๏ว่าด้วย....รัก .ในบทกวีเล่มสาม .

tiki

๏ว่าด้วย....รัก .ในบทกวีเล่มสาม . 
 ....ใจมันรักจะเขียน  ๚ 
      แต่ความที่บทประพันธ์ในวันเวลากลางปี พุทธศักราช ๒๕๔๗
 ที่เริ่มคิดจะเก็บนั้น ถึง ห้าร้อยกว่าเรื่องบทกลอนแล้ว พิมพ์มา คัดมาเป็น
แฟ้มใหญ่ๆ หลายแแฟ้ม เลือกไม่ถูกว่าจะ เลือกบทไหนลงพิมพ์ดี แต่ที่แน่แน่ 
บทกลอนชุดชีวิตสอนชีวิต ที่เขียนไว้แต่เข้ามาใน
 http://www.thaipoem.com แต่เริ่มแรก ดังที่มีข้อความบันทักไว้
ในช่วงนั้นดังว่า....
http://www.thaipoem.com/web/poemdata/poemdata_41296.php
ชีวิตสอนชีวิต ......ตอน หนึ่ง(๑...แต่กำเนิด    
-ทิกิ_tiki  
   กราบคารวะพระคุณท่านอาจารย์พระภิกษุและฆราวาสทุกท่าน
ตลอดจนกวีชาติครูภู่  สุนทรภู่ ศรีปราชญ์
กราบถวายพระพร พระเจ้าแผ่นดินมหาปราชญ์กวีสยามทุกพระองค์
และที่จะเว้นขอบคุณมิได้เลย คือท่านเจ้าของเว็บทั้งหลายที่กรุณาให้คุณทิกิ tiki 
ไปเขียน เขียน เขียนไว้เปลืองหน้าเว็บเค้านั่นแหละ แฮ่ะ แฮ่ะ
ทิกิ tiki
กวีคอนโด
http://www.plangprachachon.com
http://www.thaipoem.com
http://www.bangkokcity.com
http://www.toursong.com(ลานกลอนกวีไทย)
http://www2.ezyplaces.com/nickmanthanakorn
..........................................
โดย  ทิกิ  ( tiki)  กวีคอนโด				
ชีวิตสอนชีวิต ......ตอน หนึ่ง(๑...แต่กำเนิด   
 
จริงๆเขียนไว้เพื่อรวมเล่มแต่ กรกฎาคม 46 แต่ความที่คอมมันมีปัญหาเรื่อยๆ
 ตอนนี้พรินท์ก็ไม่ออก  เอามาลงซะดีกว่าค่ะ 
ชีวิตเราก็เหมือนละครเรื่องยาวๆค่ะ เค้าจับบทไรให้เรา เราก็เล่นเล่นไปตามบท
นั้นแหละ อย่าไปซีเรียสอะไรกะมันให้มากนักเลย  
: 4895 - tiki   : 183679 - 11 พ.ย. 46 - 14:27  
 
 ความคิดเห็น : สงวนลิขสิทธิตามกฎหมาย
ข้อความและบทกลอนต่างๆในหนังสือเล่มนี้ จะนำไปลงพิมพ์ที่อื่นโดยมิได้รับอนุญาต
เป็นลายลักษณ์อักษรจาก   ทิกิ( tiki)  กวีคอนโดมิได้   การนำไปเพื่อการศึกษา
ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแต่จะละเมิดลิขสิทธิโดยการตัดแปลง ลอกเลียน 
นำไปพิมพ์ จำหน่าย แจกจ่าย โดยมิได้รับอนุญาต มิได้
โดยเฉพาะการนำเสนอทางสื่อ ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ แผ่นวิดิโอทัศน์ หรือสื่อใดๆ
  ต้องได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร

อันนี้ก็เป็นการเขียนประกอบเพื่อหนังสือในตอนนั้นแหละค่ะ 
น้องๆโปรดอย่าลอกไปส่งอาจารย์นะเจ้าคะ  
 : 4895 - tiki  : 183681 - 11 พ.ย. 46 - 14:29  
ตอนเขียนตัวอย่างไปให้คุณยาย(ทวด) ดูท่านอายุ 96 แล้วนะคะ
 ตื่นเต้นใหญ่อยากอ่านทั้งหมดค่ะ อิอิ แหม ทิกิแฉแบบน่ารักค่ะ 
  : 4895 - tiki   : 183719 - 11 พ.ย. 46 - 16:05				
เมื่อนำมาลง ก็คิด อยู่ว่า อย่างไรเสียใน หนังสือเล่มรวมของเรา ก็ต้องมี
 เรื่องนี้อยู่ด้วยเป็นจุดยืนTheme ของหนังสือแน่นอน
          ครั้นเมื่อเขียนงานไปเรื่อยๆ ร้อยแปดพันเก้าปรัชญาจินตนาการ
 มากมายจนจบไม่ลงในแต่ละบทกวีนั้นแล้ว   ก็ถึงเวลาที่ เพียงแค่จะ ลงรวมเล่ม
 ต้องกลับมาพิจารณา ย้อนไปย้อนมาหลายหนว่า จะรวมเล่มไปทำไม
รวมไปเพื่อใคร เพื่ออะไร
 ครั้นแล้ว ก็มีทิศทางคำตอบแก่ตนเองใน พุทธศักราช ๒๕๔๗ ที่ผ่านมาว่า
   ๑ . รวมบทกลอน ชีวิตสอนชีวิต ที่เขียนไว้ เป็นความตั้งใจแรก
  ๒. ศุภสมัยพุทธศํกราช ๒๕๔๗ วันที่ ๑๒ สิงหาคม ในวาระ
        สมเด็จพระบรมราชินีนาถท่านมีพระชนมายุ  ครบ ๖รอบ ๗๒ พรรษามหาราชินี 
      หนังสือชีวิตสอนชีวิตเล่มนี้   ฉบับแม่จ๋า ...
         ก็ได้ออกในวาระเทิดพระเกียรติแม่ทั้งชาติไปด้วย
       นับว่าเป็นมงคลแก่ชีวิตตนที่ได้เกิดอาศัยในแผ่นดินไทย
  ๓  เขียนเพื่อเทิดพระคุณแม่ของตน.พระคุณแม่ ลูกกราบแทบเท้า..ให้ท่านเสียแต่
         ที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ และ เมื่อถึงวาระวันคล้ายวันเกิดท่าน ใน วันที่ ๒๕ กันยายน 
        พุทธศักราช ๒๕๔๗ นั้น จะได้ไว้ให้ท่านแจกแก่ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงมิตรสหาย
  ๔. เป็นการรวมเล่มให้พี่น้องในบ้านเรือนไทยThaipoem ได้เห็นว่า 
      บทประพันธ์ของเราในนี้สามารถนำมาจัดพิมพ์ ได้ 
        วันเวลาเหล่านั้นก็มีบทความเขียนกันเรื่องหนังสือเล่มหนึ่ง..
          .(งานจิ๊บจ๊อยช่างดูใหญ่โตยุ่งเหยิงเสียกระไรนะ ?)
       http://www.thaipoem.com/web/scoopdata.php?id=3079				
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
       ครั้นแล้วเล่มหนึ่งก็ได้ เริ่มขี้น  ตัดความยุ่งยาก โดยส่งให้ 
สำนักพิมพ์ วิญญาณ โดยคุณ ปิ๊ก ช่วยจัดการทำให้ทุกอย่าง  ตนเอง
เพียงแต่ พิมพ์ต้นฉบับ ลงภาษาไทยบ้างอังกฤษบ้างไป หนึ่งปึ๊งใหญ่
ให้เธอไป...แล้วก็ไปดึงออกเสียครึ่งปึกเพื่อให้หนังสือมันบางลง ขืน
พิมพ์ทั้งหมดที่เลือกไป มีหวังต้องขายที่ดินไปเป็นค่าพิมพ์ก็เป็นได้ 
          ขอให้พิมพ์เสร็จก่อน วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๗ นั้นด้วย  
แต่ จาก ที่คุยกันว่า จะทำแบบประหยัด ไปๆมาๆ ต้องทำหน้าตารูปเล่ม
ให้ดูดีน่าจับถือน่าอ่าน ก็เลยกลายเป็นขนาดA4 ที่ผุ้เขียนชอบ  แต่ตลาด
ไม่ชอบ  ครั้นจำนวนพิมพ์ขั้นต่ำต้อง ๑๐๐๐ เล่มนั้น ก็กลายเป็น
จำนวนเงินที่ ไม่อาจมาแค่พิมพ์รวมเล่มเป็นที่ระลึกธรรมดา ได้เสียแล้ว
จึง ต้องปรึกษา ท่านผู้ชำนาญการ แห่งสำนักพิมพ์หลายแห่ง 
        ท้ายที่สุด จึง ได้ สายส่งที่พร้อมจะช่วยเหลือแม้นว่า ตามกฎของเขา
 ต้องพิมพ์ส่งให้เขา ๓๐๐๐-๕๐๐๐ เล่ม ก็ตาม 
    ๕. และแล้ว... ชีวิตสอนชีวิตเล่มหนึ่งก็ออกไปวางตลาดอย่าง
ฟลุ้คมาก  ได้.อย่างทุลักทุเล เต็มทน.				
.บนความงุนงง ของตัวเอง ว่าทำไม ค่าพิมพ์ แค่ ๑๐๐๐  เล่ม ถึงแพงขึ้นไปได้
ปานนั้นและ เมื่อ นับ ค่าต้นทุนกระดาษพิมพ์ เลเซอร์พิมพ์ หมึกพิมพ์ เครื่องพิมพ์
 ต่างๆที่เรา นั่งรวบรวมขึ้นมาเป็นแฟ้มๆ อีก  ผู้เขียนก็ อึ้งไปกับจำนวนต้นทุน 
แต่เอาเถอะน่า ขอทางสายส่งว่า ครั้งแรก นี้ ผู้เขียนต้องใช้หนังสือที่เพื่อนฝูงในเว็บ
 สั่งจองมา  พร้อมต้อง เก็บไว้ แจกคุณแม่ และนำไปมอบให้ หนังสือพิมพ์บางฉบับ
ที่เป็นที่ปรึกษาในวาระที่ผ่านมา รวมทั้งหมดอย่างน้อย ๒๐๐ เล่ม
     จึงขอฝากไปจำหน่ายทดลองตลาด กวีนิพนธ์ทั้งหลายนี้สัก ๘๐๐เล่มจะได้ไหม ?
 ทางสายส่ง ก็ รับคำอย่าง อึดอัดใจเต็มทน แต่เพราะ อำนาจบารมี หนังสือพิมพ์
บางฉบับสายส่งก็จึงยินยอมทำให้ เพื่อช่วยการทดลองดังกล่าว

