27 มิถุนายน 2549 21:35 น.

ไอ้หน้าหม้อ !

หมี่เป็ด ผู้ชายนัยน์ตาสนิมเหล็ก

คนหน้าหม้อ

๑).
๐ เบื้องหน้าคือหม้อน้ำบนเตาไฟ
ที่คายไอร้อนผ่าวมาอ้าวหน้า
จึงผุดเหงื่อราวแมงลักทะลักมา
และเกาะบนขนตาเป็นหยาดดวง
เขายกแขนเสื้อเช็ดหยดเม็ดน้ำ
ก่อนหยดฉ่ำเม็ดใสจะไหลร่วง
ลึกลึกรู้สึกได้ถึงในทรวง
ว่ากำลังขับท่วงทำนองเพลง
โอบทเพลงเปล่งเสียงมาเลี้ยงหล่อ
เลือดหนอก็เวียนไวก็ไหลเร่ง
บทเพลงแห่งการงานยังบรรเลง
เขายังเคร่งคร่ำต่อหน้าหม้อน้ำ
๒).
๐ เป็นคนขายก๋วยเตี๋ยวก็ต้องขายก๋วยเตี๋ยว
กระเทียมเจียวต้องเหลืองให้เรืองก่ำ
เส้นเล็กแห้งหมูแดงไก่เส้นใหญ่ต้มยำ
ทุกคำหอมเกรียมกระเทียมเจียว
ราววาทยากรได้ฟ้อนมือ
แต่เริ่มฝึกปรือจนมือเชี่ยว
คือชีวิตเอาจริงเพียงสิ่งเดียว
ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นรสคุ้นลิ้น
ทุกเม็ดน้ำพราวเนื้อคือเหงื่องาน
อันผลิบานหวานชื่นกว่าอื่นสิ้น
สัมมาอาชีวะ-เหงื่อระริน
เขาทำมาหากินด้วยยินดี
โรยหอมซอย ตังฉ่ายแล้วใส่กับ
พร้อมพร้อมกับผักกาดหอมล้อมรอบหมี่
มหาเสน่ห์นางกวัก-มิพักมี
เขาเชื่อมั่นเต็มที่ในฝีมือ
๓).
๐ ยังก้มหน้าดูหม้ออยู่ต่อไป
หมูแดงไก่เป็ดตุ๋นอันกรุ่นชื่อ
ล้วนมาจากพลังที่ถั่งฮือ
โหมกระพือเร้าเร่งของเพลงงาน
เพลงงานที่ประสานเสียงมาเลี้ยงหล่อ
เลือดหนอก็เวียนไวก็ไหลพล่าน
เป็นจังหวะจะโคนเพื่อดลดาล
การผลิบานหวานชื่นกว่าอื่นใด
โถมชีวิตเอาจริงเพียงสิ่งเดียว
ก๋วยเตี๋ยวหมี่เป็ดเส้นเล็กเส้นใหญ่
เขาลวกเสร็จสะเด็ดพลันในทันใด
หอมซุปตุ๋นกรุ่นไอ-ชื่นใจแท้

				
22 มิถุนายน 2549 21:57 น.

หลังการแตกสะเก็ดของดวงดาว

หมี่เป็ด ผู้ชายนัยน์ตาสนิมเหล็ก

หลังการแตกสะเก็ดของดวงดาว

หลับตาสิ- แล้วดิ่งลงลึกไปในเงามืดของความฝัน ดวงดาวล้านดวงกำลังสุกปลั่งสว่างไสว และกาแลกซี่กำลังเปลี่ยนระนาบ ได้ยินไหม? เสียงแตกสะเก็ดของดาวบางดวง ก่อนร่วงลิ่วกราวลงมาพื้นโลก

บนดิน- บนพื้นดินที่เธอเหยียบยืน ด้วยกระโปรงขาวลูกไม้สีชมพูและหมวกปีกกว้าง ลมแม่น้ำคร่ำคร่าหอบพัดกลิ่นหอมของดอกไม้ไร้ชื่อมาแต่ตลิ่ง ดอกลำพูบานแล้วหลังทุ่งหญ้าเวิ้งว้างดอกสดไปจรดขอบโลก ตรงที่แดดกำลังอัสดงแดงจัดจ้าน เห็นไหม? ปีกที่กระพือผกของนกตัวหนึ่ง ก่อนโผลงเกาะคบคาลำพู


แม่น้ำนิ่งสงบเยือกเย็น ขลุ่ยบางลำคร่ำครวญมาตามผิวหน้าเรียบนิ่งสะท้อนตลิ่งสองฝั่ง โลกที่ทุกอย่างกำลังเคลื่อนเข้าสู่ภาวะเงียบสงบไร้การเคลื่อนไหว มีบางสิ่งบางอย่างก่อตัวขึ้นมาอย่างเงียบๆ ช้าช้า

แล้วจงลืมตา- เธอจะเห็นการผลิงอกของต้นอ่อนจากเมล็ดพันธุ์หนึ่ง หลังจากเศษสะเก็ดดาวได้ป่นตัวเองลงเป็นผงดิน และกระโปรงขาวลูกไม้ชมพูสะบัดไปตามแรงลมเอื่อยเบา หมวกปีกกว้างกลับสงบนิ่งอยู่ริมตลิ่ง เฝ้าฟังเสียงแม่น้ำชราขานรับเสียงขลุ่ยอ่อนโยน นกที่กิ่งลำพูตัวนั้นจักร้องเพลง...๒๒ มิถุน ๒๕๔๙				
18 พฤษภาคม 2549 22:01 น.

ความรื่นรมย์สุดท้าย

หมี่เป็ด ผู้ชายนัยน์ตาสนิมเหล็ก

ความรื่นรมย์สุดท้าย
๑).
๐ หอมไหมกลิ่นหวานแห่งบ้านชายภู
ณ ฤดูเมฆคลุ้มฟ้าอุ้มฝน
หอมโมกไม้ละลายหอมมาล้อมวน
หอมกล่นเกลื่อนโลกหนอโมกไม้
หวานไหมรสหอมหมอกห้อมเรือน
ชื่นเหมือนเต็มตาตื่นเต็มคืนไหม
เมื่อคืนฝนลงดอก-เช้าหมอกไอ
คลี่สไบแตะตื่นด้วยผืนบาง
แผ่วเพลงฮาร์โมนิกามา-หลับตาสิ
แผ่วจะผลิเพลงโผยมาโรยสาง
สรรพส่ำสำเนียงจะเรียงราง
ทอดเส้นเป็นทางให้วางเท้า
บนบรรทัดห้าเส้น-เธอเห็นไหม
เสียงใจอึงขรมที่ลมเป่า
แล้วเปิดตาเพ่งร่างหมอกบางเบา
ฟังเงาไม้โมกที่โบกใบ
๒).
๐ แตะแสงแห่งเช้าสักคราวครู่
แตะอณูตรู่สางรางชางสมัย
หมอกกำลังหมาดเรื่อมาเอื้อไอ
เพียงใดหอมฟุ้งหนอรุ่งเช้า
รักเธอที่รัก-ฉันรักเธอ
แอบเอ่อน้ำตาจนบ่าเบ้า
สูดกลิ่นอายหอมว้างจากร่างเงา
เวิ้งหอมกล่อมเหงาอยู่เนานาน
นานพอจะร้องไห้มิให้เห็น
อยู่ในเส้นบรรทัดลมพัดผ่าน
รักเอยรักหนอทรมาน
พล่านพลุ่งฟุ้งซ่านในการคิด
หอมหมอกโศกโมกเศร้าในเช้าสวย
หอมมวยผมศกเธอปรกปิด
อยู่ใกล้เพียงมือเงื้อมจะเอื้อมชิด
เพียงเคลื่อนที่ชีวิตสักนิดน้อย
หากลมบางหว่างกั้นสัมพันธภาพ
ไร้รูปไร้ระนาบ-ผงะถอย
ย่ำเช้าเท้าย่ำเธอย่ำรอย
เหลือร่อยรอยย่ำจนช้ำเช้า
เผลอจูบรอยนิ้วชี้-ริมฝีปาก
เธอฝากรสแตะแต่ก่อนเก่า
เผลอกระทั่งหวังเพ้อละเมอเคล้า
จูบเงาไหวโบกของโมกไม้
สัมผัสฉันสักครู่-ฟังบลูส์ดิบ
กระซาบกระซิบฟังสิ-คอร์ดคีย์ใหม่
ฮัมคลอฮาร์โมนิกาเศร้า-ฉันเข้าใจ
สะอื้นไหวขับเค้นทุกเส้นบรรทัด
ยังเนียนรสนิ้วชี้-ริมฝีปาก
ยังค้อนฝากวงหน้าอยู่หลัดหลัด
ฝากรอยก้อยเกี่ยวเธอเหนี่ยวรัด
ฝากชัดจัดแจ่ม-ก่อนแรมลา
๓).
๐ นานพอจะร้องไห้มิให้รู้
ฉันผู้หวังวาดปรารถนา
เสียงสักเสียงเรียงร่วงจากดวงตา
ขลับกะพริบขลิบพร่ากล่อมฟ้าเช้า
ฟังสิ-ฮาร์โมนิกาคีย์อี
ความขมขื่นที่มี-แสนเศร้า
นานช้าที่อิดออดโอบกอดเรา
บางเบาแต่สัมผัสอยู่ชัดเจน
นานเนิ่นที่เผินผิวที่พลิ้วไล้
นานพอจะร้องไห้มิให้เห็น
กดน้ำตาซึมพรากแสนยากเย็น
ยิ้มเค้นเร้นขื่นลวงคืนวัน
ลวงทุกสรรพสิ่งที่ติงไหว
ลวงแม้ลมหายใจที่ไหวหวั่น
เพ่งพิศพินิจตรู่-ดูมัน
หัวร่อล้อหยันวันคืน
ฉันคนเดียวเท่านั้น-ฉันคนเดียว
ขับเคี่ยวความตรอมตรมความขมขื่น
คือความรื่นรมย์อันกลมกลืน
กับเสียงสะอื้น-และอื่นใด
๔).
๐ หวานไหมรสหอมหมอกห้อมเรือน
ชื่นเหมือนเต็มตาตื่นเต็มคืนไหม
เมื่อคืนฝนลงดอก-เช้าหมอกไอ
คลี่สไบผืนหมอกทุกซอกทาง
ห่มความหนาวเหน็บให้เจ็บไข้
ดูเหมือนว่าอยู่ใกล้-แท้ไกลห่าง
แหละเท้าเธอที่ย่ำหยาดน้ำค้าง
ก็จะร้างรอยหมาดทุกหยาดน้ำ
ฉันอยู่กับความรื่นรมย์อันขมขื่น
ชื่นชมรมย์รื่นความกลืนกล้ำ
เข้าใจดีโมกไม้จะร่ายรำ
ตามท่วงทำนองเป่าที่เช้าพรม
เป็นบรรทัดห้าเส้น-เธอเห็นไหม
โหยไห้อึงมี่อึงขรม
คีย์อี-ฮาร์โมนิกาใครที่ไล่ลม
กลับระงมรัวรัวในหัวใจ
หอมไหมกลิ่นหวานแห่งบ้านชายภู
ณ ฤดูตรู่สวยนี้ป่วยไข้
คือการลวงสุดท้าย-ลมหายใจ
ฉันกำลังร่ำไห้มิให้รู้
สัมผัสลมหายใจ-อุ่นไหมเธอ
แหละเออนิ่งฟังสักครั้งครู่
รสหอมกล่อมเช้าอยู่กราวกรู
โมกลู่ยอดเอนระเนนราย
แตะแสงแห่งเช้าอีกคราวครู่
ก่อนอณูตรู่สางรางชางสลาย
อำลาเถิด - ฟ้าจะพร่างสว่างพราย
ความรื่นรมย์สุดท้าย-ทลายแล้ว!


โย่ว  สบายดีกันไหมฮะทุกท่าน

ตอนนี้ ๔ ทุ่มแระ  ง่วงกันมากไหมเอ่ย?				
17 พฤษภาคม 2549 22:45 น.

