น อย่าไป
แตะต้องเขาได้ไหม..

         คราวนี้คุณรู้แล้วใช่ไหม..ที่ฉันบอกคุณว่า
 งานอะไร จะสำเร็จได้ ก็ต้องตัวฉันเจรจาของฉัน .
..ส่วนเขา ก็ทำเขาไป เราต่างคนต่างอยู่กันสุดขั้วไง
เมื่อเขา ขั้วใต้ ฉันก็ต้องไป ขั้วเหนือ..
คุณเข้าใจไหม คุณทนาย...ใหญ่..?

         
  บทกลอนนี้ ..วางไป ด้วยหัวใจที่เข้มแข็งเกินร้อยไปแล้ว..
        กายฉันอาจป่วย...แต่ใจฉันไม่ได้ป่วยเลย...

         คุณทนายใหญ่..คุณเข้าใจที่ฉันพูดหรือยัง

  แล้ววิถีชีวิตก็ดำเนินไป..เมื่อเธอยังต้องมีงานร่วมทำกับเขาอยู่
เขิญเขาทำไปตามวิถีของเขา.
..ส่วนฉันก็ดำเนินวิถีเงียบ ตามวิถีของฉัน
คุณอย่าฉุดฉันลงเหวให้มากกว่านี้เลย ..ขอร้อง..
          ฉันพึมพำในใจ...กับคนที่ไม่รู้จักโตสักที.
.คนที่สร้างปัญหาทบทวีให้ทั้งชีวิตที่ผ่านมา....
มันนานเสียจนไม่รู้จะจัดการกับเขาอย่างไร..อีกแล้ว
ตราบใดที่ยังต้องจัดการกับปัญหาร้อยแปดเฉพาะหน้า
ที่ระดมเข้ามาท้าตีท้าต่อยชีวิตอยู่อย่างนี้


    จะขอบคุณพระเจ้าอีกครั้ง..ดีไหม ที่ยังให้ชีวิตฉันได้
กลับมาเขียนกลอนที่ฉันรัก ...?
บันทึกเมื่อ ๑๐:๕๐ นาฬิกา พุธ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๔๗				
บางครั้งคนเรา ก็ต้องถอดหัวใจตัวเองเขียนบ้าง...
ความจริงที่เขียนอาจอ้างว้างนัก แต่เมื่อเขียนแล้ว
หัวใจก็กลับอิ่มเต็มและเป็นสุข...
เหมือนอย่างบทนี้

http://www.thaipoem.com/web/poemdata/poemdata_67701.php
ขอกระซิบบอกคุณอีกที

      สิบกว่า วันไม่พบคุณวุ่นวายใจ
คุณไปไหนไยไม่เห็นเป็นเพื่อนฉัน
อาจดูเป็นเรื่องเล็กไม่สำคัญ
ก็แค่ใครคนนั้นคอยทักทาย

      แต่ทุกถ้อยที่คุณให้ช่างใหญ่หลวง
คำทั้งปวงเป็นกำลังหวังทั้งหลาย
เมื่อพินิจพิศคำที่ย้ำพราย
ทุกถ้อยหมายให้ทำงานประสานคม

       คุณจากไปหนไหนให้อ้างว้าง
หรือลืมร้างเพื่อนคนไกลใจคงขม
ฤๅว่าถ้อยร้อยอื่นรื่นอารมณ์
เพื่อนนี้ซมรอคุณมาอุ่นไอ

        ในวันนั้นฉันคงร้อนตอนไข้ขึ้น
หัวก็มึนเกเรน้ำตาไหล
คุณจะพูดใดมาไม่เข้าใจ
โปรดอภัยให้กันสักวันนะ

        ยื่นมือคว้าแขนคุณหนุนยึดเหนี่ยว
แลเหลียวเหมือนคนไม่ยี่หระ
คุณอุตส่าห์ทิ้งบางสิ่งทิ้งภาระ
สอนสั่งให้เอาชนะสันดานตน

         วันนี้ไร้คุณคอยหนุนหลัง
ทุกถ้อยฟังเหมือนบังคับขับใจหม่น
เถอะคราวหน้าเมื่อมาพบสบตายล
สำนึกล้นรู้ค่า...ว่า..คุณ ...ดี

ทิกิ_tiki

-ขอกระซิบบอกคุณอีกที
ฉันถามตัวเองว่าการที่คุณบอกฉันวันละยี่สิบอย่าง
อยากให้ฉันทำโน่นทำนี่ แล้วฉันไปโมโหคุณ
กับการทีคุณหายไปเลย อะไรแย่กว่ากัน
ฉันคงไม่อบอุ่นเลย...ใจอ้างว้างจัง
คุณอยู่แล้วทำให้ฉันหัวหมุน..ยังดีกว่าที่ไม่มีคุณ  
 : 4895 - tiki   : 398226 - 17 ธ.ค. 47 - 08:27  

เมื่อถอดหัวใจเขียนไปแล้ว...ฉันก็เหมือนคนที่
ไม่ต้องกังวลกับมันอีก..เหมือนฉันฝากหัวใจ
ไว้กับพระเจ้าแล้วแต่ท่านจะกรุณาปรานี
สุดที่มนุษย์ธรรมดาจะจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ตั้งอยุ่ และดับไป และ เป็นไป...
         เมื่อนั้นใจฉันก็หายปวดร้าวลงบ้าง..
ก็มันเป็นไปอย่างนั้นจะไปทำอย่างไร..
ก็หัวใจมันผูกไปแล้วอย่างนั้นจะแก้อย่างไร
ก็เมื่อแก้อะไรไม่ได้ก็ปล่อยไป...

ทิกิ_tiki
[บันทึกเมื่อ ๑๒:๔๕ นาฬิกา พุธ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๔๗				
แต่มนุษย์เราก็ยังคงมีความหวัง
http://www.thaipoem.com/web/poemdata.php?id=67741
อภัยให้ฉันสักครั้งได้ไหม...? 

    อภัยให้ฉันสักครั้งได้ไหม...?

 
       เพราะอุ่นใจในความดีที่คุณมอบ
ใจจะตอบความซึ้งถึงดิถี
ถามตัวเองอยู่หลายวันสรรค์ความดี
ทุกถ้อยคำมอบพลีมิลืมลา

       คิดวิเคราะห์เพราะอะไรในเหตุผล
ฉันไม่รวยแต่ไม่จนจนหมดท่า
เส้นทางงานเศรษฐกิจที่ผิดมา
เป็นเครื่องวัดชะตาหน้าที่ตน

      * ทุกเวลานาทีนั้นมีค่า
จงอุตส่าห์เพิ่มราคาบนเหตุผล
คิดหาทางเพิ่มมูลค่าอย่าอับจน
สร้างสรรค์งานสานกมลบนหลักชัย

       คงไม่สายเกินนะจะเสียเพื่อน
ผู้ตักเตือนมาตลอดถอดความให้
ผู้รักมิตรสนิทแน่นเหมือนแกนใน
ผู้ผ่าตัดดวงใจเพื่อให้ดี

         ขอฝากกลอนตอนค่ำข้ามคำรัก
ผู้สมัครคอยปรึกษาสมหน้าที่
หากดวงใจของมิตรเลิศประเสริฐมี
สองมือนี้กราบที่ไหล่.......อภัยเทอญ

แด่ที่ปรึกษาคนไกล..กว่าจะตาสว่างกระจ่างน้ำใจ
สิ่งที่คุณรินรดมาให้...มันนับค่าไม่ได้..ทุกวัน ทุกวัน
โปรดรับคำขออภัยจากฉัน
แม้นจะอยู่ไกลกัน...
ก็หวังว่าคุณจะเข้าใจ...และอภัยให้ฉันสักครั้ง
อภัยให้ฉันสักครั้งได้ไหม...?

ทิกิ_tiki 
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติ พุทธศักราช ๒๕๓๗
Copyright. All rights reserved.


           เรายังคงมีความหวังและ ใจอันปราถนาให้ สิ่งที่ค้างคาในใจ
เราได้ รับการอภัย อโหสิกรรม เพื่อไม่ให้เรารู้สึกผิดกับการกระทำ
อะไรที่ไร้เหตุผลเหล่านั้นของเรา...สักครั้งก็ยังดี...				
และก็ปลอบใจตัวเองและทุกคน ด้วยบทกลอนนี้
เคยผิดบ้าง..ก็แก้ไข


   ไม่มีใครไม่เคยทำสิ่งผิด
บ้าง..ก็คิดแก้ไขปรับใหม่เสีย
หากก่นเศร้าว่าตนผิดจึงคิดเพลีย
ใจละเหี่ยไม่อยากแก้..แม้ง่ายดาย

         กำลังใจสำคัญ ในวันนี้
คำปลอบโยนโอนอ่อนมี ก็ทำง่าย
แต่บางครั้งเหมือนใจดำกระหน่ำกราย
ทิ้งเธอตายดายเดียว ..บนทางตรม

        ผิดก็ผิดเป็นครูผู้รู้แจ้ง
ผิดก็จำแล้วเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสม
ผิดก็ ปรับตัวใหม่ให้น่าชม
อย่าเศร้าซมอยู่กับผิดนิจนิรันดร์

ปลอบใจทุกคนที่คิดว่าผิดพลาด
ทิกิ_tiki				
และ สำนึกสุดท้ายใช้ ศาสนาและ บารมีพระพุทธองค์
และมหาเทวะมานำใจ...ให้ดวงใจที่อ่อนล้าและไหว
หวั่นนี้ได้..คืนความเข้มแข็งเหมือนที่เคยเป็นมา

ด้วยรักเธอหมดใจ..ในวารี    
ทิกิ_tiki  


         คลี่ผ้ากางผืนเข้าห้อมห่ม
กันลมกันหนาวร้าวอกเอ๋ย
หนาวหัวใจยามนี้มิควรเคย
หนาวลึกเกินเฉลยพจนา........๑

          กระชับผ้ามือประคองสองมือนิ่ง
สวดมนต์พร่ำคำพริ้งเพราะภาษา
ถวายเทพองค์ไท้แห่งหัทยา
ขอเชิญท่านสงบข้าฯในองค์ธรรม..........๒

        ที่บ้านนี้ที่หน้าพระละไม่ได้
สวดสยายร้อยแปดบททุกพจน์พร่ำ
เกินชั่วโมงใจก็เพียงเบี่ยงระกำ
สำนึกซ้ำว่ามีกรรมนำเกี่ยวดอง...........๓

      หากชาติใดเคยได้ทำกรรมถึงฆาต
ถึงล้างชาติดาบนั้นเตรียมสนอง
โอ้อกเอ๋ยเสวยกรรมถึงจำจอง
พลังปองอาฆาตวินาศแรง.............๔

  ขอสงบสยบกายและวาจา
หากแม้นว่ากระทบไปให้คลายแหนง
สองมือนี้ขอกราบไหล่อย่าได้แคลง
จะกร้าวแกร่งร้างไปไม่ว่ากัน.............๕

      พระเดชพระคุณเจ้าประคุณพ่อทูลหัว
ใจระรัวอ้างว้างพลางตัวสั่น
เมื่อชาติไหนใดหนามารำพัน
ถึงจำพรากวิบากนั้นจึงโดนจัง............๖

     ขอสยายวารีปฐพีร่ำ
วิบากกรรมแต่ใดในหนหลัง
บุญเพียงน้อยร้อยแปดบทพจน์วาทัง
ขอรินหลั่งพสุธาด้วยวารี................๗

        ขอพระเดชพระคุณผู้หนุนเนื่อง
ผู้กระเดื่องแดนกล้าอ่าวิถี
ได้เย็นร่ำฉ่ำใจในวจี
ประคองถวายพุทธพลีร่ายบูชา............๘

       แม้นเป็นบุญกุศลดลมาวนไหว
ขอเย็นใจปลดร้อนกร่อนใจข้าฯ
ฝากวารีสีโตทกแม่คงคา
ซึมทุกหยดพสุธา..ด้วยอาลัย................๙

      ให้รับรู้ว่าผู้นี้ระลึกแล้ว
อภัยเถิดดวงแก้วอย่าหวั่นไหว
แม้นบุญมีคงไม่หนีหน้าไปไกล
คงจะได้เป็นไท...ดังเจตนา.............๑๐

ทิกิ_tiki

วันที่สำนึกในวิบากกรรมที่ทำไว้แต่นานกาลมา
ขออโหสิกรรมแด่ภราดาคนไกล..
ตรวจน้ำลงไปฝากแม่พระธรณี
เขียน ณ  ๒๐  ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗
๑๖:๕๐ นาฬิกา

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พุทธศักราช ๒๕๓๗
Copyright . All rights reserved.

ด้วยรักเธอหมดใจ..ในวารี  

.....................
     แล้วความทุกข์ที่คิดว่าเคยมีก็เบาบางลง
จิตใจกลับคืนเข้าสู่ความสุขและ สงบในสันติสุข
ที่เคยมีมาช้านาน				
วันและ เวลาที่ผ่านไป...
ความทุกข์กังวลเหล่านั้นในแต่ละช่วง
ก็มีคนเข้ามาช่วยเหลือ แบกรับและ 
ช่วยแก้ไขให้โดยมิได้ร้องขอ...
           แต่ในบทกลอนที่ หัวใจและ ความอ่อนไหวใน
บทกลอน ได้ถูกวางไว้
     ไม่มีใครที่ไหนจะก้าวเข้ามาแก้ไขได้นอกจากตัวฉันเอง
เพราะฉันเท่านั้นที่เป็นผู้เขียน...หัวใจและ ความอ่อนไหว
ในบทกลอนนั้นขึ้นมาเอง

       และฉันก็ยินดีรับมัน...
ว่าเป็นส่วนหนึ่งของขีวิตฉัน
เหมือนโลกในความฝันที่ฉันเป็นเจ้าของมัน
ทุกลมหายใจ

ทิกิ_tiki
เขียน ณ  ๒๒  ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗
๑๓:๕๐ นาฬิกา				
และฉันก็ยังฝันอยู่ .......
ยังยินดีกับความฝันที่จับต้องไม่ได้...
ความฝันที่โยนฉันไปจากโลก......ที่เปลี่ยนแปลก....

หรือว่าฉันแปลกไปจากโลกนี้.......?


ทิกิ_tiki
๑๘:๑๒ เย็นพระพฤหัส ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๗				
ใครบางคน วางแบบสำหรับบ้านลูกค้าของเขามาให้
ฉันหยิบมาดู ไม่วิจารณ์ ไม่ถาม ไม่สงสัย
เชิญคุณทำไปอย่างใจคุณต้องการ
อย่าถามถึง สิ่งที่ต้องทำ ที่รออยู่เฉพาะหน้า
หลาบสิบเรื่องนั้นเลย.........
ฉันไม่อยากฟังคำโต้เถียงจากคนไร้เหตุผลอย่างนั้น

              ฉันจึงโยนตัวเองเข้าไปในฝันอีกครั้ง.......
http://www.thaipoem.com/web/poemdata/poemdata_68104.php
หลงเงาคนไกลในฝัน

    พี่ท่าน...........
ป่านนี้จะนั่งหนาวไหม...
ลมบนเขาคงสาดแรงแทงหัวใจ
ป่านนี้ใครหนอใครได้ดูแล

     หัวใจคงแกร่งกร้าว...หรือร้าวรัด.?
จิตสัมผัสทุกครา...ว่าแยแส
คงบ่งบอกความจริงใจ..ในดวงแด
ว่าเที่ยงแท้ในงาน..ที่สานมา

         พี่ท่าน...
หายไปไม่นานก็บ่นหา...
อยากได้เห็นตัวอักษรอีกสักครา...
อยากรู้ว่า...พี่สุข..ทุกข์อย่างไร

       คำนึงทุกเวลา
เสมือนเป็นเงาตราอันเคียงใกล้
เหมือนเงานั้นวันที่คล้ายทำหายไป
..ฝากหัวใจ..คนไกล..ให้รู้ความ..

         สัมผัส...
คะนึงนั้นเด่นชัด..เกินใจห้าม..
ขอฝากฝัน..ไปอีกหน ยลทุกยาม
ได้งดงาม...ตามฤทัย..คนใฝ่ดี

        แล้วชีวิตก็คงจะเงียบเหงา
เหมือนหลงเงาในฝันอันริบหรี่
ใครบางคนช่างเก่งกล้าทุกนาที
แต่คนนี้..นั้นอ่อนแอ..แพ้หัวใจ
ทิกิ-tiki

ฝากไว้ตอนบ่ายซึมซึมอากาศทึมๆด้วยแสง
ม่วงเทา..เงาฟ้ากรุงเทพฯ
๑๕:๕๐ นาฬิกา 
พระพฤหัส ๒๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๗

สงวนลิขสิทธิ์ตามธรรมชาติแห่งการสร้างสรรค์วรรณกรรม
Copyright . All rights reserved.