          เล่มหนึ่งที่ทดลองเพื่อนฝูงในเว็บช่วยกันอุดหนุนสั่งมาเพื่อนำไปวางให้
ห้องสมุดใกล้เคียงตนด้วยสมเจตนารมย์ ที่ตั้งไว้ ยอดจึงขึ้นไปถึง เฉียดร้อยเล่ม
ในอินเตอร์เน็ตที่ข้าพเจ้าคุยไป ถามไปสั่งไหมไม่เคยทำมาก่อนทำได้ ก็ปลื้มใจ
        รายละเอียดก็อยู่ในเว็บไซท์ที่หน้า
http://www.thaipoem.com/web/scoopdata.php?id=3466				
ครั้นถึงกลางเดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๗ นั้น
         หนังสือคืนมาจากสายส่งแม้นยอดไม่ดีนัก แต่ถามว่า ส่งไป ๘๐๐ เล่ม
 ขายในท้องตลาดได้  ๑๒๕ เล่ม ก็ถือว่าได้รับการตอบรับถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์
 ดีเกินคาด  ถ้าพิมพ์สัก ๓๐๐๐ เล่ม ขายได้แค่นี้ก็ไม่น่าจะเศร้า
เพราะ กวีซีไรท์ ตามที่ท่าน เหล่าขุนพลหนังสือพิมพ์ แจงไว้ว่า
 พิมพ์มา ๑๐๐๐ เล่มขายให้ สามปี ยังขายได้แค่ ๓๐๐ เล่ม
 แล้วข้าพเจ้ามันกวีโนเนม วางตลาดแค่ สามเดือนขายได้ ระดับนี้
 มีนักอ่านปลื้มก็นับว่าปลื้มด้วยแล้วเช่นกัน

             ที่เหลือนั้น อยู่ระหว่าง การจัดส่งไปห้องสมุดและถวายพระสงฆ์
ไปเรื่อยๆมิได้เป็นปัญหาแต่ประการใด  เนื่องเพราะ หนังสือมีพุทธปรัชญา
 สอดแทรกไว้มากมาย เป็น เครื่องกำกับใจ
          มีมิตรสหาย ญาติพี่น้องที่ห่วงใยถามเสมอว่า ยอดขายเป็นอย่างไร 
ก็ตอบท่านทุกคนเช่นที่เขียนไว้ข้างบนนี้ว่าข้าพเจ้าเป็นนักเขียนใหญ่อะไรที่ไหนเล่า
 การที่มีท่านผู้อ่านในท้องตลาด ได้ เมตตากรุณา ซื้อหนังสือไปเป็นที่ระลึก
ได้ยอดขนาดนั้นคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ยอดขายกับอัตราส่วนยอดวางตลาด 
ก็ไม่ได้เสียหายอันใด อีกทั้ง ไม่ได้ไป Promote โหม โฆษณาอะไร
เสียสตางค์ที่ไหนกับใคร
         มีอยู่ครั้งที่ไปโผล่หน้าในงานสัปดาห์หนังสือสมาคมนักเขียน
 นอกนั้นก็ เจอหน้าใคร ก็ยิ้มๆแจกให้เป็นธรรมดา เนื่องเพราะ วันเกิด คุณแม่นั้น
 ท่านอยู่ในอาการหลงลืมไม่รู้เรื่องอะไรสักเท่าไหร่ ลูกๆ ก็เลยลงมติไม่จัดงาน
วันเกิดแม่เหมือนเดิม ได้แต่พาท่านไปทำบุญทีวัด และไม่ได้แจกหนังสือในงาน
ให้หมู่ญาติหรือมิตรสหายตามที่ตั้งเจตนาไว้				
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
         แต่ อานิสงค์ที่ผู้เขียนไปถวายหนังสือให้พระสงฆ์บ่อยๆก็ อธิษฐาน
ตามไปทุกที ว่าขอบุญกุศลที่มี ให้คุณแม่ รู้สึกตัวตนมีสติปัญญา
แห่งพุทธธรรมคืนมาบ้างให้ท่านมีความสุข ปราศจากทุกข์ในใจ
            ต้นทุนพิมพ์หนังสือเล่มหนึ่งนั้น จนป่านนี้ ผู้เขียนก็ยังไม่ได้
ชำระสะสางให้หมดสิ้น ยังคงค้างอยู่สักเล็กน้อย ประมาณ เศษ๑ ส่วน ๖ 
ของค่าพิมพ์ได้ แต่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะ บางอย่างที่ทำเกินมากไป
ก็มากเกินไปเช่นกันสำหรับฐานะของผู้เขียน พิมพ์หนังสือทีซื้อรถเก่าๆ
ใช้ได้คันเลยละ
               แต่ถือว่า หนังสือส่วนที่เหลือจากการจัดพิมพ์เองนี้ ไม่ได้เป็น
 เรื่องเสียหายประการใด ถือเป็น การได้มีโอกาส แจกจ่ายข้อความ 
ชีวิตปรัชญาในวิถีพุทธ ที่น่ายินดีแก่มวลมิตรรอบข้างผ่านไปยังห้องสมุด
ต่างๆหลายจังหวัด  และ ได้ถวายพระภิกษุสงฆ์เป็นบุญแก่ตัวข้าพเจ้าเอง
เสียด้วยซ้ำ 

