มงกุฎแห่งสิ่งสร้างที่แท้จริง

คีตากะ

1920786xo6pwya0r3.gif
กล่าวโดย อนุตราจารย์ชิงไห่ ฌานนานาชาติ 5 วัน
22 กุมภาพันธ์ 2007 (2550) ซีหู เหมียวลี่ ฟอร์โมซา (ดีวีดี# 784)
(ต้นฉบับภาษาอังกฤษ)
        ฉันหวังว่าวันหนึ่งเผ่าพันธุ์มนุษย์จะตื่น เราจะต้องรู้ว่าสัตว์ก็เหมือนเรา เราเหมือนกันแค่รูปร่างแตกต่างกัน พวกเขาเป็นแค่ดอกไม้ที่แตกต่าง แต่เราทั้งหมดล้วนเป็นดอกไม้ นั่นเรียบง่ายขนาดไหน? แม้กระนั้นมันช่างยากที่จะซึมแผ่เข้าไปในหัวใจใครบางคน ดีล่ะ ฉันดีใจที่คุณเชื่อฉันและฉันดีใจที่คุณเดินตามวิถีชีวิตแห่งความรัก แห่ง "การมีชีวิตและให้ชีวิต" (ปรบมือ)
         ใครก็ตามที่กระทำด้วยความโง่เขลา แน่นอนเราจะไม่ตัดสินพวกเขา แต่ฉันรู้สึกสงสารสัตว์และคนที่ฆ่าสัตว์จริงๆ เพราะกรรมจะอยู่เหนือพวกเขาในเวลาต่อมา แท้จริงแล้วกษัตริย์แห่งสิ่งลวงตาต้องการให้สิ่งสร้างของเขาทุกชิ้นได้รับการชดใช้และหลายเท่าด้วย คุณไม่สามารถจ่ายแค่ค่าสเต็กเนื้อวัว 1 ชิ้นบนโลกที่กินมัน และคิดว่านั่น "เสร็จละ" หรือมันเสมอตัว ไม่ มันไม่ใช่! เจ้าแห่งกรรมไม่ต้องการเงินของคุณ เขาต้องการเนื้อหนังของคุณ นี่คือ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ในโลกของสิ่งลวงตา
  
         ในโลกแห่งกายภาพ มันเป็นแบบนั้นเท่านั้น - ตาต่อตา และฟันต่อฟัน ไม่มีความเมตตาและไม่มีอะไรที่คุณจะติดสินบนเจ้าแห่งกรรมได้ เขาไม่รับสินบน ไม่เลย แม้ว่าคุณจะให้โลกทั้งโลกแก่เขา เขาก็ไม่สนใจ หรือทั้ง 3 โลก เขาก็ไม่สนใจ เพราะงานของเขาคือ เขาชอบตรวจสอบผู้คน เขาชอบดูว่าใครกำลังทำชั่ว เขาแม้แต่ยั่วยุให้ทำชั่วด้วย เพื่อดูว่าคุณแข็งแกร่งแค่ไหน คุณสูงส่งแค่ไหน และคุณมีพลังอำนาจแค่ไหนในหัวใจคุณที่จะต้านทานสิ่งยั่วยุ
"รักเพื่อนบ้าน" หมายถึงทุกชีวิต
 
           การทำร้ายผู้อื่นเป็นบาปที่เลวร้ายที่สุดที่เราจะสามารถทำได้ ดังนั้นถ้าใครก็ตามที่ฉันกำลังสอนอย่างขยันหมั่นเพียรไม่ให้ฆ่าและไม่ให้ทานเนื้อสัตว์แต่ยังคงออกไปข้างนอกแล้วไปทำสิ่งนั้น ฉันไม่ต้องการรู้เกี่ยวกับคนนั้น ถ้าคุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับมันมาก่อนและคุณทำมัน มันไม่เป็นไร ทุกคนทำมัน โลกทำให้คุณทำอย่างนั้น แม้แต่พ่อแม่ของคุณบังคับให้คุณทำสิ่งต่างๆ เมื่อคุณยังเด็กและคุณไม่รู้อะไรที่ดีกว่า แต่ถ้าคุณรู้แล้วว่ามันไม่ถูกต้องและยังคงทำสิ่งนั้นต่อไป แค่เพราะคุณไม่สามารถลืมความรู้สึกรับรสของคุณ มันเป็นแค่การเสียสละเล็กน้อย เล็กมาก!!! แม้ว่าคุณยังต้องการทานเนื้อสัตว์ มันเป็นการเสียสละที่เล็กน้อยมาก โดยเฉพาะเมื่อเรามีอาหารมังสวิรัติที่งดงามมากๆ ในอาณาจักรพืช แม้แต่ศาสนาใดๆ ก็บอกคุณว่ามันเป็นอาหารที่คุณจะรับประทาน แต่ไม่มีใครต้องการอ่านหน้านั้น ผู้คนไม่มากที่ต้องการฟังสิ่งนั้น "รักเพื่อนบ้านของท่าน" รวมถึงสัตว์ของเรา! ถ้าเราไม่สามารถรักสัตว์ แล้วจะไม่มีเพื่อนบ้านให้เรารักอีกต่อไป เพื่อนบ้านรวมถึงทุกสิ่งทุกอย่าง พระเยซูไม่ได้กล่าวว่า "รักเพื่อนบ้านของท่าน ชายและหญิงหรือเด็ก" ท่านกล่าวว่า "รักเพื่อนบ้านของท่าน"
          เพื่อนบ้านของเราคือใคร? ทุกคน! ทุกชีวิต รวมทั้งมนุษย์ สัตว์ สุนัข แมว นก เป็ด และห่าน สัตว์ป่าหรือสัตว์เลี้ยง คุณจินตนาการสักครู่ได้มั๊ยถึงชีวิตแบบที่เรากำหนดให้พวกเขามี? สมมุติว่าเรามนุษย์กำลังอาศัยร่วมกันกับสิ่งมีชีวิตที่เป็นยักษ์ตนอื่นๆ และตลอดเวลาพวกเขาจะฆ่าเรากิน ทีละคน คุณจะรู้สึกอย่างไร?  ช่วยตัวเองไม่ได้และเป็นทุกข์ ไม่ใช่หรือ?  และเศร้ามาก หวาดกลัวมาก! มันเหมือนกันกับสัตว์ พวกเขาไม่ได้ทำอะไรเรา แต่ในทางตรงกันข้าม เราทำให้พวกเขาทุกข์ทรมานทุกรูปแบบ พวกเขาจำนวนหนึ่งกำลังช่วยเหลือเราด้วยซ้ำ แล้วเรายังฆ่าพวกเขามากินในที่สุด ไม่มีคำ "ขอบคุณ" ให้พวกเขา ไม่มีเลย! ไม่มีแม้แต่ความตายที่สมศักดิ์ศรีและสงบสุข เราฆ่าและกิน ปราศจากความเมตตา ปราศจากความสำนึกผิด ไม่แม้แต่คิดว่าเราไม่ควรทำแบบนั้นเลย ไม่คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ เราแค่ทำมันเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา และเราเรียกตัวเองว่ามนุษย์ เฉลียวฉลาด มงกุฎแห่งสิ่งสร้าง มงกุฎชนิดไหนจะสามารถสวมบนศีรษะของคุณ?
          ในโลกของเรา ถ้าเราฆ่าใครบางคน มันถูกเรียกว่าฆาตกรรม แล้วเราจะต้องเข้าคุกและอื่นๆ แต่เราฆ่าสัตว์เป็นพันล้าน ล้านล้าน นับไม่ถ้วนทุกวัน และไม่มีใครจับเราเข้าคุก นั่นไม่น่าทึ่งหรือ? สัตว์ช่วยตัวเองไม่ได้! พวกเขาอยู่กับเราด้วยความกลัว กลัวทุกวัน เป็นอย่างนี้ได้อย่างไร โลกแบบนี้?  มันเป็นอย่างนั้นได้อย่างไรที่เราทำตัวเราเองให้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายน่ากลัวเช่นนี้ที่สรรพสิ่งอื่นๆ ทั้งหลายต่างกลัวเรา? เรามีอำนาจเหนือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ทั้งปวงในโลกทั้งโลก บางครั้งเราเอาถิ่นที่อยู่ของพวกเขาไปเสียด้วย เราทำให้พวกเขากลัวกับชีวิตของเขาทุกวัน  แม้แต่พี่ชายพี่สาวที่เป็นมนุษย์ของเรา เราทำให้พวกเขากลัวเช่นกัน ด้วยอำนาจ ด้วยปืน ด้วยอาวุธปรมาณู ด้วยการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ สิ่งต่างๆ ทุกรูปแบบบ
          เราใส่ความกลัวให้กันและกันทุกชีวิต เราจะเรียกตัวเองว่ามงกุฎแห่งสิ่งสร้างได้อย่างไร? อันนั้นฉันไม่ทราบ ฉันไม่ทราบว่าเป็นมงกุฎชนิดไหนที่เราสมควรจะสวมบนศีรษะของเรา ฉันไม่ทราบว่าใครจะสวมมงกุฎนั้นให้บนศีรษะของเรา พี่ชายพี่สาวทั้งหมดหวาดกลัวเรา เรากำลังฆ่าพวกเขาทุกวันที่ใดที่หนึ่งบนโลกนี้ด้วยวิธีที่ต่างกัน ไม่ใช่แค่ด้วยปืนหรือมีด แต่ด้วยการรังแก โดยทำให้เกิดการกดขี่ทางจิตวิญญาณ ความกดดันทางอารมณ์ และความทุกข์ทรมานทางกายภาพ เราทำให้เกิดสิ่งนั้นแก่กันและกันทุกๆ วัน เราจะเรียกตัวเองว่ามนุษย์ผู้เจริญแล้วและมงกุฎแห่งสิ่งสร้างได้อย่างไร?
การเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เพียงแค่ไม่ทำร้าย
          ในปีใหม่นี้ ทุกคนในโลกควรคิดโครงการหรือทิศทางใหม่ว่าพวกเขาควรนำพาชีวิตของเขา และเป้าหมายที่สูงส่งแท้จริงที่พวกเขาควรไปให้ถึงในช่วงชีวิตของเขาขณะที่เขายังมีเวลาเพื่อทำให้มันถูกต้อง การเป็นมนุษย์ผู้สูงส่งนั้นเรียบง่ายมาก ไม่จำเป็นต้องให้นักบุญทำมัน ไม่จำเป็นต้องใช้แม่ชี พระสงฆ์หรือบุคคลศักดิ์สิทธิ์ แค่ปล่อยให้สัตว์อยู่ตามลำพัง นั่นคือทั้งหมดที่เราต้องทำ แล้วเราก็สูงส่งเรียบร้อยแล้วในทันที! สัตว์ทั้งหลายจะสรรเสริญคุณในหัวใจของเขา และจะสวดอธิษฐานให้คุณ ชีวิตของคุณจะยืนยาวขึ้น ความสุขของคุณจะเพิ่มทวี สุขภาพของคุณจะวางใจได้มากขึ้น ความรักของคุณจะแผ่ขยายไปไม่สิ้นสุด และคุณจะกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่เรียบร้อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องมาหาอาจารย์ชิงไห่ ไม่จำเป็นต้องประทับจิต แค่ปล่อยให้สัตว์อยู่ตามลำพัง แล้วคุณจะกลายเป็นพระพุทธเจ้าได้จริงๆ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ไปถึงระดับที่ 3 (ปรบมือ)
           พระพุทธเจ้าหมายความเพียงแค่นั้น เมื่อท่านกล่าวว่า "วางมีดชำแหละเนื้อสัตว์ลง แล้วท่านจะสามารถเป็นพระพุทธเจ้าได้" มันจริงแท้อย่างนั้น! ถ้าคุณไม่ฆ่าหรือไม่ทานสัตว์ใดๆ คุณสามารถบรรลุระดับที่ 3 ได้ทันที (หลุดพ้นจาก 3 โลก) ชั้นต่ำแต่เป็นระดับที่ 3 นั่นแน่นอน แต่มีไม่กี่คนที่ทำเช่นนั้น? กี่คนที่จะสามารถสละรสชาติเล็กน้อยในปากเพื่อเป็นสิ่งมีชีวิตที่สูงส่ง เพื่อเป็นคนที่มีความเห็นอกเห็นใจควรค่าในการเป็นมงกุฎแห่งสิ่งสร้าง? ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่จำเป็นต้องไปสอนด้วยซ้ำ ฉันไม่จำเป็นต้องทำอะไรอีก มันจะดีกว่ามาก แล้วสัตว์จะมีความสุข มนุษย์จะได้รับการยกระดับมากขึ้น และโรงพยาบาลจะลดน้อยลง การต่อสู้จะไม่มีอีกต่อไป เพราะถ้าทุกคนทานอาหารมังสวิรัติ จะมีอาหารเพียงพอที่จะค้ำจุนพวกเขา โลกทั้งโลกจะมีอาหารเพียงพอสำหรับทุกๆ คนบนโลก ด้วยการไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ถ้าเราแค่เป็นมังสวิรัติ ความมั่งคั่งของดาวเคราะห์ดวงนี้จะถูกแบ่งปันออกไปอย่างเท่าเทียมโดยอัตโนมัติ ไม่มีความหิวโหยอีกต่อไป แท้จริงแล้วมันเป็นอย่างนั้น แต่มีกี่คนที่ต้องการจะกระทำสิ่งอันสูงส่งนี้?
ปลุกคุณสมบัติอันสูงส่งภายใน
           ฉันแค่หวังว่าปีใหม่นี้ชาวโลกจะฉลาดมากเช่นกัน คิดไตร่ตรองภายในอย่างลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้น เห็นอย่างแท้จริงว่าภายในของพวกเขาต้องการอะไรจริงๆ ไม่มืดบอดจากสิ่งยั่วยุภายนอกและอิทธิพลจากพลังทางลบ พวกเขาควรเข้มแข็ง สูงส่ง มองเข้าไปภายในของเขาเองเพื่อให้เห็นสิ่งที่อยู่ในหัวใจของเขาและสิ่งที่หัวใจต้องการบอกเขาอย่างแท้จริง เพราะถ้าพวกเขามอง พวกเขาจะพบมัน "จงเคาะแล้วประตูจะเปิด"(มัทธิว 7:7)
  
          ดังนั้นฉันหวังจริงๆ ว่าพวกเขาจะมองดูจริงๆ! เพราะถ้าพวกเขามอง พวกเขาจะเห็นว่าพวกเขาเป็นคนสูงส่งหรือเป็นสิ่งมีชีวิตที่สูงส่ง มันไม่ใช่ศักดิ์ศรีของเราที่จะฆ่าและกินสิ่งมีชีวิตที่ไร้เดียงสา ซึ่งไม่ได้มีขนาดเดียวกันกับเรา บางชนิดใหญ่กว่าแล้วเราก็ยังรังแกพวกเขา แม้แต่ปลาในทะเล พวกเขาไม่ได้ทำร้ายใคร พวกเขากำลังว่ายน้ำในโลกของเขาเอง แล้วเราตกปลาเอาเขาขึ้นมา ฆ่าเขา และกินเขา หรือสัตว์ในอากาศ พวกเขากำลังบินอยู่ที่นั่น ไม่ได้ทำร้ายใคร ไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วเราก็ยิงเขาให้ตกลงมาและกินเขา สัตว์ในป่าทึบหรือในป่า พวกเขายุ่งอยู่กับเรื่องของตัวเองอยู่ พวกเขาไม่ได้ทำอันตรายใดๆ แม้กระนั้นเราก็ไปที่นั่น ตามล่าพวกเขา ฆ่าพวกเขา และกินเขาเช่นกัน
        
           คุณคิดว่านั่นสูงส่งหรือ? ใครๆ ก็รู้ว่ามันไม่สูงส่ง ใช่มั๊ย? มันจะสูงส่งได้อย่างไร เมื่อคนที่แข็งแรงด้วยพลังอำนาจและความฉลาดทุกอย่างไปฆ่าใครบางคนที่อ่อนแอกว่า ตัวเล็กกว่า และไม่สามารถป้องกันตัวเองได้? นั่นจะสูงส่งได้อย่างไร? แม้แต่ในประเทศจีนและในเอาหลัก(เวียตนาม) กฏของศิลปะการต่อสู้คือ ถ้าคนหนึ่งล้มลงตกจากหลังม้าในสนามรบ คุณจะไม่ทำให้เขาบาดเจ็บหรือจะไม่ฆ่าเขา ถ้าคนนั้นแย่อยู่แล้ว นั่นคือสิ่งที่เราพูดกันว่า อย่าฆ่าเขา ดังนั้นมันจะเป็นอย่างไรต่อสัตว์ที่ตัวเล็กกว่า? พวกเขาตกใจกลัวและเป็นอัมพาตทันทีที่เห็นมนุษย์! เราไม่สามารถรู้สึกเห็นอกเห็นใจ เสียใจหรือสงสาร และปล่อยให้เขามีชีวิตได้อย่างไร? สิ่งมีชีวิตที่เป็นมนุษย์ไม่สามารถรู้สึกสงสารใดๆ เลยในหัวใจได้อย่างไร เมื่อสัตว์ตกใจกลัวและวิ่งหนี วิ่ง วิ่ง เพื่อเอาชีวิตรอด และร้องขอชีวิตของพวกเขา? มันเหลือเชื่อ! 
        
         ในวันปีใหม่นี้ บางทีความปรารถนาของเราทุกคนอาจจะเป็นจริง ดังนั้นเรามาหวังกันว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีก และมนุษย์ทั้งหมดจะตื่นขึ้นสู่เจตนาอันสูงส่งภายในหัวใจของเขาตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะเกิดหรือเมื่อพวกเขาเพิ่งเกิดมาและพวกเขาเคยสูงส่ง บริสุทธิ์ และเป็นวีรบุรุษ เรามาหวังกันว่า มนุษย์จะถูกปลุกให้ตื่นจากภายในของพวกเขาถึงคุณสมบัติที่เหนือกว่าเหล่านี้ แล้วเราทั้งหมดจะอยู่ในสวรรค์อย่างแท้จริง ถ้าไม่มีการฆ่าอีกต่อไป โลกนี้ก็จะเป็นสวรรค์ (ปรบมือ)...
1417717sogle7xnlh.gif
comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>