30 มกราคม 2548 12:26 น.

..กำแพงเมืองจีน..

keekie

จำได้ว่า..จักรพรรดิองค์หนึ่งของจีน..(อย่าให้เอ่ยพระนามเลย..กลัวถูก)
	สร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันข้าศึกรุกราน...
	ฟังดูแล้ว ... ท่านน่าจะทำเพื่อประชาชนชาวจีน..ภายใต้การปกครอง...
	
	ท่านได้สั่งการให้สร้างกำแพงเมืองจีน...ยาวมาก...
	จน ณ วันนี้ ...
	ก็ยังมิมี กำแพงใดใด ที่มีชื่อเสียง จนบดบังรัศมีของกำแพงเมืองจีนได้..
	และพระองค์ผู้สร้าง..ก็มีชื่อเสียงติดอยู่ในประวัติศาสตร์ยาวนาน..
	(แต่..เอ..ทำไมเราจำไม่ได้หว่า???)

	แต่...ภายใต้กำแพงเมืองจีนนั้นเล่า....

	มี ...  ซากศพ  ... จำนวนมากมายเท่าไหร่...

	เบื้องหลัง...ความยิ่งใหญ่...
	ภายใน...ความภาคภูมิใจ...
	ลึกลึก..ของการถูกยกย่อง...
	
	มี ... ชีวิต ... กี่ชีวิต...ที่ต้องสังเวย...เพื่อรับใช้ ความภาคภูมิใจ... 


คนหนึ่งคน...ใช้ความภาคภูมิใจในตัวเอง..
	สร้างกำลังใจในการดำเนินชีวิต...
	
	คนหนึ่งคน...ใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมา ... 
	ทั้งเจ็บและช้ำ...
	ดีใจ..เสียใจ..
	น้ำตา...
 
	เพื่อสร้างกำลังใจ...ในการดำเนินชีวิตต่อใปในวันข้างหน้า...

	นั่น...เป็นสิ่งที่ดี...
		
	แต่...เบื้องหลังประสบการณ์ที่ผ่านมา...

	มี ... ซากศพ ... อยู่จำนวนเท่าใด???
                     
และประสบการณ์ที่จะเกิดขึ้นใหม่ต่อไป...จะต้องใช้... ซากศพ...อีกจำนวนเท่าใด


หากเริ่มต้นใหม่...ในวันนี้...

	ฉัน...สัญญากับตัวเองว่า...

	จะนำประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นบทเรียน...
	
	และประสบการณ์ที่จะสร้างใหม่ของฉัน...

	ต้องไม่มี...ซากศพ...ของใคร...

	เป็นบันได..เพื่อไต่ขึ้นสู่ความภาคภูมิใจ...				
29 มกราคม 2548 16:37 น.

..เดียวดายกลางสายลม..

keekie

...เข้มแข็ง...

ใครๆ มักบอกเสมอ..ว่า..
ฉันเป็นผู้หญิง...เข้มแข็ง...

...ขอบคุณ...

ฉันรู้...มันเป็นข้อดีของฉัน...
ในทุกครั้งที่ฉันล้มลง...
ฉันต้องลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองเสมอ... 

บางครั้งมีคนช่วยปลอบ...
...จับจูงมือ...
...ประคับประคอง...ให้ฉันลุกขึ้นยืนเพื่อเริ่มต้นการต่อสู้ครั้งใหม่...

บางครั้ง...ไม่มี...

ฉันต้องลุกขึ้นด้วยตัวเอง..
สร้างกำลังด้วยตัวเอง..
ประคับประคองตัวเอง..

พร้อมๆ กับ จับจูงมือ..คนล้ม..ที่อยู่ข้างๆ..

ฉันไม่มีแรงพอหรอก...ที่จะช่วยเหลือใคร..

แต่คุณรู้ไหม..
ทำไม..ฉันจึงทุ่มเทแรงที่มีอยู่เพียงน้อยนิด...เพื่อช่วยเขา..

เพราะฉันเห็นใจ..และเข้าใจเขา...
ว่า...การล้มนั้น..มันเจ็บเพียงใด...ปวดปานใด...

หากกำลังเท่าที่มีของฉัน..
สามารถเป็นแรงใจให้เขารู้สึกเข้มแข็งพอที่จะมีชีวิตอยู่..เพื่อสู้..ในยามไม่มีใคร...
นั่น...เป็นการเพิ่มกำลังให้แก่ฉันแล้ว... 


วันนั้น...
ฉันล้ม...สิ้นไร้เรี่ยวแรง..

คราวนั้น...ไม่มีใครปลอบโยน..
ไร้กำลังใจ...หมดพลัง...
ฉันต้องลุกขึ้นด้วยตัวเอง... 


คุณรู้ไหม...
ฉันใช้เวลานานเพียงใด...
ในการรักษา...เศษ...เสี้ยว...ที่ครั้งหนึ่ง...มันเคยเป็น...หัวใจ...
จน...มันทุเลา...กลับมาเต้นเป็นจังหวะ...ได้เกือบๆ จะเท่าเดิม..

สามารถใช้ชีวิต..ที่พอจะมีความสุขได้บ้าง.. 


แต่แล้ว...

วันนี้...
ฉันล้ม...สิ้นไร้เรี่ยวแรง...

คราวนี้...ไม่มีใครปลอบโยน...
ไร้กำลังใจ...หมดพลัง... 


...ยิ่งกว่าเดิม... 


....................................

...น่าหัวเราะ...

สาเหตุที่ฉันล้ม...ในวันนี้...

เพราะ...ฉันเป็นผู้หญิงเข้มแข็ง...

คุณบอกฉันว่า...
คุณรู้...ว่าฉันเข้มแข็ง..
อีกไม่นาน...ฉันจะรู้ตัวเอง...
ฉันจะยืนหยัด...ต่อสู้...ต่อไปได้...เพราะ...ฉันเข้มแข็ง...
นี่แหละ......ชีวิต...

...ขอบคุณ...
ที่คุณพยายามสอนฉัน...
ว่า...ชีวิตคืออะไร...

สิ่งที่คุณทำมาทั้งหมดนี้...
เพื่อต้องการให้ฉันรู้จักคำว่า......ชีวิต...สินะ...

คุณคงอยากเห็นผู้หญิงเข้มแข็งคนนี้...
เข้มแข็งมากขึ้นไปอีก...
จึงเพิ่มรอยแผล...กดทับ...ลงไป...

เพราะคุณคงคิดว่า...ผู้หญิงเข้มแข็ง...
จะไม่เป็นอะไร......ไม่เจ็บ...ไม่ปวด...
เพราะ...ผู้หญิงคนนี้...เข้มแข็ง...



วันนี้...

ฉันล้ม...สิ้นไร้เรี่ยวแรง..

คราวนี้...ไม่มีใครปลอบโยน..

ไร้กำลังใจ...หมดพลัง...

ฉันต้องลุกขึ้นด้วยตัวเอง...อีกครั้ง...สินะ...


แต่ตอนนี้......เหนื่อยเหลือเกิน...


ฉันขอ...หลับตา...พัก...ก่อน...นะ... 


คงจะมีเพียง...ลมหายใจรวยริน....
เอนกายบนดิน...ยอมรับความแพ้พ่าย....
ปีกของฉันมันหนัก....บินต่อไม่ไหว....
จะขอพักกายชั่วกาล..... 



ลมหายใจ..รวยริน..แทบสิ้นสูญ..
เปลี่ยวอาดูร..เงียบเหงา..เศร้ามิหาย..
เหนื่อยเหลือเกิน..ท้อแท้..ทั้งใจกาย..
อยากสลาย..ตายลง..ณ ตรงนี้..

ขยับปีก..มิไหว..ด้วยพ่ายแพ้..
ฉันอ่อนแอ..สิ้นไร้..ใคร่จะหนี..
หลบไปพัก..หลับตา..ล้าเต็มที..
อาจจะมี..ที่สักแห่ง..เติมแต่งใจ..				
15 มกราคม 2548 09:04 น.

วอนฝน

keekie

ดีจัง...
	ลืมตาตื่นมาตอนเช้า...ได้มองเห็นสายฝนไหลเป็นทาง...
	ตกต้องแผ่นกระจก...

	ภาพภายนอกพร่าเลือน...บิดเบี้ยวไปตามริ้วฝน
	คงเป็นเพราะสายฝน..
	ทำให้เรามองเห็นภาพบิดเบี้ยวไปจากความเป็นจริง...

	กลิ่นไอฝน...หอมสดชื่น..
	เสียงสายฝน...รื่นหู...
	บรรยากาศรอบตัวดีเหลือเกิน...

	แม้สายฝนจะทำให้มองเห็นภาพที่บิดเบือนไปจากความเป็นจริง...

	ก็ยอม...
	ยอมอยู่ในบรรยากาศอันแสนสุขเช่นนี้...

	ขอแค่นี้นะ...
	ขออยู่ในห้วงจินตนาการนี้ก่อนนะ...
	อีกสักพัก..ยามฝนหยุด...

	ภาพแห่งความเป็นจริงภายนอกหน้าต่างคงปรากฎ..
	กลิ่นไอฝน...จางไป...
	เสียงสายฝน...เปาะแปะ...เปาะแปะ...หยุดลง..เหลือแต่ความเงียบ..
	บรรยากาศเย็น...คงกลายเป็นความร้อนรุ่มจากแสงแดด...

	ฝนจ๋า...อย่าเพิ่งหยุดตกเร็วนัก...
	อยู่กับฉันนาน นาน...เท่าที่เจ้าจะพอมีเวลาให้ฉันได้คิดฝัน...
	
	นาทีนี้ฉันมีความสุขเหลือเกิน...
	
	แม้ต้องแลกกับความทุกข์ที่ก่อเกิดจากการพรากจากเจ้า...
	ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า...
	ฉันยอมได้...
	
	เพียงแค่...อีกหนึ่งนาที...

	นะ...เจ้าสายฝน...

	ฉันขอ....


หัวใจเย็นเยียบเฉียบหนาว...
	เหน็บร้าวราว จะขาดรอน...
	ฝนจ๋า...อยากขอวอน
	อย่าเพิ่งจร จากลา...
	
	ฝนเจ้าตกต้องกมล...
	รินหลั่งล้นท่วมอุรา...
	แม้แทบสิ้นซึ่งชีวา...
	ยามฝนซา ...

	ขอร้อง...
อย่า...เพิ่ง...ไป...				
13 มกราคม 2548 09:32 น.

..เชื่อใจ..

keekie

มาสิมา...ก้าวข้าม...ตามความฝัน...
	ไปด้วยกัน...กับฉัน...สู่วันใส...
	แม้จะมี...อุปสรรค...มากเพียงใด...
	ในหัวใจ...เรามีกัน...แค่นั้นพอ...
	
	จะเดินข้าม...ขวากหนาม...ขวางทางรัก...
	จะพิทักษ์...ภักดี...คอยสานก่อ...
	จะป้องปัด...ผองภัย...มิรั้งรอ...
	จะพะนอ...พะเน้า...เฝ้าดูแล... 

ฉันเดินมาตามทาง...ที่คุณจับจูงมือพาฉันเดิน...
	ฉันเดินมาด้วยความไว้ใจ...เชื่อใจ...
	ก้าวผ่านอุปสรรค...เสียงห้าม...เสียงก่นด่า...
	แต่ฉันไม่สนใจ...เพราะ...เพราะ...
	...คงไม่ต้องบอกกระมัง...ว่าเพราะอะไร...

