เสียงกระซิบข้างหัวใจ ๕

พี่ดอกแก้ว

บ่อยครั้งที่คนเรารู้สึกผิดกับหลายๆอย่างที่ได้ทำลงไป
บ่อยครั้งที่เราอยากแก้ตัวใหม่  อยากที่จะย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต
นั่นก็เพราะตัวของเราเองยังไม่ดีอย่างที่เราคิดนั่นเอง
แล้วเราจะไปหวังให้คนอื่นๆเป็นได้ดังใจของเราได้อย่างไร 
การที่เราคบใครสักคนต้องใช้เวลามหาศาล.... เวลาเช่นนั้น
จึงมาแบ่งชีวิตของเราจากโลกที่เราเคยมีโอกาสทำสิ่งต่างๆตามอำเภอใจออกไป
เฉกเช่นการวาดรูปภาพด้วยสีน้ำมัน  ต้องอาศัยพู่กันหลายขนาด
อาจต้องใช้สีหลายประเภท  ต้องมีการลบ การแก้ไข วาดใหม่อยู่หลายครั้งหลายครา
แม้กระนั้นภาพที่ปรากฎออกมา  อาจไม่เป็นเหมือนที่เราฝันไว้ก็ได้
แต่การวาดรูปดังกล่าวอย่างน้อยก็ควรจะต้องมีอะไรสักอย่างที่ไปในทิศทางเดียวกันบ้าง
เช่นโทนสี  ถึงจะไม่ใช่โทนเดียวกัน  แต่ก็ไม่ควรขัดแย้งกันจนดูผิดไปจากความตั้งใจ
ดังนั้นถ้าจะเปรียบกับการคบหาสมาคมกันแล้วแม้ไม่จำเป็นจะต้องเหมือนกันทุกอย่าง
แต่ก็ไม่ควรที่จะต่างกันไปทุกเรื่อง...  
หากแม้คนที่เราคบบางคนไม่ได้เป็นและไม่ใช่อย่างที่เราคิด ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก..
เพราะบางทีก็ต้องปล่อยให้ชีวิตมันได้เรียนรู้บ้าง ขึ้นชื่อว่าคน มีทั้งดีบ้าง...เลวบ้าง
...ใช่บ้าง..ไม่ใช่บ้าง   จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่เราจะต้องเกิดความปวดร้าวเลย..
เพราะจิตใจนั้นมีกลไกที่สลับซับซ้อนมีความรู้สึกที่ยากหยั่งถึง  
จนแม้แต่ตนเองก็ไม่สามารถบอกอะไรได้ว่าตนเองเป็นอะไรไป... 
 ด้วยทุกคนรู้ว่า สิ่งที่เข้าใจยากที่สุด คือสิ่งที่ไม่มีวันเข้าใจ 
จิตใจคนเรานั้นอยู่เหนือการควบคุม ...เมื่อสุดความสามารถแล้วก็จงปล่อยมันไป
อย่าเก็บกลุ้มจนเป็นปัญหา....เพราะปัญหานั้นจะจับเราโยนเหวี่ยงเข้าไปขังในห้องมืดทึบอย่างแรง   แต่ทว่าพลาดไปก็ไม่จำเป็นต้องตกใจมากมาย 
จนเสมือนรีบร้อนหาทางออกมา
หยุดนิ่งๆ นั่งปรับใจ...ปรับอารมณ์..เสมือนปรับสายตาให้เคยชินสักพัก
การที่เราปลีกตนเองออกมาเงียบๆไม่มีคนรบกวน ทำให้เรามีเวลาทบทวนอะไรต่างๆมากขึ้นโดยให้กำลังใจตนเองด้วยความจริงว่า.. 
ห้องทุกห้องในโลกนี้ย่อมมีประตู  แต่เพราะความมืดมีมาก
จึงทำให้เราหาประตูนั้นยากสักนิด
จงอย่าท้อถอย...แสงสว่างที่ลอดมาจากช่องประตูอาจเลื่อนรางยิ่งนัก
แต่นั่นก็เป็นสิ่งเดียวที่จะบอกเราได้ว่า...เรายังมีความหวัง
ด้วยเพราะแสงสว่างเพียงเล็กน้อยนั้นนั่นเอง.. 
ความจริงที่เราทุกๆคนไม่อาจโต้แย้งได้นั้น ก็คือ..
เราแต่ละคนมีความรักตัวเองเป็นอย่างยิ่ง
มีพุทธภาษิตตรัสไว้ว่า....ทรงตรวจดูไปทั่วทิศทั้งปวงแล้ว ก็ทรงพบว่า
ตนเองนี่แหละเป็นที่รักของตน เพราะฉะนั้นเมื่อรักตนและมีความยึดชีวิตยิ่งอย่างนี้   สิ่งที่ต้องกลัวด้วยกันทั้งนั้นก็คือ...กลัวตาย 
เพราะความตายนั้น   เป็นสิ่งที่มาเด็ดเอาสิ่งที่รักยิ่งไป 
คือมาตัดรอนตน...ฆ่าตนนี้เองให้สิ้นไป 
หรือหากจะเปรียบชีวิตของคนเราก็เหมือนใบไม้...
ก็เป็นใบไม้ที่ไม่รู้วันร่วงหล่นของตนเอง
เมื่อถึงเวลาที่ปลิดขั้ว....ก็เพียงปลิดปลิวลงจากกิ่งก้าน
ใบไม้สีน้ำตาลที่ร่วงหล่นตามกาลเวลา ก็ได้ทำหน้าที่ของมันมาแล้วอย่างดี
หน้าที่ที่ได้เคยมอบร่มเงาให้ผู้คนได้พักพิง  เคยให้อากาศยามเช้า และให้ความสดชื่นอวดใบที่สะพรั่งให้ต้นไม้สวยงามและสมบรูณ์ ก่อนที่จะปลิดปลิวลงสู่พื้นดิน
หลากหลายเหตุผลที่ทำให้ใบไม้สีเขียวต้องร่วงหล่น
ด้วยเพราะแรงลม   และบางใบก็โดนเด็ดเล่น
จะเห็นได้ว่าทุกอย่างอยู่เหนือการคาดคิด...และเกินกว่าจะตั้งตัวทัน
เช่นเดียวกับชีวิตของเราทั้งหลายที่ยังมีชีวิตอยู่..ไม่อาจกำหนดวันสุดท้ายของตนเองได้
แต่ถึงอย่างไรก็ต้องมีวันสุดท้ายด้วยกันทั่วถ้วน..
จึงไม่ควรลังเล ที่จะรอเวลาที่จะทำประโยชน์ให้กับโลก...
เพราะโลกไม่มีเวลาให้ใครมากพอ  

วันนี้เท่านั้น..วันนี้..จงเริ่มต้นเป็นร่มเงา เป็นที่พักพิง
เป็นทุกๆอย่างเท่าที่สามารถเป็นจงเริ่มหยิบยื่นน้ำใจไมตรีให้คนรอบข้าง
 คนทีเรารัก  คนที่เรารู้จัก..และคนแปลกหน้า
เพราะหากถึงเวลาดังเช่นใบไม้ใบนั้น
เราจะได้ไม่ต้องถามว่า....มีอะไรอีกไหมที่เรายังไม่ได้ทำ
เพราะกาลเวลา..ที่นำพาทุกอย่างมาสู่ชีวิต และก็พร้อมที่จะเอากลับคืนทุกวินาที....
จึงควรสะสมคุณค่าแห่งความดีให้มีมากขึ้นในตัวเองเถิด
เพราะขณะที่เราใช้เวลามากขึ้นๆๆ..ชีวิตของเราก็เหลือน้อยลงทุกที
ถ้าเราไม่สร้างประโยชน์ทิ้งไว้...สักวันชีวิตเราก็จะหายไปจากโลก
โดยไม่เหลืออะไรเลย... 
                               
                                                          ด้วยความปรารถนาดีเสมอค่ะ
                                                                         พี่ดอกแก้ว   				
comments powered by Disqus
  • พุด..พัดช้า

    15 กรกฎาคม 2547 16:36 น. - comment id 75456

    รักบทความนี้อย่างที่สุดค่ะ
    พุดจะมาอ่านซ้ำอีกครั้งค่ะคืนนี้
    จะต้องไปเต้นอีกสักพัก
    รักและห่วงใยนะคะ
  • พลอยพราวแสง

    15 กรกฎาคม 2547 18:19 น. - comment id 75458

    พลอยพราวแสงเพิ่งเป็นสมาชิกเข้ามาใหม่วันนี้เองคะ ได้อ่านบทความนี้แล้ว รู้สึกดีมาก ๆ เลยค่ะ เป็นบทความที่มีคุณค่ามากบทกลอนหนึ่งเลยทีเดียวค่ะ และอยากให้ทุกคนที่อ่านบทความนี้ ได้รับทั้งอรรถรส และประโยชน์ เพื่อสร้างสิ่งใหม่ ๆ  ดี ๆ ให้กับตนเอง และ ผู้อื่นด้วยค่ะ
  • มาดามมด

    15 กรกฎาคม 2547 18:44 น. - comment id 75462

    +++++++++++++++++++++
    ...ขอบคุณพี่ดอกแก้ว  ที่ให้ความคิด
    ให้พึงระลึก  อยู่เสมอว่า  เวลาที่เราเห็นว่า
    มีอยู่อย่างเหลือเฟือนั้น  แท้จริงแล้ว
    คือ  เวลาที่เราใช้ไปแต่ละนาทีนั้น
    ก็เท่ากับว่าเรา  บั่นทอนอายุของตัวเราเอง
    ทุกนาทีที่ใช้และไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ฃ
    เช่นกัน
    ++++++++++++++++++++++++++
  • rain..

    16 กรกฎาคม 2547 06:30 น. - comment id 75475

    เรน..มากราบสวยๆ ..พี่ดอกแก้วนะคะ..
            เรนยังอ่าน..ไม่จบเลยคะ..
      แต่เรนรู้ งานทุกชิ้น ..เป็นงานเขียน..
    ที่มีประโยชน์ มากเลยคะ..
              ตอนสายๆ..  เรนจะแว๊ป มาอ่านต่อนะคะ..
  • )))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**(((

    16 กรกฎาคม 2547 07:52 น. - comment id 75477

    มาอ่านแล้วได้กำลังใจดีมากเลยครับอาจารย์
    
    
  • พี่ดอกแก้ว

    16 กรกฎาคม 2547 12:44 น. - comment id 75484

    @...น้องพุด..พัดช้า...
    
    ห้องทุกห้องในโลกนี้ย่อมมีประตู 
    แต่เพราะความมืดมีมาก
    จึงทำให้เราหาประตูนั้นยากสักนิด....
    
    เวลาที่เกิดปัญหาชีวิต..คนทั่วไปก็จะมีปัญหานี้ตามติดมาด้วยเสมอ
    
    ดีใจที่น้องพุดมาอ่านค่ะ
    
  • พี่ดอกแก้ว

    16 กรกฎาคม 2547 12:53 น. - comment id 75485

    @...พลอยพราวแสง...
    
    ยินดีต้อนรับค่ะน้องพลอยพราวแสง
    ดีใจที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ค่ะ
    ถ้าต้องการนำไปเผยแพร่ก็เชิยได้เลยนะคะ
    
    ขอบคุณมากค่ะที่เข้ามาอ่าน
    
  • พี่ดอกแก้ว

    16 กรกฎาคม 2547 12:55 น. - comment id 75486

    @...มาดามมด...
    
    ขอบคุณในความเข้าใจเช่นกันค่ะ
    หวังว่าจะได้ประโยชน์ยิ่งขึ้นไปนะคะ
    ขออวยพรให้มีแต่ความสุขค่ะ
    
    
  • พี่ดอกแก้ว

    16 กรกฎาคม 2547 12:58 น. - comment id 75487

    @...เรนน้อย...
    
    มายิ้มรับสวัสดีจากน้องเรนจ้ะ
    วันนี้ให้มีความสุขสดใสมากๆนะ
    ว่างๆแล้วมาเขียนกลอนให้พี่ดอกแก้วอ่านบ้างสิจ๊ะ
    
    
  • พี่ดอกแก้ว

    16 กรกฎาคม 2547 12:59 น. - comment id 75488

    @...ผลิใบสู่วัยกล้า...
    
    ขอบคุณมากจ้า......
  • tiki

    16 กรกฎาคม 2547 13:35 น. - comment id 75491

    เมือวานเห็นแวบๆ เมื่อคืนเข้ามาเขียนงานแล้วก็
    เหนื่อยเพลียหลับไป วันนี้เข้ามาตอบงานเขียนและ มาลงใหม่อีกชุดก็ถือโอกาสมาเยี่ยมงานค่ะ
    
  • พี่ดอกแก้ว

    16 กรกฎาคม 2547 14:32 น. - comment id 75504

    @...tiki..
    
    ขอบคุณที่เข้ามาอ่านที่นี่ด้วยค่ะ
  • ฤกษ์(ไม่ได้ล๊อกอิน)

    16 กรกฎาคม 2547 21:32 น. - comment id 75508

    มาเยี่ยมพี่ดอกแก้วด้วย เป็นมงคลแก่ตัวที่ได้อ่าน ขอให้พี่ดอกแก้วมีสุขภาพแข็งแรงนะครับ
  • ชัยชนะ

    16 กรกฎาคม 2547 21:53 น. - comment id 75510

    ช่วงนี้ไม่ค่อยได้โผล่หน้ามาเรื่องสั้น บังเอิญเปิดดูกลอนไม่ได้
    จึงแวะเข้ามาฟังเสียงกระซิบอย่างยาวเหยียด
    
    ชัยชนะก็จะพยายามทำวันนี้ให้ดีที่สุด ตามที่พี่ให้คำแนะนำ
    
    ถ้าโลกนี้มีคนอย่างพี่ดอกแก้วอยู่เยอะ โลกคงจะสงบสุขอย่างแน่นอนครับ
    
  • น้องวงปี

    16 กรกฎาคม 2547 22:33 น. - comment id 75513

    พี่ดอกแก้วคะ  ถ้าอย่างเวลาที่เราเกิดมีธรรมมารมย์มาปรุงแต่ง จนบางครั้งมันมีภาวะที่หยุดไม่ได้ พี่ดอกแก้วพอมีวิธีใดที่จะ  บรรเทาเบาบางตรงนี้บ้างมั้ยคะ  
    
    บางทีถ้าอารมณ์มันหนักมากๆ จิตไม่เปิดรับธรรม แล้วจะตามดูยังไง กับจิตในช่วงนั้น  เพราะบางทีจับอาณาฯ แล้วไม่อยู่  เท่าที่สังเกตคิดว่า ตัวเองเป็นพวกโมหะและวิตกจริต
    น้องขอพี่ดอกแก้วแนะนำเป็นธรรมทานด้วยค่ะ
    
    เพราะบางช่วงน้องแก้ไม่ตกกับจุดนี้ เลยทำให้กลุ้มใจ จิตใจเศร้าหมอง  ทั้งๆที่รู้อยู่ว่า อารมณ์เหล่านี้เป็นอารมณ์ที่เป็นฝ่ายไม่ดี
    
    ขอบพระคุณล่วงหน้านะคะพี่ดอกแก้ว  และขอบคุณกับข้อความที่พี่ดอกแก้วโพสต์ด้วยค่ะ
  • พี่ดอกแก้ว

    18 กรกฎาคม 2547 16:15 น. - comment id 75549

    @...ฤกษ์...
    
    ขอบคุณที่แวะมาอ่านหน้านี้ด้วยค่ะ ...หนุ่มจอมกวน
    
  • พี่ดอกแก้ว

    18 กรกฎาคม 2547 16:15 น. - comment id 75550

    @...ชัยชนะ...
    
    แม้จะบังเอิญมา แต่ก็ขอบคุณยิ่งค่ะ
    
  • พี่ดอกแก้ว

    18 กรกฎาคม 2547 16:36 น. - comment id 75551

    @...น้องวงปี...
    
    สวัสดีค่ะน้องวงปี 
    
    อย่างเพิ่งถือว่าเป็นคำตอบนะคะ
    เพียงแต่จะบอกก่อนว่า ....
    อานาปานสตินั้นเป็นกรรมฐานที่เหมาะกับผู้ที่มีจริตเป็นโมหะและวิตกจริต ...การที่ทราบถึงจริตตนเองเช่นนี้และเลือกใช้กรรมฐานนี้นับว่าถูกต้องแล้วค่ะ
    
    แต่การทำสมาธินั้นเป็นของยากอยู่แล้วเพราะต้องกดข่มอารมณ์ที่มาปรากฏให้สงบลงด้วยกรรมฐาน ... จึงเป็นธรรมดาที่ความฟุ้งซ่านจะเข้ามาอาละวาดแก่ผู้ที่ฝึกจิตด้วยสมาธิ  
    
    การแก่ไขก็มีแต่การเริ่มต้นใหม่ ตั้งใจใหม่ โดยย้ายอารมณ์ไปยังกุศลอื่นเสียก่อนแล้วก็เริ่มต้นใหม่ ...เมือยังฟุ้งซ่านอยู่อย่างนั้นก็ยิ่งต้องเริ่มต้นใหม่อยู่เรื่อยๆไงคะ 
    
    แต่ถ้าหากมองให้เป็นคุณแล้วก็จะเห็นว่า ..นี่ไงล่ะ นี่แหละคือสภาพของจิตที่แท้ ที่ดิ้นรน กวัดแกว่ง  ห้ามยาก และรักษายาก ..เหมือนกับลิงที่ลุกลี้ลุกลนอยู่ตลอดเวลา 
    
    การทำกรรมฐานของน้องวงปีเช่นนี้พี่ดอกแก้วยังไม่ทราบว่ามีเป้าหมายอย่างใด ..แต่ถ้าเพื่อการพ้นทุกข์แล้ว พี่ขอแนะนำให้อ่านเรื่องต่างๆเหล่านี้ก่อนนะคะ
    
    ถ้ายังข้องใจสงสัยอยู่กรุณาถามซ้ำได้ค่ะ ..เพราะคำถามที่น้องวงปีตั้งมานี้เป็นเรื่องที่ต้องอธิบายมากมาย..หากต้องการกระทำเพื่อพ้นทุกข์
    
    http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=4668&page=1
    
    
    ด้วยความปรารถนาดีอย่างจริงใจค่ะ
    
    
  • น้องวงปี

    18 กรกฎาคม 2547 18:16 น. - comment id 75562

    พี่ดอกแก้วน้องขอบพระคุณมากๆเลยนะคะ 
    เข้าไปอ่านแล้ว จะลองไปทำดู ถ้าติดขัดหรือสงสัยตรงไหน  น้องจะส่งเมลไปถามนะคะ
    
    ขออนุโมทนาบุญดัวยนะคะ
  • พี่ดอกแก้ว

    18 กรกฎาคม 2547 22:03 น. - comment id 75567

    ด้วยความยินดียิ่งเลยค่ะน้องวงปี 
    และขอขอบคุณที่ยังติดตามคำตอบอยู่นะคะ
    ทั้งที่ตั้งคำถามไว้หลายวันแล้ว
    ต้องขออภัยอย่างยิ่งเลยค่ะ ที่ไม่ได้มองมาในหน้านี้ด้วย
  • น้องเปีย

    23 กรกฎาคม 2547 13:20 น. - comment id 75662

    เรื่องนี้ไม่ค่อยซึ่งเท่าไรนะคะ
  • พี่ดอกแก้ว

    23 กรกฎาคม 2547 23:09 น. - comment id 75677

    สวัสดีค่ะน้องเปีย
    
    ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ
    หวังว่าคงพอจะเป็นประโยชน์ได้บ้างนะคะ
    แม้จะไม่ค่อยซึ้งนัก...
  • ส้มจี๊ด

    27 กันยายน 2547 09:16 น. - comment id 77516

    บทความ ....อ่านแล้วดีจัง
    ^__^
    
    

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>