17 ตุลาคม 2554 15:34 น.

รักเธอไม่ถึงบาท

din

บ้านฉันอยู่แถบแถวบางกะปิ ซึ่งอยู่ในแนวคันกั้นน้ำ ดังนั้นน้ำจึงยังไม่ท่วม
แต่เนื่องจากเป็นเขตชานเมือง ไม่ใช่กรุงเทพฯชั้นใน  จึงใจตุ๊มๆต่อมๆ 
เกรงน้ำท่วมบ้านอยู่เหมือนกัน 
ในละแวกบ้านมีพื้นที่ว่างๆ มีต้นไม้รกเรื้อย เป็นกระหย่อมๆ  
แสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้เคยเป็นท้องนา  แม้ปัจจุบันนี้บางกะปิจะเจริญมาก
แต่ก็ยังมีที่ว่างลักษณะนี้ให้เห็นอยู่ทั่วไป ฉันมองออกไปที่พื้นที่ว่างนั้น
วันนี้มีปริมาณน้ำสูงกว่าเมื่อวาน จะรอดจากน้ำท่วมไหมหนอ 

และแล้วฉันก็เห็น.ตัวอะไรไม่รู้ กำลังตะกายขึ้นจากน้ำ  
มันพยายามกระโดดเกาะต้นไม้ใหญ่  แต่ก็ไม่สำเร็จ ตกลงมาทุกครั้ง 
ในระยะไกล ฉันเขม้นมอง จึงเห็นว่ามันมีลักษณะเหมือนจรเข้ 
หรือจะเป็นตัวเงิน ตัวทอง แต่ถ้าขืนปล่อยให้มันทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ
สงสัยคงขาดใจตายไปเสียก่อน 

ฉันคิดขณะเดินออกจากบ้าน ไปเรียกจันทร์  ซึ่งเป็นแม่ค้าขายส้มตำในซอยบ้าน
จันทร์เป็นคนอิสาน น่าจะคุ้นเคยกับสัตว์ชนิดนี้ พอจะช่วยเหลือมันได้
เมื่อทราบเรื่องจากฉัน ทั้งจันทร์และสามีพากันเดินมาดู  จันทร์เรียกมันว่า ตัวแลน

g48.gif

สามีของจันทร์ทำบ่วงคล้อง ลากมันเข้ามา  เมื่อเห็นในระยะใกล้ ตัวมันใหญ่มาก
มันพยายามดิ้นรนให้พ้นจากบ่วงที่กลายเป็นเชือกรัดมันไว้ แต่ดูว่ามันยังอิดโรยอยู่
ทั้งจันทร์และสามีดูจะดีใจมาก เมื่อเห็นขนาดตัวของมัน  ส่งภาษาลาวใส่กัน 
ถอดความเป็นไทย ได้ความว่า คงจะทำอาหารกินกันไปได้หลายมื้อ อร่อยกันทั้งครอบครัว

ชะรอยเจ้าตัวแลนมันคงได้ยินจันทร์กับสามีพูด เพราะมันแหงะหน้าขึ้นมองฉัน
ทำนัยน์ตาตัดพ้อ แล้วครวญด้วยเสียงของดาวใจ ไพจิตร 
ซึ่งต้องเป็นคนรุ่นฉันเท่านั้นถึงจะรู้จัก
ทำไมถึงทำกับฉันได้   มันติดพ้ออย่างนี้จริงๆ

ฉันฟังจันทร์กับสามีพูดแล้วใจไม่ดี 
นี่ฉันกลายเป็นต้นเหตุให้ตัวแลนมันกลายเป็นอาหารของครอบครัวนี้หรือ

เพิ่งจะออกพรรษาเอง จะฆ่ามันจริงๆหรือ ตัวมันใหญ่อยู่นะ   
คำพูดของฉันทำให้จันทร์กับสามีชะงัก มองหน้ากันเอง แล้วหันมามองฉัน
และแล้วโดยมิได้นัดหมาย เราสามคนก็พร้อมใจกันมองดูตัวแลน
มันนอนทำตาปริบ ๆ อยู่บนพื้นถนน

ในที่สุดสามีของจันทร์ก็โพล่งออกมาว่า  ปล่อยครับ เดี๋ยวผมจะอามันไปปล่อย
ว่าแล้วก็เดินกลับไปยังบ้านของตัวเอง เดี๋ยวเดียวก็กลับมาพร้อมกะละมังใบเขื่อง
เขาจับตัวแลนใส่ลงไปในกะละมังที่มีความสูงไม่มากนัก  
เจ้าตัวแลนพยายามดิ้นรน แต่มันคงเหนื่อยมาก 
ประกอบกับถูกมัดไว้ เรี่ยวแรงจึงมีไม่มากพอ

สามีของจันทร์มีรถกระบะเก่าๆคันหนึ่ง  เขาขับมาจอดตรงบริเวณที่เรายืนกันอยู่
จันทร์ทำท่าจะยกกะละมังใส่รถ แต่ดูจะหนักเอาการ  ฉันขยับจะเข้าไปช่วย
แต่สังเกตเห็นว่า เจ้าตัวแลนมันเอาหน้าเกยมือจันทร์ ถ้าฉันจับกะละมัง
มันก็คงเอาหน้ามาเกยมือฉัน แล้วคงครวญเพลง  ทำไมถึงทำกับฉันได้ ให้ฉันฟังอีก
ฉันยังไม่อยากฟังเพลงตอนนี้  แล้วขอสารภาพเลยว่ากลัวมัน 
จึงปล่อยให้จันทร์จัดการไปคนเดียว

สามีของจันทร์ลงมาช่วยด้วยอีกแรง 
เราปรึกษากันว่าจะเอาตัวแลนไปปล่อยที่ไหนดี
ฉันเสนอให้เอาไปปล่อยยังที่ว่างๆ
ซึ่งอยู่ไกลออกไปมาก คนละฝั่งถนน

แต่สามีของจันทร์ท้วงว่า หากเอาไปปล่อยแถวนั้น
เจ้าแลนก็คงตกเป็นอาหารของคนงานก่อสร้าง
ครอบครัวใด ครอบครัวหนึ่งเป็นแน่

"เอาไปปล่อยที่มีนบุรีดีกว่าครับพี่" สามีของจันทร์บอก
แถวนั้นท้องนาเยอะ หาทำเลที่ยังไม่มีการก่อสร้าง ก็น่าจะหาได้
เจ้าแลนจะได้ปลอดภัย...เราตกลงกันตามนั้น

g83.gif

สามีภรรยาคู่นี้ไม่ได้มีฐานะดีนัก สามีทำงานก่อสร้าง ส่วนจันทร์มีรถเข็นขายส้มตำ
ฉันเสนอจะช่วยค่าน้ำมัน แต่สามีจันทร์บอกว่า 
คิดว่าช่วยกันทำบุญดีกว่า บาทเดียวผมก็ไม่เอา

ฉันสบตาเจ้าตัวแลน แล้วครวญเพลงของสวลี ผกาพันธุ์ ให้มันฟัง
เออมันจะเกิดทันพอจะรู้จักเพลงนี้หรือเปล่าน๊า   รักเธอไม่ถึงบาท  555
ฉันทำหน้าสะใจใส่มัน  แต่มันคงไม่ชอบเพลงนี้ เพราะมันทำหน้ามู่ทู่ตอบฉัน

เมื่ออยู่บนรถกระบะ เจ้าตัวแลนพยายามตะกายออกจากกะละมัง
จันทร์ก็เลยตัดสินใจมานั่งท้ายรถ เพื่อคอยระแวดระวังเจ้าตัวแลน
เพราะถ้ามันเกิดตะกายจนตกรถไป ประเดี๋ยวจะแบนแต๊ดแต๋ติดถนนไปเสียก่อน

ฉันมองตามรถกระบะจนลับตาไป  คิดถึงความมีน้ำใจของสามีภรรยาคู่นี้
แล้วเลยครวญเพลงของแจ้ ดนุพล  ขอมอบดอกไม้ในสวน นี้ให้จันทร์กับแฟน
อย่างน้อยออกพรรษานี้ แม้ไม่ได้ไปวัด แต่ก็ได้ทำบุญแล้ว


g79.gif				
>