คุณค่าของสิ่งด้อยค่า

ลุงแทน

.........จุดกำเนิดของคนเรานั้นย่อมมีความแตกต่างกัน บางคนที่มีพร้อมด้วยคุณสมบัติ รูปสมบัติ และทรัพย์สมบัติ คนภายนอกที่มองเข้าไปอาจเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจเมื่อไปคิดเปรียบเทียบ 
หากจริงๆ แล้ว คนเราแม้จะมีจุดกำเนิดที่ต่างกันเพียงใด ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่เกิดมาถึงพร้อม แต่ถ้าไม่ตั้งตนอยู่ด้วยมีสติและรู้เท่าทันความเป็นไปของโลก ไม่แยกแยะสิ่งดีและสิ่งเลวออกจากกัน พื้นฐานที่สร้างมาดีจากครอบครัวก็ไม่อาจทำให้ตัวดีตามได้ ตรงกันข้าม ผู้ที่รู้สึกว่าตัวเองด้อยหรือต่ำต้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นจะไม่มีคุณค่าใดในตัวเลย 
ลองมองให้ดี มองอย่างพินิจ จะพบว่าคนทุกคน หรือในทุกข้อบกพร่อง ยังคงมีสิ่งดีแฝงอยู่ และในบางครั้ง สิ่งที่เป็นข้อด้อยที่ตนเองมองนั้น อาจเป็นประโยชน์ที่ไม่ใช่เพียงแค่กับตัวเองเท่านั้น แต่เผื่อแผ่ไปถึงคนรอบข้างด้วย 
ถ้ายังนึกไม่ออกว่าข้อด้อยของคนเราจะสร้างสิ่งดีให้ผู้อื่นได้อย่างไร ลองอ่านเรื่องเล่าที่ได้รับการส่งต่อมาอีกทีเรื่องนี้ดู... 
ชายจีนคนหนึ่งแบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่าเพื่อไปตักน้ำที่ริมลำธาร ถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก ในขณะที่อีกใบหนึ่งไร้รอยตำหนิและสามารถบรรจุน้ำกลับมาได้เต็มถัง ด้วยระยะทางอันยาวไกลจากลำธารกลับสู่บ้านจึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวทุกครั้ง ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นเวลา 2 ปีเต็ม ที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำกลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง 
แน่นอนว่าถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิจะรู้สึกภาคภูมิใจในผลงานเป็นอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันถังน้ำที่มีรอยแตกก็รู้สึกอับอายต่อความบกพร่องของตัวเอง มันรู้สึกโศกเศร้ากับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดียว 
หลังจากเวลา 2 ปีที่ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่าเป็นความล้มเหลวอันขมขื่น วันหนึ่งที่ข้างลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า "ข้ารู้สึกอับอายตัวเอง เป็นเพราะรอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้าที่ทำให้น้ำที่อยู่ข้างในไหลออกมาตลอดเส้นทางที่กลับไปยังบ้านของท่าน"
คนตักน้ำตอบว่า "เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ว่ามีดอกไม้เบ่งบานอยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้า แต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่ง เพราะข้ารู้ว่าเจ้ามีรอยแตกอยู่ ข้าจึงได้หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงข้างทางเดินด้านของเจ้า และทุกวันที่เราเดินกลับ เจ้าก็เป็นผู้รดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น เป็นเวลา 2 ปีที่ข้าสามารถที่จะเก็บดอกไม้สวยๆ เหล่านั้นกลับมาแต่งโต๊ะกินข้าว ถ้าหากปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว ก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้" 
คนเราแต่ละคนย่อมมีข้อบกพร่องที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่รอยตำหนิและข้อบกพร่องที่เราแต่ละคนมีนั้นอาจช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของเราน่าสนใจ และกลายเป็นบำเหน็จรางวัลของชีวิตได้ สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่ยอมรับคนแต่ละคนในแบบที่เขาเป็น และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเขาเหล่านั้นเท่านั้นเอง 
เห็นไหมเล่าว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีคุณค่าในตัวเอง อยู่ที่การคิดและการเลือกที่จะมองเท่านั้น ใครที่ยังกังวลใจว่าตัวเองมีแต่ข้อด้อย หาความเท่าเทียมใครได้ยาก ก็จงอย่าได้เอาตัวเองไปเทียบกับใคร แต่ว่าให้เปรียบเทียบตัวเองกับตัวเองนั่นละดีที่สุด 
ลองถามตัวเองว่า สิ่งที่ได้ทำในแต่ละวัน ดีเพียงพอและเป็นประโยชน์ที่พึงมีให้สังคมโลกบ้างแล้วหรือยัง				
comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน