16 กรกฎาคม 2549 13:47 น.

åå...ที่ใต้เตียงเธอ..åå

[ไร้ตัวตน]


ที่บอกว่ารักบอกว่าคิดถึง   
ฟังดูแล้วซึ้งมันน่าหลงไหล
แต่ที่จริงแล้วข้างในหัวใจ   
เธอแอบไว้ซ้อนเร้นอะไรปิดบัง
ไม่อาจหยังรู้มิอาจรู้สึก   
แต่จิตสำนึกมันรับรู้ได้
ฉันยังมองหาสืบค้นหัวใจ  
 แต่เธอปิดไว้มันลึกเหลือเกิน
ทิ้งฉันเสียเถิดคนเลวอย่างฉัน 
  ที่แต่วันวันเอาแต่เหงาหงอย
เฝ้ามองทะเลคลื่นลมปลิวลอย   
ใจเหยี่ยวละห้อยคลอยตามสายลม
สิ่งที่ฉันรู้เธอจับมือฉัน
แต่มือนั้นพลันมันเย็นสับสน
เธอเกรียดหรือรักบอกมาตรงๆ
จะได้ให้คนโง่รู้เสียที
แต่ในวันนี้ฉันแอบร้องไห้
เอามีดกรีดไปให้ถึงเส้นเลือด
น้ำตานองหน้าผิวซีดแห้งเผือก
ตัวเย็นยะเยือกคาวเลือดท่วมตัว
มิบอกให้รู้มิให้ใครเห็น
แอบหลบซ้อนเร้นใต้เตียงของเรา
หลบโลกนอนพักให้เธอได้เดา
ว่าร่างคนเขลาอยู่ใต้เตียงเธอ
...............................................

				
2 กรกฎาคม 2549 23:17 น.

เขียนละบาย(โทษทีครับที่รบกวนแค่ระบาย)

[ไร้ตัวตน]

พระจันทรเหงาเศร้าใจคืนอ้างว้าง
เหมือนเค้วงคว้างกลางสายหมอกกอดความเหงา
มีเพียงเราเศร้าใจเพื่อนคือเงา
ที่คอยเฝ้าเพื่อนใจเงาเราเอง
..........................................				
7 มิถุนายน 2549 21:42 น.

มิอาจเอื้อมรั้งชีวิตของเจ้าไว้

[ไร้ตัวตน]

มิอาจเอื้อมรั้งชีวิตของเจ้าไว้
มิอาจห้ามดวงใจให้คิดถึง
มิอาจยิ้มเมื่อขาดเจ้ารักลำพึง
ฉันคิดถึงเมื่อเคยอยู่พูดคุยกัน
..........................................
มิอาจกลั้นน้ำตาพรากไหลรินแก้ม
มิอาจแย้มฉีกยิ้มเมื่อสุขสันต์
น้ำตาข้าหลั่งรินรดแก้มพรัน
ใยสวรรมาพรากเขาไปจากเรา
.............................................
ตอนนี้ผมมีชีวิตอยู่ ยายทิ้งผมไป ป้าทิ้งผมไป แถมเพื่อนสมัยเรียน ม6 ก็ทิ้งผมไป เมื่อยายผมจาก ผมอยากจะพูดคุยกันท่าน ผมอยากจะให้ท่านลืมตามองผมเพียงนิด แต่ผมทำได้เพียง...ใจสลาย เหมือนทุกอย่างจบลงแล้ว อยากจะจับมือดึงชีวิตท่านไว้ไม่ให้ใครหน้าไหนมาเอาท่านไป แต่มันก็ไร้หนทาง  โลกมืด  ความตายพรากยายผม ทำไมบุคคลที่ผมไม่อยากให้ตาย กลับมาตาย ทำไมไม่เอาผมแทน คนที่สมควรตายกลับไม่ตาย				
10 มีนาคม 2549 19:13 น.

สองพวกพ้องเรามาหลอมเป็นหนึ่งเดียว

[ไร้ตัวตน]

ต่างคนต่างเชื้อชาติต่างความคิด
ต่างวิจิตวิจารณ์ความคิดเห็น
ต่างเกิดแก่ต่างวัยต่างสิ่งเป็น
ต่างสิ่งเห็นมุมมองครองจิตเรา
........................................
หันมาหาสิ่งเรียกว่าทางยุติ
ลดทิฐิในกิเลสใช้สมอง
ใช้ประชาธิปไตยมาปลองดอง
สองพวกพ้องเรามาหลอมเป็นหนึ่งเดียว
............................................				
7 มีนาคม 2549 07:27 น.

☻นักวิชาการ☻

[ไร้ตัวตน]

กูเรียนมาคนฉลาดเรียนด๊อกเตอร์
กูเลิศเลอเรียนสูงอยู่บนฟ้า
กูคือเทพเหยียบพวกหญ้าคนธรรมดา
พวกคนป่าช่างไม่รู้โง่เหมือนควาย
................................................
เสียงหนึ่งเสียงของพวกมึงคือเสียงลม
ที่ไม่สมจะมาฟังควรจางหาย
เทพอย่างกูด่าคนโน้นนี่ว่าเหมือนควาย
จงละอายอย่าอาจเอื้อมกลิ่นเหม็นคาว
....................................................
คนหนึ่งคนก็มีจิตมีความคิด
อย่างอ้างสิทธิว่ากูเทพทำสามหาว
อย่าดูถูกคนเหมือนกันว่าเหม็นคาว
อย่าเรียกกล่าวเมินเสียงนั้นไม่ได้ฟัง
....................................................
หันมองคนตาดำดำที่ยากไร้
โปรดมองใจอย่าเหยียบย่ำขุดดินฝัง
จงเอื้อมมือประคองเงี่ยหูฟัง
ให้เป็นดังเขาคือคนมิใช่ควาย
...................................................
เรียนจบด๊อกเตอร์อย่าไปดูถูกว่าคนโน้นคนนี้ไม่รู้เรื่องอะไร มันผิดมันโง่ เมื่อวานวันที่6มีนาตอนเช้าๆ พอดีเปิดไปช่องสาม เห็นนักวิชาการคนหนึ่งที่เป้นผู้หญิงสัมภาษณ์ว่า ชาวบ้านชาวไร้ (คนอิสาน) ไม่รู้เรื่องอะไรไม่รู้อะไรเลยบเรื่องการเมือง ถ้าให้เขาเลือกตั้งเขาก็จะถูกหลอกง่ายๆ พูดแบบนี้ ไม่เคารพคนอื่นเลย เสียงของเขา(ชาวบ้าน)คนหนึ่งคนหมดความหมายไปเลยเหมือนกับชาวบ้านชาวไร้ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้ไปเสียแล้ว				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ[ไร้ตัวตน]
Lovings  [ไร้ตัวตน] เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ[ไร้ตัวตน]
Lovings  [ไร้ตัวตน] เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ[ไร้ตัวตน]
Lovings  [ไร้ตัวตน] เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึง[ไร้ตัวตน]