	หนทางที่คุณพาฉันมา...จะไกลแค่ไหน...รกร้างแค่ไหน...
	ฉันไม่เคยเอ่ยถาม...แม้ในใจจะหวั่นกลัวเพียงใด...
	เพราะ....ความไว้ใจ...เชื่อใจ...

	ถึงแม้ทางจะขรุขระ...หรือราบเรียบ...โรยด้วยกลีบกุหลาบ...
	...ฉันไม่เคยสนใจ...
	เพราะ...ความไว้ใจ...เชื่อใจ...ในผู้นำทาง..ที่เกาะกุมมือฉันไว้ 


พบหมอกหนา...กั้นกาง...ขวางทางไว้...
	แต่หัวใจ...อบอุ่น...มิเคยหวั่น...
	มือแข็งแรง...ที่กุมไว้...อย่างคงมั่น...
	พาให้ฉัน...อุ่นใจ...ไร้ความกลัว...

มั่นใจในมืออบอุ่น...แข็งแรงคู่นั้นเสมอ...
	
	เรา...เดินเข้าสู่กลุ่มหมอกหนาที่โรยตัวเคลื่อนเข้ามาช้าช้า...
	ฉัน...กระชับมือแน่น...แต่ไม่กลัว...เพราะ...ไว้ใจ...


แต่แล้ว...
	มืออบอุ่น...แข็งแรง...หลุดลอย...
	
	ฉันมองไม่เห็นสิ่งใด...
	มิอาจเพ่งสายตาฝ่ากลุ่มหมอกหนาทึบนั้นไปได้...

	ฉันอยู่ในเส้นทางของคุณ...
	ฉันไม่คุ้นเคย...
	ฉันก้าวมาถึงตรงนี้...ได้เพราะคุณ...

	ฉันมองทางข้างหน้าไม่เห็น...
	ฉันกลัว...
	ฉันหวั่น...
	ฉันหวาด...
	
	...ช่วยด้วย...

	...ฉันจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร...


 น่าเจ็บใจตัวเอง...
	ความหวาดกลัว...
	ความมืด...
	ที่ฉันประสบในขณะนี้...
	มิอาจทำลาย...ความไว้ใจ...เชื่อใจ...ที่ฉันมี...
	
	ฉันยังคง...ไว้ใจ...เชื่อใจ...
	ว่ามืออบอุ่น...แข็งแรง...ที่หลุดลอยนั้น...
	มิได้เป็นเพราะ...คุณ...ปล่อยมือ...

จะเชื่อมั่น...คำย้ำ...ที่พร่ำบอก...
	ว่าไม่หลอก...กลับกลอก...ให้ชอกช้ำ...
	ยังไว้ใจ...เชื่อมั่น...ในน้ำคำ...
	จะจดจำ...ว่าเป็นจริง...ใช่สิ่งลวง...				
12 มกราคม 2548 22:16 น.

..นักบาสหญิง..

keekie

"กี้...ชู้ทเลย...กระโดดยัดห่วงเล้ยยยย...!!!"
	
	เสียงเชียร์ให้ฉันกระโดดชู้ทลูกบาสลงห่วง ดังอยู่ข้างสนาม...
	เสียงคุ้นๆ สงสัยจะเป็นเสียงของเจ้าบี้ 
	(ความจริง เขาชื่อ เบบี้...เฮ่อ...ผู้ชายหน้าตี๋ๆ สิวเยอะๆ ชื่อเบบี้...คิดเอาเหอะ..)

	ฉันเลี้ยงลูกบาส...วิ่งผ่านคู่ต่อสู้...ที่ตัวเตี้ยกว่า...
	ได้เปรียบด้วยความสูง 170 เซนติเมตร...พุ่งทะยานสู่จุดมุ่งหมาย.. 


" กี้...ชู้ทเล้ยยยยยยยยยย...กระโดดเกาะห่วงแล้วยัดลูกลงไปเล้ยยยย.."

	คราวนี้เป็นเสียงอาจารย์ที่ปรึกษาของฉันเอง...
	สงสัย...ท่านจะคิดว่าฉันสูงประมาณ ไมเคิล จอร์แดนได้มั้ง...
	หรือไม่...ลีลาของฉันคงใกล้เคียง...ท่านอาจารย์เลยลืมตัว...ตะโกนซะลั่นขนาดนั้น
	เพี้ยนหรือป่าว .... ถึงฉันจะห้าวยังไง ... สูงยังไง...
	ฉันก็เป็นสาวสวย...นะ...ทำแบบนั้นได้ไง ..(อิอิอิ) 


ฉันเลี้ยงลูกผ่านคู่ต่อสู้ไปได้...จนถึงห่วง...
	แต่...เจ้าเบญ (สาวตัวอ้วนๆ ดำๆ ...ป่าวว่านะเพื่อน แค่อธิบายเท่านั้น..)
	มันยืนขวางทางอยู่...ทำหน้าทำตาขึงขัง...
	จนฉันหวั่นว่า..มันจะฆ่าฉันหากฉันยัดลูกลงห่วงได้
	แต่ฉันไม่สน...ยังคงมุ่งสู่จุดหมาย...
	ตาเล็งไว้ที่ห่วง ... พอได้จังหวะ....
	มือจับลูกไว้มั่น...
	
	กระโดด...!!! 

	เฮ่อ..!! ถึงเจ้าเบญจะอ้วน..แต่มันก็ไวนะ..มันปัดลูกจากมือฉันได้
	ก่อนที่ฉันจะทะยานตัวให้สูงพ้นมือมันเสียอีก... 


"เฮ้ยยยยย!!!...ไอ้กี้เอ้ย....สูงซะป่าว...
	 บ่มิไก๊...เฮ่ออออ...ขัดจายยยยยยย..."

	คราวนี้เป็นเสียงเจ้านุช...ซี้ฉันเอง...
	ทุกนัดการแข่งขัน...มันไม่เคยพลาดการเป็นตัวจริง...
	รบในสนามบาสเคียงบ่าเคียงไหล่กับกัปตันทีมอย่างฉันเสมอ...
	แต่คราวนี้...มันต้องยืนหงุดหงิดข้างสนาม...ไม่ได้ลงแข่ง...
	เพราะอะไรน่ะหรอ...มือมันเข้าเฝือกน่ะสิ...
	เป็นผลมาจากการวิ่งเล่นไล่ล่าฆ่ากันกับฉัน...
	จนเอ็นนิ้วโป้งมือขวาฉีก...ต้องเข้าเฝือก...
	ฮ่าๆๆๆๆๆๆ...ให้มันรู้ซะบ้าง...ไผเป็นไผ... 


ความจริง ... เพื่อนๆ ในทีมก็หมดกำลังใจเหมือนกัน..
	ที่เจ้านุชลงไม่ได้...เพราะฝีมือมันเจ๋งน่ะสิ..
	ชู้ทลูกแม่นก็เท่านั้น...ถึงจะอ้วน..แต่มันไวนะ...
	ส่วนกัปตันทีมตัวสูงอย่างฉัน...ถนัดนักในการตัดลูก...
	และรับลูกที่ส่งมาจากเพื่อนยัดลงห่วง...
	แต่ไม่ไวเท่าเจ้านุชน่ะ...ทำให้ทีมเราวันนี้ขาดมือดีไปหนึ่งคน...

	ฉันรู้...เพื่อนๆ ในทีมกำลังหมดกำลังใจ...
	เพราะตอนนี้...เราตามอยู่ เก้า ต่อ ศูนย์...

และเป็นหน้าที่ของกัปตันทีมอย่างฉัน ... 
	ที่ต้องเรียกกำลังใจให้กลับมาสู่ทีม...
	เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการแข่งขันครั้งนี้...

	ฉันพยายามวิ่ง...ทำทุกวิถีทาง...
	ตัดลูกมาได้ ก็ส่งต่อให้เจ้าเล็ก...เฮ่อ...แต่มันก็รับพลาด...
	เป็นเหตุให้ลูกไปเข้ามือเจ้าหงส์ (ฝ่ายตรงข้าม) 
	เจ้าหงส์เลี้ยงลูกไป...กระโดด..ชู้ท....
                     .....สิบ   ศูนย์...

	ฉันรู้ ... เจ้าเล็กมันวิ่งเหยาะแหยะขนาดนั้น...
	หมดกำลังใจไง...

	ฉันขอเวลานอก...เพราะนี่ก็ครึ่งหลังแล้ว...
	เรามีเวลาอีกไม่เกินสิบนาที...
	ในการตีตื้น... 


"เฮ้ย...เพื่อนๆ ...ปัญหาอยู่ตรงไหน..."
	ฉันทำเสียงเข้ม...ในมาดของกัปตันทีม...
	
	.....เงียบ......
	ไม่มีเสียงตอบใดๆ....
	
	มีแต่เสียงสะอื้นกระซี้กระซิก...
	ดังมาจากด้านหลังฉัน...
	
	ใครมาทำอกหัก...เล่นมิวสิคแถวนี้...(ฟะ!!)
	เวลานี้กำลังเครียด...เค้ากำลังเรียกกำลังใจ...
	ดันมาร้องไห้อยู่ได้...!!!

	ฉันเหลือบสายตาหันไปมอง...
	...เจ้านุช!!!...
	มันร้องไห้น้ำตาไหลพราก...

 "เฮ้ย...ร้องทำไม...เป็นอะไร..."  ฉันถาม
	
	"ก็พวกแก...ทำไมวันนี้...เล่นกันห่วยแบบนี้...ฉันจะลง..." 
เสียงโวยวายปนสะอึกสะอื้น...ของเจ้านุช

	"แกจะลงยังไง...มือใส่เฝือกแบบนี้..." 
	เสียง เจ้าโย่ง สูง 170 แต่หนักยังไม่ถึง 50 โลเลย..

	"ไม่รู้อ่ะ...ก็พวกแกเล่นกันแบบนี้...แพ้แน่ๆ ..
	ฉันไม่ยอมให้ทีมเราแพ้หรอก .. สู้กันมาจนรอบชิงชนะเลิศแบบนี้..
	ซ้อมกันทุกวัน..กลับบ้านดึกทุกวัน...เหนื่อยแทบตาย..
	ต้องมาแพ้..เพราะพวกแกห่วยแตก...หมดกำลังใจกันแบบนี้หรอ..
	ทุกอย่างที่ทำมาก็สูญเปล่า...ฉันไม่ยอมหรอก...
	ถึงฉันจะมือเจ็บ...แต่ใจไม่เจ็บ...กำลังใจฉันเต็มร้อย..
	พวกแกน่ะ...ไม่มีส่วนไหนในร่างกายเจ็บ...ดันเล่นไม่ได้เรื่อง
	ฉันจะลง...ช่างมือมัน..จะหักก็ช่าง...!!!" 

...เงียบ...อึ้ง...
	
	
	ฉันรู้สึกได้ถึงเลือดที่สูบฉีด...
	ชักโกรธ...ห่วยแตก...!!!
	คำนี้มันก้องในหู...
	
	...ห่วยแตก...!!!
	
	...ปี๊ด...
	เสียงนกหวีดหมดเวลานอก...
	กรรมการเรียกนักกีฬาลงสนาม...

	...เฮ้...สู้...สู้...

	ทีมเราจับมือกันส่งเสียงร้องเรียกกำลัง..ก่อนลงสนาม..
	แต่ฟังยังไง...มันก็ยังกะไม่ได้กินข้าวมางั้นแหละ... 

พวกเราลงสนาม...โดยมีเพื่อนๆ กองเชียร์..จับตัวไอ้นุชไว้...	
	...หาไม่...มันคงกระโดดลงมาจริงๆ ดังปากมันว่านั่นแหละ...
	ไม่เจียมบอดี้เล้ย...