               ยอดจำหน่ายของหนังสือเล่มหนึ่ง หรือ การวางตลาดในวาระ
กระทันหัน รูปเล่มไม่ได้จัดทำให้สมบูรณ์บริบูรณ์ อย่างที่กล่าว 
จึงไม่เป็นปัญหาแก่ข้าพเจ้าในการเตรียมเล่มสอง				
แต่กระนั้นก็ดี จิตใจไม่นิ่งแน่วของข้าพเจ้าก็ทำให้ เล่มสองที่เตรียม
การพิมพ์ในระยะนั้น ผิดพลาดไปอย่างไม่น่าให้อภัยหลายอย่าง...
.แต่ขนาดหนังสือที่เล็กลงเพื่อการตลาด โดยที่ไม่ได้ประทับใจข้าพเจ้า
แต่อย่างใดนั้น ก็กลับเป็นสิ่งที่ดี ที่มีคนชมเชย ว่าดีแล้ว ขนาดเล่มเล็กลงดีแล้ว 
แต่เนื้อหาในเรื่อง ยังควรปรับปรุงขึ้นอีกให้มีทิศทางที่ดีกว่านั้น
 เล่มสอง แม้นจะถูกเวลา ของการตั้งเป้าหมายว่า จะออกให้ทันวันปิยมหาราช 
ทำให้เกิดความร้อนรนผิดพลาดไปหลายอย่าง ก็มิได้ทำให้ การเดินหน้า
สู่การตลาดหนังสือ บทประพันธ์กวีนิพนธ์นั้นต้องหยุดยั้งแต่ประการใด
        ในขณะที่ข้าพเจ้าเขียนอยู่นี้ มีหลายท่านสอบถามว่า ยอดจำหน่าย
ในท้องตลาดเป็นอย่างใด ข้าพเจ้าก็ยังตอบไปเหมือนเดิมว่า การทดลอง
ตลาดสำหรับการลดขนาดให้ถูกตลาด เปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระในเล่ม
แต่ ยังผิดพลาด ในการใช้กระดาษ และ พิมพ์สี ตลอดจนระบบ
การทำหน้าต้นฉบับไม่ professional อย่างมืออาชีพนั้น เป็นข้อด้อย
ที่ข้าพเจ้าจะต้องปรับปรุงต่อไป  ที่จะออกใหม่นี้
          ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงเลิกวิธีการกำหนดวันอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือน
สองเล่มที่ผ่านมาอีกทั้ง ปัญหาสุขภาพที่เกิดการเข้าผ่าตัดกระทันหันฉุกเฉิน
ทำให้เสมือนเป็นการตัดวิถีทางการทำต้นฉบับสู่โรงพิมพ์โดยสิ้นเชิง				
นับจากวันที่วางตลาด เล่มสอง ต้นเดือน ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗ ไป
ถึงเดือนนี้ ก็นับเป็น ห้าเดือนไปแล้ว จะต้องเป็นหกเดือนไหม ถึงจะมีเล่มสามไป
วางในท้องตลาด ข้าพเจ้าก็ไม่กังวลใจอะไรแล้ว ด้วยเพราะ ถ้าเราจะทำงานให้
ดีกว่าเดิม เวลาไม่ถือเป็นสาระสำคัญเสียแล้ว...ข้าพเจ้าจะรีบร้อนออกไปให้หนัง
สือออกมาหน้าตาประหลาดพิศดาร ตัวอักษรตกหล่น ไม้เอกไม้โทสระอุสระอู
หล่นหาย แถม รูปจางมั่ง เบี้ยวมั่งอะไรอย่างนั้นได้อย่างไร แถม ข้อความ ก็
หายหกตกห่ล่นไปบนความรีบร้อนอีก 
            ห้าเดือนก็ช่าง ข้าพเจ้าไม่สนใจแล้วจะห้าเดือน จะหกเดือนก็ให้เป็นไป
เล่มต่อไปให้ดีกว่าที่ผ่านมาสองเล่มแล้วกันได้ไหม...?				
วันศุกร์ที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๘  เมื่อวานนี้
เป็นวันเวลาที่ดีได้เข้าไปกราบนมัสการ พระเดชพระคุณ  
ท่านพระครูธรรมธรสัมฤทธิ์สมิทธิโกแห่งวัด ชนะสงคราม 
ท่านพระอาจารย์ที่ครอบครัวข้าพเจ้าเคารพนับถือมาเกือบสี่สิบปี
ท่านนี้ ท่านก็ยังมีความแหลมคมใน ความคิดเห็น 
ท่าน หยิบแฟ้ม 
เตรียมงานเล่มสามของข้าพเจ้าไปดู แล้วให้ ข้อคิดมากมาย
ในงานเขียนของข้าพเจ้าว่า ที่เขียนอยู่ทุกวันในเว็บไซท์นั้นดีอยู่
แต่นับต่อนี้ไป ต้องทำการเล่นนั้นให้เป็นการจริง ทำงานเพื่อการตลาด
 เสียบ้าง
            ให้เขียนหนังสือให้เป็นที่เป็นทางที่ตลาดต้องการให้เป็นเรื่อง
            เป็นราว ข้าพเจ้าก็ให้เหตุผลท่านเช่นเดิมว่า
          ๑ ข้าพเจ้าพิมพ์เอง ทุนน้อย พิมพ์ได้จำนวนน้อย
          ๒ ถึงจะผ่านระบบการตลาดดีเด่นเพียงไร จำนวนน้อยของข้าพเจ้า
              ก็วางตลาดไม่ทั่วถึง
          ๓ ตลาดของกวีนิพนธ์นั้น แม้น ท่านจะพิมพ์ไปถึง ๒๐๐๐๐ สองหมื่น
             เล่ม ไปวางจำหน่ายให้ทั่วถึงก็ตาม ยอดผู้ซื้อ ก็คงไม่เกิน ๕๐๐ เล่ม
             อยู่ดี บางท่านอาจอ่านบท กลอน โคลงไป ก็ ปวดเศียรเวียนเกล้า
             ไปด้วย ตีความแล้วงุนงง คนเขียน มันเขียนอะไรหว่า
               เขียนไทยต้องแปลไทยด้วยอีก
         ๔ ด้วยทุนอันน้อยของข้าพเจ้า ข้าพเจ้า ก็ทำเองไปแบบ งูงูปลาปลา 
             ต้นฉบับของข้าพเจ้าก็ไม่ได้ใช้ มือโปร มืออาชีพ มาทำการจัดหน้า
             จัดตา ให้หนังสือดูดีเด่นหรูหรากระชากใจวัยรุ่นวัยตลาดอันใด				
๕     ตามที่ท่านขอให้ข้าพเจ้า เขียนเรื่องสั้นให้มากขึ้น ใส่โคลงกลอน
             ให้น้อยลงไปในเล่มนั้น  ข้าพเจ้า ก็ตอบท่านไปว่า
               ด้วยจิตวิญญาณของข้าพเจ้าแล้ว กลอนทั้งหลายนี้หลั่งไหลมา
                ราวทำนบกั้นน้ำพังทะลาย จึงเป็นความเป็นไปไม่ได้
                ที่ข้าพเจ้าจะไม่นำโคลงกลอนอันเป็นจิตวิญญาณ ของข้าพเจ้า
                ใส่ไปในหนังสือเล่มต่อไป ถึงท่านจะไม่ชอบ ถึงตลาด จะไม่ชอบ 
               แต่นี่มันตัวตนวิญญาณของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่มีสิทธิ์ทำเชียวหรือ