รอเช้า

หมี่เป็ด ผู้ชายนัยน์ตาสนิมเหล็ก

๑).
ที่รัก&
เดี๋ยวอีกสักเพียงครู่ก็ตรู่รุ่ง
กลิ่นดอกเช้าแสนหอมจะหอมฟุ้ง
ชโลมคุ้งขอบโลกมาโกรกเรือน
อีกเพียงมิกี่กะพริบของดวงดาว
ความชืดหนาวแสนมืดจะจืดเฝื่อน
เพื่อจะทอแสงรางขึ้นรางเลือน
แล้วแรเลื่อนไล่รางจนรางราง
แหละอีกมินานเลยจักเผยภาพ
อันอาบแสงพรายแดดสายพร่าง
ส่องฉาดสาดฉายทุกสายทาง
จัดจ้านสานสางขึ้นสางฟ้า
นี่คือเรือนสุดท้ายในชีวิต
หลังจากติดปีกบินทุกถิ่นท่า
ที่จะพักความหนักหน่วงของดวงตา
และดวงใจอ่อนล้านิรันดร์กาล

๒).
เคยไหม?.-ความมืดดำที่งำชีวิต
นั้นคลุ้มทิศครึ้มเหมือนมิเคลื่อนผ่าน
ท่วมท้นล้นทะลักจากจักรวาล
ขนาบกร้านขนานกร้าวทุกเท้าทาง
เคยไหย?-ดั่งดวงตานี้ฝ้าหม่น
มืดมนแล้วโลกที่โศกสร้าง
และยิ่งทุกขณะตานี้ฝ้าฟาง
ยิ่งเดินก้าวเท้าย่างบนทางรก
นั่นแหละ-ทุกโขดเขินฉันเดินมา
เหวชะโงกโตรกผาและป่าปรก
แต่ละหนแห่งเยือนเหมือนนรก
ให้ตื่นตกตระหนกขวัญและฝันร้าย
ฝันร้ายมาตลอดชีวิตการเดินทาง
ฝันระหว่างทางทอดตลอดสาย
นั่นแหละ-การกัดกรามสู้ความตาย
ที่ฉันบ่ายใบหน้าเข้าหามัน!

๓).
ดึกสงัดหนาวเทิ้มมาเติมดึก
สักเพียงพรึกเป็นเพื่อนก็เฝื่อนฝัน
ดวงตา-ชะตากุมด้วยกลุ่มควัน
ดวงใจจึงไข้ครั่นตะครอคลอ
มากอดเข่าร่ำไห้อยู่ดายเดียว
ในเรือนเปลี่ยวหนาวลมที่ห่มห่อ
กอดตนเองสะอื้นจนขื่นคอ
ถั่งทอน้ำตาจนพร่าพราย
สวยแท้ความเศร้าโศกของโลกระยำ
หวานล้ำความขมแค้นนับแสนสาย
หอมเหลือกลิ่นความเศร้าที่คาวคาย
โชคร้าย-ฉันยังมีซึ่งชีวิต!!

๔).
เธออยู่ ณ ที่ใดโลกใบนี้?
คุ้งฟ้าราตรีนี้มืดสนิท
ชโลมอาบฉาบโลกจนโชกทิศ
โซมมืดจนมืดมิดสนิทฟ้า
มืดมนจนมิเห็นสักเส้นแสง
ที่ดาวแต่งให้เห็นสักเส้นค่า
มืดมิดสนิทห้วงบดดวงตา
อันเฟือนฝ้าฝาดดวงของห้วงใจ
เธออยู่ที่ใด ณ โลกใบนี้?
ชีวิตที่ฉันเคย-เธอเคยไหม?
หนาวลมพรมระบัดที่กวัดไกว
นี้ชื้นไอหนาวเยือกสุดเฮือกแล้ว
เคยไหม?-ความเหน็บหนาวในชีวิต
ห่มเธออยู่แนบชิดทุกทิศแถว
เคยไหม?-หวังสักพราวดาวดวงแพรว
กลับดวงแก้วแวววับนั้นวับวาย
สวยแท้ความเศร้าโศกหนอโลกระยำ
หอมล้ำความขมแค้นนับแสนสาย
หยาดน้ำตารี่รุดเม็ดสุดท้าย
มือฉันป้ายพรายฝาด-แล้วปาดทิ้ง!

๕).
เมื่อใดจะทอแสงรางขึ้นรางเลือน
ยิ่งดูเหมือนดึกคล้อยยิ่งอ้อยอิ่ง
มีเพียงอายลมหนาวมากราวติง
ลั่นกริ่งกังสดาล ณ ชานเรือน
โอความมืดดำที่งำวิญญาณ
หนาวสะท้านสิ้นไร้สักใครเพื่อน
โอโขดเขินเนินเขาที่ก้าวเยือน
ยิ่งดูเหมือนนรกตามสุมอกมิวาย
สวยแท้ความเศร้าโศกอันโชกชุ่ม
ทุกเหลี่ยมมุมงามแท้-ความแพ้พ่าย
เสียงสะอื้นฟังสิ-จะอธิบาย
ชีวิตก่อนความตายจะกุมกำ
ฉันกอดเข่าร่ำไห้อยู่ดายเดียว
ขับเคี่ยวความเจ็บปวดที่หวดย่ำ
ในโลกหนาวชืดแสนมืดดำ
รอหอมล้ำแสนเศร้าที่เช้าปรุง
ที่รัก&
เดี๋ยวอีกสักเพียงครู่ก็ตรู่รุ่ง
เรือนจะไหม้ควันคลุ้มเป็นกลุ่มคลุ้ง
และศพสดสะดุ้งเมื่อถูกไฟ!




มันใกล้จะเช้าละยังหว่า  เฮ้อออออออออออออออออ				
16 พฤษภาคม 2549 22:16 น.

มือพ่อ

หมี่เป็ด ผู้ชายนัยน์ตาสนิมเหล็ก

คือมือนุ่มนิ่มอันอิ่มเต็ม
ไต่เล็มมือหนา-ฝ่าใหญ่
พ่อกำมือลูกน้อยกลอยใจ
ตาใสเจ้าหนอลูกพ่อเอย
ฝาดเหลือเนื้อนุ่มน่ากุมจับ
ตาวับขลับเงาเจียวเจ้าเอ๋ย
เดียงสาตากวางอย่าร้างเลย
ให้วับเย้ยโลกกว้างอยู่อย่างนี้
เป็นเด็กดีของพ่อมิพอหรอก
โลกนอกเรือนบ้านสถานที่
เจ้าต้องพร้อมตนเป็นคนดี
จึงมีฐานะสมมนุษย์
จงเติบโตเริงร่าประสาเด็ก
โลกใบเล็กเหนื่อยก็พัก-หนักก็หยุด
ดูเถิดเมฆบนฟ้า-พญาครุฑ
ทรงชุดฝ้ายขาวจนพราวฟ้า
แหละซุกซนเถิดเจ้าเมื่อเยาว์วัย
เด็กใดย่อมซุกซนตามประสา
เติบโตเหมือนเช่นพ่อเป็นมา
เช่นปู่ย่าของลูกเคยซุกซน
จนเมื่อเจ้ากำนิ้ว-พ่อกิ๊วล้อ
ลูกหนอนี่ใช่โลกใบส้มผล
เป็นเพียงนิ้วธรรมดาสามัญชน
ที่ปั้นมือลูกตนให้ทนทาน
ให้มือหนาฝ่าใหญ่สมใจพ่อ
แข็งแรงแกร่งพอจะต่อสาน
ปั้นโลกสืบทอดตลอดกาล
ส่งผ่านช่วงต่อคนต่อไป
คือมือนุ่มนิ่มอันอิ่มเต็ม
ไต่เล็มมือหนา-ฝ่าใหญ่
จึงกำมือลูกน้อยเจ้ากลอยใจ
นิ้วเจ้าไชมือกรำที่กำกุม
คือเจ้า&
วัยเยาว์เจ้าเอ๋ยพ่อเคยอุ้ม
โลกนี้มิช้าดอกทุกซอกมุม
ผู้ที่มือนิ่มนุ่มจะกุมกำ!


หวัดดีคร้าบบบบบบบบบบทุกๆท่าน   อันนี้เขียนให้เพื่อนน่ะครับ  กริๆ  มันมีลูกน่ารัก  เห็นแล้วก็อิจฉามัน  

การจะมีลูกได้นี่  มันต้องมีเมียก่อนใช่ไหมครับ?				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟหมี่เป็ด ผู้ชายนัยน์ตาสนิมเหล็ก
Lovings  หมี่เป็ด ผู้ชายนัยน์ตาสนิมเหล็ก เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟหมี่เป็ด ผู้ชายนัยน์ตาสนิมเหล็ก
Lovings  หมี่เป็ด ผู้ชายนัยน์ตาสนิมเหล็ก เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟหมี่เป็ด ผู้ชายนัยน์ตาสนิมเหล็ก
Lovings  หมี่เป็ด ผู้ชายนัยน์ตาสนิมเหล็ก เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงหมี่เป็ด ผู้ชายนัยน์ตาสนิมเหล็ก
>