	แต่กัปตันทีมอย่างฉัน..มีแต่คำว่า...ห่วยแตก..ดังก้องหู..
	
	เราเนี่ยนะ...กัปตันทีมห่วยแตก....

	เออ...จะพิสูจน์ให้ดู...
	ว่าคำนั้นไม่มีในพจนานุกรมของน้องกี้...
	(เรียกตัวเองต้องเพราะหน่อย..คนอื่นเรียกไม่เพราะมาพอแล้ว)

ลงสนามได้...น้องกี้...วิ่งเข้าตัดลูก...
	ส่งต่อให้เจ้าเล็ก...โห่เอ้ยยย..!!!
	มันรับไม่ได้อีกละ...
	ไม่เป็นไร...เดี๋ยวน้องกี้ขโมยลูกเขาใหม่ก็ได้..
	มันเป็นความสามารถ ... ทำอีกกี่ครั้งก็ได้..ไม่ใช่ฟลุ๊ค..

	จังหวะดี..เจ้าหงส์(ฝ่ายตรงข้าม) ส่งลูกให้เจ้าเบญ (ฝ่ายตรงข้าม)
	เอาเลย..น้องกี้...ได้เวลาแก้แค้นเจ้าเบญแล้ว...
	น้องกี้วิ่ง..ตัดลูก...คราวนี้ไม่สนใครแล้ว...
	 one  man  เอ๊ย... one girl show...

	เลี้ยงลูก...วิ่ง...รวดเร็วปานขี่พายุ..(เว่อร์ไปมั๊ยเนี่ย??)
	ทะยานมุ่งสู่ จุดหมาย... 

ตาเหลือบเห็นเจ้ามดดำ (ฝ่ายตรงข้าม) ยืนจังก้ากันอยู่หน้าห่วงเป้าหมาย...
	ไม่สน...น้องกี้หุ่นดี..สูงกว่าอยู่แล้ว...
	เลี้ยงลูก...วิ่ง..ด้วยความมั่นใจ...
	ได้ระยะชู้ท...น้องกี้...จับลูกให้มั่น...กระโดด!!!...
	จับลูกยัดลงห่วง...

	เย้ยยยยยยยยยยยยยยยยย.....

	เสียงกองเชียร์ร้องลั่น...
	เอ....น้องกี้ทำอะไรไปหว่า...???
	ได้สติอีกที ...อ้าว...ลูกตกลงมาจากห่วง..
	ที่เรายัดไปเมื่อกี้นี่นา...

	กรรมการขานคะแนน... สิบ ...หนึ่ง...

...สำเร็จ...
	อย่างน้อยได้มาแล้วหนึ่งคะแนน..
	เจ้าเล็ก...เจ้าโย่ง...ดีใจกันใหญ่...
	
	คราวนี้ตาฝ่ายเราเริ่ม...เจ้าเล็กวิ่งกระฉับกระเฉงมารับลูก..
	...แล้วส่งต่อให้เจ้าโย่ง...
	เจ้าโย่งเลี้ยงลูกผ่านฝ่ายตรงข้าม 
	(ไม่ทันมองว่าใคร..ตอนนี้น้องกี้เลือดเข้าตาเสียแล้ว)
	
	วิ่ง...วิ่ง...วิ่ง...
	ได้จังหวะ...เจ้าโย่ง..จับลูก..กระโดด..ชู้ท...

	สิบ..สอง..

	เย้.....เสียงเชียร์ดังขึ้นอีก...
	เอ...รู้สึกว่าเสียงคนใส่เฝือกจะดังกว่าเพื่อนนะ...น้องกี้ว่า... 

เหลือเวลาอีกสองนาที...
	แปดแต้ม..จะตีเสมอได้หรือป่าวหว่า???
	แต่ไม่สน..ตอนนี้เพื่อนๆ ในทีมวิ่งกันกระฉับกระเฉง..
	กำลังใจมาแล้ว...แพ้ชนะไม่สน..
	ขอแค่ทุกคนสนุกกับการเล่นบาส...
	ก็โอเคแล้ว...

	คราวนี้เจ้าโย่งส่งลูกมาให้น้องกี้...
	เพราะน้องกี้ดันวิ่งเสนอหน้าไปรับ (อิอิ)
	น้องกี้รับลูกด้วยมาดเท่ห์ สไตล์ ..ไมเคิล (หญิง)
	...เลี้ยงลูก...วิ่ง...มุ่งสู่จุดหมาย..
	ผ่านเจ้าเบญ ...เจ้าหงส์ ...
	เอ..แล้วนี่ใครหว่า..?? .. จำชื่อไม่ได้..ช่างมัน..
	น้องกี้ใกล้ถึงระยะชู้ทแล้ว...เจ้าเล็กยืนรอรับลูกต่อ...
	แต่ใครจะส่งให้..หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้...
	ฮีโรอีนมีเพียงคนเดียวเพื่อน...คือน้องกี้คนนี้เท่านั้น... 


ได้จังหวะ...น้องกี้จับลูก..กระโดด..

	โอ๊ย...!!!

	รู้สึกตัวอีกที..น้องกี้ลงมานอนเค้เก้...เพราะดันสะดุดขาเจ้ามดดำ (ฝ่ายตรงข้าม)
	...ลูกกระเด็นหลุดจากมือน้องกี้...
	มองเห็นเจ้าเล็ก รีบวิ่งไปแย่งลูกได้...
	เร็วๆ เพื่อน..เวลาจะหมดแล้ว...เดี๋ยวไม่ชนะ...
	
	เจ้าเล็กเลี้ยงลูกกลับมา...
	หน้าห่วง ...ชุลมุนไปด้วยสองฝ่าย...
	น้องกี้ยังลุกไม่ได้..เพราะมัวแต่หลบ เท้า ที่วิ่งถลามา...
	เฮ่อ..ดันมาล้มหน้าห่วงก็ต้องทำใจแหละ... 

เจ้าเล็กหลบซ้าย ป่ายขวา...มือฝ่ายตรงข้ามมากมาย ยื่นมากันไว้..
	ไม่ให้มันชู้ท...แต่พ้นกำลังใจของเจ้าเล็กเสียเมื่อไหร่...กัน...

	เจ้าเล็กยึกยัก..หมุนซ้าย..หลบขวา..มือจับลูกมั่น...
	ได้จังหวะ...กระโดด...ชู้ท...

	....ปี๊ด....หมดเวลา...
	
	...สิบ...สาม...
	กรรมการขานคะแนน...

	เย้.....
	เสียงกองเชียร์ฝ่ายแพ้..(ฝ่ายเราเนี่ยแหละ..)..ดังลั่น.. 

น้องกี้งง...จะดีใจทำไม..
	แพ้นะเฟ้ย...เข้าใจอะไรผิดหรือป่าว???

	เจ้านุชยิ้มด้วยใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา..
	ทุกคนดีใจ...
	มิใช่เพราะชัยชนะ...

	แต่ทุกคนดีใจ...ที่เรา...สามารถสร้างกำลังใจ...
	ให้แก่ตัวเอง...แก่ทีม...
	แม้กำลังใจนั้น ... จะเริ่มจากคนคนเดียว...
	แต่มันสามารถถ่ายทอดกันได้.. 

ขอบคุณประสบการณ์...ตอนอายุสิบห้า (แหม..อายจัง)
	ที่ยังคงแจ่มชัดในมโนสำนึกจวบจนทุกวันนี้...
	เวลาท้อแท้ครั้งใด...มักจะนึกถึงมันเสมอ...
	
	นึกถึงคำเจ้าคนใส่เฝือก...

 ...ห่วยแตก... 

....ฮ่วย....				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟkeekie
Lovings  keekie เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟkeekie
Lovings  keekie เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟkeekie
Lovings  keekie เลิฟ 0 คน
  keekie
ไม่มีข้อความส่งถึงkeekie
>