             ท่านอาจารย์ พระครุฯ ท่านก็ เปรยว่า นี่แหละหนอ เปรียบเหมือน 
                 สอนหนังสือสังฆราช แลสอนจรเข้ให้ว่ายน้ำ
               ( ไอ้เข้ก็ว่ายไปตามลำคลองเป็นพาลไปเสียอย่างนั้น_ 
                 อันนี้ข้าพเจ้าเติมเอาเอง)

                วาแล้วข้าพเจ้าด้วยความดื้อรั้น ยะโส โอหัง พอสถานประมาณ 
          ก็แบก ต้นฉบับที่พิมพ์ชัดเจนแจ่มแจ้ง สอดไว้ในแฟ้มพลาสติค
          สามแฟ้มใหญ่นั้นออกมาอย่างอหังการตามเคย      วันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้
          สัปดาห์หน้า เดือนหน้า
           ต้นฉบับที่จะส่งให้ มือโปร ใกล้จะเสร็จแล้ว				
ข้าพเจ้าฮึดฮัดอยู่ในใจว่า มากหมอก็มากความ แล้วเมื่อไหร่ ความมั่นใจ
               ของข้าพเจ้าจะกลับคืนล่ะ ไหน จะวุ่นวายใจในเรื่องรักๆใคร่ๆอะไร
          นอกเว็บในเว็บอะไรนั้น ไหนจะ เรื่องเจ็บๆป่วยๆ ตัวข้าพเจ้า
          ไหนจะเรื่องเศรษฐกิจเป็นพิษ
               แต่ข้าพเจ้ายังยิ้มอยุ่ ยังบอกตัวเองว่า เป็นคนดีพอสันฐานประมาณ
          สามารถจะผลิตเล่มสามต่อไปในไม่ช้าแน่นอน
                ส่วนเจ้าหนี้ของข้าพเจ้าก็นั่งรอไปสักพักหนึงก่อนแล้วกัน  
         ข้าพเจ้ายังไม่รู้เลยว่า ยอดในตลาดเล่มสองที่วางไปจะถึงสองร้อยเล่ม
             ไหมล่ะท่าน