หลงเงาคนไกลในฝัน
ทิกิ-tiki



แล้วฉันก็เป็นสุขดี.......
ทิกิ_tiki 
๑๘:๒๐ ค่ำวันพฤหัส ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๗
วันที่ฉันมีความสุขกับโลกของฉันแล้ว				
นั่งอ่านfile ที่บันทึกไว้ในเครื่อง ถ้อยคำที่โต้ตอบ
กับใครบางคนมาตลอดเวลาเกือบสองเดือน... เงื่อนบางเงื่อน.
.ถ้อยคำบางอย่าง ..ร่องรอย
บางสิ่งแสดงตัวมันออกมาอย่างฉับพลัน..
.ให้รู้ที่มาเงื่อนงำ
และที่ไป.......
และฉันก็กระจ่างแจ้ง....ในบทบาทแสดงของใครบางคนอีกครั้ง...
จึงลืมตาตื่นจากฝัน....แล้วหันหน้ารับความเป็นจริง
ที่ค่อยๆ เคลื่อนกลับมาจากอีกมิติหนึ่ง..ทีละนิด ที่ละนิด.....

บันทึกไว้เมื่อ 14:15 นาฬิกาบ่าย วันพฤหัส 24 ธันวาคม 2547				
comments powered by Disqus
  • ลอยไปในสายลม

    22 ธันวาคม 2547 11:33 น. - comment id 80092

    แวะมาอ่านงานไพเราะค่ะ...
  • ดาหลา & ปะการัง

    22 ธันวาคม 2547 11:41 น. - comment id 80093

    แวะมาซับคาม อ่อนไหววววววววว
    
    
    ครั้งกระนู้น ที่เกือบตาย ก็ไร้คนเยียวยา 
    
     แกร่งมาด้ยสองขา สองมือ 3 หัวใจ
  • tiki

    22 ธันวาคม 2547 12:52 น. - comment id 80097

    แวะมาอ่านงานไพเราะค่ะ...  
      : 8434 - ลอยไปในสายลม  
      : 15966 - 22 ธ.ค. 47 - 11:33 
    
        แวะมาก็ขอบคุณค่ะ
  • tiki

    22 ธันวาคม 2547 12:53 น. - comment id 80098

    แวะมาซับคาม อ่อนไหววววววววว
    
    
    ครั้งกระนู้น ที่เกือบตาย ก็ไร้คนเยียวยา 
    
    แกร่งมาด้ยสองขา สองมือ 3 หัวใจ  
     : ดาหลา & ปะการัง  
     : 15967 - 22 ธ.ค. 47 - 11:41 
    
    จ้ะโชคดีที่มีหัวใจลูกมาอีกสองหัวใจนะคนดี
  • tiki

    23 ธันวาคม 2547 18:54 น. - comment id 80116

    และฉันก็ยังฝันอยู่ .......
    ยังยินดีกับความฝันที่จับต้องไม่ได้...
    ความฝันที่โยนฉันไปจากโลก......ที่เปลี่ยนแปลก....
    
    หรือว่าฉันแปลกไปจากโลกนี้.......?
    
    
    ทิกิ_tiki
    ๑๘:๑๒ เย็นพระพฤหัส ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๗
  • มาดามมด

    26 ธันวาคม 2547 15:51 น. - comment id 80171

    มาเยี่ยมค่ะ  
    แต่งกลอนเก่งเหมือนเดิมเลย
  • tiki

    26 ธันวาคม 2547 21:38 น. - comment id 80175

    มาเยี่ยมค่ะ  
    แต่งกลอนเก่งเหมือนเดิมเลย  
    : 5244 - มาดามมด  
    : 16058 - 26 ธ.ค. 47 - 15:51 
    -มาดามมดคะ
    คนที่มาอ่านทีหลัง
    และทำความอบอุ่นใจให้ทุกครั้ง...
  tiki

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน