ช่างตัดผม (1)

อิสรชัย รัตน

ผมเปิดร้านตัดผมชายอยู่ในซอยของหมู่บ้านแห่งนี้มาปีนี้เป็นปีที่ห้าแล้ว  ลูกค้ามีทั้งคนในหมู่บ้านและคนต่างหมู่บ้านที่ขับรถจักรยานยนต์มาตัดผมกับผมอยู่เสมอ และแต่ละคนที่มีตัดผมนั้นโดยส่วนใหญ่ชอบมาช่วงสี่โมงเย็นของวันเสาร์และวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ลูกค้าของผมต้องมานั่งรอคิวกันอยู่เสมอ ส่วนช่วงเวลาอื่นนั้นมีบ้างแต่ไม่หนาแน่นเหมือนช่วงเวลาดังกล่าว
	คุณรู้ไหมในแต่ละวันผมได้รับฟังเรื่องราวสารพัดทั้งเรื่องที่อยากรู้และไม่อยากรู้ ที่ลูกค้าของผมนำมาแลกเปลี่ยน นำมาเล่าให้ฟังในบางเรื่องแม้แต่เรื่องส่วนตัวก็นำมาเปิดเผย  ผมเคยคิดเหมือนกันว่าหรือช่างตัดผมชายอย่างผมจะเป็นศิราณีของหมู่บ้านแห่งนี้ไปเสียแล้ว
	ร้านของผมนันเก็บราคาในการตัดผมเมื่อเปรียบเทียบกับร้านอื่นแล้วราคาถูกกว่าสิบบาทแถมมีแอร์ที่เย็นฉ่ำสำหรับรองรับการใช้บริการด้วย  ทำให้ผมมีลูกค้าขาประจำที่หมุนเวียนมาตัดอย่างสม่ำเสมอ จะด้วยอะไรก็ตามแต่ผมคิดว่าฝีมือการตัดผมของผมนี้คงเป็นที่พึงพอใจของลูกค้าอย่างแน่นอน
	วันนี้ผมเพิ่งเปิดร้านยังไม่ถึงสิบนาที  ลูกค้าของผมก็มาถึงผมมองดูนาฬิกาพึ่งเป็นเวลา 08.15 น.เองแล้วทำไมเด็กหนุ่มคนนี้ที่เคยมาตัดช่วงบ่ายๆ ถึงได้มาตัดแต่เช้าแตกต่างจากทุกครั้ง	
	พี่ช่างตกใจเหรอครับที่ผมมาตัดแต่เช้าอย่างนี้ เด็กหนุ่มพูดเหมือนรู้ใจ
	นั่นนะสิ  ทุกครั้งพี่เห็นมาแต่ช่วงบ่ายหรือไม่ก็เย็น ผมพูดตอบด้วยความแปลกใจจริงๆ
	วันนี้นัดสาวคนใหม่ไว้  ตัดผมเสร็จกลับไปอาบน้ำใหม่  ให้สะอาดเสียหน่อยสาวจะได้ไม่บ่นว่าตัวเหม็น เด็กหนุ่มตอบแล้วขึ้นนั่งบนเก้าอี้
	แสดงว่าวันนี้มีทีเด็ดนะสิ ผมถามแหย่ไป
	เด็ดไม่เด็ดไม่รู้ วันนี้ผมได้ฟันแน่  เด็กหนุ่มออกตัว แล้วพูดต่อ ขาวอวบด้วยพี่ช่างเด็กคนนี้ 
	เหรอ แล้วรู้จักกันอย่างไรล่ะ ผมถามเพื่อเป็นการชวนคุยและอยากรู้เรื่องของเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ด้วย
	โธ่พี่ เดี่ยวนี้ผู้หญิงคนไหนไม่มีแฟนนะเชย ทุกคนอยากมีคนควงทั้งนั้นอย่างน้อยได้บอกเพื่อนในห้องว่าขายออกนะพี่ เด็กหนุ่มพูดเพิ่มเติมให้ฟัง อย่างคนใหม่ของผม อยู่ ม.3 อย่างสิบห้า ผมพาไปดูหนังครั้งเดียวติดหนึบเลย  วันนี้พาไปเที่ยวหน่อยถ้าโอเคก็พาไปห้องเช่า  เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วพี่ 
	อะไรจะง่ายปานนั้น น่าอิจฉาเด็กรุ่นใหม่จริง ผมแหย่เด็กหนุ่ม
	พี่ต้องการบอกน่ะ ผมจัดการให้ได้ มีเงินเล็กน้อยเท่านั้นพี่ก็สบายตัวแล้ว  ผมมีเด็กเก่าที่ยังโอเคอยู่หลายคน แต่ผมเบื่อแล้วถ้าพี่สนใจผมจัดการให้ได้นะ เด็กหนุ่มพูดแล้วหันมาจ้องหน้าผม
	โอ๊ย  อย่าหาคุกให้พี่เลย  ผมตอบ
	ไม่คุกหรอกพี่  เงินสี่ห้าร้อยก็เงียบแล้ว ผมรับรองอย่างพี่หุ่นดี แน่น เด้งรับอย่างเดียว เด็กหนุ่มพูดแล้วหัวเราะ
	ผมตัดผมให้เด็กหนุ่มและฟังเรื่องราวที่ไม่แน่ใจว่าจริงทั้งหมดหรือไม่ แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ผมฟังแล้วอดสะท้อนใจไม่ได้
	พี่รู้ไหม ผมฟันเด็ก ม.2 คนหนึ่ง ครั้งสองครั้งแล้วบอกว่าท้อง ผมเลยถอยห่างเลย ไม่รู้ไปท้องกับใครมาจะมาจับผม  อิโธ่  เด็กเมื่อวานซืนไม่รู้จักกินยาคุม  วันนั้นผมไม่มีถุงเลยไม่ได้ใส่เห็นเด็กๆ อย่างไรย่อมปลอดภัยแน่นอน  เด็กหนุ่มคุยต่อ
	ทำไมถึงได้กันง่ายจังสมัยนี้ ผมถามเด็กหนุ่ม
	นี้ พ.ศ.อะไรแล้วพี่  จะมาเทียวรับเทียวส่ง  เข้าทางพ่อแม่อย่างสมัยก่อน ไม่ทันกินหรอกพี่ เชยอีกต่างหาก  เด็กหนุ่มพูด
	นั่นนะสิ อย่างพี่นี้กว่าจะได้แต่งงานกับแฟน พี่ตามจีบแทบแย่ กลัวเธอเปลี่ยนใจ ผมบอก เออแล้วเด็ก ม.2 คนนั้นทำอย่างไรต่อล่ะ 
	ทำแท้งสิพี่ จะเอาไว้ประจานตัวเองได้อย่างไร  ผมให้เงินไปส่วนหนึ่ง ส่วนจะไปเอาเพิ่มจากไหนผมไม่รู้ เพราะผมไม่ได้สนใจ  คนใหม่มีให้เลือกเยอะ เด็กหนุ่มคุยโว
	เธอนี้เสน่ห์แรงจริงนะ ผมแหย่
	ของผมดีพี่  ใครก็ติดใจ แม้แต่เกย์ยังมาชอบผมเลย  อยู่ที่ตัวผมนี้แหละไม่อยากตอแย ถ้าผมชอบผมมีเงินใช้นะพี่ ผมรับรอง  แต่ผมไม่อยากเป็นแมงขนาดนั้น  เงินผมไม่เดือดร้อนอยู่แล้วพี่ 
	นั่นนะสิ ฐานะที่บ้านก็ร่ำรวย  ใครๆต่างอยากได้เป็นลูกเขยนะสิ ผมตอบเพราะผมรู้ดีว่าบ้านหลังใหญ่ที่อยู่หมู่บ้านข้างเคียงนั้นคือบ้านของเด็กหนุ่มคนนี้ ที่หลังใหญ่โตกว่าหลังอื่น
	เดี่ยววันหลังผมจะเล่าให้พี่ฟังสำหรับผู้หญิงคนใหม่  ผมไม่จริงใจหรอกพี่ ผมยังเด็กขอสนุกไปสักระยะ  ได้มาผ่านไป เดี่ยวนี้ใครๆ ก็ไม่ถือกันแล้ว ในกลุ่มเพื่อนผมบางครั้งยังพามาแชร์ในกลุ่มเลยสำหรับคนรักสนุก  มันกันไปคนละแบบนะพี่ถ้าไม่เมาบางครั้งผมก็รับไม่ไหวเหมือนกัน แต่ถ้าเมาก็สนุกกันไปเลยยันเช้า  เด็กหนุ่มคุย
	ผมยังนึกไปถึงพ่อแม่ของเด็กหนุ่มทำไมถึงปล่อยให้ทำอย่างนั้น  ผมตัดผมไปใกล้เสร็จลูกค้ารายใหม่เข้ามานั่งรอคิว  การพูดคุยที่ออกรสชาติเลยหยุดไป มิฉะนั้นผมคงได้ฟังเรื่องราวสนุกจากเด็กหนุ่มอีกแน่
ผมสังเกตน่าตาเด็กหนุ่มอย่างชัดๆ ในกระจกเหมาะสมแล้วที่ผู้หญิงจะพึงพอใจเพราะหน้าตาที่หล่อเหลาสาวคนเห็นเห็นก็อดชำเลืองมองไม่ได้ ร่างกายที่ยืนแล้วสูงโปร่งไม่ต่ำกว่า 180 เซนติเมตรอย่างแน่นอน สายตากรุ้มกริ่มยามแย้มยิ้มมีเสน่ห์ เป็นเด็กที่มีนัยตายิ้มได้  ทั้งสาวแท้สาวเทียมย่อมพึงใจ
	เด็กหนุ่มหายหน้าไปไม่มาตัดผมที่ร้านย่างเข้าเดือนที่สอง จนวันหนึ่งมีเด็กวัยรุ่นที่บ้านอยู่หมู่บ้านเดียวกันมาตัดผมถึงได้เลียบเคียงถามดูถึงได้รู้สาเหตุที่หายหน้าไปไม่มาตัดผม
	พี่ช่าง  มันจะมาตัดผมกับพี่ได้อย่างไร ตอนนี้มันนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลนะพี่  โดนเขาแทงอาการสาหัส เด็กวัยรุ่นบอก
	เรืองอะไรเหรอ ผมถามด้วยความอยากรู้
	จะเรื่องอะไร เรื่องหญิง  มันจีบมั่วจนไปเจอดี ได้ข่าวว่าไปจีบเด็ก สจ.เข้า เลยได้เรื่อง 
	เด็ก สจ. ผมย้ำ
	ใช่ เด็ก สจ.อยู่ ม.5 มั่ง  สจ.ส่งให้เรียนรู้  อีเด็กหญิงนั่นดันเล่นด้วย  เพราะไอนี่มันหล่อ นะพี่แหละมีของดีด้วยเลยติดใจ เด็กหนุ่มพูดแบบสู่รู้
	รู้ไงว่ามีของดี ผมถาม
	ผมรู้ก็แล้วกัน เคยแจมในวงมาบ้างพี่ ผมเป็นรุ่นน้องก็จริงแต่ก็พอจะรู้จักกันในวงนะพี่
	แสดงว่าเคยไปกับเด็กหนุ่มคนนั้นด้วยใช่ไหม ผมถาม
	ไม่หรอกพี่  แต่ไปพบกันบังเอิญ จากที่มีการชักชวนกันไปหมู่นะพี่   พี่ถามนี้อยากไปร่วมวงด้วยหรือเปล่านี้
	
	นั่นคือสิ่งที่ผมรู้จากเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันแต่อายุน่าจะน้อยกว่าสักสองสามปี เด็กหนุ่มคนนี้เมื่อเทียบเคียงกันแล้วความหล่อยังห่างจากคนที่ถูกแทงไม่ได้ ซึ่งผมก็ไม่รู้เช่นกันว่าเด็กหนุ่มทั้งสองคนที่เป็นลูกค้าผมนี้ชื่ออะไร  เพียงแต่คุ้นหน้าและพูดคุยกันอย่างออกรสก็เท่านั้น
	หลังจากนั้นในเดือนต่อมาเด็กหนุ่มก็มาที่ร้านตัดผมของผม  หน้าตายังคงสดใสเช่นเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือการพูดคุยที่ออกเชิงคุยโม้ลดน้อยลง  
	หายหน้าไปเกือบสามเดือนเลยน่ะ นึกว่ามีร้านที่ถูกใจใหม่แล้วเลยไม่มาที่นี่ ผมแกล้งพูดเหมือนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กหนุ่ม
	เผอิญ มีปัญหานิดหน่อยพี่ เลยไม่ได้มาตัดผม  แต่วันนี้ก็มาแล้วนะพี่ เด็กหนุ่มตอบแล้วยิ้มแห้งๆ 
	ไม่เจอกันนานสงสัย เวลาว่างไม่ค่อยพี่ สับรางแทบไม่ทันแน่เลย ผมแกล้งแหย่เด็กหนุ่ม
	ไม่ใช่ขนาดนั้นหรอกพี่ แต่ผมมีเรื่องอื่นทีหนักใจกว่าเลยต้องเพลาๆ ลง เด็กหนุ่มตอบแต่สิ่งที่เด็กหนุ่มรู้อยู่แก่ใจตนเองในเวลานี้ก็คือ คืนนั้นกลุ่มสมุนของ สจ.ตัดความเป็นชายของเขาทิ้งไป  จนบัดนี้สิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจนั้นไม่มีอีกแล้ว  เขาไม่รู้เหมือนกันว่าการทำศัลยกรรมที่พ่อแม่บอกว่าจะจัดการให้นั้นจะใช้ได้ดีดังเดิมหรือไม่  หรือจะเป็นเดชไอ้ด้วนไปตลอดชีวิต
	เด็กหนุ่มกับความลับจะอยู่ไปอีกนานแค่ไหน  แม้ช่างตัดผม ก็ไม่สามารถพูดให้ฟังได้ในเรื่องนี้ รู้ถึงไหนอายถึงนั้น				
comments powered by Disqus
  • อนงค์นาง

    28 กุมภาพันธ์ 2555 23:23 น. - comment id 128560

    โห น่าหวาดเสียว เรื่องแบบนี้มีจริงในสังคมนะคะ
    
    36.gif36.gif36.gif41.gif41.gif