       ด้วยความรักในเว็บไทยโพเอ็มดอทคอม  เว็บไทยโพมดอทคอม
( จะแบบแรกหรือแบบหลังอันนี้ ท่านเลือกออกเสียงกันเอาเองแล้วกันตามใจชอบ)
  และ ด้วยความรักในท่านผู้อ่านทุกท่านที่ยังชื่นชมข้าพเจ้าอยู่ (อันนี้ ก็คิดเอาเองอีกตามเคย )

         เอาเป็นว่าข้าพเจ้ายังมีความหวัง ความรัก เป็นสุข กับต้นฉบับสามแฟ้มที่
พอหอบไปมาได้แล้ว เดินกระย่องกระแย่งนิดหน่อย ยังต้องเดินช้าๆอยู่
จะทำเป็นเดินตัวปลิวชะแว้บอย่างแต่ก่อนไม่ได้  แม้นใจอยากจะไปเต้นระบำเต็มที
               อย่างไรข้าพเจ้าก็รักงานอดิเรก 
เขียนบทประพันธ์ กวีนิพนธ์นี้ล้นเหลือ กว่างานประจำที่ชวนเวียนหัวนัก
               รักท่านผู้อ่านอีกที

                   ทิกิ_tiki
          เขียนหน้าจอ จบเมื่อ ๑๕:๒๐ นาฬิกา
 วันเสาร์ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๘ เวลาประเทศไทยที่บันทึก				
เช้านี้ ไปแวะ เว็บอื่นที่วางงานไว้สามสี่ห้าเว็บ
มีบางคน เข้ามาเขียนขอค้อปี้ งานไป แล้วบอกด้วยว่า
 อย่างไรก็จะ เขียนถึงที่มาที่ไปว่าใครเป็นคนเขียน
ข้าพเจ้าก็ตอบว่าไม่ขัดข้อง ขอให้แจ้งให้ทราบไว้
เท่านั้นเป็นพอ

        โดยเฉพาะข้อธรรมใน มาฆะบุชา จึงขอนำบทกลอนนั้น
มาวางไว้ที่นี่ ตรงนี้...ว่าเป็นความรักในชีวิต ในทุกก้าวของ
ผู้คนอยางไร...

ขออนุญาตก๊อปปี้บทกลอนธรรมะทั้งหมดนี้ไปด้วยความเคารพในเจ้าของนะ
 คิดว่าเป็นวิทยาทานนะท่านนะ ถ้าข้านำไปใช้คงต้องเอ่ยนามท่าน
เป็นครูแหละ 

 : ขออนุญาต(คนไร้ชื่อรือนาม): วันอาทิตย์ ที่ 27 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 2 : 41 ] 


ข้าก็เช่นกัน ข้าด้วย 
ก่อนอื่นขออนุญาติท่านคนไร้ชื่อที่ก๊อปสำนวนท่านมา
ขออนุญาตก๊อปปี้บทกลอนธรรมะทั้งหมดนี้ไปด้วยความเคารพในเจ้าของนะ
 คิดว่าเป็นวิทยาทานนะท่านนะ ถ้าข้านำไปใช้คงต้องเอ่ยนามท่าน

เป็นครูแหละ 
: จอมก๊อปปี้ : วันอาทิตย์ ที่ 27 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 2 : 55 ] 
 
       เมื่อมาเยือนบ้านจอมยุทธวันพุทธะ

เพ็ญมาฆะมาศแจ่มกระจ่างหล้า

นอบน้อมเหล่าองค์สงฆ์แห่งสัมมา

สัมพุทธะเจ้ามหาพุทธาญาณ

      ขอมวลชนผองกระจ่างสว่างธรรม

เคารพสงฆ์องค์นำธรรมประสาน

ขออุบาสกอุบาสิกาก้องกังวาน

ปรีชาชาญพุทธธรรมล้ำโลกา

ขอความเจริญในธรรมมีแด่ทุกท่านผู้ได้มาอ่าน..จะได้อ่าน 
ขอความแตกฉานในการเจริญธรรม
แลปฏิบัติธรรมพึงบังเกิดแด่ท่านทั้งหลายในการ
ประหารอวิชชาในดวงจิตตน

อนุโมทนาสาธุผู้เผยแพร่ธรรมทั้งมวล

ธรรมะแห่งพระพุทธองค์ไม่ว่าจะเอ่ยเวลาใด
ย่อมเป็นสัจจะธรรมเพื่อปัญญา สว่าง สงบ เมื่อนั้น
สุขใดจะยิ่งกว่าสุขในธรรม..ไม่มี

ตามสะดวกท่านผู้เจริญธรรม
โดย : ทิกิ 
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 27 ก.พ. ปี 2005 [ เวลา 8 : 41 ] 

         ที่ว่า รักท่านผู้อ่าน คือรักทุกท่านที่อ่าน และ ให้เกียรติคนเขียน
รักคนอ่าน เหมือนรักตนเอง เวลาไปอ่านงานท่านอื่นแล้วปลื้ม
ก็ขอเก็บเหมือนกัน บ่อยๆ 

          นี่เป็นความรักพื้นฐานในหัวใจของคนที่รัก การอ่าน รักงานเขียน
และเมื่อรัก และ ชอบ งานของผู้อื่นแล้วก็ใคร่จะได้ แจกจ่ายไปยังผู้อื่น
ให้ได้อ่านถ้วนทั่วกัน

         ทิกิ อยากจะมีเงินมากๆๆ จะได้พิมพ์หนังสือกลอนธรรมะ ชีวิต ความรัก
ความสุข ความทุกข์ ของมนุษย์ใน ผืนแผ่นดินไทยนี้ แจกจ่ายไปให้ทุกคน
ได้อ่านเหลือเกิน...เมื่อไหร่หนอ..เมื่อไหร่


ทิกิ_tiki วันที่ความรักในอักษรา เหนือกว่าความรักใดใด
๑๑:๒๕ เช้าวันอาทิตย์ ๒๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๘
เดือนนี้ กุมภาพันธ์ มี ๒๘ วัน 
ภาพนี้จากหนังสือพิมพ์แนวหน้า เนื่อหาเชิญชวนชมภาคใต้				
comments powered by Disqus
  • tiki

    26 กุมภาพันธ์ 2548 16:00 น. - comment id 83126

    ยาวอย่างไรคงไม่ว่ากันนะคะ
  • ส้มเกลี้ยง

    28 กุมภาพันธ์ 2548 11:52 น. - comment id 83182

    ให้กำลังใจน่ะค่ะ....หนูเองก็มีความหวังว่า
    จะสร้างงานดีๆรวมเล่มมาเป็นประโยชน์ให้กับตนเองและศาสนาบ้างเหมือนกันค่ะ.. .
    
    ***สู้ค่ะ.....****
  • 4895 - tiki unlogged in

    28 กุมภาพันธ์ 2548 12:07 น. - comment id 83183

    ขอบคุณที่แวะอ่านค่ะ คุณ ส้มเกลี่ยงคะ
  • ทำ มะ ชาด

    1 มีนาคม 2548 14:02 น. - comment id 83206

    พี่ทิกิ เหนื่อยบ้างไหมเนี่ย 
    เราคนอ่านยังเหนื่อยและแสบตาเลย แต่ก็ชอบอ่าน........ก้อ ติดพี่เค้าแล้วนิเนอะ 
    ^^^^^^ได้ความรู้ คู่สาระ THAIPOEM ^^^^^^
  • tiki

    2 มีนาคม 2548 01:58 น. - comment id 83223

    -ขอบคุณ ทำมะชาด ที่มาอ่านนะคะ
    
    From :  nickmansl@hotmail.com
    Sent :  Tuesday, March 1, 2005 12:02 AM 
    To :  nickmansl@hotmail.com 
    Subject :  do not open the attachment! 
      
      |  | Junk E-Mail | Inbox 
     
     Hotmail has permanently blocked the following potentially unsafe attachment(s): news.scr (0.02 MB) More 
    
    Info... 
     
     We\'ve identified this mail as junk. Please tell us if we were right or wrong by clicking Junk or Not Junk 
       
    you are naked in this document!
    
     
     
    
    ห้ามเปิดไฟล์จาก nickmansl@hotmail.com
    เนื่องจากมีผู้ไม่หวังดีต่อข้าพเจ้ามาเป็นเวลานาน
    ได้ทำการ ส่งไฟล์ประเภทนี้ไปหาใครต่อใคร ไปทั่ว
    และที่น่าเศร้า ข้าพเจ้ารับเมล์จาก email ตัวเอง
    เป็นข้อความอย่างที่ท่านเห็นในวันนี้ 
    จึงขอเรียนให้ทราบว่า ไม่ได้ส่งเมล์ไปหาใครทั้งสิ้น และอย่าได้
    เปิดรับเป็นอันขาด
    
    ใครก็ตามที่ทำ ขอให้กรรมสนองตัวคนทำเอง
    ทิกิ_tiki
  • tiki

    7 มีนาคม 2548 13:52 น. - comment id 83335

    ตอนนี้ ฟอร์แม็ตเครื่องไปแล้ว คงจะไม่มีไฟล์
    อะไรมากวนเราอีก แต่ก็ลำบากเหมือนกันนะคะ
    ต้องทำใจจังเลยค่ะ
    ขอบคุณ คุณ ทำ มะชาด ที่ติดตามอ่านค่ะ
  • กาแคว

    20 เมษายน 2548 20:17 น. - comment id 84297

    เรียนคุณทิกิ
    
    งั้นเมล์นี้นะครับ
    prakarn79@hotmail.com
    
    
    ขอราคาหนังสือด้วยนะครับ ผมจะได้จัดทำงบ ได้ถูก ส่วนจำนวนที่จะสั่งผมก็ตรวจสอบ ก่อนและจะแจ้งอีกครั้ง
    ขอบคุณครับ
  • 4895_tiki unlogged_in

    24 เมษายน 2548 22:50 น. - comment id 84478

    ง่า คุณ GTW คะ
    เป็นเรื่องน่าละอายมาก ที่ไปโพสบอกไว้หลายเว็บว่า
    ปลายเมษาต้นพฤษภานี้ หนังสือออกแน่
    แต่เผอิญ ตนเอง ย้ายข้าวของ จัด สถานที่ให้ท่าน
    ดีไซน์เนอร์ใหญ่ท่านไปนั่งบ้านสวน วุ่นทุกวัน...
    
           เลยไม่มีสมาธิในการโค้ดต้นฉบับจาก ไฟล์ที่ส่งไป
    มาระหว่างสองเครื่อง จากคอนโด ไป บ้านสวน บ้านสวน
    ไปคอนโด อะไรอย่างนัน..
    
            ผล คือ ยังไม่มีต้นฉบับ ส่งท่าน pixels ซึ่งจะช่วยจัดหน้าเล่มสามใหม่ให้เลย........โฮ น่าร้องไห้จัง
    
    
             ส่วน เล่ม ๑ กลับมาอยู่ในมือ ส่วนใหญ่อยู่ที่ คอนโด
    และ  บางส่วนอยู่กับน้อง Spectacoulous เว็บ บางกอก นำไปดูแลไว้ให้..เพราะตอนกลับมายังไม่รู้จะไปไว้ไหนดี 
    มันเยอะมาก น้อง Spectacoulous  เลย นำไป Stock ไว้
    ให้ก่อน ประมาณ 200 เล่มเกือบ สองร้อยเล่ม 
    และ อยู่ที่คุณ เจ้าขาว แห่งไทยโพม และ ลานไทยมุง อีกประมาณ 50 เล่ม
    
           ส่วนเล่ม สอง ๒ นั้น ทางสายส่งกำลังเก็บกลับคืน
    ที่เหลือจากตลาด เดิมจะอยู่ที่ เพ็ญบุญ และ  b2s บางสาขาค่ะ ขออภัย พิมพ์น้อยมาก ฝากสายส่งไปจำหน่าย
    ก็น้อยมากค่ะ...ยังไม่ไปทั่วประเทศ หลายคนต้องสั่งโดย
    ตรง แล้ว ส่งทางไปรษณีย์ ขออนุญาต ส่งลิงค์ เรื่องหนังสือเล่ม ๑ และ ๒ มาให้ ดังนี้นะคะ
    
    อยากรู้เรื่องหนังสือทิกิอ่านได้ที่ http://www.thaipoem.com/web/scoopdata.php?id=3466 http://www.thaipoem.com/web/scoopdata.php?id=4577 
    http://www.thaipoem.com/web/scoopdata.php?id=3362
     http://www.thaipoem.com/web/scoopdata.php?id=3466
    http://www.thaipoem.com/web/scoopdata.php?id=3079
    http://www.thaipoem.com/web/scoopdata.php?id=3037
  • วิชชา

    25 เมษายน 2548 11:15 น. - comment id 84486

    ขอบคุณอีกครั้งครับคุณทิกิ ทีตอบความคิดเห็นและไปให้กำลังใจแก่ผมอีก จากงานเขียนของคุณทิกิที่เฝ้าติดตามอ่าน ผมมีความรู้สึกว่าคุณทิกิเป็นคนที่มีความจริงจังและจริงใจ จึงเขียนบทกวีออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริงมิได้เสแสร้ง ทำให้บทกวีของคุณทิกิมีพลัง และมีความรู้สึกเป็นมิตร ไม่มีความรู้สึกเคลือบแคลงสงสัยใดๆ ผมจะไปหาอ่านหนังสือของคุณทิกิด้วยความอยากอ่านจริงๆครับ
  • 4895_tiki unlogged_in

    25 เมษายน 2548 12:34 น. - comment id 84490

    ขอบคุณ คุณวิชชาค่ะ
    ยินดีที่มีพันธมิตรจะได้ช่วยกันนำหนังสือ
    ไปมอบห้องสมุดใกล้บ้านท่านด้วย
    ขอบคุณที่แวะมาทำให้ประหลาดใจค่ะ
    
    ทิกิ
  • อมิตตดา

    30 มกราคม 2549 09:57 น. - comment id 89301

    มีใครทราบบ้างคะว่ากวีซีไรท์ ปี 48 คือใคร
  tiki

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน